0 Views

        ที่แท้เป็นธนูเวทย์มนต์ระดับ 4 ดาว?

        ในที่สุดนักรบผมบรอน์ทองแยกแยะบางอย่างออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

        แม้ว่าจะยืนอยู่ห่างออกไปไกลมาก แต่เขาก็สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงคลื่นเวทย์มนต์ที่พวยพุ่งออกมาจากตัวธนูสีทองนั่น ความเย็นยะเยือกไอความเย็นที่หนาวเข้ากระดูกที่พลุ่งพล่านนี้ดูราวกับมีนักเวทย์ระดับ 4 ดาวอยู่อยู่ตรงนั้น บรรยากาศแบบนี้มีเพียงแค่อาวุธเวทย์มนต์ระดับ 4 ดาวเท่านั้นถึงจะมีได้

        และอาวุธเวทย์มนต์ระดับ 4 ดาว สำหรับเหล่านักรบระดับดาวแล้วถือว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า

        แผ่นดินอาเซรอท ระดับสูงต่ำของอุปกรณ์เวทย์มนต์และอาวุธสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 ดาว

        อาวุธเวทย์มนต์ระดับ 1 ถึง 3 ดาว ถือว่าอยู่ในระดับล่าง พบเห็นได้ทั่วไป ธรรมดามาก  แต่ทว่า ระดับ 4- 6 ดาวที่เป็นระดับ กลาง และ 7 – 9 ที่เป็นระดับสูง ถือว่าเป็นอาวุธเวทย์มนต์ประเภทหาได้ยาก โดยปกติแล้วมีเพียงปรมาจารย์การหลอมระดับสูงและนักเวทย์ระดับสูงที่สามารถสร้างอาวุธเวทย์มนต์ในระดับกลางและสูงเท่านั้น  และสำหรับเหล่านักรบระดับดาว  อาวุธเวทย์มนต์ระดับกลางแลสูงสำคัญกว่าชีวิต เพราะอาวุธเวทย์มนต์จะช่วยสนับสนุนพลังของนักรบแต่ละบุคคลได้

        หากนักรบคนหนึ่งหลังจากที่ทะลวงจากระดับดาวไปสู่ระดับพระจันทร์ได้  หากต้องการก้าวไปข้างหน้าก็มีแค่สามทางเลือก——คือ ฝึกด้วยอาวุธ  ฝึกด้วยสัตว์อสูร และฝึกด้วยพละกำลัง

        ในบรรดาการฝึกฝนทั้ง 3 ประเภทของระดับพระจันทร์ การฝึกด้วยอาวุธเป็นสิ่งที่นิยมกันอย่างแพร่หลายนอกจากนี้ยังเป็นอะไรที่ง่ายและเห็นผลเร็วที่สุดอีกด้วย

        และถ้าหากอยากเลือกเส้นทางฝึกด้วยอาวุธก็จำเป็นต้องเลือกอาวุธระดับสูงที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองมาฝึกฝนควบคู่พัฒนาไปพร้อมๆกับตัวเอง สำหรับนักรบระดับพระจันทร์แล้ว เส้นทางการฝึกฝนระดับพระจันท์ของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณของอาวุธที่ตัวเองเลือก ความสัมพันธ์ระหว่างคนและอาวุธจะคอยส่งเสริมซึ่งกันและกัน นี้แสดงให้เห็นว่าอาวุธระดับดาวมันสำคัญมากขนาดไหน แม้แต่โอบินนาที่เป็นองค์ชายแห่งอาณาจักรเธรซ อาณาจักรบริวารระดับ 3 ที่สูงส่งก็ยังไม่มีอาวุธระดับ 4 ดาวเลยสักชิ้น ดังนั้นเมื่อเขามองไปที่ด้านหลังของเอเลน่า สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป

        “หากได้ธนูระดับ 4 ดาวนี้มาไว้ในมือ….”

        ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจของโอบินนานักรบผมบรอน์ทอง หัวใจของเขาก็พลันเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง ความคิดของเขาก็พลันเปลี่ยนไปจากความคิดที่จะสร้างภาพลักษณ์อบอุ่นและเป็นกันเองก่อนหน้านั้นก็สลายหายไป กลิ่นอายดุร้ายก็กระจายออกมาจากตัวโดยที่ไม่มีใครรู้

        แต่โอบินนาก็เป็นคนที่รอบคอบ

        และนั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมในการประชุมของอาณาจักรเธรซครั้งนี้ถึงได้ตัดสินใจส่งเขามาที่เมืองแซมบอร์ด

        เมื่อเฝ้าจับตามองเหล่าโร้กสาวเป็นเวลานาน  ในใจของโอบินนาก็พอจะคาดเดาภูมิหลังของผู้หญิงกลุ่มนี้ได้อย่างรวดเร็ว เขาลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายเหตุผลก็เอาชนะความโลภ การที่นักธนูพลังระดับ 3 ดาวจะมีธนูคุณภาพยอดเยี่ยมในระดับ 4 ดาวจะต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ  ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากสาวงามผมสีแดงเพลิงที่มีพลังระดับ 3 ดาวแล้ว สาวๆคนอื่นๆอีกสิบคนก็ยังเผยกลิ่นอายนักรบระดับ 1 ดาว พลังดังกล่าวไม่สามารถมองข้ามได้ บางทีพวกเธออาจจะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่…

        สุดท้ายโอบินนาก็ก็เห็นแก่ความปลอดภัย เขาเลือกที่จะตรวจสอบภูมิหลังก่อน

        เขาหันไปกระซิบสั่งการกับผู้คุ้มกันวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆเขาสองสามประโยคก่อนที่ผู้คุ้มคนนั้นก็จะหันหลังเดินกลืนหายไปกับฝูงชน หลังจากนั้นโอบินนาจึงเดินออกไป  โดยที่ทิ้งผู้คุ้มกันที่มีไหวพริบอยู่ที่นี่อีกสองคนไว้เพื่อคอยแอบตามเอเลน่าและสาวๆคนอื่นๆ….

 

 

            ……

 

 

        สามชั่วโมงต่อมา

        “เจ้าตัวเล็กพวกนี้เป็นของที่พวกเธอจะทิ้งไว้ที่นี่เหรอ?”

        เขาวงกตใต้ดินในภูเขาด้านหลังเมืองแซมบอร์ด  ซุนเฟยมองพวกลูกสัตว์อสูรตัวเล็กที่อ๊าวอ๊าวด้วยความหิวทุกตัวบนห้องโถงตาค้าง….ผู้หญิงนะผู้หญิง ช่างเป็นสัตว์ประหลาดที่มีความรักของมารดาจริงๆ

        “พะยะค่ะ ฝ่าบาท ก่อนที่พวกนางจะจากไป ก็ทิ้งเจ้าพวกตัวเล็กนี้ให้อยู่ที่นี่….”

        โอเลกเผยสีหน้าอึดอัดใจ เขาต้องสวมบทเป็นแม่นมวิ่งวุ่นกับเจ้าพวกนี้ ทั้งยังหานมแพะมาให้เจ้าโห่วขนทองที่แสนพยศนี้อีก

        โห่วขนทองมีลักษณะภายนอกเหมือนกับลูกเสือ เพียงแต่ว่ามีปีกเล็กๆสองปีกงอกมาจากด้านหลัง ลักษณะปีกดูปุกปุ๋ยน่ารัก ดวงตากลมโตที่เหมือนอัญมณีสีนิลแสดงท่าทีหวาดระแวง ไม่ว่าโอเลกจะปลอบโยนยังไงมันก็ไม่ยอมเลียนมแพะในถ้วย

        เจ้าอ้วนที่น่าสงสารเคยพบสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน จะตำหนิมันก็ไม่ได้ ทำได้แค่เหงื่อตกท่วมหน้า

        ซุนเฟยมองอย่างสนใจและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

        เอเลน่าและพวกสาวๆสามารถอยู่ที่โลกแห่งความจริงได้แค่ 4 ชั่วโมง เมื่อถึงเวลา ก็ต้องกลับไปที่โลก Diablo และพวกเธอก็ไม่มีวิธีที่จะนำของจากโลกแห่งความจริงกลับไปที่โลก Diablo ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงต้องทิ้งเจ้าตัวเล็กพวกนี้ไว้ที่นี่ให้โอเลกเลี้ยง เจ้าอ้วนโอเลกมีทักษะฝีมือในการประจบสอพลอ แต่ทักษะการเลี้ยงสัตว์อสูรน่ารักพวกนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก  เจ้าพวกนี้ยังเลี้ยงยากกว่าพวกเด็กๆที่วิ่งเล่นในเมืองแซมบอร์ดเสียอีก   ลูกสัตว์อสูรพวกนี้ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเขามิหนำซ้ำยังกางเล็บข่วนหัวเขาอีก

        “มาให้ข้าลองหน่อย”

        ซุนเฟยคิดว่ามันน่าสนใจจึงรับจานในมือโอเลกมา เขาหัวเราะหึๆพลางเดินไปให้อาหารตรงหน้าเจ้าโห่วขนทอง ใครจะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กนี้จะไม่ไว้หน้าองค์ราชาสักนิด ดวงตากลมโตเบิกตากว้างแยกเขี้ยวเล็กๆของมัน ร่างกายอวบอ้วนสั่นเล็กน้อย จากนั้นหันหลังให้อย่างดูถูก  การกระทำแบบนี้ของมันช่างเหมือนกับการกระทำของมนุษย์มาก มันกระดกตูดขึ้นยกขาหลังขึ้นมาเตะจานสีเงินจนกระเด็น นมแพะสีขาวก็กระเซ็นเปื้อนร่างของซุนเฟย

        แม้แต่ช่างตีเหล็กและพวกทหารที่กำลังยุ่งอยู่ เมื่อเห็นฉากนี้ก็พากันหัวเราะออกมา

        ซุนเฟยทั้งโกรธทั้งอาย เขายกมือขึ้นคิดจะตีเจ้าตัวเล็กแสนพยศนี้….

        แต่หลังจากที่เห็นเจ้าตัวเล็กหมอบกับพื้นใบหน้าก้มหูลูบลงแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสารก็ตีไม่ลง เขาถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูกได้เก็บจานเหล็กบนพื้น มองไปยังเจ้าตัวเล็กตัวอื่นๆที่อยู่รอบๆ

        ต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ภายนอกของลูกสัตว์อสูรมันน่ารักจริงๆ ช่างเป็น ‘พลังทำลายล้าง’ที่น่ากลัวจริงๆ

        แล้วยังมีเจ้าเสือปลาตัวอ้วนกลมเหมือนลูกชิ้นที่หรี่ตากลมโตใสแป๋วๆนั่นอีก คาดว่าเมื่อสัตว์อสูรตัวนี้โตเต็มวัยคงมีรูปร่างเหมือนแมว ขนาดตัวก็น่าจะสูงประมาณครึ่งเมตร สามารถดำน้ำลึกได้หลายร้อยเมตรเพื่อจับปลายักษ์ เรียกได้ว่าเป็นราชาสัตว์อสูรประเภทใต้น้ำ ส่วนอีกตัวดูเหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากนกแก้วธรรมดา แต่มันกลับมี 4 ขา  ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนที่มีสีสันสดใส จะงอยปากยาวเป็นตะขอดูแหลมคมคาดว่าน่าจะเป็นสัตว์อสูรที่มีความฉลาดมาก หลังจากโตเต็มที่เพียงแค่ฝึกอบรมมันอย่างถูกวิธี มันก็อาจจะเข้าใจภาษาทุกเชื้อชาติบนโลกก็ได้….

        เจ้าตัวน้อยพวกนี้ต่างมีสีสันสดใสแต่ละตัวก็มีขนปุกปุ๋ย และท่าทางของมันยังคงแสดงอาการหิวกระหายอยู่แต่ด้วยความขลาดกลัวมันจึงหดตัวเป็นก้อนกลมๆ เฝ้าดูทุกคนด้วยความระมัดระวังและสงสัย  ไม่ว่าจะทำยังไงพวกมันก็ไม่ยอมเลียนมตรงหน้านี้เด็ดขาด

        ซุนเฟยคิดจะง้างปากพวกมันออกแล้วกรอกนมลงไปทีละตัวๆ

        ตอนนี้เองก็มีความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัว เขารีบเปลี่ยนเป็น【โหมดดรูอิด】ในตำนานเคยเล่าขานกันว่าดรูอิดมีพลังแห่งธรรมชาติและเข้าใจธรรมชาติ ทั้งสามารถสนิทสนมใกล้ชิดกับพวกสัตว์ต่างๆได้ง่ายดาย ไม่แน่ว่าอาจจะปลอบโยนเจ้าตัวน้อยพวกนี้ได้

        หลังจากที่ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น【โหมดดรูอิด】ทันใดนั้นก็เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้น

        ซุนเฟยรู้สึกราวกับว่าตัวเองหลอมรวมในอากาศ สามารถรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของเจ้าพวกตัวน้อยได้ชัดเจน  เจ้าโห่วน้อยขนสีทองเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นศัตรูทั้งยังมีร่องรอยความกลัวเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังมองหาแม่ เสือปลาเต็มไปด้วยอารมณ์หวาดระแวงตื่นตัว  ส่วนสัตว์อสูรนกแก้วกำลังคิดจะประท้วงอดอาหารตาย ส่วนนกฮูกที่แม่ชีอคาร่าชอบดูเหมือนนักปราชญ์ มันใช้สายตาเย็นชาสำรวจทุกสิ่งทุกอย่าง…

        นี่เป็นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน

        ลูกสัตว์อสูรเหล่านี้พูดไม่ได้ แต่ซุนเฟยก็สามารถจำแนกความรู้สึกของพวกมันออกได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับว่าจิตสำนึกของเขาได้เปิดกว้าง ซุนเฟยเหมือนได้กลายเป็นพวกเดียวกับพวกมันหลวมรวมเข้ากับพวกมัน

        ซุนเฟยลองใช้ความรู้สึกจริงใจของตัวเองสื่อสารกับเจ้าตัวน้อยเหล่านี้

        วินาทีต่อมาก็ทำให้พัศดีโอเลกและทหารคนอื่นๆต่างพากันตาค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น——

        เจ้าตัวน้อยที่ขลาดกลัวก่อนหน้านั้นจู่ๆก็ทำเหมือนกับว่าได้พบบิดามารดาของตัวเอง พวกมันต่างร้องออกมาแล้วพุ่งเข้าไปหาซุนเฟยด้วยท่าทีสนิทสนม สัตว์อสูรนกฮูกสีขาวและนกแก้วต่างพากันบินไปเกาะไหล่ซ้ายขวาของซุนเฟย ส่วนเจ้าเสือปลากางกรงเล็บแหลมคมออกพยายามตะกายขากางเกงปีนขึ้นไปบนหัวของซุนเฟย แล้วนั่งบนหัวซุนเฟย แม้แต่โห่วขนทองที่แสนพยศตัวนั้นที่แทบจะเป็นลมเพราะหิวก็ยังเดินโซซัดโซเซมางับกางเกงซุนเฟย ประมาณว่าถึงตายก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด

        ไม่ถึง 2 นาที อาหารที่ส่งมาให้เจ้าตัวน้อยกินอีกครั้งก็เกลี้ยง ดูเหมือนว่าพวกมันจะเข้าใจในสิ่งที่ซุนเฟยพูด ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูผิดปรกติ แม้แต่ทะเลาะกันเพื่อที่จะแย่งขึ้นมานอนบนตัวซุนเฟยในจุดที่สบาย  เรียกได้ว่าสัตว์อสูรน้อยทั้งสี่ตัว‘ตีกันอย่างนัวเนีย’…..

        นี่คือความสามารถพิเศษของดรูอิด

        พัศดีโอเลกและคนอื่นๆต่างมองอย่างเหม่อลอย

        การค้นพบที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ซุนเฟยดีใจมาก

        การฝึกสัตว์อสูรมันมีประโยชน์ต่อซุนเฟยมาก หากใช้อย่างถูกต้องและมีโอกาสเหมาะสม เขาก็สามารถที่จะลองสร้างกองทัพสัตว์อสูร  หรืแจะสร้างกองทัพอัศวินอสูร หากเป็นแบบนั้น ความแข็งแกร่งขอเมืองแซมบอร์ดคงก้าวกระโดด และอาจจะได้ปกครองใต้หล้าก็ได้

        ซุนเฟยจึงหยอกล้อเจ้าตัวเล็กอย่างสนุกสนาน ตอนนี้เอง ดร็อกบากับคนอื่นๆและองค์รักษ์ข้างกายอย่างเฟร์นันโด ตอร์เรสที่ช่วงนี้กำลังฝึกอบรมแบบปีศาจเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง ก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนพลางตะโกนเสียงดังปนหอบมาแต่ไกลๆ “ฝ่าบาท รีบเสด็จ….ในราชวังเกิดเรื่องขึ้น ท่านเบสต์ได้รับบาดเจ็บส่วน ท่านแองเจลาเธอ….”

        ใบหน้าเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ท่าทางตื่นตระหนก

            ……

 

 

        เสียงสายลมที่พัดอยู่ท่ามกลางอากาศส่งเสียงหวีดวิวแหลมหูประหนึ่งเหมือนท้องฟ้าจะฉีก มีอะไรบางอย่างพุ่งออกมาจากภูเขาด้านหลังเมืองแซมบอร์ดมุ่งไปทางราชวัง ซึ่งมันดึงดูดความสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี

        ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้น

        เห็นเพียงเงาร่างคนเลือนรางในลมหมุนเหมือนมีแสงกระพริบอยู่ท่ามกลางอากาศเพียงชั่วพริบตาก็เข้าสู่ราชวัง ร่างเงาที่เห็นเพียงแวบเดียวก็หายไป คนๆนั้นได้ทิ้งกลิ่งอายที่น่าเกรงขามไว้ทุกๆที่ที่เขาผ่าน  แรงกดดันนั้นกว่าจะจางหายไปก็ใช้เวลานานและมันทำให้ทุกคนในเมืองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นกลัว

        ในมุมที่มืดของเมืองแซมบอร์ด มีร่างเงาคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำทั่วทั้งร่างที่ซ่อนตัวอยู่ที่นั้น เขามองขึ้นไปที่บรรยากาศอันทรงพลังในท้องฟ้าก่อนตะก้มหน้าลงแล้วจมลงสู่ห้วงความคิด “เป็นเขา เป็นเขาแน่ๆ สมควรตาย เด็กปัญญาอ่อนคนนี้มันมีพลังแข็งแกร่งจริงๆ ดูเหมือนว่าแผนการของข้าจะต้องเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย….”

            ……

        ในขณะเดียวกัน คฤหาสน์ของตุลาการคอนก้า

        ใต้ต้นไม้หอม สายลมพัดเส้นผมยาวสลวยอ่อนนุ่มของสตรีที่สง่างามนางหนึ่งพลิ้วไหวตามแรงลม เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หินเหม่อมองบนท้องฟ้า ดวงตาก็พลันมีประกายชื่นชอบจางๆผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะกระซิบพูดเสียงเบาว่า “โรมัน กลิ่นนี้มัน….”

        “เป็นผู้ชายคนนั้น พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ความเร็วดังกล่าวเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ”ด้านล่างของไม้มีเถาวัลย์กระจายตัวอยู่มากมายที่ด้านหลังของสตรีคนนั้น ใบหน้าที่หล่อเหลาที่มีรอยยิ้มชวนหลงใหลแม้ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นเต้นมากนัก แต่ก็ยังมีร่องรอยตื่นตกใจ

        เวลานี้เองนักรบสาวก็เดินเข้ามาลานกว้างเอนตัวกระซิบข้างหูของสตรีคนนั้นสองสามประโยค

        “โอ้ ปีศาจพวกนั้นก็มาด้วย?ดีมาก พวกเราไปเตรียมตัวกันเถอะ”เมื่อสตรีคนนั้นได้ฟังจนจบก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดด้วยท่าทางมีแผนการในใจว่า “คราวนี้ให้หักแขนของเขาซะ”

        “รับคำสั่ง ฝ่าบาท”

        ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะออกไปทำตามคำสั่ง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของสตรีคนนั้นพูดขึ้นว่า “จริงสิ อย่าลืมบอกองค์ชายน้อย ไม่ให้เขาออกไปไหนในช่วงสองสามวันนี้จะดีกว่า ให้อยู่ในคฤหาสน์เงียบๆ…ยังมีอีก ถ่ายทอดคำสั่งข้าลงไป ให้ชายคนนั้นมาหาข้า นานขนาดนี้แล้ว ในฐานะที่เป็นขุนนางเขาก็ควรที่จะมาทำความเคารพนายของตัวเอง”

        “รับคำสั่ง ฝ่าบาท”

        นักรบสาวและอัศวินผมทองก็พากันออกจากลานไป

        สตรีคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่าเงียบๆ รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่คลุมเครือในอากาศ เวลาผ่านไปนาน ไม่มีใครรู้ว่าในหัวของเธอเต็มไปด้วยแผนการที่น่ากลัวถึงขนาดที่ทำให้เหล่าขุนนางในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กจะต้องตกใจกลัว พายุอะไรที่จะก่อตัวขึ้นอีก

        ใบไม้สีเหลืองสองสามใบต่างถูกแรงลมพัดตกจากต้นไม้ ลอยไหวๆอยู่ตรงหน้า

        “เวลาข้ามีไม่มาก พี่ใหญ่ ให้ข้าช่วยท่านอีกสักครั้งแล้วกัน”

            ……

 

 

        ขณะเดียวกัน

        ที่สถานที่รับรองแขกของเมืองแซมบอร์ด

        ในลานอันเงียบสงบ องค์ชายโอบินนาแห่งเธรซ มองขึ้นไปบนฟ้าอย่างน่าตกใจที่ลมหายใจอันทรงพลังอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ในใจก็พลันตื่นตระหนก “มันเป็นใคร? ช่างทรงพลังยิ่ง อย่างน้อยๆพลังก็ใกล้จะ 4 ดาว….เขามุ่งไปทางราชวัง หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือของราชวงศ์เมืองแซมบอร์ด?”

        “โอโคชา เจ้ารีบไปตรวจสองประวัติของคนๆนี้”โอบินนาหันไปสั่งผู้คุ้มกันข้างกาย

        ผู้คุมกันที่ชื่อโอโคชาก็รีบรับคำสั่งแล้วเดินออกจากลานกว้าง

        “ท่านอาจารย์ ท่านว่ายอดฝีมือลึกลับคนนี้จะส่งผลกระทบกับแผนการของพวกเราหรือไม่?”โบกมือให้พวกผู้คุ้มกันทั้งหมดถอยออกจากลาน โอบินนาก็นึกอะไรบ้างอย่างแล้วก็หันไปถามอย่างสงสัยกับอากาศเบื้องหน้า

        วินาทีต่อมา ก็มีการกระเพื่อมในอากาศอย่างเห็นได้ชัด ร่างผอมบางจนเหมือนจะปลิวไปตามลมก็ค่อยๆปรากฏตัวออกมาเบื้องหน้าของโอบินนา

        ทั่วทั้งร่างของชายคนนี้สวมด้วยชุดสีขาว ชายลึกลับคลุมผ้าสีขาวบนใบหน้า พลางตอบเสียงแหบแห้งว่า “ยอดฝีมือลึกลับระดับ 4 ดาวคนนั้นแน่นอนมันอาจจะเป็นตัวแปร ตรวจสอบความเป็นมาของเขาให้ชัดเจน หากจำเป็น ก่อนที่เรื่องนั้นจะมาถึงให้สังหารเขาก่อนซะ”

        “ยอดฝีมือลึกลับที่เผยพลังแข็งแกร่งออกมาคนนี้นั้น ข้าเองก็ไม่แน่ใจเต็มร้อยนักว่าหลังจากตรวจสอบความเป็นมาแล้วข้าจะสังหารมันได้ หวังว่าท่านอาจารย์จะสามารถลงมือจัดการมันด้วยตัวเอง”โอบินนาแสดงความระมัดระวังตลอดเวลา

        “ได้”

        คำพูดที่มีค่าดั่งทองคำ หลังจากพูดประโยคสั้นๆจบ ก็เกิดระลอกคลื่นในอากาศอีกครั้งก่อนร่างสีขาวนี้หายไปในอากาศ แม้กระทั่งกลิ่นอายที่ทรงพลังแปลกๆก็ไม่เหลือร่องรอย

        เทคนิคนี้ช่างน่ากลัวนัก

            ……

 

 

        ภายในสวนอันเงียบสงบด้านหลังโบสถ์เมืองแซมบอร์ด

        เด็กหนุ่มผมบรอน์ทองก็รู้สึกไก้ถึงกลิ่นอานที่ทรงพลังในอากาศ เขาขมวดคิ้ว “ใครกัน ?อย่างแรกกลิ่นอายนี้มาจากภูเขาด้านหลัง หรือว่า….”

        เมื่อคิดถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มผมบรอน์ทองก็พลันตื่นตระหนก

        บรรยากาศพลันเงียบงัน

        ราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

            ……

 

 

        เมืองแซมบอร์ดยังคงคึกคัก

        แต่ทว่าพายุที่มองไม่เห็นกลับค่อยๆคืบคลานเข้ามาปกคลุม

        พายุกำลังจะมา


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “สดุดีมหาราชา” : https://goo.gl/eeCkY3

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/121
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)