0 Views

“ประตู?”

   

เมื่อโอเลกหันไปมองตามสายตาของซุนเฟยก็เข้าใจในทันทีจึงรีบตอบกลับไปว่า “รายงานฝ่าบาท เรือนจำไม่ใช่ทั้งหมดของเขาวงกตใต้ดิน  หลังบานประตูนั่นไป ยังมีเส้นทางไปสู่ชั้นใต้ดินลึก ไม่มีใครทราบว่าเส้นทางนั้นจะนำไปที่ไหน ก่อนหน้านี้มีคนเคยเข้าไปสำรวจเส้นทางนั้น แต่ก็ไม่มีใครได้กลับออกมา มันอันตรายมาก บางคนบอกว่าด้านหลังเป็นเขาวงกตที่ยื่นออกไปในทุกทิศทาง บางคนก็บอดว่ามีปีศาจร้ายใต้ดินที่กินคนเป็นอาหารซ่อนอยู่ในนั้น แต่อย่างไรก็ตามทุกๆวันจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่จะมีเสียงร้องและคำรามที่น่ากลัวลอยมาจากด้านใน  เส้นทางนั้นมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดให้คนเป็นเข้าไป….ต่อมาเพื่อปกป้องมนุษย์ องค์ราชารุ่นก่อนๆจึงส่งคนมาสร้างประตูเหล็กที่นี่เพื่อปิดตายเส้นทางนี้ทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไป”

 

โอเลกพูดพลางมองไปที่ประตูเหล็กสีดำด้วยท่าทางเกรงกลัว

ซุนเฟยพยักหน้าไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกอย่างมาก ตามที่โอเลกพูด เรือนจำขนาดใหญ่หลังนี้อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเขาวงกตใต้ดินก็ได้ เผลอๆอาจจะเป็นส่วนเล็กๆก็ได้

ความจริงเรื่องนี้ทำให้รู้สึกตกใจมาก  เขาวงกตใต้ดินนี้ใครเป็นคนสร้างขึ้นมากันแน่? ซุนเฟยคิดว่าเขาวงกตขนาดใหญ่ที่น่าทึ่งหลังนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างของเมืองแซมบอร์ดอย่างแน่นอน  อยู่ๆความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา เป็นไปได้ว่าคนที่สร้างอาคารบ้านเรือนเมืองแซมบอร์ดกับคนที่สร้างเขาวงกตใต้ดินจะเป็นคนๆเดียวกัน?

 

ซุนเฟยมีความรู้สึกคลุมเครือว่า——เมืองแซมบอร์ดและเขาวงกตใต้ดินแห่งนี้จะเหมือนกัน นี่อาจจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆที่เปิดเผยออกมา เหมือนกับเป็นสมบัติลึกลับขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครรู้จัก ยังมีสถานที่มหัศจรรย์ลึกลับมากมายที่จมอยู่ในคลื่นประวัติศาสตร์อย่างเงียบๆเพียงแค่ยังไม่ถูกค้นพบในตอนนี้เท่านั้น รอก่อนเถอะเขาจะเป็นคนไปสำรวจขุดคุ้ยด้วยตัวเอง

   

เวลานี้ความสงสัยภายในใจของซุนเฟยกำลังถูกดึงดูดอย่างบ้าคลั่ง

 

เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะหาเวลาเข้าไปสำรวจด้านในของประตูเหล็กยักษ์นั่นเพื่อค้นหาสิ่งลึกลับที่ซ่อนอยู่ในเขาวงกตใต้ดินลึกลับแห่งนี้

  

ในขณะที่พูดคุย โอเลกก็นำซุนเฟยขึ้นไปที่ห้องกว้างห้องหนึ่งในชั้นที่หนึ่ง ด้านในจะมีเครื่องใช้ทุกชนิดและมีแสงสว่างนำความอบอุ่นมาให้เล็กน้อย  ซุนเฟยเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้หินที่ปูด้วยหนังสัตว์นุ่มๆสีดำด้านหน้าเก้าอี้ก็จะมีโต๊ะไม้หนานมู่(Phoebe zhennan)สีดำตั้งอยู่ ในใจยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาที่เขาละเลยไปก่อนหน้านี้

 

ทันใดนั้นด้านนอกก็ได้ยินเสียงเหล็กกระทบกับดัง “แกรกแกรก” และยังมีเสียงโซ่ลากบนพื้นอีกด้วย ในที่สุดก็เห็นเห็นบรู๊ค กลับมาแล้ว ด้านหลังเขามีใครบางคนเดินตามเข้ามา

  

“ฝ่าบาท กระหม่อมนำ ปีเตอร์ เช็กมาแล้วพะยะค่ะ” บรู๊คโค้งกายอย่างนอบน้อมขณะที่พูด

ซุนเฟยกวาดสายตามองอดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ที่บรู๊คให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก  รูปร่างของเขาสูงใหญ่เขาสูงเกิน 190 เซนติเมตร เสื้อผ้าบนร่างเขาขาดรุ่งริ่งเท้าเปล่า  บางทีอาจจะถูกขังคุกเป็นเวลานานผมบนหัวจึงกระเซอะกระเซิงเหมือนไม้ถูพื้นที่สกปรก ร่างกายเขาผอมเล็กน้อย สองมือสองเท้าก็ถูกโซ่ล็อกไว้ จุดที่ถูกโซ่ล็อกไว้จะมีรอยถลอกลึก ดูสภาพน่าเวทนามากราวกับขอทานก็ไม่ปาน

 

แต่ชายที่อยู่ในสภาพน่าสังเวชคนนี้ แต่ภายใต้ผมกระเซอะกระเซิงนี้กลับมีดวงตาที่ทำให้ซุนเฟยตกตะลึงอยู่ในใจ—— ดวงตาคู่นี้เป็นประกายแปลกๆ ลูกตาสีน้ำตาลกลับส่องแสงแวววับอย่างน่าประหลาด ทำให้คนรู้สึกเหมือนเทพมังกรกำลังจำศีลอยู่ในเทือกเขาหรือเสือร้ายที่กำลังนอนตะแคงอยู่เฉยๆใต้แสงอาทิตย์ หากใครได้มองเข้าไปในดวงตาคู่นี้ เกรงว่าไม่มีใครคิดว่าชายคนนี้เป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์อย่างแน่นอน

  

“กระหม่อมปีเตอร์ เช็ก เข้าเฝ้าราชา!”

 

หลังจากที่ได้เข้ามาในห้อง สายตาของเช็กก็สำรวจมองทุกคน ก่อนที่สายตาจะตกไปที่ร่างของซุนเฟยแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก แล้ว เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นโดยมีเสียงโซ่บนร่างเขาดังแกรกๆตามการเคลื่อนไหวในขณะที่เคารพซุนเฟย

  

“รีบลุกขึ้นเถอะ! เจ้ารีบไปปลดล็อกโซ่บนร่างเช็กแล้วยกเก้าอี้เข้ามา”

ซุนเฟยพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาจากหลังโต๊ะ แล้วใช้สองมือของตัวเองประคองเช็กที่คุกเข่าบนพื้นตรงหน้าให้ลุกขึ้น พัศดีโอเลกที่อยู่ข้างๆเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็ทราบแล้วว่าอดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์คนนี้กำลังจะกลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้ง อย่าได้เห็นว่าเบื้องหลังเป็นเพียงนักโทษกบฏ  ข้อหานี้ไม่ใช่ว่าสามารถแก้ไขได้ง่ายๆด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของราชาหรือ? พัศดีโอเลกสังเกตจากสีหน้าและคำพูดของเจ้านายก็รีบไปยกเก้าอี้ที่ปูด้วยหนังสัตว์นุ่มๆเข้ามาด้วยตัวเอง จากนั้นก็หยิบกุญแจจากผู้คุมมาไขโซ่ที่มือและเท้าของเช็กด้วยตัวเอง

ซุนเฟยยกโต๊ะสีดำไปวางตรงหน้าเช็ก ด้วยพลังมหาศาลของคนเถื่อนเลเวล 16 แสดงให้เห็นถึงพลังที่เหลือเฟือ เขาชี้ไปที่อาหารเลิศรสบนโต๊ะที่โอเลกจัดเตรียมไว้ให้แล้วพูดยิ้มๆว่า “ปีเตอร์ เจ้าทานอาหารรองท้องก่อนเถอะ กินอิ่มแล้วพวกเราค่อยมาพูดเรื่องอื่นกัน”

ในดวงตาของเช็กเผยแววตาประหลาดใจออกมา เขามองซุนเฟยอย่างลึกซึ้งแล้วไม่เกรงใจ สองมือของเขาคว้าขาหลังหมูย่างมากินอย่างมูมมาม บางครั้งก็เทเหล้าชั้นดีดื่ม กินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับว่าอาหารตรงหน้าเป็นอาหารที่รสเลิศมากที่สุดในโลก ไม่ช้าอาหารที่ผู้ชายสี่ถึงห้าคนสามารถกินจนอิ่มก็ถูกเขากวาดลงท้องซะเรียบ ตบท้ายด้วยการกรอกเหล้าในกาสีเงินลงคอก่อนจะเรอออกมาจากนั้นจึงหันไปคุกเข่าตรงหน้าซุนเฟยพลางก้มหัวแล้วเอ่ยคำสาบานออกมาอย่างเสียงดัง “กระหม่อม ปีเตอร์ เช็ก ขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อฝ่าบาท จะอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฝ่าบาทรวมถึงชีวิตของกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ!”

 

ซุนเฟยตะลึง คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่เช็กกินจนอิ่มก็ไม่พูดไม่จาอะไรก็มาเอ่ยคำสาบานจงรักภักดีทันที  คำพูดโน้มน้าวใจมากมายที่เตรียมไว้ก็ไม่ทันจะได้เอ่ยออกมาสักคำ….เมื่อได้สติเขาก็คิดอย่างรอบคอบ : หรือว่าข้าจะมีออร่าวีรบุรุษที่มองไม่เห็นกันนะ?

แต่ซุนเฟยไม่รู้ว่า หลังจากที่ซุนเฟยกลับมาเป็นคนปกติเมื่อ 2 วันก่อนแล้วเข้าร่วมการต่อสู้อย่างดุเดือดบนสนามรบ ต่อมาก็ยังมีเรื่องเล่าว่าได้บั่นคออัศวินจากราชอาณาจักรเซนิทในงานเลี้ยงฉลอง เรื่องราวพวกนี้แพร่กระจายไปทั่วในเมืองแซมบอร์ดอย่างรวดเร็วแม้กระทั่งในเวลาว่างๆเหล่าผู้คุมยังเล่าเรื่องนี้ด้วยท่าทางหน้าบานเป็นจานกระด้ง  ไม่ช้าเรื่องเหล่านี้ก็ลอยเช้ามาในหูของเช็ก อีกทั้งบรู๊คยังพูดย้ำเตือนเช็กมาตลอดทางซ้ำแล้วซ้ำอีก อดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์เป็นคนฉลาด เขารู้ว่าโอกาสดีของตัวเองมาถึงแล้ว และองค์ราชาที่กลับมาเป็นปกติก็มีค่าคู่ควรที่ให้ตัวเองรับใช้จึงได้กล่าวสาบานจงรักภักดีออกไปทันที

“ดี เยี่ยมมาก! ปีเตอร์ ตอนนี้ความอยุติธรรมของเจ้าข้าจะจัดการ…..บรู๊ค ถ่ายทอดคำสั่งข้าทันที ป่าวประกาศไปทั่วเมือง หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดของราชา อดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ปีเตอร์ เช็ก ไม่ใช่กบฏ แต่เป็นเลขานุการบาร์เซลคนก่อนใส่ร้ายเขา นับจากวันนี้ไปเจ้าไร้มลทินแล้ว เรียกตัวกลับไปทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ต่อ! ”

บรู๊คดีใจเป็นอย่างมาก เขาคาดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะง่ายขนาดนี้ จึงรีบดึงเช็กให้คุกเข่าขอบพระทัยกับน้ำพระทัยของราชา

พัศดีโอเลกก็แสดงความยินดีกับเช็กด้วย จากนักโทษกลายเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ในเวลาสั้นๆเช็กก็เหมือนลอยทะยานสู่ท้องฟ้า กลับเข้าไปในศูนย์กลางของอำนาจอาณาจักรอีกครั้ง แม้ว่าเจ้าภูติตูดม้าอาจจะไม่ใช่ไก่ชนที่ดีอะไร แต่เป็นคนที่มีสัญชาตญาณในการสังเกตจากสีหน้าและคำพูดที่ดี เขาสามารถเห็นได้ชัดว่าองค์ราชาให้ความสำคัญแก่เช็กเป็นอย่างมาก เช็กได้ถูกวางตัวเป็นบุคคลสำคัญแล้ว

เมื่อเช็กขอบคุณซุนเฟยเสร็จก็หันหลังกลับไปพูดขอบคุณพัศดีโอเลกอย่างคาดไม่ถึง “ขอบคุณสำหรับความทุ่มเทในการดูแลข้ามาตลอด ทำให้ข้าไม่ถูกทรมานจนตายอยู่ในเรือนจำที่มืดมิดนี้ เจ้าช่วยชีวิตข้า ข้า ปีเตอร์ เช็กจะไม่ลืมบุญคุณเจ้า!”

ฉากนี้ทำให้ซุนเฟยและบรู๊คมองหน้ากัน

โดยเฉพาะในตอนนี้บรู๊คที่เป็นหนึ่งในสองหัวหอกกองทัพของเมืองแซมบอร์ด เขารู้จักนิสัยของเช็กดี ก่อนหน้านี้เช็กมักจะดูถูกเหยียดหยามพวกประจบสอพลออย่างโอเลก คาดไม่ถึงว่าจะไปก้มหัวขอบคุณในใจก็รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนซุนเฟยก็รู้สึกสงสัยอยู่ในใจเขากวาดสายตามองโอเลกเจ้าภูติตูดม้าหลายรอบเหมือนได้พบสิ่งมหัศจรรย์บนแผ่นดินก็ไม่ปาน

เช็กขอบคุณเสร็จก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงสายตาแปลกๆของทุกคนจึงอธิบายว่า หลังจากที่ตัวเองถูกส่งเข้ามาในเรือนจำ บาร์เซลเลขานุการคนก่อน ก็เกิดกังวลใจกลัวมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามา เขาไม่ต้องการรอให้เช็กถูกสั่งประหารท่ามกลางสาธารณะเขาอยากจะให้ทรมานเช็กให้ตายในเรือนจำ  ในเรือนจำที่มืดมิดหากต้องการให้นักโทษตายก็มีวิธีจัดการได้มากมาย บาร์เซลจึงสั่งการพัศดีโอเลกโดยตรงให้จัดการเช็กซะ แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเส้นประสาทสมองเสื่อมหรือเปล่า จู่ๆโอเลกก็เกิดความเมตตาขึ้นและนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาขัดคำสั่งของบาร์เซล ไม่ทรมานเช็กจนตายกลับกันยังคอยดูแลอีกต่างหาก ทำให้ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์คนนี้สามารถมีชีวิตรอดอยู่รอวันที่จะได้ช้างมลทิน  ไม่อย่างนั้นตอนนี้เช็กคงกลายเป็นศพไปนานแล้ว

 

นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครราดคิด

แต่คนที่แปลกใจยิ่งกว่าซุนเฟยและบรู๊คคือ โอเลก  คาดว่านี่เป็นสิ่งที่หาได้ยากที่ได้รับการขอบคุณเป็นครั้งแรกจาก ‘บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น’ อย่างเช็ก  จนกระทั่งตอนนี้เจ้าภูติตูดม้าเองก็รู้สึกอายเล็กน้อย ได้แต่เกาหัวโล้นๆของตัวเองพลางหัวเราะโง่ๆ

 

ซุนเฟยเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจึงหัวเราะฮ่าๆๆออกมา

จากนั้นจึงให้บรู๊คนำเช็กออกไปจากเรือนจำก่อน แม้ว่าผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์จะหลีกเลี่ยงการทรมานในเรือนจำนี้ แต่ว่าเมื่อต้องอยู่ในสภาพการเป็นอยู่ที่แย่แบบนี้นานๆ ร่างกายก็อ่อนแอลงมาก หากไม่ใช่ว่าได้พลังนักรบ 2 ดาวคอยสนับสนุนคงล้มหมอนนอนเสื่อไปนานแล้ว ดังนั้นหากรีบออกไปเจอแสงแดดบ้างก็เป็นเรื่องดี

ซุนเฟยคิดจะอยู่ในเรือนจำอีกสักพัก

“โอเลก ในเรือนจำหากมีนักโทษที่ป่วยตายกะทันหันหรือถูกประหารชีวิตตามกฎหมายแล้ว ศพของพวกเขาจะจัดการยังไง”ซุนเฟยนั่งลงบนเก้าอี้ขณะที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างความคิดนี้ก็แล่นขึ้นมาจึงเอ่ยปากถาม

“ตามประเพณีดั้งเดิมควรจะเผา แต่จะเผาในเรือนจำใต้ดินจะส่งผลให้อากาศไม่ดี ดังนั้นหลังจากประหารชีวิตนักโทษแล้ว หากไม่มีญาติมารับไป ปกติก็จะถูกโยนลงไปในแม่น้ำใต้ดินใต้ดิน ถูกแม่น้ำพัดหายไป” พัศดีโอเลกไม่รู้ว่าทำไมองค์ราชาถามแบบนี้แต่ก็ยังโค้งกายตอบอย่างรอบคอบ

“อ้อ….” ซุนเฟยผิดหวังเล็กน้อยแล้วถามอีกว่า “ตอนนี้ในเรือนจำยังมีศพที่ต้องถูกจัดการไหม?”

โอเลกรู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ว่าองค์ราชาถามแบบนั้นทำไมก็ยังคงตอบกลับไปอย่างระมัดระวังว่า “รายงานฝ่าบาท เมื่อช่วงเช้าท่านบรู๊คได้บอกว่าพระองค์จะเสด็จมาที่เรือนจำด้วยตัวเอง ดังนั้น….ดังนั้นกระหม่อมเลยให้ผู้คุมจัดการโยนศพทิ้งไปแล้วพะยะค่ะ”

“เอ๊ะ? แย่จริง แล้วยังมีนักโทษอุจกรรฉ์ที่จะต้องโดนประหารเร็วๆนี้ไหม?”

ได้ยินประโยคนี้ โอเลกก็พอจะเข้าใจความหมายขององค์ราชา เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกาย แล้วตอบกลับว่า “รายงานฝ่าบาท  เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีทหารรับจ้างพเนจร 3 นายที่ถูกท่านบรู๊คจับกุมส่งมาที่เรือนจำเพราะได้ทำการสังหารคนในเมือง แต่ยังไม่ตาย ตอนนี้เพียงแค่ถูกขังไว้ในเรือนตำ นอกจากนี้ยังมีศพชายหน้ากากเงินที่พระองค์นำกลับมาเมื่อวันก่อน ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่พะยะค่ะ”

ซุนเฟยก็พลันดีใจ

   

“เยี่ยมมาก เจ้ารีบส่งคนไปนำทหารรับจ้าง 3 คนนั้นเข้ามา…อ่อ รวมทั้งศพของชายหน้ากากเงินด้วยและเตรียมห้องปิดตายให้ข้าหนึ่งห้องด้วย…อืม  ใช่แล้ว นักเวทย์ชุดดำคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหม?แล้วมันเป็นยังไงบ้าง?”

 

“รายงานฝ่าบาท ตามรับสั่งของพระองค์ก่อนหน้านี้  หากนักเวทย์คนนั้นฟื้นคืนสติขึ้น ผู้คุมก็จะรีบหักกระดูกเขาทันที ให้เขาสลบไป ตอนนี้ชายคนนั้นยังคงสลบอยู่ในห้องสำหรับนักโทษอุจฉกรรจ์พะยะค่ะ!” โอเลกนึกถึงคำสั่งที่เหี้ยมโหดก็รู้สึกตัวสั่นเล็กน้อย

“ฮ่าๆๆ ดีมาก เจ้าส่งคนไปนำนักเวทย์คนนั้นมาให้ข้าที่ห้องปิดตายด้วย ข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ”

โอเลกได้ยินก็รีบหมุนกายออกไปนำนักโทษด้วยตัวเองแล้วจัดเตรียมห้องปิดตาย

10 นาทีต่อมา โอเลกก็กลับมานำทางซุนเฟยขึ้นไปยังห้อนกว้างห้องหนึ่งในชั้นที่ 6 ด้านขวามือของห้องหินนี้ถูกขุดเจาะเป็นห้องเล็กๆซ่อนอยู่ กว้างประมาณยี่สิบตารางเมตร เป็นห้องปิดตายชั้นยอด ศพชายหน้ากากเงินและทหารรับจ้าง 3 นายที่ถูกโทษประหารต่างถูกนำมาไว้ในนี้  ส่วนนักเวทย์ 4 ดาวก็กำลังถูกลากเข้ามาในห้องปิดตายด้วยสภาพเหมือนหมา

“เจ้าและผู้คุมไปเฝ้าด้านนอก อย่าให้ใครเข้ามา….จำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเข้ามา! ”ซุนเฟยหันไปสั่งเสียงเข้ม

“รับพระบัญชา ฝ่าบาท!”

โอเลกแม้จะสงสัยแต่ก็เดินนำผู้คุมหลายสิบคนออกไปแล้วยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างเคร่งครัด แม้ว่าเรือนจำจะปลอดภัยมาก แต่โอเลกก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ เขาสามารถมองเห็นได้จากการแสดงออกของราชา บางทีพระองค์กำลังจะทำเรื่องบางอย่างที่สำคัญมากอยู่


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “สดุดีมหาราชา” : https://goo.gl/eeCkY3

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/121
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย90-100บาท/เล่ม ค่ะ)