0 Views

 

ผมสีแดงเพลิงเหมือนปลิวไสวตามแรงลมเหมือนลูกไฟที่กำลังลุกไหม้ บนเกราะอ่อนที่เธอสวมเต็มไปด้วยลวดลายเวทย์มนต์ลึกลับหลากหลายและมีพลังเวทย์มนต์ที่น่ากลัวโคจรรอบเกราะเดี๋ยวชัดเดี๋ยวจาง  รองเท้าหนังสีขาวงดงามราวกับเถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมหัวเข่า เรียวขาที่เหมือนหยกสลักชั้นดีที่โผล่พ้นออกมาดูขาวเรียบเนียนมีเสน่ห์ดึงดูดใจ  ชุดกระโปรงต่อสู้สีฟ้าปกคลุมสะโพกกลมกลึงที่มีเสน่ห์ของเธอรับกับเอวคอดกิ่ว ชุดเกราะอ่อนห่อหุ้มยอดภูเขาทั้งสองที่โดดเด่น ใบหน้าที่งดงามทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้ เธอทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นชาสามส่วน สง่างามสามส่วน งดงามจับตาสี่ส่วน….

นี่คือ แอนดิซ่า เอเลน่า เทพธิดานักรบที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจล่วงเกินได้ เป็น【ดอกไม้โรเจอร์】ที่งามที่สุดในแผ่นดินโรเจอร์แห่งโลก Diablo

เธอค่อยๆเดินทะลุออกมาจากประตูมิติเหมือนกำลังเดินผ่านห้วงเวลาและมิตินับพันนับหมื่น เธอปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงยืนอยู่ด้านหน้าซุนเฟย

ความงามของเอเลน่าผลิบานราวกับดอกไม้แรกแย้ม

เป็นเวลานานแล้วหลังจากที่แอนเดเรียผู้เป็น【ดอกไม้โรเจอร์】ได้ตกหลุมรักกับจอมปีศาจอย่างไม่น่าเชื่อจนทำให้ตัวเองร่วงหล่นลงไปในด้านมืดและกลายมาเป็นปีศาจสาวที่น่ากลัว นับตั้งแต่นั้นมาแผ่นดินโรเจอร์ไม่มีใครเหมาะสมกับคำว่า【ดอกไม้โรเจอร์】สี่คำนี้อีกเลยจนกระทั่งเอเลน่าเกิด  นักรบโรเจอร์คนนี้สามารถใช้ความงามและความกล้าหาญของเธอพิชิตแผ่นดินได้ทั้งหมด

“นายท่านซุนเฟย ตอนที่ข้าอยู่【ค่ายโรเจอร์】ข้าได้ยินเสียงเรียกของท่าน”เอเลน่าโค้งกายคำนับตามธรรมเนียมปฏิบัติของโลก Diablo เวลาที่เข้าพบราชา “ท่านเรียกหาข้ามีเรื่องอะไรหรือไม่?”

“เอเลน่า หลังจากนี้ให้เรียกข้าว่าอเล็กซ์ซานเดอร์!” ซุนเฟยชี้ไปที่เก้าอี้หินข้างๆก่อนจะถามยิ้มๆว่า “นั่งสิ เป็นยังไงบ้าง ข้าคิดว่าเจ้านำเรื่องของที่นี่ไปเล่าให้แม่ชีอคาร่าและผู้นำแคสยาฟังแล้วใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว ข้าทำตามที่ท่านพูด ข้าได้นำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่ท่านทั้งสองคนแล้ว องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์”

เอเลน่าปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเธอเรียกชื่อ ‘อเล็กซ์ซานเดอร์’ ด้วยท่าทางคุ้นชิน  ย้อนกลับไปเมื่อสิบวันก่อนตอนแรกที่มาที่นี่เธอดูตื่นเต้นไปหมดจนตอนนี้เธอกลับสงบนิ่งมาก จำได้ว่าเมื่อสิบวันก่อนครั้งแรกที่เธอถูกซุนเฟยใช้ประตูมิติอัญเชิญเธอมาที่แผ่นดินอาเซรอท เอเลน่าถูกความสวยงามและเงียบสงบของโลกนี้ทำเอาตื่นตะลึง หลังจากที่ซุนเฟยได้อธิบายเกี่ยวกับสถานะของตัวเองและเรื่องราวของโลกนี้  ทำให้เธอรู้ว่าที่นี่ไม่มีพวกมอนสเตอร์และปีศาจ ไม่มีการรุกรานและมลพิษจากพลังปีศาจในนรก ทุกๆที่สวยงาม ต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศบริสุทธิ์ โลกทั้งโลกเจริญรุ่งเรือง กล่าวได้ว่าโลกนี้เป็นโลกที่มีสีสันสวยงาม แทบไม่ต่างอะไรกับสวรรค์ของโลก Diablo เอเลน่าตกหลุมรักโลกนี้ตั้งแต่วินาทีแรก

ผ่านไปหลายสิบวัน  ทุกๆวันเธอจะสามารถปรากฏที่เมืองแซมบอร์ดได้เพียง 4 ชั่วโมงภายใต้การยินยอมของซุนเฟย เอเลน่ามีฐานะเป็นแขกคนหนึ่งคอยสังเกตการณ์อย่างเงียบๆและทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างของเมืองแซมบอร์ด รวมถึงกฎของโลกนี้ด้วย สถานะของซุนเฟย สถานะของเมืองแซมบอร์ดและพลังที่แทนค่าด้วย ดาว พระจันทร์ สุริยะ แล้วหลังจากที่ทำความเข้าใจทั้งหมดก็ได้รับคำอนุญาตของซุนเฟยให้เอเลน่าไปบอกเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้ให้แก่แม่ชีอคาร่าแคสยาสองผู้นำของ【ค่ายโรเจอร์】

“ดีแล้ว ลำบากเจ้าแล้วล่ะ อ้อ จริงสิ อีกสักพักจะมีคนนำเจ้าไปสถานที่หนึ่ง หลังจากที่เจ้าไปที่นั่นแล้วก็สังเกตให้รอบคอบนะ แล้วนำมาบอกข้าว่าเจ้าพบอะไร” เมื่อซุนเฟยอยู่ต่อหน้าเอเลน่าก็ไม่ได้วางมาดราชาอะไร ก่อนจะส่งแอปเปิ้ลแดงให้พลางพูดว่า “จริงสิ เกี่ยวกับข้อเสนอก่อนหน้านี้ของข้า ไม่รู้ว่าแม่ชีอคาร่าและแคสยาทั้งสองคนนั้นมีข้อคิดเห็นยังไงบ้าง?”

“พวกเขาเห็นด้วย แต่ท่านแม่ชีอคาร่าหวังว่าเมืองแซมบอร์ดจะสามารถสนับสนุน【ค่ายโรเจอร์】ในด้านอาหารเล็กน้อย”เอเลน่าชะงักก่อนจะรับแอปเปิ้ลมา ใบหน้าหวานแดงระเรื่อเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบกลับไป

“หือ อาหาร? นี่….ข้าจะลองดู อยากรู้เหมือนกันว่าสามารถนำอาหารเข้าไปที่โลก Diablo ได้หรือเปล่า” ซุนเฟยครุ่นคิดสักพัก

ตอนนี้เอง ด้านนอกห้องโถงก็มีเสียงทหารมารายงานว่าพัศดีโอเลกที่ได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ ตอนนี้รออยู่ด้านนอกห้องโถงแล้ว

“ให้เขาเข้ามา!”

สิ้นเสียงซุนเฟย พัศดีโอเลกก็เดินเข้ามา ใบหน้าแดงก่ำคล้ายว่าจะมีข่าวดีอะไรบางอย่าง แสงสะท้อนที่หัวเขาวูบไหวก่อนที่ เขาคุกเข่าลงแล้วคลายเข้ามาไม่กี่ก้าว แล้วคำนับอยู่ข้างๆเท้าของซุนเฟยจากนั้นก็รายงานข่าวอย่างยินดีว่า “รายงานพระองค์ กระหม่อมมีข่าวดีพะยะค่ะ ฮ่าๆๆ เรือนจำหลังใหม่ทำการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ ตอนนี้สามารถใช้งานได้แล้ว”

ในขณะที่พูด โอเลกก็สังเกตเห็นเอเลน่าที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว ในตอนแรกหัวใจของเขาถูกความงามของ【ดอกไม้โรเจอร์】เล่นงานให้สั่นไหวอย่างรุนแรงอยู่ชั่วครู่ แต่ โอเลกก็ไม่ได้มีความคิดหยาบโลนแม้แต่นิด ด้านหนึ่งเพราะเขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ เห็นได้ชัดจากสายตาขององค์ราชาที่สามารถมองออก  อีกด้านหนึ่ง โอเลกเป็นนักรบ 1 ดาวมานาน เขาสามารถรู้สึกถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่มากกว่านักรบ 1 ดาวที่แผ่ออกมาจากร่างของเอเลน่า ทั้งยังมองออกว่าชุดเกราะที่มีลวดลายอักขระเวทย์มนต์ลึกลับนี้จะต้องเป็นของล้ำค่าอย่างแน่นอน…ทั้งหมดนี้บอกโอเลกได้อย่างชัดเจน จึงรีบทิ้งความคิดหยาบโลนหัวใจออกไปให้หมด หญิงงามตรงหน้านี้เขาจะไม่ขอยุ่งด้วย ไม่งั้นเขาคงตายแบบไม่มีที่ฝังศพแน่ๆ

ได้ยินโอเลกรายงามเรื่องนี้ ซุนเฟยก็พยักหน้าก่อนจะพูดว่า “ดีมาก เจ้าทำได้ไม่เลวเลย ข้าพอใจมาก ตอนนี้เจ้ารีบย้ายผู้คุมและนักโทษในเรือนจำทั้งหมดไปที่เรือนจำใหม่เถอะ จากวันนี้เป็นต้นไป เรือนจำหลังนั้นจะถูกปิดตาย ไม่มีคำสั่งจากข้าไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าไป”

“รับสั่งของฝ่าบาทคือชีวิตของกระหม่อม องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์” ได้คำชมจากซุนเฟย ในใจของโอเลกก็เบิกบาน เขากล่าวแสดงความจงรักภักดีของตัวเองอย่างเสียงดัง

“อ้อ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เอเลน่านักรบสาวคนนี้คือ….สหายของข้า” ซุนเฟนอยากจะพูดคำว่า ‘ลูกน้อง’ หรือ ‘คนสนิท’ แต่คิดไปคิดมาคำว่าสหายน่าจะเหมาะสมกว่า “หลังจากเจ้าขนย้ายนักโทษออกไปหมด ก็นำเอเลน่าเข้าไปเยี่ยมชมเรือนจำหลังเก่าซะ  จำไว้  ไม่ต้องถามมาก ไม่ต้องพูดมาก  รอจนกว่าเอเลน่าจะเยี่ยมชมเสร็จ เจ้าก็ค่อยพาเธอกลับมาหาข้าที่ราชวัง แล้วข้าจะมีรางวัลล้ำค่ามอบให้เจ้า”

“ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาททรงพระเมตตา” โอเลกดิ้ยนคำว่ารางวัล ก็ยิ่งดีใจจนฟันแทบหัก หลังจากที่ได้สนิทสนมกับองค์ราชาในช่วงเร็วๆนี้  ทำให้เขาพอจะเข้าใจนิสัยใจคอของซุนเฟยมากขึ้น เพียงแค่ซุนเฟยพูดว่าเป็นรางวัลล้ำค่า เขาก็มั่นใจว่ามันต้องเป็นของล้ำค่ามากแน่นอน ดังนั้นเจ้าภูติตูดม้าแทบจะลิงโลดขึ้นมา

“เอเลน่า เจ้าตามเขาไปดูเถอะ ที่นั้นเป็นสถานที่ที่แปลกมาก บางทีเจ้าอาจจะค้นพบบางอย่าง แต่สิ่งที่อยู่หลังประตูเหล็กยักษ์สีดำ และด้านในหลังประตูยักษ์ เจ้าห้ามเข้าไปดู เข้าใจไหม?”

เอเลน่าลุกขึ้นยืนพลางพยักหน้า จากนั้นก็ตามพัศดีโอเลกออกไปจากห้องโถง

มองไล่หลังทั้งสองคนออกจากห้องโถงจนลับตา ซุนเฟยก็เลียริมฝีปากเล็กน้อยทั้งยังนวดขมับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้มีมากเกินไป แม้ว่าเขาจะโยนงานให้คนอื่นทำ เรื่องราวมากมายชวนปวดหัวก็มอบให้บรู๊คและ เบสต์จัดการ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาหายใจ

ในอากาศยังคงมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของหลานเฉา(Eupatorium fortunei)

กลิ่นนั้นหลงเหลืออยู่บนเก้าอี้ที่เอเลน่านั่ง

แสงแดดสีทองสาดส่องลอดผ่านรูปปั้นลงมาที่ห้องโถงทาบทับลงมาที่ร่างของเขา ซุนเฟยหลับตาลงแล้วสูดกลิ่นหอมจางๆความคิดทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนเป็นพรั่งพรูขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทรงจำของเขาเมื่อ 12 วันก่อนห็กลับมา

……

 

12 วันก่อน

หลังจากที่ซุนเฟยออกแบบเครื่องแต่งกายชายหญิงทั้งยังใจดีออกแบบ ‘ชุดชั้นใน’ให้คู่หมั้นสาวจนสาวงามต้องวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตกใจ เมื่อไม่มีเรื่องต้องทำ ซุนเฟยก็พยายามติดต่อกับเสียงลึกลับเย็นชาในหัวเพื่อกลับไปที่โลก Diablo

โลก Diablo 【ค่ายโรเจอร์】

วินาทีแรกที่เหยียบ【ค่ายโรเจอร์】 เขาก็ถูกล้อมรอบด้วยเสียงอธิษฐาน ซุนเฟยมองไปรอบแล้วก็ต้องแปลกใจ ครั้งที่แล้วตอนที่เขาออกจากโลก Diablo แม่ชีอคาร่าและผู้นำทหารรับจ้างแคสยาก็ยังคงคุกเข่าอธิษฐานอย่างตั้งใจอยู่ที่เดิม หลังจากที่เห็นเขาปรากฏตัวขึ้น ทุกคนต่างกระโดดขึ้นแล้วพากกันโห่ร้องออกมา

“ท่านซุนเฟย ในที่สุดท่านก็กลับมา!”

ใบหน้าเหี่ยวๆของแม่ชีอคาร่าเหมือนดอกเบญจมาศผลิบาน แคสยาและคนอื่นๆก็มองมาที่ซุนเฟยอย่างดีใจ ใบหน้าของ NPC เหล่านี้ยามที่มองมาที่ซุนเฟยด้วยท่าทางเคารพ

“เอ๋….เกิดอะไรขึ้น?”

ซุนเฟยรู้สึกว่าความกระตือรื้อร้นของพวก NPC ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เขาว่ากันว่า นกฮูกหากไม่มีเรื่องจะมามาเกาะที่บ้าน ไม่มีใครจะมอบมิตรไมตรีให้ฟรีๆโดยไม่หวังตอบแทน  เพื่อร้องเรียก  คนพวกนี้ต้องการอะไรจากเขากันนะ?นั่นเป็นความคิดแรกที่ซุนเฟยคิด

“นายท่านซุนเฟย ท่านกำจัดแอนเดเรียผู้นำปีศาจร้ายได้ เปิดเส้นทางไปยังฝั่งตะวันออกของแผ่นดินโรเจอร์ ตามคำสาบานของบรรพบุรุษของค่ายโรเจอร์ ท่านจะกลายเป็นผู้นำสูงสุดของค่าย…” เอเลน่าที่ยืนอยู่ข้างๆซุนเฟยก็ร้องเตือนเขา

“ข้ากลายเป็นผู้นำสูงสุดของ【ค่ายโรเจอร์】?”

ซุนเฟยตะลึง ทันใดนั้นเขาก็จำขึ้นมาได้ว่าก่อนที่จะออกจากโลก Diablo เอเลน่าเคยพูดเรื่องนี้ให้ตัวเองฟัง เขาหันไปมองแม่ชีอคาร่า แคสยาและคนอื่นๆ เขาไม่ได้ซ่อนความยินดีในใจไว้เลยสักนิด เขาต้องการคำยืนยัน “นี่เรื่องจริงรึเปล่า?ข้ากลายเป็นผู้นำสูงสุดของ【ค่ายโรเจอร์】?”

“เรื่องจริง” ยัยป้าอคาร่ามองซุนเฟยที่ทำตัวเหมือนเป็นคางคกขึ้นวอก็อยากจะเอาเท้าเธอแนบหน้าเขาใจจะขาด แต่เมื่อมันเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาของบรรพบุรุษ เธอจึงไม่สามารถไม่ปฏิบัติตามได้ ทำได้เพียงตอบอย่างอดทน

ผู้นำทหารแคสยาและช่างตีเหล็กชาร์ซีกับคนอื่นๆต่างผงกหัว

“ฮ่าๆ  ไม่ใช่ว่าหลังจากนี้ไปม้วนคัมภีร์และน้ำยาในตัวแม่ชีอคาร่า  ทหารรับจ้างของแคสยาและไอเท็มในตัวชาร์ซี ข้าก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้วใช่เปล่า? ฮ่าๆๆ วะฮ่าๆๆๆ…” ซุนเฟยหัวเราะอย่างเบิกบานแสดงสันดานที่แท้จริงออกมา แทบจะโพล่งความคิดคดโกงออกมาทันที

ชีวิตดี๊ดีและรุ่งโรจน์กำลังกวักมือมาทางซุนเฟย ราวกับเชื้อเชิญให้เขาพุ่งเข้ามา

แต่——

“นี่ไม่สามารถทำได้ แม้ว่าจะเป็นคำสาบานของบรรพบุรุษ  แต่ในค่าย แม้แต่ผู้นำสูงสุดก็ไม่สามารถรับของฟรีได้…นายท่านซุนเฟย ท่านยังไม่ตื่นหรือเปล่า  ในฐานะผู้นำสูงสุด คุณมีอำนาจที่จะให้ทุกคนใน【ค่ายโรเจอร์】รับใช้ท่าน นอกจากนี้ยังมีสิทธิที่จะผูกมัดใครก็ได้ แต่ ท่านก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องต่อสู้ปกป้องพวกเราทุกคน บ้านเรือนพวกเรา หรือแม้แต่วัวทุกตัวไก่ทุกตัวใน【ค่ายโรเจอร์】ข้าเคยพูดไปตั้งนานแล้วว่าในโลกนี้  หากได้รับบางอย่างก็ต้องจ่ายบางอย่างคืนด้วยเช่นกันมันเป็นกฎของที่นี่….แน่นอนว่าเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้นำสูงสุด นับจากวันนี้ไป สินค้าทุกชนิดของทุกคนในค่าย【ค่ายโรเจอร์】 ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาหรือม้วนคัมภีร์ของข้า ท่านสามารถซื้อได้ครึ่งราคา” ยัยป้าหน้าเลือดอคาร่าพูดเสียงลอดไรฟัน ทำลายความฝันอันงดงามของซุนเฟยแหลกไม่มีชิ้นดี

“ห๊ะ….ครึ่งราคา?” ซุนเฟยพลันสิ้นหวัง สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “แม้ว่าราคาจะแพงมาก แต่ครึ่งราคาฟังแล้วน่าดึงดูดใจพอสมควร  เอางั้นก็ได้”

“นายท่านซุนเฟยที่เคารพ  พวกเรากำลังเตรียมเปิดแทนบูชาสาบานของบรรพบุรุษ  หลังจากผ่านพิธีบูชาแล้ว ท่านก็จะกลายเป็นผู้นำสูงสุดของ【ค่ายโรเจอร์】อย่างเป็นทางการ….”ตาเฒ่าเคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ในมือถือไม้ค้ำยันไว้ “ตามตำนานของแผ่นดินโรเจอร์  หากสามารถกลายเป็นผู้นำสูงสุดของพวกเราชาวโรเจอร์ก็สามารถเข้าพิธีบูชาและได้รับความสามารถที่ไม่น่าเชื่อ 3 ประการที่พระเจ้าประทานให้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว พวกเรารีบเริ่มพิธีเถอะ!”

ซุนเฟยพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก Diablo กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่รู้จัก

——————-