0 Views

        

        เมื่อเข้ามาจากประตูหลักของเมืองแซมบอร์ด ก็จะพบกับถนนสายหลักที่กว้างขวางพอให้เกวียน 6 คันวิ่งสวนกันได้ ชาวเมืองแซมบอร์ดชอบเรียกถนนสายนี้ว่า 【ถนนสีทอง】

        เพราะว่าถนนสายนี้สร้างด้วยหินสีเหลือง แต่เนื่องจากที่มันอยู่มานานมากแล้ว จะเห็นว่าระหว่างรอยแยกจะมีพืชมอสสีเขียวๆติดอยู่ในนั้น มองไกลๆเหมือนเส้นไหมมรกตที่สวยงามฝังอยู่ในทองคำบริสุทธิ์

        ถนนหนทางของเมืองแซมบอร์ดได้ขยายออกไปจนถึงลานกว้างหน้าพระราชวัง

        มองลงมาจากฟ้า 【ถนนสีทอง】ดูเหมือนดาบสีทองที่ห่อหุ้มด้วยระรอกคลื่นเวทย์มนต์สีเขียวแล้วถูกพระเจ้าซ่อนมันไว้ที่พื้นดินในเมืองแซมบอร์ดโดยไม่มีใครรู้

        ในตอนเย็น พระอาทิตย์ตกสีทองโรยตัวลงในถนนกว้าง

        เป็นเวลาที่【ถนนสีทอง】เส้นนี้งดงามที่สุด ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดชอบมาเดินเล่นบนถนนเส้นนี้ มาพบปะกับเพื่อนบ้านหรือมิตรสหายแล้วพากันสนทนาเรื่องสนุกหรือสิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน

        ภายใต้แสงพระอาทิตย์ตกดิน มันเป็นช่วงเวลาที่สงบและอบอุ่นที่สุด

        แม้แต่ซุนเฟยที่เป็นองค์ราชา ในเวลาตอนเย็นหลายๆครั้งจะแอบสวมชุดคลุมเดินปะปนเข้ากับฝูงชนซึมซับบรรยากาศสนิทสนมใกล้ชิดแบบนี้  เมื่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศนี้ อารมณ์ที่หุนหันใจร้อนของซุนเฟยก็กลายเป็นสุขสงบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ลืมภาระที่หนักที่แบกไว้  คิดว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นจอมยุทธ์หนุ่มพเนจรเหมือนสมัยจีนโบราณที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ

        แต่บรรยากาศที่เงียบสงบของ【ถนนสีทอง】วันนี้ ก็ถูกเปลี่ยนแปลงโดยการบุกรุกของคนบางคน

        ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดก็ยังคงเดินเล่นทักทายปราศรัยกันบนถนนอยู่เหมือนเดิม แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกีบม้าดังขึ้นมาจากไกลๆและพื้นดินก็สั่นสะเทือน มองไกลๆก็เห็นเพียงเสื้อคลุมสีแดงอัศวินและชุดเกราะสดใส 6 นายปรากฏขึ้นจากขอบฟ้า ประหนึ่งพายุที่พัดเข้ามาชนกับประตูเมือง เหมือนลมพัดกวาดเข้ามา เฆี่ยนม้าให้ยกเท้าขึ้นตั้งตัวตรงบนถนนก่อนจะทะยานไป

        พวกอัศวินที่เหมือนที่เหมือนสายลมชั่วร้ายที่พัดมาเพื่อสร้างหายนะ พวกเขาไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชนที่คึกคัก

        แส้ม้าในมือพวกเขาส่งเสียงดังจู่โจมมั่วซั่วแม้กระทั่งจงใจฟาดไปที่พวกเด็กและคนชราที่หนีไม่ทัน  ทันใดนั้นมีชายชราผมขาวที่หลบไม่ทันก็ถูกเหยียบจนหัวแตกเลือดไหลนอง บางคนก็หันหลังปกป้องพวกผู้หญิงและลูกๆของตัวเองจนถูกแส้ม้าของอัศวินโบยไปที่หลังจนเสื้อผ้าพวกเขาขาดเป็นรอยพร้อมเลือดซึมตามรอยแผล….

        ชั่วพริบตาบรรยากาศที่เงียบสงบของ【ถนนสีทอง】ก็หายไป เหมือนพระอาทิตย์ที่สะท้อนอยู่บนแม่น้ำราวกับกระจกเงาถูกเด็กนิสัยไม่ดีโยกก้อนหินลงไป สร้างระรอกคลื่นทำลายภาพที่งดงาม และแม่น้ำที่สาดกระเซ็นไปทั่ว เสียงหัวเราะเยาะของพวกอัศวินดังขึ้น เสียงเด็กร้องไห้หาพ่อแม่ เสียงร้องเจ็บปวดของคนแก่และสาวๆที่โดนทำร้าย….เสียงร้องพวกนี้พริบตาก็ดังระงมไปทั่ว

        ความสงบเหมือนภาพวาดของเมืองแซมบอร์ดได้แตกกระเจิง ยุ่งเหยิงขึ้นทันที

        “ไอ้พวกมดแมลงชั้นต่ำ ยังไม่รีบเปิดทางอีก….ผู้รับใช้ที่จงรักภักดีที่สุดต่อท่านพระสันตะปาปาปลาตีนีแห่งโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่ง ท่านนักบวชแมซโซลา ท่านได้รับการแต่งตั้งจากท่านบิชอปลำดับที่ 34 ของราชอาณาจักรเซนิท ราชอาณาจักรลำดับ 1 มาที่เมืองแซมบอร์ดเพื่อเข้าร่วมพิธีราชาภิเษก ตอนนี้รถม้าของท่านนักบวชแมซโซลากำลังจะมาแล้ว ทหารเมืองแซมบอร์ดพวกเจ้าได้ยินแล้วก็รีบไปเรียกองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์มาคารวะ…ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องรีบหลีกทางออกไปให้หมด หากยังมีไอ้โง่ตัวไหนกล้ามายืนอยู่บนถนนรบกวนรถม้าของท่าน จะต้องถูกประหาร”

        ตำแหน่งที่จำได้ยากถูกพ่นออกมาจากปากของผู้นำอัศวินที่กำลังโอ้อวดศักดิ์ดา

        ชายรูปร่างสูงใหญ่ สูงประมาณ 2 เมตรสวมชุดเกราะสีเงิน สัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ถูแกะสลักอยู่บนชุดเกราะสีเงินบริเวณอก เสื้อคลุมสีแดงด้านหลังโบกสะบัดไปตามแรงลมเผยให้เห็นเสื้อผ้าฝ้ายสีแดงที่อยู่ใต้ชุดเกราะ  คนพวกนี้ดูเหมือนกลุ่มเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราแสดงสีหน้าสูงส่งโดยไม่ปิดบังสักนิด แส้ม้าในมือเขาที่ห้อยอยู่กับรองเท้าเหล็ก ด้านบนแส้ยังคงเปื้อนเลือดของหญิงสาวที่น่าสงสารที่ใช้หลังตัวเองปกป้องลูกชายจนถูกเฆี่ยนตีจนเนื้อแตก เลือดหยดลงสู่พื้นทีละหยดๆ

        “ปิดถนน คุมถนนทั้งสองฝั่ง รักษาความปลอดภัยรถม้าของท่านนักบวช”

        “เร็วๆๆ  ตรวจสอบบุคคลที่น่าสงสัย!”

        “มีคนที่น่าสงสัยก็รีบจับมัน ใครกล้าต่อต้าน สังหารมันทันที!”

        พวกอัศวินที่ขี่ม้าออกคำสั่งเสียงดังก้อง ไม่ช้าก็มีอัศวินข้าราชบริพารสวมชุดเกราะร้อยกว่านายวิ่งเข้ามาจากประตูใหญ่ของเมืองแซมบอร์ด พวกอัศวินที่เป็นข้าราชบริพารต่างสวมหมวกเกราะลักษณะวงกลม  พวกอัศวินที่เป็นข้าราชบริพารต่างมีท่าทางดุร้าย ในมือต่างถือดาบและหอก มีอัศวินบางส่วนแบกสัมภาระพวกของใช้ประจำวันของเจ้านายและโล่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกอัศวิน….พวกเขาแต่ละคนเหมือนหมาป่าที่ดุร้ายขับไล่ฝูงชนที่อยู่ขอบถนน เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น  ไม่ช้าบนถนนเปิดวงล้อมขึ้นมา

        จากนั้นทางเดินของประตูยักษ์เมืองแซมบอร์ดที่อยู่ไกลๆก็ปรากฏขบวนยาวขบวนหนึ่งค่อยๆเข้ามาในเมืองอย่างช้าๆ

        เป็นครั้งแรกที่ทุกคนถูกรถม้ายักษ์ดึงดูดความสนใจอย่างง่ายดาย  รถม้าคันนี้เต็มไปด้วยรูปภาพพระอาทิตย์สีทองอร่ามทั้งคัน นอกจากรถม้าจะดูหรูหราแล้ว สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตกใจคือมันไม่มีล้อ ตำแหน่งที่เดิมทีควรจะเป็นล้อกลับแทนที่ด้วยลมสีเทาๆที่หมุนไม่หยุดทั้งสองข้าง ค่อยๆลากรถม้าหนักๆอย่างเบาๆจนดูเหมือนขนนกที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ ในช่วงที่ม้ากำลังก้าวไปข้างหน้า ตัวรถม้าไม่มีการสั่นสะเทือนเลยสักนิด

        นี่คือรถม้าเวทย์มนต์ของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ฐานของรถถูกจารึกสัญลักษณ์เวทย์มนต์ธาตุลมระดับกลางโดยนักบวชระดับสูง สัญลักษณ์เวทย์มนต์ขับเคลื่อนด้วยหินเวทย์มนต์  มองไกลๆดูหรูหรามาก  รถม้าเวทย์มนต์นี้เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกฐานะ มีแค่นักบวชระดับสูงถึงมีสิทธิ์ได้รับเท่านั้น

        และทั้งสองด้านของรถม้าเวทย์มนต์หรูหรา มีนักบวชชุดสีดำจำนวนสี่สิบกว่าคน คอเสื้อปักสัญลักษณ์บาทหลวงโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์สีแดง สวมเสื้อคลุมนักบวชฝึกหัดเดินตามมาอย่างใกล้ชิด คอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆอย่างนอบน้อม

        นักบวชฝึกหัดจะถูกเรียกอีกชื่อว่าบาทหลวง และมีความสัมพันธ์กับนักบวชแบบครูผู้สอนและข้ารับใช้ แม้ในขณะที่เดินก็จะมีเสียงแกว่งของโซ่ดังกังวาน ทำให้เกิดเสียงดังกริ๊งพร้อมกันขึ้นมา ทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก ทั้งทำให้รู้สึกหนาวสะท้านจนตัวสั่นและยังอยากทำให้พวกเขาถอยห่างจากขบวน

        นักบวชและอัศวิน เป็นเสาหลักที่ทรงอำนาจของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินอาเซรอท

        พวกเขาเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความคล้ายคลึงกับนักรบและนักเวทย์  หนึ่งมีความชำนาญการต่อสู้ระยะประชิด พละกำลังมหาศาล และอีกหนึ่งมีความชำนาญด้านเวทมนต์และคาถา มีพลังที่มหัศจรรย์  ในการต่อสู้สามารถส่งเสริมกันและกันได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์จะเปิดโบสถ์ใหม่ๆขึ้นมา เวลาที่จะคัดเลือกคนส่งไปให้ดำรงตำแหน่ง  ก็มักจะแต่งตั้งอัศวินและนักบวชพร้อมกัน

        ไม่ช้าบนถนนก็ถูกเคลียร์พื้นที่ให้ว่าง ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดถูกสั่งให้ยืนตรงๆตรงริมถนน  ไม่ว่ายังไงก็ตามการเคลื่อนไหวที่ผิดปรกติเล็กๆน้อยๆก็ถูกพวกอัศวินข้าราชบริพารคิดว่าไม่เคารพต่อท่านนักบวชแมซโซลาและจะถูกสังหารทันที ไม่มีเหตุผลที่จะต้องพูดคุยกัน

        รถม้าเวทย์มนต์สีทองค่อยๆเคลื่อนที่ไปบน【ถนนสีทอง】อย่างช้าๆเหมือนกำลังตรวจสอบชาวเมืองของตัวเอง

        สองข้างฝั่ง ในสายตาของทุกคนต่างมองไปที่กลุ่มอัศวินด้วยสายตาเคารพยำเกรงลึกๆ

        แน่นอนว่า นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของความขยะแขยงและความเกลียดชังลึกซึ้งด้วย

        ในตอนที่เมืองแซมบอร์ดกำลังตกอยู่ในอันตรายถูกล้อมด้วยทหารเกราะดำ ในยามปกติพวกอัศวินและนักบวชมักจะเพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษต่างๆในเมืองแซมบอร์ดโดยที่พวกเขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร แต่เมื่อถึงคราววิกฤติ ไอ้พวกโลภพวกนี้ก็ทำตัวเหมือนหมาข้างถนนละทิ้งเมืองไป  พอเมืองปลอดภัยไอ้พวกสารเลวที่เหมือนหมาป่าชั่วร้ายก็ไม่อดทนรอกลับมาอวดดีได้…โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์หน้าด้านทุกตัวไหม?

        ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะรับรู้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตร รถม้าเวทย์มนต์สีทองจู่ๆก็หยุด ประตูก็เปิด ม่านสีดำก็ถูกเลิกขึ้น ชายชราหัวโล้นเล็กน้อยเอนตัวมาข้างหน้า จากนั้นก็เดินออกมายืนอยู่บนคันเหยียบที่หน้าประตูรถม้า

        นี่คือนักบวชแมซโซลา

        ไอ้คนโลภ  แสนรู้  ไอ้สารเลว  คนๆนี้ไม่ค่อยสูง เขาสูงเพียง 165 เซนติเมตร ร่างผอม ในดวงตายังประกายไปด้วยแสงเย็นยะเยือก ที่น่ากลัว มีคนเคยพูดถึงรูปร่างของแมซโซลา—— “คนๆนี้เป็นตาแก่ตัวเล็ก ในช่วงจังหวะที่เขากำลังเลิกคิ้วก็สามารถวางแผนชั่วๆออกมาได้นับพันๆแผนเพียงเสี้ยววินาที” ลับหลัง ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดแอบเรียกชื่อเขาอีกชื่อว่า——【งูหางกระดิ่งสองขา】

        งูหางกระดิ่งตัวนี้และหัวหน้าอัศวินลูเซียโนที่ไว้หนวดไว้เคราและใช้แส้ม้าฟาดหญิงที่น่าสงสารก่อนหน้านี้ ทั้งสองคนต่างเป็น ‘จูโหว’ ที่ทางโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ส่งมาประจำที่เมืองแซมบอร์ด  ทั้งสองคนนี้ร่วมมือกันยึดกิจธุระที่เกี่ยวกับศาสนาภายในเมืองแซมบอร์ดทั้งหมด เนื่องจากสถานะโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์บนแผ่นดินอาเซรอทค่อนข้างสำคัญมาก ดังนั้นแม้ว่าทั้งสองคนจะมีบทบาทเล็กๆที่ไม่มีสำคัญในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่สำหรับเมืองแซมบอร์ดแล้วพวกเขากลับกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากจนสามารถงัดข้อกับราชวงศ์ได้

        แมซโซลาลูบคถาของเขาอย่างทะนุถนอม ดวงตาทอประกายเคร่งขรึม

        เขากวาดสายตามองไปที่ฝูงชนที่แออัดทั้งสองฝั่ง ฝูงชนปั่นป่วนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้  ไม่มีใครอยากจะสบตากับเจ้างูหางกระดิ่งนั่น

        วินาทีต่อมา แมซโซลาชี้นิ้วไปที่ฝูงชนไม่กี่ครั้ง

        คนที่ถูกชี้เหมือนกำลังโดนเชื้อเชิญจากเทพแห่งความตาย ทันใดนั้นใบหน้าพลันถอดสี เสียงร้องไห้ดิ้นรนดังขึ้น….แต่ไม่ว่าจะดิ้นรนยังไงก็ไม่มีประโยชน์ บาทหลวงที่อยู่ทั้งสองฝั่งของรถม้าก็จ้องมองตามทิศทางที่แมซโซลาชี้จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปเหมือนหมาที่จงรักภักดีที่เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้าของ ไม่ง่ายเลยที่จะแยกแยะออก โซ่ในมือล็อกไปที่คอของคนที่ถูกเลือก เหมือนจับไก่ไม่ปาน พวกเขากระชากคนผู้โชคร้ายออกมาจากเมืองอย่างรุนแรง

        เสียงร้องไห้ดังขึ้น แต่บางคนก็กล้าเข้าไปช่วยแล้วก็ถูกพวกอัศวินที่ดุร้ายกระโจนเข้าไปทุบตี หญิงสาวที่อุ้มบุตรอยู่ก็ถูกดึงออกมา และมีเด็กสาวที่อายุน้อยกว่า ยังมีชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านอีกหนึ่งคน…

        ทันใดนั้น บนท้องถนนก็มีเสียงร้องไห้เหมือนกำลังอยู่ในนรกบนดิน


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “สดุดีมหาราชา” : https://goo.gl/eeCkY3

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/121
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)