0 Views

เมืองแซมบอร์ด

 

        เสียงร้องโหยหวนและการฆ่าฟันในสนามรบสั่นสะเทือนทั่วฟ้าดิน

 

        สองฝ่ายต่าง ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายรุก พวกมันงัดทุกอย่างที่ตัวเองมีมาสู้กัน ทำให้สภาวะสงครามตึงกำลังอย่างที่สุด

 

เหล่าข้าศึกแปลกหน้าสวมชุดเกราะเบาสีดำ  กำลังปีนบันไดขึ้นมาบนประตูเมืองเหมือนกับคลื่นน้ำที่ถาโถมมาอย่างต่อเนื่อง  บันไดยึดเมืองขนาดใหญ่สามอันได้โอบล้อมเมืองไว้ราวกับปีศาจสงคราม  ตะขอบันไดที่เกี่ยวไว้กับกำแพงทำให้ทหารของแซมบอร์ดไม่อาจผลักดันมันออกไปได้  ข้าศึกราวสามสิบกว่าคนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อปกป้องบันไดพวกนั้น

 

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เหล่าจำนวนทหารข้าศึกในชุดดำก็ทำการยึดครองกำแพงปราสาทมากขึ้นเรื่อยๆ

 

สถานการณ์เช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อเมืองแซมบอร์ด  ความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามเหนือกว่าพวกเขาหลายเท่านัก

 

“เพียร์ส?  เพียร์ส… เจ้าอยู่ที่ไหน?  เจ้าตัวบัดซบเอ้ย!”  ตรงกลางของหอสังเกตการณ์  ชายผมดำร่างใหญ่กำยำที่สูงกว่าสองเมตรทั่วร่างสวมเกราะโซ่ถักครบชุดร้องตะโกนในขณะที่เขากำลังฟันดาบใส่ข้าศึกคนหนึ่ง  “เพียร์ส!  เจ้าพาพวกทหารที่ยังมีแรงสัก 23 นายไปจัดการพวกบันไดยึดเมืองบ้านั่นที ผลักมันออกไปหามารดามันซะ เร็ว!  รีบไป!”

 

“เข้าใจแล้ว  ตามข้ามา  ลุย!”

 

ห่างไปไม่ไกล  ชายผมขาวที่ชื่อว่าเพียร์สทั่วทั้งร่างชุ่มไปด้วยเลือด เมื่อได้ยินเสียงคำสั่ง ก็พาเหล่าทหารข้างกายที่ร่างชุ่มเลือดไม่ต่างกัน เข้าปะทะกับข้าศึกชุดเกราะสีดำที่กำลังปกป้องบันไดยึดเมืองอยู่  เพียร์สคำรามเสียงดังลั่น “ฆ่ามัน!  พี่น้องข้า  กำจัดเจ้าพวกสุนัขดำ  ทำลายบันไดทั้งสามนั่น!”

 

เพียร์สชายผมขาวเป็นทหารคนหนึ่งของเมืองแซมบอร์ดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความบ้าพลัง

 

เส้นเลือดบนแขนของเขาโป่งพอง  มือทั้งสองก็เหวี่ยงค้อนเหล็กขนาดเท่ากับลูกบาสเกตบอลไปมา  ราวกับเป็นนักรบคลั่งที่ห้าวหาญในตำนานผู้ที่ไร้ซึ่งคู่ต่อกร เขาพุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อเปิดทาง

 

ตลอดทางเพียร์สไม่หยุดยั้ง  ค้อนยักษ์ในมือทั้งสองฟาดข้าศึกเหมือนฟาดแมลงวัน ข้าศึกเกราะดำที่อยู่ในเส้นทางล้วนถูกฟาดปลิว พวกมันถูกฆ่าจนกลายเป็นเส้นทางเลือด จากนั้นก็นำทหารประมาณยี่สิบคนที่ห้าวหาญเช่นเดียวกันพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง!

 

แต่ข้าศึกเกราะดำที่กำลังป้องกันบันไดอยู่นั้น เห็นท่าทีมาจากไกลๆ ก็พากันระวังตัวเตรียมรับมือแล้ว

 

“ระวัง!  เดินหน้า……  ตั้งขบวนดาบแถวครึ่งวงกลม!”

 

หัวหน้าข้าศึกเกราะดำร่างสูงคนหนึ่งตะโกนสั่ง!

 

ได้ยินเสียงดังชิ้งขึ้นเบาๆ ประกายแสงอาทิตย์สะท้อนเจิดจ้า ข้าศึกสามสิบคนตั้งแถวเป็นรูปครึ่งวงกลมเข้าหากำแพง  เพื่อปกป้องบันไดที่อยู่หลังครึ่งวงกลมอย่างแข็งขัน  หันคมดาบสีขาวที่มีเลือดติดออก  พวกมันเหมือนกับตัวเม่นเหล็กที่ขนเหล็กทั่วร่างลุกชัน  รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งพร้อมประชันเต็มที่

 

เห็นได้ชัดว่าข้าศึกพวกนี้ได้รับการฝึกฝนมามากกว่าทหารของแซมบอร์ด

 

สิบเมตร……

 

หกเมตร……

 

สามเมตร……

 

หนึ่งเมตร……

 

ระยะห่างทั้งสองฝ่ายหายไปในเสี้ยววินาที

 

ในที่สุด ——

 

“โอ้ววว!  ไปลงนรกซะ!”

 

จู่ๆ เพียร์สก็ตะโกนออกมา  มือซ้ายของเขาหมุนค้อนเป็นวงกลมแล้วเหวี่ยงออกไปเหมือนหอก

 

ค้อนสีดำเปื้อนเลือดขนาดยักษ์พุ่งออกไปในอากาศด้วยวิถีแห่งความตายอันสวยงาม พลังทำลายล้างดุจสายฟ้า เสียงกรีดร้องดังขึ้นในอากาศ พลันกระแทกเข้ากับแนวป้องกันของข้าศึก

 

บึ้ม!!”

 

 

ไม่ทันใดนั้นเลือดก็พุ่งกระจายราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน  ดาบที่แตกหักและแขนขาลอยไปทั่วบริเวณ

 

เห็นได้ชัดว่าพวกศัตรูไม่ได้คาดคิดในเรื่องแผนการเช่นนี้  ขบวนรบดาบถูกค้อนบินยักษ์ทำลายทำให้เกิดช่องว่างที่เลือดนองตรงกลางของแนวป้องกัน

 

เพียร์สกับเหล่าทหารที่ตามหลังมา  ส่งเสียงคำรามและบุกฝ่าเข้าไปในแนวป้องกันที่ถูกเปิด

 

เมื่อทำลายบันไดทั้งสามเสร็จสิ้น  ก็จะสามารถหยุดยั้งศัตรูจากด้านนอกปีนขึ้นมาบนกำแพงได้  หลังจากจัดการกับพวกข้าศึกที่เหลืออยู่บนกำแพง  เหล่าทหารที่ป้องกันเมืองก็จะมีเวลาพักผ่อนอย่างปลอดภัยและอาณาจักรแซมบอร์ดก็จะปลอดภัยไประยะหนึ่ง…ไม่อย่างนั้น หากอาณาจักรเสียเอกราชไป  พ่อแม่ลูกเมียที่อยู่ด้านหลังพวกเขาจะต้องตกเป็นเชลยสงคราม  ไม่มีหวังที่จะเป็นอิสระไปหลายชั่วอายุคน

 

เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว  เหล่าทหารป้องกันเมืองก็เลือดร้อนระอุขึ้นมา!

 

พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกสารเลวเกราะดำนั่นโจมตีเมืองได้อย่างเด็ดขาด

 

ต่อให้ถูกฆ่า  ก็จะไม่ถอยแม้เพียงก้าวเดียว!

 

“บุก!”

 

“บุกเข้าไป!!!!!!!!”

 

เหล่าทหารที่ติดตามเพียร์สมา ดวงตาแดงก่ำคำรามเสียงดังแล้วบุกเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าระห่ำ

 

เพียร์สนำหน้าเข้าไปก่อน  ค้อนในมือขวารับดาบยักษ์ที่ฟาดเข้ามาแล้วออกแรงปัดออกไป ข้าศึกเกราะดำถอยหลังออกไปแล้วกระอักเลือดออกมา….

 

เสียงโลหะกระทบกัน  เสียงร้องคำรามสั่นสะเทือนวิญญาณของทุกคน

 

เลือดสาดกระจาย  แขนขาปลิวไปทั่วเหมือนกับฉากที่พบเห็นได้ทั่วไปในนรก!

 

บูม!

 

เพียร์สหวดค้อนใส่ทั้งดาบและข้าศึกข้างหน้าจนมันกระเด็นตกจากกำแพง  พอมองออกไปก็พบว่ามีบันไดหน้าอยู่ตรงหน้า เขากู่คำรามเบาๆในลำคอ พร้อมแกว่งค้อนเสียงดังสนั่นเพื่อไล่ศัตรูออกไป  ฉวยโอกาสเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว  ฟาดค้อนดัง เคร้ง เคร้ง เคร้ง สองสามหน  ตะขอเหล็กที่เกี่ยวบันไดก็แตกเป็นชิ้นๆ

 

“ไปลงนรกซะ!”

 

เพียร์สกระโดดเตะบันไดนั่นอย่างแรง  เขาได้ยินเสียงกรีดร้องจำนวนมาก  เพราะในขณะที่บันไดล้มลง  ข้าศึกที่กำลังปีนบันไดล้วนตกลงสู่พื้นดินเหมือนกับเกี๊ยว  ร่วงลงมากลายเป็นก้อนเลือดเนื้อในทันที

 

“เยี่ยม!”

 

ชายผมดำที่สูงสองเมตรกว่าที่อยู่ไกลๆดวงตาเปล่งประกายเมื่อเห็นเพียร์สทำสำเร็จ

 

“เพียร์ส ทำได้ดีมาก!  เหลืออีกสอง!  จัดการให้หมด  เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะเลี้ยงเบียร์ที่ดีที่สุดในเเซมบอร์ด! ให้พวกเจ้าทั้งหมดก็ด้วย!”  ในขณะที่เขาตะโกนก็กำลังรับมือกับกระบี่ของชายร่างผอมสูงที่ฟันใส่เขาไม่ยั้ง ชายร่างผอมสูงเกราะดำคนนี้แข็งแรงมาก คู่ต่อสู้คนนี้ฝีมือเยี่ยมมาก  ขนาดเขาเป็นถึงผู้บัญชาการ  ต่อสู้กันมาชั่วขณะหนึ่งแล้วก็ยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

 

“ฮ่าๆ หัวหน้าบรู๊ค  เบียร์นี้ท่านจดเอาไว้ได้เลย!  คอยดูนะ!”

 

เพียร์ส ตอบกลับอย่างตื่นเต้น  ค้อนในมือเขายังคงรวดเร็วราวและหนักแน่นดุจสายฟ้าฟาด เพียงเหวี่ยงไปไม่กี่ครั้งก็ฟาดทหารเกราะดำที่อยู่รอบๆกระเด็น  เลือดสาดกระจายเสียงดัง “เคร้ง เคร้ง เคร้ง” เขาก็ทุบตะขอบนบันไดอันที่สองจนหมด

 

แต่ในขณะที่เพียร์สจะเตะบันไดลงจากกำแพง……

 

ทันใดนั้น ——

 

“เจ้าเด็กผมขาว  รนหาที่ตายซะแล้ว!”

 

เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนกำแพง  ดาบเรเปียร์ในมือส่องประกายแวววาวแทงมาตรงที่หัวของเพียร์สหมายให้ตายในทีเดียว

 

ซึ่งนี่แทบจะไม่มีเวลาให้เพียร์สได้ทันตั้งตัวเลยเขาทำได้คือเอาค้อนมาป้องกันที่หัวของตัวเอง

 

เสียง “ติ๋ง! ติ๋ง! ติ๋ง!”  ดังสนั่นจนเกิดประกายไฟ

 

เงาดาบกระทบถูกตรงกลางค้อนของเพียร์สอย่างแม่นยำ

 

แรงกระแทกอันทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อถูกส่งผ่านค้อนนั้นมา

 

แม้แต่เพียร์สผู้ซึ่งเกิดมามีพละกำลังผิดมนุษย์  ก็ยังไม่อาจต้านทานได้  แรงกระแทกนั้นทำให้เขาถอยหลังไปหลายก้าว พังผืดระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้สะเทือนจนปริแตก  เลือดกระเซ็น  แทบจะถือค้อนไม่ได้อีกต่อไป……

 

“ยอดฝีมือ!”

 

ในใจของเพียร์สตกตะลึง

 

เงาดาบนั่นกลับเบี่ยงหลบตัวเองและศัตรูได้หยุดโจมตีเขาต่อ  ดาบเรเปียร์ในมือก็เกิดแสงสว่างจ้าออกมา ฉับพลันเพียร์สก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง ทหารคนอื่นที่มากับเพียร์สถูกฟันเหมือนข้าวสาลีล้มลงไปกองกับพื้น  เมื่อสังเกตใกล้ๆ ก็พบว่ามีรูอยู่ที่หัว  เลือดและมันสมองสีขาวไหลนองออกมาจากศีรษะ  ไร้ซึ่งชีวิตอีกต่อไป!

 

“เบ็นเดอร์!  กรู๊ด!  โทโรมี่! ….พี่น้องข้า!!!”

 

พอเพียร์สเห็นภาพที่สยดสยองนี้  ก็รู้สึกว่าตามืดมัว  เจ็บปวดใจราวกับมันแตกสลาย

 

เสียงสะอื้นยามที่ตะโกนคำว่า พี่น้อง‘ วันก่อนๆพวกเขายังดื่มกินพูดคุยเรื่องสาวๆกับเหล่าพี่น้องร่วมศึก ก่อนหน้านี้เหล่าพี่น้องยังร่วมกันต้านศัตรูพร้อมกับเขา ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้เขามอบด้านหลังของเขาให้เหล่าพี่น้องของเขาดูแลอย่างเชื่อใจ แล้วตอนนี้พวกเขากลับล้มตายไปต่อหน้าเขา เพียร์สรู้สึกเหมือนฟ้าได้ถล่มลงมา……

 

“เจ้าปีศาจชั่ว ไปลงนรกซะ!”

 

เพียร์สตะโกนสุดเสียงไม่สนใจบาดแผลที่อยู่บนร่างของตัวเอง  จ้องมองไปยังศัตรู  แล้วพุ่งตัวเข้าไปหาโดยไม่ทำการป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น  ถึงแม้คู่ต่อสู้คนนี้จะสร้างบาดแผลสาหัสแก่เขา  แต่เพียร์สก็ไม่สนใจเขาหมุนค้อนยักษ์ในมือทะยานเข้าไปหาเงาดำที่เหมือนปีศาจนั่น

 

“ฮ่าๆ  ไม่เจียมตัว  หาที่ตายชัดๆ!” 

 

เงาดำยิ้มเยาะ  เสียงของมันเหมือนกับนกเค้าแมว  คร้านที่จะใส่ใจ  ไม่นานมันก็ขยับดาบเรเปียร์ของมันอีกครั้ง  ครั้งนี้เล็งไปที่หัวของเพียร์ส

 

ดาบเรเปียร์ในคราวนี้รวดเร็วยิ่ง  จนไม่อาจหยุดยั้งได้

 

เพียร์สพยายามหลบแต่ก็หลบไม่ทัน ดาบก็แทงทะลุเข้าที่หัวไหล่ข้างขวาของเขา  คู่ต่อสู้ของเขายิ้มอย่างเหยียดหยามและต้องการแทงดาบอีกครั้งนึง  เพื่อที่จะได้จบชีวิตของชายผมขาวคนนี้เสีย…

 

แต่ทว่า —

 

มันก็แปลกใจที่ไม่สามารถดึงดาบออกมาได้?!

 

เลือดทะลักออกมาจากปากของเพียร์สไม่หยุด

 

แต่ชายผมขาวร่างใหญ่ผู้นี้กลับยิ้ม

 

และหัวเราะแบบมีความสุขอย่างที่สุด

 

เงาดำตกตะลึง ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ

 

แต่ก็สายไปที่จะทำอะไรได้แล้ว

 

เพียร์สใช้มือสองมือจับดาบเรเปียร์ที่แทงตัวเองไว้แน่นราวกับว่าไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร  ถึงแม้จะมีดาบเสียบในร่าง  ก็ใช้ร่างกายกระแทกเข้ากับคู่ต่อสู้ของเขาอย่างดุดัน  จนเงาดำที่ตื่นตกใจถอยหลังไปทีละก้าว……

 

ในชั่วพริบตา  ชายสองคนก็ถอยไปจนสุดกำแพงแล้ว

 

ถ้ายังถอยต่อไป  ก็จะตกจากกำแพงที่สูงกว่าหกสิบเมตร  ต่อให้เงาดำเก่งกาจแค่ไหน  การตกจากที่สูงขนาดนี้  ย่อมไม่มีทางรอด

 

“หาที่ตาย!”

 

เงาดำโกรธเกรี้ยว  แต่มันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมทิ้งดาบไป

 

การถูกคนที่ต่ำชั้นกว่าบังคับให้ต้องปล่อยดาบคู่ใจไปนั้น  ในฐานะนักรบหนึ่งดาวอย่างเขา  มันย่อมรู้สึกเสียหน้า

 

หลังจากที่ปล่อยดาบไป  แสงไฟสีแดงก็ปรากฏขึ้นรอบตัวมัน

 

ฝ่ามือที่ร้อนแรงของเจ้าเงาดำฟาดใส่หลังของเพียร์สอย่างไร้ความปรานี  ดูเหมือนว่ามันต้องการที่จะเห็นชายผมขาวตรงหน้าถูกสับจนกลายเป็นซอสเนื้อ…

 

“อุ๊ป… ฮ่าๆๆ…เฮ้ย!  เจ้าสารเลว  ข้าชนะแล้ว!”

 

เพียร์สพ่นเลือดออกมา แต่เขาก็ยังหัวเราะอย่างภาคภูมิจากชัยชนะ

 

ทันใดนั้นเพียร์สก็ปล่อยดาบแล้วพุ่งไปทางกำแพงแล้วใช้ไหล่ตัวเองกระแทกบันไดยึดเมืองอันที่สอง  เนื่องจากเขาได้ทุบตะขอบันไดไปก่อนหน้านี้แล้ว  ก็เลยสามารถกระแทกมันให้หลุดออกไปจากกำแพงได้ เสียงดังโครม พวกข้าศึกที่กำลังปีนบันไดอยู่ทั้งหมดจึงพากันกรีดร้องแล้วตกลงไปที่พื้นและถูกบดอัดจนกลายเป็นก้อนเนื้ออีกครั้ง

 

“บัดซบเอ้ย!  เจ้าข้าทาสชั้นต่ำ  ข้าสาบานว่าทั้งเมืองจะต้องหลั่งเลือด!”

 

เจ้าเงาดำโกรธมาก  จนตอนนี้มันถึงได้เข้าใจ  ชายผมขาวคนนี้ไม่ได้ต้องการจะผลักมันตกจากกำแพงตั้งแต่แรก  ทว่าคิดที่จะทำลายบันไดอันที่สอง… มันโดนหลอก!

 

เจ้าเงาดำที่โกรธเกรี้ยวใช้แรงทั้งหมดที่มีกระชากเรเปียร์ออกมาและตะโกนใส่เพียร์สที่สลบไปจากการเสียเลือดอย่างโมโห

 

“แย่แล้ว…  ระวัง!”

 

ผู้บัญชาการบรู๊คตะโกนด้วยความตื่นตระหนก  แต่เพราะโดนยอดฝีมือพัวพันอยู่  จึงไม่สามารถทำอะไรได้

 

การสู้รบดำเนินมาตลอดทั้งวัน  ทางฝั่งแซมบอร์ดที่ป้องกันเมืองซึ่งมียอดฝีมือเพียงไม่กี่คน  เห็นได้ชัดว่าถูกฝ่ายตรงข้ามเฝ้าจับตาดูและส่งคนมาพัวพันกับพวกเขา ถ้ามองจากระยะไกล  กระทั่งนักรบสามดาวที่เป็นหัวหน้าองครักษ์ของพระราชาอย่างแฟรงก์ แลมพาร์ด ยังถูกยอดฝีมืออีกคนของพวกเกราะดำพัวพันไว้เช่นกัน

 

ในเวลานี้  ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเพียร์สนักรบผมขาวได้เลย

 

ดาบของเจ้าเงาดำที่ลุกเป็นไฟก็อยู่ห่างจากคอของเพียร์สเพียงไม่กี่เซนติเมตร…….

 

แต่ในขณะที่นักรบผู้แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าจะถูกฟันลงต่อหน้า ในตอนนั้นเอง ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

 

“เฮ้ย  เจ้าโจรเกราะดำนั่น  ลองสุดยอดอาวุธลับของปู่คนนี้ดูหน่อยเป็นไง!”

 

เสียงอันน่าเกรงขามของคนผู้หนึ่งดังมาจากระยะไกล  เจ้าเงาดำที่กำลังโมโหไม่ทันจะได้ยินเลยว่าฝ่ายตรงข้ามพูดอะไร  รู้สึกได้เพียงลมแรงสายหนึ่งกำลังพุ่งตรงมายังด้านหลังศีรษะของมันซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังราวกับภูเขาที่สูงตระหง่านกำลังกดทับลงมา

 

มันสะดุ้งตกใจ  จากนั้นก็รั้งดาบที่จะแทงใส่เพียร์ส  ฟันไปด้านหลังเข้า

 

“ฉับ ——!”

 

‘อาวุธลับ’ ถูกฟันขาดเป็นสองเสี่ยง  ของเหลวสีแดงพุ่งทะลัก

 

เจ้าเงาดำตกใจ  “บัดซบ!  อาวุธลับบ้าบออะไรกัน?

 

เนื่องจากตำแหน่งยืนของมันทำให้ไม่รู้ว่า ‘อาวุธลับ’  นั่นคืออะไร  มันใช้ดาบควงเป็นวงกลมเพื่อทำการป้องกันไม่ให้ของเหลวสีแดงกระเด็นมาโดนร่าง  จากนั้นก็พุ่งตัวออกไปอีกด้านหนึ่ง  แต่หลังจากที่มันจ้องมองไปยังอาวุธลับว่าคืออะไร ก็ยิ่งทำให้มันโกรธจนควันออกหู

 

กลายเป็นว่าอาวุธลับของอีกฝ่ายคือทหารเกราะดำคนหนึ่งของฝ่ายมัน  ไม่รู้ว่าถูกใครบางคนจับทหารนั่นโยนมา  เมื่อตัวเองตวัดดาบฟันทำให้ทหารคนนั้นขาดเป็นสองท่อนทันที  ในฝนเลือดที่สาดกระเด็นก็มีเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น

 

“วะ ฮ่าๆๆ!  กลัวงั้นเรอะ?  เจ้าไก่อ่อน  กินขวานของท่านปู่คนนี้อีกรอบเป็นไง!”

 

เสียงหัวเราะดีใจแปลกๆอย่างร่าเริงดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นเสียงโลหะที่กระทบกันดัง  เคร้ง เคร้ง เคร้ง จากราวกับอสูรเหล็กกำลังใกล้เข้ามา

 

เจ้าเงาดำเงยหน้าขึ้น

 

ก็พบกับชายที่ใส่ชุดเกราะหนักเต็มตัวผู้หนึ่งที่ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกราะ มีเพียงบริเวณสองตาที่เปิดช่องเอาไว้ เหมือนคนเหล็กติดอาวุธก็ไม่ปาน ภายใต้แสงอาทิตย์ที่แสงอาบไปทั่วร่าง ทำให้เขาช่างดูทรงพลังเกินบรรยาย

 

ชายคนนั้นวิ่งมาเร็วมาก  ราวกับ ‘อสูรเหล็ก’ ที่ป่าเถื่อนรุนแรง  ทุกๆที่เขาผ่านเหล่าทหารเกราะดำก็เหมือนกับต้นข้าวที่โดนพายุเฮอริเคน  ลอยขึ้นไปบนฟ้า  และส่งเสียงกรีดร้อง

 

ในมือของ ‘อสูรเหล็ก’ ถือขวานสีดำขนาดยักษ์  แสยะยิ้มอย่างมีความสุข เป้าหมายคือเจ้าเงาดำของฝ่ายศัตรู

 

“เจ้าโง่เอย  แกกำลังหาที่ตายแล้ว!” 

 

เจ้าเงาดำมองมา  ก็ประหลาดใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง  จากนั้นก็ยิ้มอย่างเหยียดหยัน

 

ชุดเกราะหนักเต็มรูปแบบนั้นจะถูกใช้โดยทหารม้าอย่างเช่นพวกอัศวิน แต่จะมีทหารราบคนไหนจะสวมชุดเกราะหนัก 25-30 กิโลกรัมมาเพื่อฆ่าศัตรูกัน? และเจ้าหมอนั้นวิ่งมาเสียงดังก้อง จังหวะการเดินก็เลื่อนลอย ดูก็รู้ว่าเจ้าโง่ผู้นี่ไม่มีพื้นฐานอัศวินแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นแค่เจ้าโง่ที่มีดีแต่พละกำลังที่ไม่ต่างกับหมีโง่ตัวนี้ เงาดำก็ยิ่งมั่นใจมาก แม้ว่าหมอนี่จะสวมชุดเกราะหนักปกป้องร่างกาย แต่ด้วยกระบี่ของเขาก็สามารถที่จะจบชีวิตโง่ๆของเจ้าหมอนี่ได้

 

“ไปหัวเราะกับมัจจุราชซะเถอะ!  เจ้าสารเลวหน้าโง่!”

 

เจ้าเงาดำใส่พลังทั้งหมดลงในอาวุธของตัวเอง  จนเปลวเพลิงปรากฎขึ้นบนดาบอีกครั้ง  จากนั้นก็พุ่งแทง “หมียักษ์หน้าโง่” ที่กำลังวิ่งเข้ามาหา