0 Views

 

ได้ยินเจ็มม่าพูดแบบนี้ในใจซุนเฟยพลันตื่นตระหนก

อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นที่องค์หญิงพบแองเจล่าบนถนน? และยังคุยกันถูกคอจนสนทนาติดลมกันทั้งวัน? องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรเซนิทคนนั้นช่างมีความคิดที่ลึกซึ้งและเจ้าเล่ห์เหลือเกิน แองเจล่าและเจ็มม่าทั้งสองคนต่างเป็นสาวน้อยที่มองโลกในแง่ดีแบบนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้ยังไง? ซุนเฟยแทบจะกล้าฟันธงเกินครึ่งเลย ว่าองค์หญิงองค์นี้จงใจที่จะ‘บังเอิญพบ’สองคนนี้ จากนั้นก็ฉวยโอกาสสืบข่าวคราวของเขาไปอย่างเงียบๆมากกว่าไหม?

แม้ในใจจะมองออก แต่ซุนเฟยก็ยิ้มแล้วพูดตอบว่า “จริงเหรอ? ฮ่าๆๆ สาวน้อยเช่นแองเจล่าใครได้พบทำไมจะไม่รู้สึกชอบกันล่ะ? ดูเหมือนว่าแม้แต่องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรเซนิทก็ถูกความงามของแองเจล่าทำให้หลงใหลเหมือนกัน ฮ่าๆๆ…จริงสิ แองเจล่า ตลอดทั้งวันเจ้าสนทนากับองค์หญิงเรื่องอะไรบ้าง?”

“มากมายเลย…” แองเจล่าถูกซุนเฟยพูดชมหน้าก็พลันแดงระเรื่อ ใบหน้าขาวนวลเผยท่าทีเขินอาย เธอจงใจทัดผมของเธอเพื่อกลบความประหม่าก่อนจะยิ้มน้อยๆไม่กล้ามองหน้าซุนเฟยแล้วกล่าวว่า “องค์หญิงดูเหมือนจะสนใจเรื่องราวของเมืองแซมบอร์ดมาก พวกเราสนทนาเรื่องราวก่อนหน้านี้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวในอดีตของพระองค์ เหล่าขุนนางขอเมืองแซมบอร์ดในปัจจุบัน อ้อ แน่นอนว่ายังมีเรื่องผลของสงครามรักษาเมืองแซมบอร์ดครั้งนี้ด้วย….อเล็กซ์ซานเดอร์  องค์หญิงทรงชื่นชมในการกระทำของพระองค์มาก เธอบอกว่าพระองค์ฉลาดและกล้าหาญเป็นราชาที่ดีที่ทุกคนควรเคารพ”

ซุนเฟยได้ยินดังนั้นหัวใจพลันขืนขมขึ้นมา

สาวน้อยไร้เดียงสาทั้งสองคนตกเข้าไปในกับดักขององค์หญิงเต็มเปาเลย คาดว่าต่อจากนี้  ควรที่จะพูดว่าเทถั่วออกจากหลอดไม้ไผ่*ทั้งหมดพูดได้ว่าคงทำความสะอาดจนเกลี้ยงเลย แม้แต่เรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับอเล็กซ์ซานเดอร์ในช่วงเวลาสองสามวันนี้ คาดว่าคงถูกองค์หญิงคนนั้นล่วงรู้อย่างชัดเจนแน่นอน

“พวกเรายังพูด….เอ๊ะ?” พูดถึงตรงนี้ แองเจล่าก็พลันอุทานออกมาอย่างตกใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้สาวน้อยผู้ใสซื่อคนนี้ก็พอจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ ทันใดนั้นก็เงยหน้ามองซุนเฟยพลางถามอย่างประหม่าว่า “นี่….อเล็กซ์ซานเดอร์ คงไม่ใช่ว่าหม่อมฉันพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดไป?”

ซุนเฟยยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่หรอก เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด….อ่อ จริงสิแองเจล่า  พวกเราหยุดพูดเรื่องนี้ก่อนเถอะ  ตอนนี้ข้ามีบางอย่างที่ต้องให้เจ้าดู เจ้าช่วยแสดงความคิดเห็นให้ข้าฟังหน่อยนะ”ซุนเฟยพูดพลางจูงมือขาวนุ่มนิ่มของแองเจล่าให้เดินไปที่ห้องโถง สาวน้อยพยายามจะดึงมือเธอออกแต่เมื่อไม่สำเร็จจึงปล่อยให้ซุนเฟยจูงมือเธอต่อ เจ็มม่าเห็นแบบนั้นก็เอามือปิดปากแอบหัวเราะออกมา…

เธอหัวเราะเบาๆสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เดินตามไป

ซุนเฟยจะอยากปิดบังเรื่องนี้และต่อให้แองเจล่าจะไม่พูด  สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังคงจะทราบข่าวจากช่องทางอื่นอยู่ดี เขาก็ไม่ได้หวังว่าจะสามารถปกปิดทุกอย่างไว้ได้อยู่แล้ว

ไม่ช้าทั้งสองคนก็เดินมาถึงห้องโถงใหญ่

ซุนเฟยหยิบชิ้นส่วนบางอย่างออกมาดูเหมือนจะเป็นแผ่นหนังสัตว์บาง ๆ จากนั้นก็หยิบปากกาขนนกมาวาดบนนั้นไม่หยุด แม้ว่าสมัยมหาลัยเขาจะเรียนเอกภาษา  แต่กลับชอบวาดรูปมาก  เขาร่างภาพบนแผ่นหนัง ไม่ช้าภาพวาดที่เสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นมาบนแผ่นหนัง

แองเจล่าที่ยืนมองดูจากข้างๆแม้ตอนแรกจะรู้สึกสงสัยแต่ก็ค่อยๆเริ่มเข้าใจมาทีละนิดๆ สุดท้ายดวงตาที่มองไปที่ซุนเฟยก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ในที่สุดสาวน้อยที่แสนฉลาดคนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าซุนเฟยกำลังวาดอะไรบนแผ่นหนังอยู่——นั่นก็คือถาพจำลองเครื่องแต่งกายแปลกๆ

“หึๆๆ เสร็จสักที….เป็นยังไงบ้าง? แองเจล่า เจ้ารีบมาดูสิ ถ้าทำเสื้อผ้าออกมาตามแบบภาพจำลองพวกนี้ เจ้าจะยอมลองสวมมันดูไหม?” ซุนเฟยชี้ไปที่แผ่นหนังพลางถามอย่างภาคภูมิใจ

เสื้อผ้าที่เขาเพิ่งวาดออกมาเมื่อกี้ล้วนเป็นภาพที่เขาคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ พิจารณาถึงระดับอารยธรรมและสภาพยุคสมัยของแผ่นดินอาเซรอท  เขาไม่กล้าวาดพวกชุดอุกอาจแบบกระโปรงสั้น  ถุงน่อง กางเกงยีนต์พวกนั้นหรอก ภาพที่เขาวาดทั้งหมดมีอยู่ 10 รูป 5 แผ่นแรกเป็นเครื่องแต่งกายผู้หญิงแบบชาวยุโรปสมัยโบราณซึ่งซุนเฟยอ้างอิงเครื่องแต่งกายนี้มาจากพวกนักแสดงหญิงในเรื่องภาพยนตร์แฟนตาซี 《ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน》ในโลกเก่า พยายามให้เครื่องแต่งกายทุกชุดคงความคลาสสิคเอาไว้ และ 5 แผ่นหลังเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ชายจงใจลำเอียงไปทางเครื่องแต่งกายจีนสมัยโบราณเพียง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเขาเปลี่ยนจากกระโปรงยาวๆเป็นกางเกง——การที่พวกผู้ชายเมืองแซมบอร์ดสวมชุดหลวมๆและไม่สวมกางเกงซึ่งมันทำให้ซุนเฟยเจ็บไข่มาก ดังนั้นเขาจึงเพิ่งกางเกงเข้าไปด้วย

แองเจล่าหยิบแผ่นหนังมาถือไว้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองไปที่ภาพอย่างเงียบๆ ค่อยๆแย้มยิ้มออกมา  ขนตางอนยาวกระพือตามแรงกระพริบตาของเธอทำเอาซุนเฟยรู้สึกคันหัวใจยุบยิบ ….เธอตั้งใจมองอย่างละเอียดหลายรอบ ริมฝีปากที่แดงๆเหมือนเชอร์รี่ก็พูดออกมาอย่างตกตะลึงว่า “อเล็กซ์ซานเดอร์ ชุดพวกนี้สวยมาก หม่อมฉันชอบ….เพียงแต่สิ่งเหล่านี้คืออะไร?” แองเจล่าชี้ไปที่รูปเครื่องแต่งกายพวกนี้แล้วถามอย่างแปลกใจ

ซุนเฟยมองบางจุดที่แองเจล่าชี้แล้วก็อธิบายลักษณะและหน้าที่ของแต่ละส่วนของเสื้อผ้าอย่างอดทน คราวจริงแล้วการทำชุดผู้หญิงแบบไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนมันค่อนข้างซับซ้อนมาก ซุนเฟยอธิบายตามความเข้าใจของตัวเองอย่างง่ายๆ แต่แองเจล่าก็ยังคงถามอยู่หลายรอบ…. โชคดีที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณที่ยอดเยี่ยมในเรื่องเสื้อผ้า หลังจากที่พูดคุยเสร็จก็พอจะเข้าใจทะลุกปรุโปร่งได้บางส่วน แองเจล่าตกหลุมรักเครื่องแต่งหารผู้หญิงพวกนี้อย่างแน่นอน

“หม่อมฉันแทบรอที่จะสวมเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ไหว”สาวงามแองเจล่ากล่าว

ซุนเฟยยกมือปิดปากหัวเราะ

ดูเหมือนการแสวงหาความงามสำหรับมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดา เครื่องแต่งกายที่ซุนเฟยเลือกต่างเป็นตัวแทนยุคสมัยและอารยธรรมที่เฟื่องฟู่ แน่นอนว่ามันสามารถเอาชนะใจว่าที่ราชินีในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว  นี่ทำให้ซุนเฟยมีความมั่นใจต่อแผนการต่อไปมากขึ้น

“แองเจล่า ช่วงนี้เจ้าคงยุ่งมาก เจ้ากับเจ็มม่าช่วยข้าหาวิธีทำชุดพวกนี้ออกมาเพื่อดูผลลัพธ์กันไหม?”ซุนเฟยลองถาม

“ไม่มีปัญหาหม่อมฉัน  ท่านป้าโซเฟีย ท่านป้าลอร่า ท่านป้าแดนนี่และท่านอาลอว์เรนซ์ต่างเป็นคนคุ้นเคย พวกเขาเป็นช่างตัดเสื้อที่ดีที่สุดของเมืองแซมบอร์ดสามารถที่จะทำชุดพวกนี้ออกมาได้ในระยะเวลาสั้นๆได้อย่างแน่นอน” สุดท้ายการที่สามารถได้ช่วยอเล็กซ์ซานเดอร์ได้นับว่าเป็นเรื่องที่แองเจล่ามีความสุขมาก เธอตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

“ฮ่าๆๆ ดีมาก” ซุนเฟยดีใจมาก ก่อนจะพูดต่อไปว่า “แองเจล่า เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้า ข้าตัดสินใจออกแบบของขวัญพิเศษให้เจ้า”

ซุนเฟยพูดก่อนจะหยิบปากกาขนวาดลงบนแผ่นหนังอีกแผ่น

ในใจของแองเจล่าเต็มไปด้วยความดีใจ เธอแทบอดใจรอดูของขวัญพิเศษสำหรับเธอไว้ไม่อยู่ แต่จนกระทั่งซุนเฟยวางปากกาลง เธอก็ยังมองไม่ออกว่ารูปภาพแปลกๆนี้มันคืออะไรกันแน่ ริบบิ้น 3 เส้นเชื่อมต่อกับผ้าวงกลม 2 อัน ดูเหมือนจะคุ้นเคยเล็กน้อย แต่สาวน้อยไร้เดียงสาก็ยังคิดไม่ออกว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่  หรือว่าจะเป็นชุด?แต่เจ้าสิ่งนี้มันจะสวมยังไง?สวมตรงไหน?

เห็นแองเจล่าทำท่าสงสัย  ซุนเฟยกระซิบบอกเบาๆที่ข้างหูของสาวน้อย….

“อ่ะ….ที่แท้มันคือ…”

ใบหน้าขาวเหมือนหยกเนื้อชั้นดีก็พลันแดงก่ำ เธอจ้องไปที่ซุนเฟยด้วยความโกรธ ท่าทางเขินอายหายวับไป สาวน้อยรีบวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องโถงทันที

……

……

วันต่อมา เมืองแซมบอร์ดก็เกิดเรื่องแปลกๆอยู่สองสามเรื่องขึ้น

เรื่องแรก พัศดีโอเลกจอมเจ้าเล่ห์ก็เกิดเปลี่ยนนิสัยขึ้นมา คาดไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะควักเงินตัวเองมาซ่อมแซมสถานรักษาพยาบาลทหารที่ไม่อาจจะใช้การได้อีก จากนั้นก็เริ่มปรับปรุงแก้ไข ว่ากันว่าเป็นคำสั่งขององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ที่ต้องการสร้างเรือนจำใหม่เพื่อใช้คุมขังนักโทษที่กระทำผิดไม่ร้ายแรงมาก

นี่เป็นเรื่องดี

ในที่สุดชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดก็จะไม่ต้องถูกคุมขังที่เรือนจำน่ากลัวๆที่เหมือนนรกนั่น ในอดีตมีนักโทษที่ถูกตัดสินจำคุกเพียงไม่กี่เดือนเพราะมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านแต่เพราะไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เย็นและชื้นในเรือนจำได้ทำให้ต้องป่วยตายหรือแข็งตายเป็นจำนวนมาก  ทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ การสร้างเรือนจำหลังใหม่นี้สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ความคิดนี้ทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างไปช่วยกันซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่รักษาพยาบาลทหาร ทำพัศดีโอเลกต้องรู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก เพราะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยสนับสนุนทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการสร้างได้

เรื่องที่สอง ทุกเย็นองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่จะมาปรากฏตัวอยู่ที่ลานหินกว้างทิศเหนือของเมืองแซมบอร์ดแล้วก็จะมานั่งเล่านิทานให้กับพวกเด็กๆในเมือง ไม่ช้า เรื่องของพ่อมดโดราเอม่อนและโนบิตะจอมขี้เกียจ เรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดที่ช่วยกันเอาชนะแม่มดใจร้าย เริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมืองแซมบอร์ดจากปากของพวกเด็กๆ ทุกๆเย็นนอกจากพวกเด็กๆที่มาฟังองค์ราชาเล่านิทานในลานหินกว้างแล้วยังรวมไปด้วยพวกหนุ่มๆและสาวๆอีกด้วย

ผ่านไปสองสามวัน ทุกคนก็ต้องพบเรื่องที่น่าตกใจ ตอนที่องค์ราชาอเล็กซ์มาที่ลานหินกว้าง เขาก็สวมเครื่องแต่งกายแปลกๆที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แม้ว่าชุดนี้ดูแปลก ๆ แต่ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดกลับปรับตัวให้คุ้นเคยอย่างรวดเร็วเพราะว่าเครื่องแต่งกายชนิดนี้เป็นชุดที่องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์สวมใส่มาบ่อยๆ และเมื่อได้เห็นนานๆเข้า ทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าเครื่องต่างกายชุดนี้ไม่เลวนั้น โดยเฉพาะ ‘ผ้าไม้ไผ่’ สองข้างท่อนล่างนั่นมันดูอบอุ่นและสวยงาม ทั้งยังใช้ง่ายได้

สุดท้ายในวันที่ 8 เมื่อซุนเฟยปรากฏตัวขึ้นบนลานหินกว้าง เขานำชุดแปลกๆนั่นใส่เกวียนมาด้วย บอกว่าเป็นของขวัญให้ฟรีสำหรับเด็กที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่และครอบครัวที่ยากจน  เมื่อยามเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง  อากาศก็เริ่มหนาวขึ้น แต่เสื้อผ้าเหล่านี้กลับช่วยชาวบ้านยากจนป้องกันสภาพอากาศหนาวๆนี้ได้

แน่นอนว่า นั่นเป็นสิ่งสำคัญในแผนการนี้ของซุนเฟย  ด้วยวิธีนี้เครื่องแต่งกายที่ตัวเองออกแบบก็จะได้รับความนิยมในเมืองแซมบอร์ด——อย่างน้อยๆก็ทำให้พวกผู้ชายและพวกผู้หญิงชอบที่จะสวมกางเกง นี่เป็นจุดประสงค์รองของเขา

เรื่องแปลกๆเรื่องที่สามคือ เย็นวันที่ 10 หลังจากที่ซุนเฟยเล่านิทานประจำวันเสร็จ ในนามของราชาได้ประกาศพระราชโองการใหม่ออกมานั่นคือ——เด็กที่อายุระหว่าง 6 ถึง 15 ปี ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงจะต้องเข้าไปเรียนที่‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ ทุกวันเพื่อได้รับการอบรมสั่งสอนทุกอย่าง เงื่อนไขนี้ใช้เป็นข้อกำหนดหน้าที่สำหรับเด็กทุกคนและจำเป็นจะต้องปฏิบัติตาม ผู้ปกครองไม่สามารถฝ่าฝืนได้มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย

และ ‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ ก่อตั้งขึ้นที่คฤหาสน์ของอดีตเลขานุการบาร์เซล หลังจากปรับแต่งคฤหาสน์แบบง่ายๆและสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี และที่ทำให้ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดคลั่งคือ อาจารย์ของโรงเรียนคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ดแฟรงค์ แลมพาร์ดและท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดเกอเธ่ บรู๊ค รวมทั้งคนอื่นๆยิ่งไปกว่านั้นองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ยังรับตำแหน่งเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนอีกด้วย

หลังจากได้ยินครูประจำชั้นเป็นใคร ทุกคนต่างพากันยื้อแย่งส่งลูกของตัวเองเข้า‘โรงเรียนแซมบอร์ด’

บางครอบครัวที่ยากจนก็กังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสูง แต่หลังจากทราบว่าโรงเรียนไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆความกังวลใจทั้งหมดก็สลายไป ในโลกที่โหดร้ายอย่างแผ่นดินอาเซรอทที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่คาดหวังว่าลูก ๆ ของพวกเขาจะกลายเป็นขุนนางชั้นสูงหรือนักรบยิ่งใหญ่ เดิมทีความฝันพวกนี้สำหรับพวกเขามันเป็นสิ่งที่ไกลตัวมาก แต่ตอนนี้ ด้วยคำสั่งขององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ ทำให้ความฝันอันห่างไกลนี้กลายเป็นเข้ามาใกล้ พวกเขาเข้าใจอย่างแน่ชัดว่า คำสั่งนี้ไม่ต่างอะไรกับของขวัญ  เป็นของขวัญที่องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์มอบให้  ทำให้ลูกของพวกเขาได้รับโอกาสที่หาได้ยากที่จะได้รับการสั่งสอนจากแลมพาร์ดและนักรบ 1 ดาวที่แข็งแกร่งอย่างบรู๊ค  ได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและโชคชะตาของตัวเอง

เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์

เมืองแซมบอร์ดไม่เคยมีชีวิตชีวาเหมือนทุกวันนี้และไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน  องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์มักจะนำเรื่องที่น่ายินดีและเหนือความคาดหมายมาให้แก่ชาวบ้านเสมอ ทุกคนเริ่มคุ้นเคยกับการสวมใส่กางเกงสบายๆแล้วพากันนั่งดื่มเหล้าสนทนากัน แน่นอนว่าพวกเขามักจะพูดอย่างภาคภูมิใจเรื่องที่ลูกชายหรือลูกสาวของตัวเองได้รับคำชมเชยจากท่านแลมพาร์ดในโรงเรียน และมักจะอดไม่ได้ที่จะร้องสรรเสริญเสียงดังว่า “องค์ราชาจงเจริญ!”แล้วชนแก้ว ท่ามกลางเสียงพูดคุย พวกเขามักจะอวยพรขอให้พระเจ้าคุ้มครองรักษาองค์ราชา

……

แน่นอนว่าช่วงหลายวันมานี้ซุนเฟยไม่ว่างเลย

นอกจากจัดการเรื่องจุกจิก เวลาส่วนใหญ่ของทุกวันเขาจะต้องเสียเวลาคลุกอยู่ที่หอสมุดหลวงของเมืองแซมบอร์ด ในหอสมุดหลวง ซุนเฟยแทบจะอ่านหนังสือหมดทุกเล่ม ได้เรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของแผ่นดินอาเซรอทอย่างลึกซึ้ง แต่ซุนเฟยก็ไม่ได้ละเลยที่จะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับทักษะทุกอย่างของตัวละครในโลก Diablo ตอนนี้ตัวละครคนเถื่อนเลเวลอัพถึง 20 ตัวละครจอมเวทย์เลเวลอัพถึง 10 ตัวละครพาลาดินเลเวลอัพถึง 12 เนโครแมนเซอร์เลเวลอัพถึง 12…

และเขาก็ได้รวบรวม【น้ำยาฮัลค์】ได้หลายสิบขวด หลังจากผ่านการทดลองและค้นคว้ามาหลายวัน ซุนเฟยแทบจะเข้าใจผลและประโยชน์ของน้ำยาที่มาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างครบถ้วน เขารู้สึกว่าถึงเวลาที่จะใช้ประโยชน์จากน้ำยาเหล่านี้มาเพิ่มพลังให้แก่เหล่าผู้นำของเมืองแซมบอร์ดสักที

—————–

เทถั่วออกจากหลอดไม้ไผ่*  หมายถึง ถูกซักฟอก