0 Views

       ซุนเฟยมองการกระทำของโอเลกก็รู้แล้วว่าคราวนี้เจ้าอ้วนนี้เข้าใจความหมายของตัวเองแล้วจริงๆ จึงพยักหน้าอย่างยินดี

        เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากอีก

        ความคิดหนึ่งก็แล่นขึ้นมาก้อนจะวางก้อนหินเวทย์มนต์สีแดงก้อนหนึ่งลงบนโต๊ะพลางถามว่า “มาดูสิ เจ้ารู้จักมันหรือไหม? ”

        “นี่มันก้อนหินเวทย์มนต์ธาตุไฟระดับต่ำ”

        ใบหน้าของโอเลกเผยสีหน้าตื่นตกใจก่อนจะตอบกลับมาตามตรง

        “อืม  ในเมื่อเจ้ารู้จักมันงั้นมาพูดเกี่ยวกับก้อนหินเวทย์มนต์เถอะ เจ้ารู้อะไรมากน้อยแค่ไหน”

        โอเลกไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆองค์ราชาถึงถามเรื่องก้อนหินเวทย์มนต์ แต่เขาก็ไม่กล้าละเลย หลังจากเรียบเรียงคำพูดในหัวแล้วจึงตอบกลับมาอย่างจริงจังว่า “ก้อนหินเวทย์มนต์เป็นอัญมณีมหัศจรรย์ที่มีพลังธาตุแฝงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม สามารถแบ่งสูงต่ำได้ 5 ระดับคือ ระดับต่ำ  ระดับกลาง  ระดับสูง  ระดับหายากและระดับตำนาน บนแผ่นดินอาเซรอท ก้อนหินเวทย์มนต์สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่งที่เหนือชั้นกว่าเหรียญทอง โดยเฉพาะสำหรับนักรบและนักเวทย์จำนวนมาก คุณค่าของก้อนหินเวทย์มนต์เหนือกว่าเหรียญทองเสียอีก เพราะว่านักเวทย์สามารถใช้ประโยชน์จากพลังธาตุที่แฝงอยู่ในนั้นมาเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังเวทย์ตัวเอง สร้างวงจรเวทย์มนต์ สร้างม้วนคัมภีร์เวทย์มนต์ สร้างอุปกรณ์เวทย์มนต์ ส่วนพวกนักรบก็สามารถดูดซับพลังธาตุในนั้นมาเพิ่มคลื่นพลังของตัวเองเพื่อเพิ่มความเร็วในการก่อตัวคลื่นพลังจนกลายเป็นระดับดาว…..”

        “อ้อ?” ซุนเฟยตะลึง “งั้นตามที่เจ้าพูด นักรบสามารถใช้ก้อนหินเวทย์มนต์เพิ่มคลื่นพลังได้? ”

        “ใช่แล้ว ฝ่าบาท”

        “อืม….ดี เจ้าอธิบายข้อแตกต่างของก้อนหินเวทย์มนต์ระดับต่ำ  ระดับกลาง  ระดับสูง  ระดับหายากและระดับตำนานได้ไหม?ว่าระหว่างพวกมันมีอัตราส่วนแลกเปลี่ยนยังไง?”

        นี่เป็นปัญหาที่ซุนเฟยกังวล

        “ได้พะยะค่ะ ฝ่าบาท  ระดับความสูงต่ำของก้อนหินเวทย์มนต์ขึ้นอยู่กับพลังธาตุที่แฝงอยู่ โดยปกติแล้ว พลังธาตุที่แฝงอยู่ก้อนหินเวทย์มนต์ระดับกลาง 1 ก้อนจะมีพลัง 100 เท่าของก้อนหินเวทย์มนต์ระดับต่ำ ก้อนหินเวทย์มนต์ระดับสูง 1 ก้อนจะมีพลัง 100 เท่าของก้อนหินเวทย์มนต์ระดับกลาง1 ก้อน และก้อนหินเวทย์มนต์ระดับตำนาน 1 ก้อนจะมีพลัง 100 เท่า ของก้อนหินเวทย์มนต์ระดับสูง 1 ก้อน นี่เป็นเพียงการประมาณโดยทั่วไปเท่านั้น”

        โอเลกพูดอย่างช้าๆ พยายามอธิบายคำตอบตัวเองอย่างละเอียด

        “….อัตราส่วนแลกเปลี่ยนระหว่างก้อนหินเวทย์มนต์แต่ละระดับไม่เหมือนกัน เดิมทีตามอัตราส่วนนี้ก็ควรเป็น 1:100 แต่ส่วนใหญ่แล้วปริมาณพลังธาตุของก้อนหินเวทย์มนต์ค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงไม่สามารถวัดได้ด้วยปริมาณพลังธาตุ  บ่อยครั้งที่เกิดความผันผวนของราคาซื้อขาย เช่นก้อนหินเวทย์มนต์ระดับกลาง 1 ก้อนสามารถแลกเปลี่ยนก้อนหินเวทย์มนต์ระดับต่ำได้มากกว่า 100 ก้อน แต่ถ้าอยู่ในช่วงเวลาพิเศษเช่น เกิดสงคราม นักเวทย์ระดับสูงต้องผลิตม้วนคัมภีร์เวทย์มนต์จำนวนมาก ปริมาณความต้องการก็จะมากเพิ่มไปด้วย ในตอนนั้นอัตราส่วนในการแลกเปลี่ยนก็จะแตกต่างกัน ก้อนหินเวทย์มนต์ระดับกลางอาจจะแลกเปลี่ยนได้ 1:150  ถึง 1:200 ขึ้นไป”

        ในใจของซุนเฟยก็รู้สึกยินดี

        การคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขาได้รับการยืนยันแล้ว ความหมายนี้ก็คือแผนการต่อไปของตัวเองก็สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น

        เห็นได้ชัดว่าการแบ่งระดับก้อนหินเวทย์มนต์เป็น 5 ระดับ ระดับต่ำ  ระดับกลาง  ระดับสูง  ระดับหายากและระดับตำนาน เหมือนการแบ่งระดับของอัญมณีในโลก Diablo ทั้ง 5 ระดับคือ【เกร็ดอัญมณี】、【อัญมณีตำหนิ】、【อัญมณีทั่วไป】、【อัญมณีล้ำค่า】และ【อัญมณีสมบูรณ์】 แต่ในโลก Diablo ทุกอัญมณีในแต่ะละระดับอัตราส่วนในการอัปเกรดคือ 3:1 หลังจากนี้เพียงแค่ไปนำ【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】ในห้องโถงแห่งความตายที่【ลุกค์ โกลไลน์】มาซุนเฟยก็สามารถทำการอัปเกรดให้อัญมณีกลายเป็นอัญมณีสมบูรณ์ได้  จากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกของ Diablo คว้าผลกำไรมหาศาล

        “ในเมืองแซมบอร์ดของพวกเรา มีลู่ทางอะไรในการแลกเปลี่ยนก้อนหินเวทย์มนต์ไหม?”

        ซุนเฟยพยายามควบคุมอาการดีใจของตัวเองแล้วถามต่อ

        “รายงานฝ่าบาท  การแลกเปลี่ยนก้อนหินเวทย์มนต์นั้น แน่นอนว่าสามารถดำเนินการได้กับกลุ่มพ่อค้าขนาดใหญ่บางแห่งแต่ทว่าเมืองแซมบอร์ดของพวกเราค่อนข้างอยู่ไกลมาก ดังนั้นจึงมีคาราวานพ่อค้าและกลุ่มพ่อค้าขนาดใหญ่มาหาพวกเราที่นี่น้อยมาก หากต้องการจะแลกเปลี่ยนก้อนหินเวทย์มนต์ก็จำเป็นต้องส่งคาราวานพ่อค้าของเราออกไปติดต่อกับคนข้างนอก”

        “พูดแบบนี้  แสดงว่าเมืองแซมบอร์ดตอนนี้ไม่มีลู่ทางในการแลกเปลี่ยนก้อนหินเวทย์มนต์?”ซุนเฟยหมดหวัง

        “ข้าคิดๆแล้ว….จริงสิ  ยังพอมีอีกลู่ทางหนึ่ง  โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สามารถทำได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะไม่ค่อยเปิดให้คนภายน้อยเท่าไหร่”โอเลกครุ่นคิดสักพักก่อนจะตอบกลับ

        โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์?

        ทันใดนั้นซุนเฟยพลันตาเป็นประกาย

        ในใจก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา

        “เอาล่ะ  เจ้าไปทำงานต่อเถอะ….อ้อจริงสิ  ควรเร่งการปรับเปลี่ยนเรือนจำให้เร็วอีกนิด แต่เราไม่สามารถให้พวกทหารกับพวกช่างตีเหล็กเหนื่อยกว่านี้แล้ว  จำไว้  ในด้านอาหารและค่าตอบแทนของช่างตีเหล็กจะต้องไม่ละเลยพวกเขาอย่างเด็ดขาด สิ่งใดที่ควรจัดการ ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้แน่ชัดแล้ว  หากมีปัญหามาถึงข้า ข้าจะลงโทษเจ้า”ซุนเฟยพูดเสียงเข้ม

        โอเลกเป็นคนฉลาด เขารู้ว่าที่องค์ราชาพูดเช่นนี้แสดงถึงความพึงพอใจในการกระทำของเขาในครั้งนี้  เขาได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าแล้วโค้งกายทำความเคารพก่อนจะหมุนตัวจากไป

        ซุนเฟยนั่งคิดบางอย่างอยู่เงียบๆ อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องที่เขาจะต้องจัดการกับเรื่องนี้อีก เมื่อได้เวลาแล้ว เขาก็กำชับทหารรักษาการณ์ตรงหน้าประตูห้องโถงว่าอย่าให้ใครเข้ามา จากนั้นก็เปิดประตูมิติในห้องโถงแล้วเข้าสู่โลก Diablo

 

 

            ……

 

 

        ในโลก Diablo

        ในส่วนที่ลึกเข้าไปใน【เนินเขาแห้งแล้ง】นอกเมือง【ลุกค์ โกลไลน์】

        ชั้นที่สามของชั้นใต้ดิน【ห้องโถงแห่งความตาย】

        ซุนเฟยพาทหารรับจ้างสาวเอเลน่ามาที่นี่อีกครั้ง

        【ห้องโถงแห่งความตาย】เป็นสุสานใต้ดิน  รูปแบบคล้ายกับเขาวงกตใต้ดินด้านหลังภูเขาเมืองแซมบอร์ด และยังเป็นเขาวงกตที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน แต่อย่างไรก็ตามหากเทียบกับความโอ่อ่าสวยงามดีกว่า เขาวงกตใต้ดินเมืองแซมบอร์ดมาก ในนี้มีระเบียงทางเดินที่ยาว บนกำแพงหินระเบียงทางเดินก็เต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนรางบางส่วน บอกเล่าถึงความรุ่งเรืองของยุคโบราณ นอกจากจิตรกรรมฝาผนังแล้ว ทุกๆที่ยังสามารถมองเห็นเสาหินขนาดใหญ่ บนบานประตูห้องลับเต็มไปด้วยอักขระเวทย์มนต์แปลกๆ พลังธาตุเวทย์มนต์ถูกซ่อนเอาไว้ เพียงสัมผัสเบาๆระเบิดเสียงดังตูมก่อนจะค่อยๆจมลงไปใต้พื้น เผยให้เห็นพื้นที่ภายในห้องลับหลังประตูหิน

        ซุนเฟยดื่มน้ำยาพลางใช้ตัวเองเป็นโล่เนื้อยืนขวางหน้าประตูห้องลับ ไม่ให้พวกมอนสเตอร์ที่อยู่ด้านในวิ่งออกมา เขาสะบัดขวานยักษ์ในมือตัดทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า ลูกธนูเย็นยะเยือกในมือของเอเลน่าเหนี่ยวยิงออกมาลอยข้ามหัวของซุนเฟยดังฟิ้วๆๆ แล้วคร่าชีวิตเหล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าอย่างแม่นยำ

        ทั้งสองคนต่างร่วมมือกันในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่แบบนี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ช้าก็คุ้นเคยกัน หนึ่งมอง หนึ่งขยับ ก็สามารถสังหารเหล่ามอนสเตอร์จนวอดวาย เรียกได้ว่าเป็นคู่หูที่รู้ใจที่สุด

        ภายใต้การร่วมมือ ในที่สุดบอสใหญ่อย่าง【บลัดวิช ไวน์ด】ของ【ห้องโถงแห่งความตาย】ก็รับมือไม่ไหว สุดท้ายได้แต่กรีดร้องอย่างเจ็บปวดกระอักเลือดออกมาก่อนจะล้มลงนอนบนกองเลือด

        และเมื่อบอสตายไป ก็มีเสียงดัง‘ติ๊งต่อง’แสงสีทองเป็นประกายสว่างขึ้นมาพร้อมกับมีกล่องสีทองที่เต็มไปด้วยลวดลายเวทย์มนต์ลึกลับปรากกฎขึ้นบนพื้น โดยมีแสงสีเทากระพริบมองดูแล้วน่าปวดหัว

        “เป็น【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】!”

        ซุนเฟยร้องออกมาอย่างดีใจ เขาไม่สนใจเมจิคไอเท็มทั้งสามชิ้นและแรร์ไอเท็มอีกชิ้นหนึ่งที่ตกบนพื้น 1เขารีบคว้า【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】ขึ้นมา ราวกับหยิบสมบัติอันล้ำค่าที่สุดในโลก ก่อนจะตรวจสอบอย่างระมัดระวังหลายๆรอบ อารมณ์ก็ค่อยๆสงบลง

        รูปลักษณ์ภายนอก 【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】เป็นกล่องที่สร้างขึ้นด้วยเหล็ก ความยาวและความกว้างประมาณ 20 เซนติเมตร บนตัวกล่องมีแถบโละสีเหลืองขึ้นและมีลวดลายโบราณๆ เหมือนเถาวัลย์พันรอบกล่อง ดูเหมือนจะหนักราวๆ30-40 จิน แต่พอถือจริงๆกลับเบามากไม่ต่างอะไรกับขนนก

        ซุนเฟยรับเปิด【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】ด้านในเหมือนช่องเก็บของ มีพื้นที่กว้าง 3 สูง 4 รวมๆแล้วมีพื้นที่ทั้งหมด 12 ช่อง เหมือนในเกมคอมพิวเตอร์ในโลกเก่า

        เขาอดใจไม่ไหวหยิบ【เกร็ดอัญมณี】ออกมาสามก้อนที่เตรียมมาในกระเป๋าแล้วใส่เข้าไปแล้วปิดกล่อง จากนั้นก็กอฝ่ามือไปด้านบนที่เป็นรูปตัว S แล้วใส่พลังเวทย์แบบอ่อนๆเข้าไป

        ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น

        เมื่อเปิดกล่องดูก็พบว่า【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】ได้อัปเกรดเรียบร้อยแล้ว เขาพบว่า【เกร็ดอัญมณี】3 ก้อนที่มใส่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลายเป็น【อัญมณีตำหนิ】1ก้อน เห็นได้ว่ามันดูสวยกว่า【เกร็ดอัญมณี】เมื่อกี้ พลังธาตุไฟที่แฝงอยู่ด้านในก็เพิ่มขึ้นมากว่าเดิมไม่ต่ำกว่า 100 เท่า….. 【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】เป็นไอเท็มในตำนานที่เหมาะแก่การอัปเกรด ไม่งั้นคงไม่อัปเกรดได้ง่ายขนาดนี้

        ซุนเฟยเริ่มมั่นใจ

        สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าแผนการทำเงินของเขา มันใกล้จะสมบูรณ์กว่าครึ่ง

        เมื่อได้【ลูกบากส์ฮอล่าดิกส์】ขึ้นมา ซุนเฟยก็ได้เร่งรีบจะทำเควสต่อไปให้เสร็จตรงกันข้ามเขาคิดปรับปรุงแผนการอัพเลเวลในอนาคต ดังนั้นจึงตัดสินใจพาเอเลน่ากลับไปที่【ค่ายโรเจอร์】จากนั้นก็ไปที่เต็นท์ชั่วคราวของตัวเองแล้วเริ่ม‘แผนอัปเกรดอัญมณี’

        ในระหว่างนั้น ซุนเฟยเปิดประตูมิตินับครั้งไม่ถ้วนอย่างเงียบๆเดินเข้าเดินออกระหว่างโลก Diablo และโลกแห่งความจริง 30-40 ครั้ง   ใช้เข็มขัดมิติคนเถื่อนใส่ก้อนหินเวทย์มนต์ที่แมซโซล่าให้ไว้ก่อนหน้านี้นำเข้ามาในโลก Diablo เลือกส่วนหนึ่งทำการอัปเกรด

        ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซุนเฟยอัปเกรดได้【อัญมณีตำหนิ】10 ก้อน 【อัญมณีทั่วไป】10 ก้อน 【อัญมณีล้ำค่า】5 ก้อนและ【อัญมณีสมบูรณ์】2 ก้อน 【เกร็ดอัญมณี】ที่เหลือกอีก 60 กว่าก้อนขายให้กับแม่ชีอคาร่าทั้งหมด ได้รับเงินประมาณ 50,000 เหรียญทอง บวกกับเงินที่สะสมมาอีก 30000 กว่าเหรียญทอง ทำให้ตัวละครคนเถื่อนมีเงินมากกว่า 80,000 เหรียญทอง

        “วะฮ่าฮ่าฮ่า เฮงๆๆ!”

        ซุนเฟยกระโดดโลกเต้นอย่างปลื้มปิติ ด้วยเหรียญทองเหล่านี้ เขาสามารถซื้อชุดเกราะและอาวุธที่ทรงพลังจก NPC ของ【ลุกค์ โกลไลน์】 แบบนี้ ความแข็งแกร่งจองตัวละครคนเถื่อนก็จะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 1-2 เท่า

        เมื่อคิดแบบนี้ ซุนเฟยไม่รอช้า เขารีบออกจากเต็นท์ แล้วตรงเข้าไปหาวอเรฟในค่าย กำลังจะเลือก【ไปทางทิศตะวันออก】ไปที่【ลุกค์ โกลไลน์】

        ตอนนี้เอง เขาก็พลันได้ยินเสียงใสๆลอยเข้ามา

        “นายท่านซุนเฟย ท่านรอก่อน!”

        “นายท่าน พวกข้าอยากไปเยือน【ลุกค์ โกลไลน์】สักหน่อย ท่านสามารถพาพวกข้าไปด้วยได้หรือไม่?”

        “ใช่แล้ว นายท่าน ได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถอะ พวกข้ารับปากว่าจะไม่ก่อเรื่อง เพียงแค่เยี่ยมชมเมือง【ลุกค์ โกลไลน์】 ดูบรรยากาศของเมืองใหญ่เท่านั้น….”

        เหล่าโร้กสาวแสนสวยวัยขบเผาะก็ตาเป็นประกายเข้ามารอบล้อมซุนเฟย กระพริบตาปริบๆ เมื่อครั้งที่แล้วเหล่าสาวๆได้ค้นพบเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ที่วอเรฟสามารถพาคนไปที่【ลุกค์ โกลไลน์】ไข่มุกทะเลทรายที่อยู่ไกลออกไปถึงหนึ่งพันลี้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายเดือน พวกเขาก็พลันมีรู้สึกดีใจมาก แต่ละคนอยากจะไปเห็นเห็นเมืองใหญ่กับตา แต่ใครจะรู้ว่าพลังวิเศษของวอเรฟไม่สามารถใช้ได้ผลกับพวกเธอ เมื่อไม่มีทางเลือก พวกเธอจึงพากันมาขอร้องให้ซุนเฟยช่วยพาพวกเธอไปด้วย

        ซุนเฟยถูกสายตาออดอ้อนของเหล่าสาวๆก็แทบระทวย

        “ไม่มีปัญหา ข้าพาพวกเจ้าไปได้ ฮ่าๆๆ….”

        เมื่อซุนเฟยยอมรับกับคำขอร้องของเหล่าโร้กสาว จากนั้นก็ไปพูดคุยกับวอเรฟแล้วเลือก【ไปทางทิศตะวันออก】แสงสว่างสีขาวสว่างจ้าก่อนซุนเฟยจะหายไปจากสายตาของเหล่าโร้กสาว แต่….พวกโร้กสาวต่างมองหน้ากัน ข้าเห็นเจ้า เจ้าเห็นข้า เอ๊ะ ทำไมพวกเรายังอยู่ที่เดิมล่ะ

        【ลุกค์ โกลไลน์】

        “ฮ่าๆๆๆ ถึงแล้วๆ พวกเจาสามารถไปเดินเล่นในเมืองได้ แต่จำไว้นะ ห้ามไปที่ท่อระบายน้ำ ห้ามออกนอกเมืองเพราะที่นั่นมีแต่มอนสเตอร์น่ากลัวๆและดุร้ายมาก พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ…เอ๋? คนล่ะ?”

        ซุนเฟยที่กำลังพล่ามก็ชะงักก่อนจะหมุนตัวดูรอบๆ ก็พบว่าไม่มีใครสักคน

        เกิดอะไรขึ้น?

        ทำไม…..หรือว่าพวกโร้กสาวเปลี่ยนใจกะทันหันเลยไม่ตามมาด้วย?


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “สดุดีมหาราชา” : https://goo.gl/eeCkY3

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/121
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)