0 Views

        อัศวินม้าหวาดกลัวจนสมองว่างเปล่า นอกจากจะฉี่แตกแล้วน้ำลายยังไหลย้อยออกมาจากมุมปากอีกด้วย ท่าทางของเขาดูเหมือนคนโง่ คำพูดของซุนเฟยเหมือนดาบที่เปล่งประกายวาววับ ความตายกำลังแผ่อยู่เหนือหัวของเขา ราวกับว่าเพียงแค่เขาลังเลแม้แต่นิดเดียวเขาก็จะกลายเป็นเนื้อบดในชั่วพริบตา หูของเขายังคงได้ยินเสียงร้องโหยหวนของสหายที่กำลังกระเสือกกระสนอยู่บนพื้นอยู่ไม่สู้ตาย อัศวินม้าไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยเขารีบคุกเข่าลงเหมือนสุนัขกระดิกหางประจบเอาใจเจ้านายคลานเข้ามาพลางแลบลิ้นออกมาเลียทำความสะอาดรองเท้าของซุนเฟย หลังจากเลียเสร็จก็เงยหน้าขึ้นเผยรอยยิ้มประจบประแจง….

        ซุนเฟยแสยะยิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อย “ไอ้พวกสวะรักตัวกลัวตายอาศัยบารมีเจ้านายมาทำกร่างอย่างเจ้า คู่ควรกับคำว่าอัศวินไหม”

        “ไม่คู่ควร ไม่คู่ควรเลย กระหม่อมไม่ใช่อัศวิน กระหม่อมเป็นแค่อัศวินธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง….ฝ่าบาท ได้โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยฝ่าบาท…” อัศวินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพยายามอ้อนวอนอย่างสุดชีวิต ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีท่าทางหยิ่งยโสโอหังก่อนหน้านี้อีกแล้วเหมือนกับสุนัขที่ทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตรอด

        “ข้าไม่สังหารเจ้าหรอก!” ซุนเฟยพูด

        “อ่า? ฝ่าบาททรงพระเจริญ!ฝ่าบาททรงพระเจริญ! ขอบพระทัยพะยะค่ะองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า กระหม่อม….” อัศวินได้ยินดังนั้นก็พลันดีใจพยายามที่จะประจบประแจงสุดชีวิต

        ซุนเฟยทนฟังไม่ไหวจึงพูดตัดบทเขา “ข้าไม่สังหารเจ้า แต่มีบางคนที่จะสังหารเจ้า” พูดจบ ซุนเฟยก็หันไปกวักมือเรียกเด็กหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านั้น ด้วยประสิทธิภาพของ【น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง】ตอนนี้เด็กหนุ่มคนนั้นจึงหายเป็นปกติอาจจะมีแค่อาการเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขายืนอยู่ด้านหน้าสุดด้วยการประคองของสหาย เมื่อเห็นอเล็กซ์ซานเดอร์กวักมือเรียก เขาจึงเดินเข้าไปหาอย่างตื่นเต้นพลางคุกเข่าลงกับพื้นตามมารยาทของขุนนางที่กำลังเข้าเฝ้าราชา

        “ผู้กล้าตัวน้อย เจ้ามีนามว่าอะไร?” ซุนเฟยถามยิ้มๆ

 

 

        “กระหม่อมตอร์เรสพะยะค่ะ นามของกระหม่อมเฟร์นันโด ตอร์เรส” เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่นๆด้วยความตื่นเต้น ในสงครามปกป้องเมืองแซมบอร์ดก่อนหน้านี้ เขาถูกเรียกให้เกณฑ์ทหารในวันสุดท้าย เขาสมัครใจที่จะถืออาวุธขึ้นไปยืนบนกำแพงด้วยตัวเอง แต่ทว่าเขาก็ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมสงครามที่แท้จริง แต่เหตุการณ์เมื่อตอนบ่าย ทำให้เขาได้เห็นความห้าวหาญของราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ที่บุกตะลุยเข้าไปโรมรันกับเหล่าข้าศึกที่สนามรบอย่างดุเดือด ในตอนนั้นเองตอร์เรสได้ยกองค์ราชาให้เป็นไอดอลของตัวเอง ในใจของเด็กหนุ่มทุกคนต่างมีความฝันที่จะได้เป็นวีรบุรุษ เขาได้สาบานในใจว่าหลังจากนี้ไปเขาจะต้องกลายเป็นนักรบผู้กล้าหาญเช่นเดียวกับองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ที่แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดร้ายและความตายที่น่ากลัวแต่พระองค์ก็ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดังนั้นก่อนหน้านี้ที่เขาเห็นอัศวินของราชอาณาจักรเซนิทดูหมิ่นแองเจล่า ตอร์เรสก็เป็นคนแรกที่ออกมาต่อว่า

        ซุนเฟยตบบ่าตอร์เรส ก่อนจะใช้ปลายเท้าเตะดาบของอัศวินที่อยู่บนพื้นให้ลอยขึ้นมาก่อนจะรับดาบแล้วส่งดาบในมือให้แก่เขา “ตอร์เรส เจ้ากล้าสังหารคนไหม?”

        ตอร์เรสลังเลอยู่สักพักทีแรกก็จะพูดว่าไม่ แต่ฉับพลันฉากสังหารหมู่บนสะพานหินเมื่อตอนกลางวันผุดขึ้นมา เขากัดฟันแน่นก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท กระหม่อมกล้าพะยะค่ะ!”

        “งั้นดี เจ้าเป็นตัวแทนข้าไปสังหารไอ้สวะทุกตัวที่กล้าดูถูกเมืองแซมบอร์ด”ซุนเฟยชี้ไปทางอัศวินที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น อัศวินผู้โชคร้ายคนนี้แม้กระทั่งความกล้าที่จะต่อต้านก็ไม่มี เมื่อเห็นตอร์เรสถือดาบเข้ามาก็ไม่กล้าแม้จะขยับตัว แค่ยันตัวแนบหัวลงกับพื้นก็ยากลำบากแล้ว

        นี่เป็นครั้งแรกที่ตอร์เรสสังหารคน

        ความจริงแล้วตอนที่เขาก้าวไปหาอัศวินคนนั้นทีละก้าวทีละก้าว ในใจก็เต้นตุบตับๆ แต่ดาบในมือก็จ้วงแทงไปอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเลือดก็พุ่งกระเด็นออกมาเปรอะหน้าของเขา ตอร์เรสกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างในจิตวิญญาณของตัวเองกำลังถูกจุดขึ้นมา เขาไม่มีความกลัวใดๆอีกแล้ว เลือดในกายเหมือนจะเดือดพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

        “ดีมาก เฟร์นันโด ตอร์เรส จากวันนี้ไปเจ้าจะกลายมาเป็นองค์รักษ์ส่วนตัวของข้า!” ซุนเฟยพอใจกับการกระทำของตอร์เรสมาก

        เมื่อเขาได้เห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยืนขวางหน้าแองเจล่าเพื่อปกป้องเธอและรักษาเกียรติภูมิของเขา แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับดาบอันแหลมคมในมือของอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิทก็ไม่คิดจะถอยหนีสักนิด ซุนเฟยจึงรู้สึกดีกับเด็กหนุ่มอายุ 16 ปีคนนี้มาก คนเราจะแสดงความกล้าหาญออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อต่อเมื่อได้เปรียบในการครอบครองอาวุธ สำหรับคนอ่อนแอหากเขาไม่พึ่งพาความกล้าหาญก็จะไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงได้ เห็นได้ชัดว่า แม้ว่าจังหวะที่แทงดาบเข้าไปจะสั่นเล็กน้อย แต่เด็กหนุ่มผม บลอนด์ทองตรงหน้าก็ยังฉายแววของนักรบที่แท้จริงออกมา

        “เอ๋?”

        ตอร์เรสนิ่งอึ้ง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกความสุขที่ตกลงมาจากฟากฟ้าทับร่างของเขา เขาทั้ง  มึนงงทั้งไม่อยากจะเชื่อ สุดท้ายก็ได้ยินเสียงของเพื่อนที่อยู่ไกลๆร้องเตือนสติขึ้นมา เขาจึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความซาบซึ้งกับพระมหากรุณาธิคุณของราชา  จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ด้านหลังซุนเฟย ยังคงรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อแอบลอบหยิกขาตัวเองด้วยซ้ำซึ่งความเจ็บพวกนี้ก็บอกเขาว่าทุกสิ่งไม่ใช่ความฝัน ตัวเองได้กลายเป็นองค์รักษ์ส่วนตัวขององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ที่เป็นไอดอลของตัวเอง ทั้งยังรับรู้ถึงสายตาอิจฉาของเพื่อนๆที่อยู่ห่างออกไป ตอร์เรสค่อยๆยืดหลังตรงให้ตัวเองดูเหมือนนักรบที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม

        แต่ทว่ารองหัวหน้าอัศวินเซมัคที่อยู่ตรงหินรูปปั้นฝั่งตรงข้ามนั้นเริ่มรู้สึกว่าหัวของตัวเองมีไม่พอใช้เสียแล้ว

        เป็นแค่ราชาปัญญาอ่อนของอาณาจักรระดับ 6 ที่อ่อนแอเหมือนมดตัวหนึ่ง แต่ทำไมเขาถึงกล้าที่จะสังหารอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิทต่อหน้าผู้คนจำนวนมากอย่างไม่เกรงกลัวเชียวหรือ? ทำไมเขากล้า? เซมัคยกมือชี้นิ้วสั่นๆไปที่หน้าซุนเฟย ริมฝีปากสั่นระริกพูดไม่ออกเลยสักคำ เมื่อกี้ตอนที่ประมือกันอีกฝ่ายเหมือนสะบัดมือแบบลวกๆ แต่ทว่าการโจมตีของเขากลับสลายคลื่นพลังที่ปกคลุมบนร่างของเซมัค ไม่เพียงแค่สลายคลื่นพลังของเขาแต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของเซมัคที่แสนหยิ่งทระนงอีกด้วยและนั่นทำให้อัศวินผู้สูงส่งคนนี้เข้าใจถึงความต่างชั้นของพลังตัวเองและองค์ราชาหนุ่มคนนี้

        ซุนเฟยจัดการเหล่าทหารกลุ่มนี้เสร็จก็แสยะยิ้มเย็นชา รังสีฆ่าฟันทิ่มแทงไปทั่วกระดูกค่อยๆเดินไปทางเซมัคทีละก้าวทีละก้าวแล้วพูดว่า “พูดสิ ไอ้สวะ เจ้าอยากตายยังไง?”

        ตอนนี้เองสมองของรองหัวหน้าอัศวินก็สับสนวุ่นวายไปหมด

        เขาพลันโง่เขลาขึ้นมา

        เดิมทีเขาคิดว่าแม้ว่าราชาหนุ่มคนนี้จะกำเริบเสิบสานกล้าสังหารอัศวินกี่คนเท่านั้น แต่เขาไม่คิดว่ามันจะฆ่าตัวเองด้วย ความจริงอัศวินพวกนั้นเป็นเพียงข้ารับใช้ชั้นต่ำเท่านั้น แต่สำหรับนายทหารที่โดดเด่นของราชอาณาจักรทั้งยังเป็นคนสนิทขององค์ชายเซอร์คอฟองค์ชายลำดับที่ 2 ที่มีสิทธิที่จะสืบทอดราชบัลลังต่อจากจักรพรรดิยาซิน ด้วยฐานะที่พิเศษกว่าใครแบบนี้คงไม่กล้าที่จะลงมือสังหารเขาแน่…..แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด ราชาที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้คงไม่ปล่อยตัวเองไปแน่ๆ

        ในที่สุดเซมัคก็ลนรานด้วยความกลัว

        ฐานะรองอัศวินแห่งราชอาณาจักรใหญ่ไม่สามารถคุ้มครองเขาได้ พลังนักรบ 2 ดาวก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเขาได้ ด้วยฐานะทั้งสองอย่างนี้ทำให้เมื่อก่อนเขากำเริบเสิบสานข่มขู่อาณาจักรบริวารอื่นๆคาดไม่ถึงว่าตอนนี้มันจะล้มเหลว เซมัคได้รู้แล้วว่าตัวเองมันอ่อนแอแค่ไหน เขาเริ่มตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

        เขาถอยหลังไปเรื่อยๆ ท่าทางเย่อหยิ่งอยู่เหนือผู้อื่นก่อนหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเตรียมที่จะวิ่งหนี

        ตอนนี้เอง——

        “บังอาจ! อเล็กซ์ซานเดอร์ เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้นะ!”

        ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากฝูงชน ดวงตาของเซมัคเป็นประกาย เพราะเขามองเห็นองค์ชายน้อยทอร์บิ้นสกี้แหวกทางฝูงชนเข้ามาในกลางวงกลม

        “ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ เมืองแซมบอร์ดก่อกบฏ ราชาที่ชั่วร้ายคนนี้ที่จริงแล้วคิดจะต่อต้านราชอาณาจักรเซนิท…” เซมัคไม่สนใจภาพลักษณ์รองหัวหน้าอัศวินตัวเองด้วยความกลัวเขารีบกลิ้งลุนๆไปอยู่ข้างๆองค์ชายน้อยทอร์บิ้นสกี้ คุกเข่าแล้วเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างโศกเศร้า “โหดเหี้ยมมากพะยะค่ะ ราชาคนนี้ทั้งชั่วร้ายและโหดเหี้ยมเขาสังหารอัศวินแห่งราชอาณาจักรไม่พอยังสั่งให้คนไปล้อมคณะทูตอีกด้วยพะยะค่ะ!”

        เซมัคสาดโคลนไปที่ซุนเฟยอย่างหน้าด้านๆ

        องค์ชายน้อยทอร์บิ้นสกี้มองเห็นร่างไร้ลมหายใจของเหล่าอัศวินนอนอยู่บนพื้น ก่อนจะมองไปที่รองหัวหน้าอัศวินเซมัคที่อยู่ในสภาพน่าสังเวชอีกครั้ง ดวงตาก็พลันขึ้งโกรธขึ้นมาก่อนจะหันไปมองซุนเฟย “องค์ราชา อเล็กซ์ซานเดอร์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น หวังว่าจะมีคำอธิบายที่น่าพอใจสำหรับเรื่องนี้ให้แก่ข้า!”

        องค์ชายน้อยทอร์บิ้นสกี้รู้สึกสนุกสนานไปกับงานเลี้ยงคืนนี้ ที่อาณาจักรเล็ก ๆ ในเขตทุรกันดารนี้เขารู้สึกมีความสุขผ่อนครายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่มีอาจารย์ที่เข้มงวดมาคอยเตือนตัวเองว่านี่ทำไม่ได้นั่นทำไม่ได้ เขาไม่ต้องคอยสังเกตสายตาวาจาของจักรพรรดิยาชินผู้เป็นบิดา ยิ่งไปว่านั้นไม่ต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายทั้งสองอย่างอาร์ชาวินและเซอร์คอฟ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของชาวบ้านที่นี่  การเต้นรอบกองไฟเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ ความรู้สึกสนุกสนานแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมากยามที่เขาอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

        เขาไม่เคยมีประสบการณ์กับงานเลี้ยงแบบนี้มาก่อน แม้ว่าในตอนแรกทอร์บิ้นสกี้จะรู้สึกไม่พอใจและมีอคติกับราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ แต่มันก็ค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆ เมื่อกี้เขาได้ฟังชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดที่อยู่รอบๆเล่าถึงความกล้าหาญของอเล็กซ์ซานเดอร์ ในใจเขายังคิดว่า ดูเหมือนว่าราชาที่ชื่ออเล็กซ์ซานเดอร์เป็นคนหนุ่มที่ไม่เลวและน่าสนใจมาก บางทีตัวเองและเขาสามารถเป็นสหายกันได้…..

        แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้เขาโมโหขึ้นมาอีกครั้ง

        ก่อนหน้านี้เนื่องจากมีฝูงชนรวมตัวกันแออัดมาก ตอนที่เขามาถึงเรื่องราวก็ดำเนินไปมากกว่าครึ่งแล้ว ดังนั้นเรื่องราวทั้งหมดองค์ชายน้อยจึงไม่รู้แน่ชัด แต่ไม่ว่าที่รองหัวหน้าอัศวินเซมัคพูดจะเป็นจริงหรือไม่นั้น ในฐานะองค์ชายแห่งราชอาณาจักร ทอร์บิ้นสกี้รู้สึกว่าศักดิ์ศรีของราชอาณาจักรกำลังได้รับการยั่วยุ เขาจำเป็นต้องปรากฏตัวออกมา หากอเล็กซ์ซานเดอร์ไม่มีคำอธิบายที่มีเหตุผลมากพอผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก

        แต่ คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกตกตะลึงมาก รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ——

        “อธิบาย? อธิบายอะไร?”

        ซุนเฟยเหยียดยิ้มออกมาอย่างดูถูก ราวกับได้ยินเรื่องตลกบางอย่าง เขาไม่แม้แต่จะหยุดเดินสักนิดยังคงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆทีละก้าวทีละก้าว มีดสั้นสีทองในมือซุนเฟยราวกับเคียวยมทูต มันแผ่บรรยากาศหนาวเย็นยะเยือกทิ่มแทงไปทั่วกระดูก ดวงตาซุนเฟยคมดุจมีด เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “องค์ชาย อย่าเลือกทำสิ่งที่ผิดเลย จะหลีกหรือจะตาย!”

        “เจ้า….”

        องค์ชายน้อยโกรธมาก

        วินาทีนี้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าตัวเองแต่ก็ไม่สงสัยเลยว่าหากเขายังคงยืนขวางเซมัคต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ อีกฝ่ายก็จะสังหารเขาอย่างไม่ลังเลแน่นอน——แต่ด้วยศักดิ์ศรีในฐานะที่เป็นองค์ชายแห่งราชอาณาจักรใหญ่ ทำให้เขาไม่ยอมลดศักดิ์เหมือนอัศวินคนก่อนหน้านี้ที่กระดิกหางประจบซุนเฟย แม้ว่าทอร์บิ้นสกี้จะไม่ใช่วีรบุรุษที่กล้าหาญอะไรแม้แต่ก่อนหน้านี้ก็ยังแสดงท่าทางเกเรได้อย่างน่ารังเกียจด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้องค์ชายน้อยรู้แค่ว่าสิ่งที่เขาปกป้องไม่ใช่รองหัวหน้าอัศวินเซมัคแต่เป็นศักดิ์ศรีของราชอาณาจักรเซนิท

        แม้ว่าทอร์บิ้นสกี้จะรู้ว่าสู้ไปก็แพ้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงดึงดาบที่ข้างเอวตัวเองออกมาอยู่ดี

        “หืม?”

        ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทางที่องค์ชายน้อยแสดงออกมา คาดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนลูกผู้ดีมีเงินจะมีความเข้มแข็งขนาดนี้….แต่ มันก็เท่านั้น เขายังคงเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆโดยไม่หยุด มังกรเองก็มีเกล็ดย้อนหากไปแตะมันเข้ามังกรก็จะสังหารทันทีโดยไม่สนใจ อย่าว่าแต่คนตรงหน้าจะเป็นองค์ชายแห่งราชอาณาจักรเซนิทเลย ต่อให้เป็นจักรพรรดิยาชินแห่งราชอาณาจักรเซนิทซุนเฟยก็กล้าสังหารเขาอย่างไม่ลังเลเช่นกัน

        ในขณะนั้น ท่ามกลางมุมมืดโต๊ะหินข้างๆลานกว้าง มีใครบ้างคนที่กำลังจะทนไม่ไหว

        “เด็กหนุ่มคนนั้น ช่างอวดดีซะจริงๆ….” นักรบหญิงซูซานที่สวมเสื้อคลุมสีดำหลบอยู่ในเงามื้ดก็พูดขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว เธอหันร่างมาพูดกับคนที่สวมชุดคลุมที่อยู่ข้างกายว่า “องค์หญิงเพคะ ให้หม่อมฉันไปสังหารมันนะเพคะ”

        “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้เขา” องค์หญิงส่ายหน้าเบาๆ

        “จะเป็นไปได้ยังไง? ฝ่าบาท เรื่องนี้หม่อมฉันไม่เห็นด้วยเพคะ หม่อมฉันเป็นถึงนักรบ 3 ดาวแม้ว่าเซมัคสุนัขรับใช้ที่น่ารังเกียจขององค์ชายรองจะพ่ายแพ้ แต่หม่อมฉันแน่ใจว่าเขาไม่ใช่คู่มือของหม่อมฉันแน่!” เห็นได้ชัดว่านักรบสาวซูซานไม่ยอมรับกับข้อวินิจสัยขององค์หญิงได้

        องค์หญิงส่ายหน้าไม่สนใจซูซานแต่หันหลังหันมาพูดกับอีกคนว่า “หัวหน้าอัศวินโรมัน ครั้งนี้รบกวนท่านลงมือด้วยตัวเองทีนะ”

        “รับด้วยเกล้าพะยะค่ะองค์หญิง”ชายในชุดคลุมสีดำดึงผ้าคลุมหัวลง ภายใต้แสงไฟสะท้อนให้เห็นถึงร่างกายสูงใหญ่กำยำ เป็นนักรบผมทองที่มักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอ

        “จริงสิ  ชายที่ชื่อว่าอเล็กซ์ซานเดอร์ช่างน่าสนใจจริงๆ หัวหน้าอัศวินโรมัน ท่านไม่ต้องประมือกับเขานะแค่พาจิมมี่กลับออกมาอย่างปลอดภัยก็พอ”องค์หญิงพูดเสริมขึ้นมา น้ำเสียงของเธอยังคงระโหยโรยแรงเช่นเดิม

        “เอ๋?” นักรบผมทองชะงัก “ฝ่าบาท แล้วรองหัวหน้าอัศวินเซมัค…”

        “หึๆๆ สุนัขชั้นต่ำแบบมันให้มันตายที่นี่ยิ่งดี มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หลายปีมานี้มันแอบกระทำเรื่องต่ำช้าเสื่อมเสียเกียรติยศให้กับราชอาณาจักรเซนิทมาไม่น้อย มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงโทษ”องค์หญิงพูดเสียงแผ่วเบา

        ชายผมทองชะงักไปไม่กี่วินาทีก่อนจะพยักหน้า “กระหม่อมเข้าใจแล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท”พูดจบร่างสูงใหญ่ของเขาก็หายไปทันที

        “องค์หญิงเพคะ ไอ้สุนัขรับใช้เซมัคแม้ว่ามันจะสมควรตาย แต่ เขาก็เป็นคนสนิทขององค์ชายรองเซอร์คอฟนะเพคะ หลายปีมานี้มันคอยทำงานสกปรกๆเพื่อองค์ชายรองเซอร์คอฟมาไม่น้อย เกรงว่าหากมันตาย เมื่อถึงเวลาองค์ชายรองคงไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆแน่เพคะ”นักรบสาวซูซานพูดเตือนขึ้นมา

            ————————————