0 Views

อันตราย!?  คุ้มครองฝ่าบาทเร็วเข้า!”

ทันใดนั้นหูของเขา ก็ได้ยินเสียงบางคนกรีดร้องเสียงแหลมเหมือนแม่ไก่ที่ทำไข่หาย

ซุนเฟยถูกเสียงเอะอะโวยวายปลุกให้ตื่นขึ้น ทำให้เขาลืมตาอย่างสะลึมสะลือ

ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับลูกธนูดอกหนึ่งที่แหลมคมแวววาวส่องประกายเยียบเย็น  ฝ่าอากาศแผดเสียงแหลมจนแสบหู  พุ่งมาทางด้านหน้า

เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น?  ไอ้บ้าคนไหนมันยิงฉันเนี่ย!?”

เมื่อซุนเฟยตั้งสติได้ ก็ต้องตกใจจนถึงกับขนหัวลุก

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาก็ถูกยิงซะแล้ว

แกร๊ง’ ——

เสียงสะท้อนของลูกธนูแหลมคมปะทะเข้ากับหมวกดังขึ้น

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลันซุนเฟยก็รู้สึกว่าโลกเริ่มหมุนหูสองข้างได้ยินเสียงดังกึกก้อง มีดาวน้อยๆสีทองนับไม่ถ้วนบินไปมาอย่างซุกซนๆ อยู่ตรงหน้า เปรียบดั่งตุ๊กตาของเล่นที่ถูกปืนใหญ่กราดยิงก็มิปานก่อนจะหงายหลังล้มอย่างรวดเร็ว

อ่า…แม่งเอ๊ย!”

เขาร้องอย่างเจ็บปวด เขาเชื่อว่าท่าตกของตัวเองตอนนี้มันต้องน่าเกลียดมากแน่ๆ

โอ้ พระเจ้า!ราชาถูกยิง! ช่วยพระองค์เร็ว!”

ทหาร รีบประคองตัวราชาไว้….”

แอนดี้! แอนดี้!! เจ้ามัวแต่ยืนตะลึงอยู่ทำไม รีบไปเชิญพ่อมดมารักษาเร็ว…”

ระวัง!ไอ้พวกสารเลวชุดดำด้านล่างพวกนั้นจะเริ่มโจมตีแล้ว…”

แย่แล้ว! แย่แล้ววว!!ใครก็ได้บอกข้าที ทำไมไอ้พวกชั่วเหล่านั้นถึงมีบันไดยึดเมือง!”

ระวัง!! พลธนูเตรียม…ยิง!”

เสียงฝีเท้าที่วุ่นวายและเสียงกรีดร้องที่อึกทึกดังขึ้น ซุนเฟยที่ยังลอยกลางอากาศก็ฉุกคิดขึ้นมาด้วยความสับสน:ราชาพ่อมดพลธนู?โจมตีที่นี่คือที่ไหนกันหรืออยู่ในกองถ่ายละครนี่มันเกิดอะไรขึ้น?

หลังจากที่ผ่านไป 0.01วินาที ในที่สุดเขาก็หล่นถึงพื้น———

ก้นเป็นอย่างแรกที่กระแทกลงบนพื้นแข็งๆอย่างจัง แล้วก็โชคร้ายที่หมวกบนศีรษะกระแทกเข้ากับวัตถุที่ยื่นออกมาอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น ตรงหน้าก็มีดาวน้อยๆสีทองบินรอบๆเป็นวงกลมอย่างซุกซนมากขึันเรื่อยๆ ตามด้วยเสียงความวุ่นวายบริเวณรอบๆที่ยิ่งดังขึ้น สติของซุนเฟยเริ่มจะพร่ามัว

ราชาทำไม….ดูเหมือนกำลังพูดถึงฉันนะ?”

แต่ช่างแม่ง! ใครเกี่ยวข้องอะไรกับราชาตูดหมึกกัน! อย่าให้รู้นะว่าเป็นไอ้ชั่วที่ไหนมันยิงใส่ ฉันจะฆ่ามันแน่ คอยดู!”

เขาคิดอย่างมึนงง

เพิ่งจะลืมตาขึ้นก็ถูกคนยิงธนูใส่หัว ซุนเฟยทั้งตกใจทั้งโมโห อดไม่ได้ที่จะด่ากราดในใจ

ทันใดนั้น ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามายังทั่วร่างเขา เขานอนหงายหลังอยู่บนพื้นดูเหมือนหนูแฮมเตอร์ที่กินยา ‘วาร์ฟาริน’ เกินขนาด ข้อเท้าเกร็งและชักอยู่สักพักก่อนจะหมดสติไป

……

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

ซุนเฟยก็ตื่นขึ้นมา

จะพูดให้ถูกคือ สติค่อยๆฟื้นฟูขึ้นเล็กน้อย

ซุนเฟยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนอนอยู่ในเมฆที่อ่อนนุ่ม แต่ร่างกายกลับรู้สึกเจ็บปวดมึนชาไปทั้งร่าง จนไม่สามารถที่จะขยับได้ บริเวณหน้าผากและหลังศีรษะยังคงวิงเวียน เหมือนถูกคนตีนับสิบๆทีอย่างรุนแรง ดวงตาของเขายังลืมไม่ขึ้น แต่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบกระซาบอยู่ข้างๆ

ฟังดูแล้วเป็นเสียงผู้หญิงสองคน

พี่แองเจล่า พี่นี่โง่จริงๆ….ถ้าให้ฉันพูดนะ ทำไมพี่ต้องห่วงชีวิตเขาด้วย ถ้าเขาตาย พี่ก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองแซมบอร์ดอย่างง่ายดาย…หึๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องแต่งงานกับเจ้าโง่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอย่างเจ้าหมอนี่แล้ว…หึๆ”

เสียงที่ได้ยินนั้น ไพเราะน่าฟังเหมือนสาวน้อยที่อายุ14-15 ปี

หุบปาก!”

เสียงผู้หญิงที่นุ่มนวลอีกคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เงียบไป ดูเหมือนว่าจะปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้วจึงพูดเสียงแผ่วเบาว่า “เจมม่า น้องสาวผู้โง่เขลาของพี่ น้องรู้ไหมว่าตัวเองพูดจาไร้สาระอะไรลงไปหลังจากนี้อย่าให้พี่ได้ยินคำพูดไร้สาระแบบนี้อีก….ไม่ว่าอย่างไร อเล็กซานเดอร์ก็เป็นคู่หมั้นของพี่!”

อเล็กซานเดอร์เจ้าคนโชคร้ายที่ถูกสาปแช่งคนนี้เป็นใคร?”

ฟังถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็เกิดเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวและยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์

ทันใดนั้นก็มีกลิ่นหอมจางๆ ลอยแตะข้ามาในจมูก เหมือนกล้วยไม้ยูเรเชียนที่สวยงาม ยอดเยี่ยมเกินที่จะพรรณนาออกมา

กลิ่นของหญิงสาว ซุนเฟยรู้สึกหวั่นไหว

ในฐานะที่เป็น ‘ผู้ชำนาญสาวงามทั้งสี่ประการระดับผู้อาวุโส’ ซึ่งมีหลักการ มีอุดมการณ์ มีคุณภาพ มีวัฒนธรรม ซุนเฟยแทบจะไม่ต้องคิด  เพียงพริบตาเดียวก็ตัดสินออกมาได้เลย เขามั่นใจมากในความสามารถด้านนี้ของตัวเอง

ซุนเฟยพยายามอย่างหนักที่จะลืมตาขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าทำให้ซุนเฟยต้องประหลาดใจ

เพราะเขาแปลกใจที่ได้พบว่า ตัวเองอยู่ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบยุคกลางของยุโรป กลิ่นไม้จันทร์อันหอมสดชื่นที่หอมอบอวลไปทั่วอากาศและเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามพร้อมกับการตกแต่งที่งดงามมันทำให้ห้องโถงนี้เต็มไปด้วยสีสันที่เหมือนกับความฝัน

เขาตกใจ เงยหน้าขึ้นมาสังเกตรอบๆอย่างเงียบๆ

มีผู้หญิงท่าทางสง่างามอยู่สองคน คนหนึ่งอยู่ใกล้คนหนึ่งอยู่ไกล ปรากฏในสายตาของซุนเฟย

คนที่ยืนอยู่ไกลเล็กน้อยเป็นสาวน้อยผู้ที่สวมชุดเมด เธอมีผมสีทองอ่อนๆหวีเป็นหางม้าแล้วมัดรวบไว้ด้านหลัง ริมฝีปากน้อยๆเบะออก สีหน้าดูไม่มีความสุข

สาวน้อยคนนี้น่าจะเป็นคนที่พูดคาดหวังให้ผู้เคราะห์ร้ายที่ชื่ออเล็กซานเดอร์คนนั้นตายไวๆ เมื่อกี้ ซุนเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมอง เด็กอายุน้อยแต่ปากร้าย อย่างที่เขาว่ากันว่าพิษร้ายที่สุดคือจิตใจของผู้หญิง

เขาเหลือบสายตาไปมองบริเวณใกล้ๆ

ซุนเฟยพบว่าตัวเองเหมือนหมูตายที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซส์สีแดงขอบทองหลังหนึ่ง พนักพิงศีรษะเป็นเบาะกำมะหยี่อ่อนนุ่มและมีสาวงามสวมชุดกระโปรงเอวสูงสีม่วงนั่งอย่างกระวนกระวายอยู่ข้างเตียง

หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

ผมยาวสลวยคล้ายหมึก ใช้ผ้าไหมสีม่วงมัดรวบผมไว้ด้านหลัง ท่าทางเคร่งขรึมและจิตใจขาวสะอาดเหมือนหงส์ภายใต้เส้นผมสีดำที่ปรากฏออกมาได้ขับให้ชุดกระโปรงเอวสูงสีม่วงให้เด่นขึ้น เส้นเว้าเส้นโค้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะมีถูกขับให้โดดเด่นมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่งจนน่าตกตะลึง

หญิงงามคนนี้โน้มตัวลงมาเล็กน้อย

ซุนเฟยกระพริบตา สายตาของเขา ปรับให้คุ้นชินลูกไม้สีม่วงที่ทำอย่างละเอียดและเสื้อคอวงกลมคว้านเข้าไป หลังจากเหลือบมองอย่างง่ายๆรัศมีวงกลมที่ทำให้คนไม่อยากเคลื่อนสายตาไปไหนและความขาวที่น่าตกตะลึงทั้งสองนั่น

มองถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็ไม่กล้ามองต่ำลงไปอีก

เขาสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเงียบๆแล้วค่อยถอนหายใจออกมา

รู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผาในโพรงจมูก หากก้มมองลงไปอีกครั้งคาดว่าคงกำเดาไหลออกจมูกแน่ๆ

อมิตตาพุทธ ผิดไปแล้ว…ผิดไปแล้ว!”

ซุนเฟยต้องบังคับตัวเองให้สนใจอย่างอื่นบ้าง อย่างเช่น “ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?” “ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่?” “ที่นี่คือที่ไหน?” และคำถามอื่นๆอีกมากมาย

แค่กๆ!” ซุนเฟยแสร้งไอสองสามที

พระองค์ฟื้นแล้ว?”

แองเจล่าสาวน้อยผมสีดำผู้งดงามทันทีที่ได้ยินเสียงก็โน้มตัวลงมา ทันใดนั้นใบหน้าที่ขาวละเอียดก็เต็มไปด้วยแปลกใจ “อเล็กซานเดอร์ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างยังเจ็บแผลอยู่ไหมหมอหลวงอัลวินแนะนำว่าพระองค์ต้องพักผ่อนให้มากๆ….”

ข้า…อึก….เกิดอะไรขึ้น?” ซุนเฟยพูดกับสาวน้อยอย่างกำกวม

แต่ประโยคที่พูดออกไปเมื่อกี้ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ

เพราะซุนเฟยพบเรื่องที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ——

ภาษาสำเนียงแปลกๆและโบราณที่หญิงงามตรงหน้าใช้ แม้แต่ซุนเฟยที่เรียนมหาวิทยาลัยในคณะภาษาศาสตร์ก็ยังไม่เคยได้ยินและที่แปลกไปยิ่งกว่านั้นคือ ภาษาแปลกๆแบบนี้ไม่เพียงเขาสามารถฟังรู้เรื่องแต่ยังสามารถใช้มันได้ด้วย

อเล็กซ์ซานเดอร์ หรือว่าพระองค์ทรงลืมไปแล้ว ตอนที่พระองค์นำกองกำลังทหารไปปกป้องเมืองก็ถูกศัตรูที่น่ารังเกียจใช้ธนูยิงโจมตี….ใส่ โอ้พระเจ้า โชคดีที่ตอนนั้นพระองค์สวมหมวก ดังนั้นจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย… ”

ขณะที่แองเจล่าพูด มือเล็กๆที่อ่อนโยนนุ่มนิ่มแตะเบาๆที่หน้าผากของซุนเฟย มือเธอเย็นเล็กน้อย ในดวงตาของเธอปรากฏร่องรอยความดีใจ “ดีแล้ว อุณหภูมิร่างกายปกติ….หมอหลวงอัลวินเคยพูดว่า ขอเพียงแค่ไม่เป็นไข้ก็ไม่มีปัญหาอะไร พระองค์จะดีขึ้นในเร็วๆนี้…อเล็กซานเดอร์ พระองค์เป็นราชาที่กล้าหาญจริงๆ!”

ข้าอเล็กซานเดอร์ราชา” ซุนเฟยตกตะลึง

ใช่แล้วล่ะ ฮิๆ ราชาของพวกเราชาวแซมบอร์ดอายุน้อยแต่กล้าหาญ เป็นเพราะพระองค์ปรากฏตัวบนกำแพงทันเวลา เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจที่ตกต่ำในตอนนั้น…ด้วยกำลังใจของพระองค์ทหารที่กล้าหาญของพวกเราจึงสามารถโจมตีให้พวกศัตรูถอยร่นไปได้ครั้งหนึ่ง!” สาวงามแองเจล่าพูดพลางยิ้มน้อยๆ

ซุนเฟยรู้สึกแปลกๆ

ไม่รู้ทำไม ถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงที่สาวงามตรงหน้าพูดเหมือนเป็นครูอนุบาลกำลังหลอกล่อเด็กที่งอแงไม่ยอมนอน

เขาไม่ใช่ราชาที่กล้าหาญอะไรหรอก…”

สาวน้อยผมทองชื่อเจ็มม่าที่อยู่อีกด้านกรอกตา สุดท้ายก็หาโอกาสเบะปาก ใบหน้าน่ารักปรากฏความเยาะเย้ยและดูถูกพลางพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะท่านบาเซิลช่วยไว้อีกครั้ง อเล็กซานเดอร์เป็นฝ่ายสมัครใจขึ้นกำแพงงั้นเหรอข้าจำได้ว่าตอนให้เขาสวมหมวก ก็กลัวจะฉี่แตกใส่กางเกงเสียด้วยซ้ำ…แม้กระทั่งตอนที่เพิ่มขวัญกำลังใจ  ถ้าหากเหล่าทหารที่อิดโรยได้เห็นราชาของตัวเองที่เหมือนไอ้โง่  ที่วินาทีแรกที่ขึ้นไปอยู่บนกำแพง  ก็ถูกศัตรูยิงธนูดอกหนึ่งจนร่วงตกลงมาอย่างง่ายดาย  เขานั้นไปสร้างขวัญกำลังใจกับพวกทหารจริงๆ”

น้ำเสียงของสาวน้อยดูไม่พอใจมาก

ซุนเฟยสังเกตว่าในสายตาของสาวน้อยผู้นี้มีร่องรอยความเกลียดชังรางๆ

แต่ตอนนี้ซุนเฟยไม่มีเวลาว่างที่จะมาโต้เถียงอะไรกับเด็กน้อยคนนี้

สมองของเขาคิดอย่างสับสน

นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว ฉันไม่ได้ถูกอะไรบางอย่างตีจนสลบอยู่หน้าหอพักงั้นเหรอทำไมพอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินชื่อเมืองแซมบอร์ดอะไรนั้นทั้งๆที่ไม่เคยได้ยินมิหนำซ้ำยังกลายเป็นราชาที่ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์ดูเหมือนว่าสาวงามตรงหน้าที่สวยกว่านางฟ้าคนนี้จะเป็นคู่หมั้นฉันอีก

ซุนเฟยยกมือตบหน้าผากตัวเองอย่างตระหนก

นี่เป็นการกลั่นแกล้งหรือ….ฉันทะลุมิติมา?

เมื่อคิดอย่างละเอียดรอบคอบ มันก็เกือบจะไม่เหมือนการกลั่นแกล้ง สาวงามสไตล์ตะวันตกของผู้หญิงที่ชื่อแองเจล่าคนนี้ ความงามของเธอทำให้ผู้คนตกตะลึง  เป็นความงดงามที่หาจับตัวได้ยากจริงๆ คำกล่าวที่ว่ามัจฉาจมวารี ปักษาตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนางเมื่อเทียบกับเธอตรงหน้าก็ดูอ่อนไปเลย ใครจะสนับสนุนยอมเสียเงินหาสาวงามต่างชาติที่สวยขนาดนี้มาแกล้งตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นสาวน้อยผมทองที่แยกเขี้ยวอยู่ไกลๆก็หน้าตาน่ารักกว่าปกติ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ภาษาลึกลับที่ทั้งโบราณทั้งแปลกๆนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่นึกไม่ถึงว่าจะฟังเข้าใจ….