0 Views

       ในวันเดียวกัน หลังจากที่ซุนเฟยออกมาจากโลก Diablo ก็พบว่าแองเจล่าและเจ็มม่าถูกองค์หญิงแห่งราชอาณาจักรเซนิทเรียกไปสนทนาด้วย คิดๆแล้วองค์หญิงองค์นี้ก็น่าสนใจ เธอไม่เคยปรากฏเผยตัวเลยตั้งแต่ที่มาถึงเมืองแซมบอร์ด แม้แต่ตอนที่ซุนเฟยสังหารอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิทท่ามกลางสาธารณะชนรวมทั้งรองหัวหน้าอัศวินของคณะทูต ก็ไม่เห็นออกมาพูดอะไรสักคำ หลังจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในฐานะที่เป็นผู้นำคณะทูต เธอไม่มีท่าทีต้องการให้ซุนเฟยเข้าพบและไม่มาให้ซุนเฟยพบ เธอทำราวกับมาเที่ยวเมืองแซมบอร์ด  และไม่พูดถึงเรื่องราชโองการแต่งตั้งอีกครึ่งเดือนข้างหน้า ทั้งยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับแองเจล่าว่าที่ราชินีในอนาคตอีกและมักจะส่งคนมาหาแองเจล่าเพื่อเชิญเธอไปสนทนากับตัวเอง

        ซุนเฟยหลับตาลง เขาไม่กลัวว่าองค์หญิงจะเป็นภัยอะไรต่อแองเจล่า รู้สึกรางๆว่าอย่างน้อยๆองค์หญิงราชอาณาจักรเซนิททำให้ซุนเฟยรู้สึกว่ายังอยู่ในระยะปลอดภัย

        สำหรับซุนเฟยแล้ว เขายุ่งมาก

        ยุ่งมากๆ

        ปัจจุบันซุนเฟยมีเป้าหมายหลักอยู่ 2 ประการ  หนึ่งคือพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง  สองคือพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ด อย่างแรกเขาได้พึ่งพาความสามารถอัพเลเวลของโลก Diablo  อย่างที่สองเขาพึ่งพา【น้ำยาฮัลค์】ชั่วคราว

        แต่ที่ทำให้ซุนเฟยผิดหวังก็คือ  อัตราการเกิด【น้ำยาฮัลค์】มันต่ำมาก คงไม่ถึง3-4 %ด้วยซ้ำ และน้ำยานี้มีเพียงคนที่มีพื้นฐานความแข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะสามารถทำให้ผลกระทบของยาออกฤทธิ์เพิ่มพลังให้แก่ผู้ดื่มในชั่วพริบตา  เหมือนบรู๊คและเช็กที่เป็นนักรบระดับดาว เมื่อพวกเขาใช้【น้ำยาฮัลค์】ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เพิ่มขึ้น อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือทหารรับจ้างร่างผอมที่ตายในเรือนจำก่อนหน้านี้ที่สามารถเพิ่มพลังขึ้นมาได้  แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นตาเฒ่าหน้าหล่ออย่างเบสต์คนที่แทบจะไม่มีพื้นฐานการพลังใดๆมาดื่มน้ำยา คาดว่าภายในไม่กี่สิบวินาทีร่างกายคงระเบิดออกมา คนธรรมดาไม่สามารถที่จะอดกลั้นรับความเจ็บปวดเจียนตายนี้ได้

        ก่อนหน้าที่ซุนเฟยจะเข้าไปในโลก Diabloและพบเรื่องที่ไม่คาดคิด แท่นบูชาสีดำในพื้นที่ลึกลับในแต็นท์ของอคาร่าและ‘พันธสัญญาของบรรพบุรุษ’สิ่งเหล่านี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความทรงจำเกี่ยวกับเกมคอมพิวเตอร์ในโลกเก่าของซุนเฟยเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่างคลาดเคลื่อนไปจากความทรงจำของโลกเก่า นี่ทำให้ซุนเฟยสงสัยว่าในโลก Diablo ที่ตัวเองสังหารมอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวล ตกลงมันเป็นแค่เกมหรือไม่  หรือบางทีอาจจะเป็นเพียงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในเกมเท่านั้น…..

        ตลอดทั้งวันในวันเดียวกัน ซุนเฟยก็กำลังพิจารณาถึงทักษะพระเจ้า 3 ประการที่ได้รับมาในแท่นบูชาสีดำ——【เรียนรู้】、【ให้】และ【อัญเชิญ】

        ทักษะพระเจ้าทั้ง 3 ที่ได้รับมาจากแท่นหินบูชาสีดำในโลก Diablo  ซุนเฟยไม่เข้าใจวิธีใช้ทักษะพระเจ้า 3 ประการนั่นสักนิด เปลี่ยนคำพูด ความจริงแล้วหลังจากที่แท่นบูชาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีขาวลึกลับจากฟากฟ้า แถบสีขาวนอกจากชำระล้างร่างกายซุนเฟยแล้วยังเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายให้อีกด้วย ซุนเฟยถือว่าได้รับกำไรอย่างอื่นติดมาด้วย เสียงลึกลับทรงอำนาจบอกซุนเฟยเพียงแค่ว่า รูปแบบการใช้และผลของทักษะพระเจ้า 3 ประการ ซุนเฟยจำเป็นต้องค่อยๆค้นหาเอาเองในอนาคตขึ้นอยู่กับความเข้าใจและโชคของซุนเฟย   บางทีเขาอาจจะสามารถหาวิธีควบคุมใช้งานมันได้เร็ววัน หรือบางทีตลอดชีวิตของซุนเฟยอาจจะไม่สามารถหาวิธีควบคุมทักษะพระเจ้าทั้ง 3 ประหารนี้ได้

        มารดามันเถอะ เป็นคำพูดที่โคตรจะไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี

        ตลอดทั้งคืนซุนเฟยเหมือนไม่ได้รับอะไรเลย แม้ตอนแรกเขาจะเริ่มสงสัยว่าทักษะพระเจ้าทั้ง 3 ประการมันเป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมาของเหล่าบรรพบุรุษในสมัยโบราณของค่ายโรเจอร์ที่ทิ้งไว้เพื่อกระตุ้นลูกหลานในอนาคตหรือเปล่า  แต่เมื่อรุ่งเช้าของวันที่สอง เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น——ซุนเฟยบังเอิญเรียกใช้ทักษะ【อัญเชิญ】ทักษะพระเจ้า 3 ประการ——เขาเปิดประตูมิติ อัญเชิญทหารรับจ้างสาวนักธนูน้ำแข็งมือฉมังอย่าเอเลนาสออกมาจากโลก Diablo

        ในตอนนั้นเขามีความสุขมาก

        แต่ในขณะเดียวกันซุนเฟยก็ช็อก

        ไม่ใช่เพราะเขาเรียกใช้ทักษะพระเจ้าอย่าง【อัญเชิญ】 แต่เป็นเพราะว่า….เนื่องจากท้องฟ้าแจ่มใส คาดว่าผู้คนในโลก Diablo จะยังไม่ตื่นกัน ดังนั้นตอนที่เอเลน่าปรากฏออกมาจากประตูมิติตรงหน้าเขาจึงยังคงสวมเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น นั่นทำให้ซุนเฟยได้มองเห็นทัศนีย์ภาพที่งดงามของโลกที่มันช่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งได้ดีเยี่ยมจะพาลจะหน้ามืด ใบหน้าสวยๆที่ยังคงงัวเงียกับผมสีแดงที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทำเอาซุนเฟยตัวแข็งเป็นหิน เลือดกำเดาแทบพุ่ง

        เห็นได้ชัดว่าเอเลน่าจะยังไม่ตื่นเต็มตา ใบหน้าจึงสะลึมสะลือ หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ในที่สุดนักธนูสาวสวยคนนี้ก็เริ่มได้สติแจ่มชัดมากพอที่จะทำความเข้าใจสถานการณ์ตอนนั้น เธออุทานตกใจ สองมือยกขึ้นกันภูเขายักษ์ที่ตั้งตระหง่าน ปกปิด ‘ภูเขาหิมะ’สองลูกจากสายตาซุนเฟย จากนั้นก็ฉวยโอกาสที่ประตูมิติในห้องโถงยังไม่ทันปิดวิ่งกลับไปทันที

        หลังจากที่ถูก‘ทัศนียภาพที่สวยงาม’ทำเอาสตั้นไปชั่วครู่ ซุนเฟยเริ่มระลึกถึงคำพูดและการกระทำของตัวเองก่อนหน้านั้นที่เปิดใช้ 【อัญเชิญ】ทักษะพระเจ้า เขาคลำหาแตง * ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ——เมื่อสิบวินาทีก่อน  เขาก็แค่พูดออกมาลอยๆประโยคหนึ่งว่า “ถ้าเอเลน่ามาอยู่ข้างๆตอนนี้ บางทีเธออาจจะแนะนำอะไรข้าได้บ้าง….”ทันใดนั้นปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นทันตา เสียงวิ้งวิ้งวิ้งดังขึ้น ประตูมิติวงรีสีฟ้าครามที่ดูเหมือนประตูมิติ【ม้วนคัมภีร์กลับเมือง】ปรากฏออกมากลางอากาศ หลังจากนั้นเอเลน่าในชุดเกือบเปลือยก็เดินออกมาจากประตูมิติ

        ซุนเฟยคิดว่านั่นคงเป็นกุญแจสำคัญ คิดได้ดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอยากจะทดลองดูอีกหลายๆครั้ง

        เป็นไปตามที่คิด 20 วินาทีต่อมา ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดประตูมิติได้สำเร็จอีกครั้งและอัญเชิญเอเลน่าออกมาจากโลก Diablo แต่ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่ครั้งนี้ เอเลน่าเตรียมตัวมาดี——เธอสวมเกราะอ่อนทั้งร่างกายอย่างแน่นหนา เดินทะลุมิติมาอยู่ตรงหน้าซุนเฟย

        การที่อัญเชิญเอเลน่าได้สำเร็จทำให้ซุนเฟยดีใจมาก

        ต่อมาเขาลองอัญเชิญทุกคนใน【ค่ายโรเจอร์】 ไม่ว่าจะเป็นยัยป้าอคาร่า ผู้นำทหารรับจ้าแคสยาและช่างตีเหล็กชาร์ซีและคนอื่นๆ….แต่ผลที่ออกมาคือ นอกจากเอเลน่าแล้ว ไม่สามารถอัญเชิญคนอื่นๆใน【ค่ายโรเจอร์】ออกมาที่โลกแห่งความจริงได้ และซุนเฟยเองก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

        ตลอดทั้งวัน ซุยเฟยทดลองซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้ข้อสรุปสุดท้ายคือ——เพราะว่ามีเหตุผลลึกลับบางอย่าง ดูเหมือนว่า ทักษะพระเจ้า  ทักษะ【อัญเชิญ】ในปัจจุบันของเขาสามารถอัญเชิญเอเลน่าออกมาได้แค่คนเดียวโดยที่รูปแบบและขั้นตอนการเรียกง่ายมาก——เพียงแค่ซุนเฟยคิด ก็สามารถเปิดใช้ประตูมิติสีฟ้าครามแล้วอัญเขิญเอเลน่าจากโลกDiabloมาสู่โลกแห่งความจริงได้

        แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดที่เหมาะสม

        ข้อแรกจำเป็นต้องอยู่ใน【โหมดคนเถื่อน】ถึงจะสามารถใช้ทักษะอัญเชิญได้  กระบวนการอัญเชิญจะต้องเสียมานาเยอะพอสมควร  พลังมานาของคนเถื่อนซุนเฟยเลเวล 16 สามารถอัญเชิญออกมาได้เพียง 3 ครั้ง หลังจากอัญเชิญครบ 3 ครั้งแล้วอยากจะอัญเชิญครั้งที่ 4 ต่อจะต้องดื่ม 【น้ำยาฟื้นฟูมานา】เพื่อฟื้นฟูค่ามานา

        พฤติกรรมโดยไม่ได้ตั้งใจโดยบังเอิญทำให้เปิดใช้งานทักษะ【อัญเชิญ】ของทักษะพระเจ้า 3 ประการได้ส่วนหนึ่ง สุดท้ายม่านบาง ๆ ที่ครอบคลุมไว้ก็ถูกซุนเฟยฉีกออกและเผยเบาะแสเล็กๆออกมา  ซุนเฟยได้คาดเดาว่าในเมื่อทักษะนี้ได้ถูกโลก Diablo ขนานนามว่าเป็นทักษะพระเจ้ามันก็ไม่ควรที่จะสามารถอัญเชิญได้แต่เอเลน่าคนเดียว  ว่ากันทฤษฎีแล้วเขาน่าจะสามารถอัญเชิญแม่ชีอคาร่า แคสยาและคนอื่นๆใน【ค่ายโรเจอร์】ได้เช่นกัน  แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ปัจจุบันนี้เขายังไม่สามารถทำได้

        และนอกจาก【อัญเชิญ】แล้ว ทักษะพระเจ้าอีกสองอันอย่าง【เรียนรู้】และ【ให้】ที่ได้มาจากแท่นบูชา แม้ว่าซุนเฟยจะพยายามครุ่นคิดมาตลอดสิบวัน ก็ยังไม่ได้รับเบาะแสใดๆเลย  ไม่มีแม้แต่เงื่อนงำ

        แต่ซุนเฟยก็ไม่ได้รีบร้อน

        เพราะว่าแค่สามารถอัญเชิญเอเลน่าออกมาโลกจริงได้ สำหรับซุนเฟยแล้วเรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ไม่คาดคิด

        การที่เอเลน่านักธนูเวทย์เลเวล 14 ปรากฏออกมาในโลกแห่งความจริงพลังของเธอเทียบเท่ากับนักรบ 3 ดาวระดับเริ่มต้น  การซ้อบรบของราชอาณาจักรในอีกครึ่งปีหลัง การแข่งขันการต่อสู้เดี่ยว 6 รอบแรก จะต้องมีเอเลน่าอยู่ด้วย แทบเรียกได้ว่าได้จองชัยชนะไปแล้ว ความจริงยังมีเวลาอีก 6 เดือน และในช่วงเวลาครึ่งปีพลังของเอเลน่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อร่วมต่อสู้สังหารเหล่ามอนสเตอร์กับซุนเฟย

        ในช่วงระยะเวลา 10 วัน ซุนเฟยจะใช้ทักษะ【อัญเชิญ】เรียกเอเลน่ามาที่เมืองแซมบอร์ดทุกวัน แม้ว่าการอันเชิญจะมีเวลาจำกัด——นั่นคือ 4 ชั่วโมงต่อวัน แต่ก็ไม่อาจขัดขวางความอยากรู้อยากเห็นและการหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความจริงของทหารรับจ้างสาวที่ทำตัวเหมือนนักเดินทางที่อยู่ในทะเลทรายและกระหายน้ำมากๆหลังจากที่หาโอเอซิสพบก็พุ่งออกไปดื่มน้ำอย่างบ้าคลั่ง ในความคิดของเอเลน่า เมืองแซมบอร์ดเป็นเหมือนภาพวาดที่สวยงามและเงียบสงบ เห็นได้ชัดว่าที่นี่แทบไม่ต่างอะไรกับสรวงสวรรค์ที่สวยงามตามที่บรรพบุรุษโรเจอร์เคยกล่าวถึง เมื่อเธอมายืนอยู่ในห้องโถงของซุนเฟย สิ่งแรกที่ทำคือมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วตกหลุมรักเมืองแซมบอร์ด

        “ที่นี่คือสวรรค์ในโลกมนุษย์ที่สวยงาม….นายท่านซุนเฟย ถ้าหากจำเป็นข้ายินดีที่จะร่วมรบสู้ตายเพื่อเมืองนี้เหมือนดั่งที่ข้าทำเพื่อ【ค่ายโรเจอร์】”เอเลน่ามองดูแสงอาทิตย์ที่กำลังทอแสงทาบทับเมืองแซมบอร์ด ใบหน้ามีรอยยิ้มน้อยขณะที่พูดกับซุนเฟย

        ซุนเฟยพยักหน้าน้อยๆ

        เพราะว่าเขาก็คิดเหมือนเอเลน่า เขาได้หลงใหลเมืองที่สวยงามและเงียบสงบนี้เช่นกัน

        ในเวลาต่อมา เอเลน่าก็หลอมรวมเข้าเมืองแซมบอร์ดนี้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจ

        ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ เอเลน่าไม่เคยแสดงตัวตนมห้ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดเห็นนอกจากซุนเฟย เกรงว่าคนแรกที่เธอพบคงจะเป็นสาวน้อยแองเจล่าที่งามบริสุทธิ์ดุจคริสตัลและยังรู้ด้วยว่าสาวน้อยคนนี้เป็นคู่หมั้นซุนเฟย ในตอนนั้นเอเลน่าก็อดไม่ได้ที่จะห่อเหี่ยวขึ้นทันที แต่เธอก็ไม่ได้แสดงตัว…..จน 30 นาทีผ่านไป ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าในเมืองมีนักธนูเวทย์มนต์สาวที่แข็งแกร่งและมีพลังเทียบเท่านักรบ 3 ดาวระดับเริ่มต้นอยู่ในเมืองด้วย

        เมื่อกี้ในห้องโถง พัศดีโอเลกเป็นคนแรกที่ได้รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของเอเลน่าในเมืองแซมบอร์ด แม้กระทั้งจะกล่าวได้ว่าเป็นชาวอาเซรอทคนแรกที่ได้พบกับเอเลน่าก็ได้

        “แม้จะบอกว่าเจ้าภูติตูดม้าตนนี้มันรักตัวกลัวตาย แต่โชคดีที่มันมีกึ๋นกว่าคนธรรมดาทั่วไป….”เมื่อซุนเฟยนึกถึงพัศดีโอเลกขึ้นมา พวกราชวงศ์ในสมัยโบราณทั้งๆที่รู้มานานแล้วว่าขุนนางทุจริตแต่ก็ยังเก็บไว้ใช้งานซึ่งแต่ก่อนในใจของเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ตอนนี้ซุนเฟยเริ่มเข้าใจถึงเหตุผลแล้วว่าขุนนางทุจริตบางคนก็เป็นพวกขุนนางทุจริตที่ใช้ได้….ไม่รู้ทำไม ดูเหมือนว่าโอเลกจะเป็น‘ขุนนางทุจริตที่ใช้ได้’และรูปแบบในการใช้งานก็อาจจะแตกต่างกันไป เทียบแล้วในด้านการทำงานบางอย่างโอเลกดีกว่าบรู๊คมาก

        ซุนเฟยอยู่ในห้องโถงสักพัก ทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องการสนับสนุนด้านอาหารให้แก่【ค่ายโรเจอร์】ที่เอเลน่ากล่าวถึง ดังนั้นจึงสั่งให้ทหารไปหาเมล็ดข้าวสาลีฤดูหนาวมา เมื่อได้มาแล้วก็เก็บเข้าเข็มขัดมิติคนเถื่อน จากนั้นก็คำนวณเวลา การกลับมาของโอเลกและเอเลน่าหลังจากที่ไปสำรวจเขาวงกตใต้ดินที่อยู่ด้านหลังภูเขาเมืองแซมบอร์ด แล้วให้ทหารถอยกลับไป จากนั้นก็ใช้พลังมานาส่วนนึ่งเปิดประตูมิติในห้องโถงก่อนจะเดินเข้าไป…

        เมื่อร่างของซุนเฟยหายลับเข้าไปในแสงสีฟ้าคราม ประตูมิติทั้งหมดก็สลายหายไปทันทีในพริบตา ไม่หลงเหลือแม้แต่คลื่นพลังเวทย์ใดๆในห้องโถง เหมือนกับฟองสบู่ที่จู่ๆก็แตกแล้วหายไปไร้ร่องรอย

        วินาทีต่อมา ซุนเฟยก็เดินข้ามประตูมิติมาที่【ค่ายโรเจอร์】

        นี่เป็น‘ผลพลอยได้’ที่ซุนเฟยได้รับหลังจากที่ใช้ทักษะ【อัญเชิญ】ที่เป็น 1 ใน 3ทักษะเทพที่ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อเขาอยากเข้าไปในโลก Diablo เมื่อไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับเสียงลึกลับเย็นชาในหัวนั่น แค่เสียมานาสักหน่อยก็สามารถเปิดประตูมิติขึ้นมาจากนั้นก็เดินทะลุผ่านประตูมิติไปตรงๆ ไม่เหมือนก่อน ที่หากจะเข้าสู่โลก Diablo ตัวเองจะต้องรวบรวมสมาธิและจิตใจในระหว่างที่หลับเพื่อเข้าสู่โลก Diablo ไปสังหารเล่ามอนสเตอร์ ตอนนี้ เขาสามารถเข้าสู่โลก Diablo  ได้ด้วยร่างกายของเขาเอง

        สิ่งแรกที่ทำเมื่อเข้าสู่โลก Diablo   ซุนเฟยไม่ได้รีบร้อนไปหาอคาร่าหรือแคสยา เขาเปิดเข็มขัดมิติแล้วสำรวจด้านใน ในใจของซุนเฟยก็พลันรู้สึกดีใจ เพราะเขาพบว่าถุงเมล็ดข้าวสาลีฤดูหนาวที่ตัวเองใส่ไว้ในเข็มขัดมิติของคนเถื่อนไม่ได้สูญสลายหายไป

        ซึ่งหมายความว่า——

        “ข้าสามารถนำสิ่งของของโลกที่แท้จริงเข้ามาในโลก Diablo ได้”

        การค้นพบนี้ทำให้ซุนเฟยปลื้มปิติมาก

        เพราะนี่ไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องถุงเมล็ดพันธุ์

        แต่นี่หมายความว่า——เขายังสามารถนำของสำคัญๆอย่างอื่นจากโลกแห่งความจริงเข้ามาโลก Diablo ได้

  ————————————————————————-

        คลำหาแตง * เป็นอุปมา ค้นหาตามเส้นสนกลในก็จะเจอเบาะแส


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “สดุดีมหาราชา” : https://goo.gl/eeCkY3

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/121
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)