0 Views

ซุนเฟยตกอยู่ในสภาวะตกตะลึง

 

“เวลาเล่นเกม วันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว? นี่มันคืออะไรกัน?

 

เขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมากะทันหัน นี่มันผิดจรรยาบรรณชัดๆ ซุนเฟยกำลังเตรียมที่จะกลับเมืองอยู่แล้วเชียว ทำไมถึงได้….

 

วินาทีต่อมา ซุนเฟยภาพเบื้องหน้าก็มืดลง

 

ต่อมา ในสายตาของเขาโลกค่อยๆพล่ามัวและบิดหมุนขึ้น มันช่างดูเหมือนกับทีวีเก่าๆที่ได้รับสัญญาณไม่ดี มีเสียงแหลมๆดังซ่าๆออกมา

 

ความมืดเริ่มปกคลุม

 

……

 

ซุนเฟยลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกลับมาที่ห้องโถงพระราชวังที่ๆ ประดับประดาด้วยของตกแต่งที่งดงามและของใช้ที่วิจิตตระการตา อีกทั้งยังมีเตียงผ้าฝ้ายอ่อนนุ่มสีแดงทองอีก บรรยากาศช่างแตกต่างกับโลก Diablo ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและอันตราย  วิสัยทัศน์เริ่มชัดขึ้น ในใจซุนเฟยเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่า….เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ฝันร้าย?

 

ซุนเฟยพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่บนเตียงมีเพียงแค่เหงื่อที่ไหลท่วมร่าง ร่างกายรู้สึกร้อนๆเหมือนเพิ่งทำซาวน่ามา

 

เขาตกตะลึง

 

ก่อนที่จะใช้สองมือดันร่างตัวเองขึ้นนั่ง

 

ตอนนี้ ซุนเฟยพลันพบอะไรแปลกๆ ตอนที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรกเขารู้สึกมึนๆยังไม่ทันได้รู้ว่าคืออะไร มันก็หายไปเสียแล้ว ความเจ็บปวดตรงหน้าอกและหัวในตอนแรกก็หายไป

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

 

หรือว่าเมื่อกี้จะไม่ใช่แค่ความฝัน?

 

จิตใต้สำนึกของซุนเฟยรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆ เกิดกับร่างกายตัวเอง แต่เกิดอะไรขึ้นนั้นเขากลับอธิบายไม่ถูก

 

ในห้องโถงยามนี้ ช่างเงียบสงบ ไม่มีคนอยู่เลยสักคน

 

ซุนเฟยลงจากเตียง ยืนขึ้นแล้วบิดขี้เกียจ

 

‘แคว๊ก’ ——

 

เสียงผ้าฝ้ายฉีกขาดดังขึ้นมา

 

เสื้ออัศวินคอกลมสีขาวที่ซุนเฟยสวมพลันฉีกขาดเป็นริ้วๆบนร่างเหมือนขอทานในโลกก่อน แม้กระทั่งกางเกงก็ยังขาดเป็นรู

 

“เวรเอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย?

 

ซุนเฟยสะดุ้งตกใจ

 

เรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เขาแทบจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ

 

ซุนเฟยก้มมองก็พบว่าเป็นเพราะเสื้ออัศวินที่เขาสวมทีแรก มันไม่พอดีตัว ดูเหมือนว่ามันจะเล็กเกินไปหน่อย กางเกงก็แน่นไปนิด เมื่อกี้พอตัวเองขยับตัวออกแรงเสื้อผ้าและกางเกงก็ขาดทันที….

 

“ช่างไร้คุณภาพสิ้นดี คิดไม่ถึงว่าคุณภาพผ้าฝ้ายของโลกนี้จะแย่ขนาดนี้ ขยับนิดหน่อยก็ขาดแล้ว!”

 

สายลมพัดโชยมา ซุนเฟยก็รู้สึกเย็นสบาย

 

“ต้องหาเสื้อผ้าใส่ซะแล้วสิ…”

 

ซุนเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆห้องโถงไม่นานก็พบสิ่งที่คล้ายกับตู้เสื้อผ้าภายนอกของมันตกแต่งได้สวยงาม จึงเดินเข้าไปดู แน่นอนว่ามีเสื้อผ้าหรูหราทุกชนิดอยู่ด้านใน เขาเลือกสวมเสื้ออัศวินสีดำที่มีขนาดเหมาะสมกับเขา จากนั้นก็เดินไปยืนมองอยู่หน้ากระจกเงา

 

ทันทีที่ได้เห็น ซุนเฟยก็ยืนอึ้งอยู่กับที่

 

อัศวินหนุ่มชุดดำที่หล่อเหลาปรากฏขึ้นในกระจกเงา

 

สูงประมาณ 180 เซนติเมตร รูปร่างกำยำสูงเพรียว ผมหนาสีดำยาวประบ่าถูกมัดด้วยยางรัดผมที่ประดับด้วยทับทิมสีแดง แม้ว่าใบหน้าจะไม่ได้หล่อถึงขนาดที่ทำให้ผู้ชายอิจฉาและผู้หญิงบ้าคลั่ง แต่ใบหน้าที่คมชัดได้รูปคิ้วหน้าตาโตเผยให้เห็นความหล่อเหลาที่ยากจะยับยั้งได้กับท่วงท่าก็ทำให้เหล่าหนุ่มสาวรู้สึกหวั่นไหว

 

“หล่อเหลาเอาการ หรือว่าไอ้หน้าขาวในกระจกนี่มันคือฉัน?

 

ซุนเฟยไม่เชื่อจึงลองกระโดดโลดเต้น

 

แล้วคนในกระจกก็แสดงท่าทางออกมาเหมือนกันเด๊ะ

 

ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าหนุ่มหล่อในกระจกคือตัวเองจริงๆซุนเฟยยกมือเท้าเอวแล้วหัวเราะออกมาอย่างโง่ๆ “ว่ะฮ่าๆๆ กำไรกำไร นี่เป็นกำไรจริงๆ แม้ว่าอเล็กซ์ซานเดอร์จะปัญญาอ่อนแต่ที่จริงแล้วก็มีรูปลักษณ์ดูดีแบบนี้ทำให้ฉันเบาใจขึ้นเยอะเลย ฮ่าๆ แต่ก็ดูดีกว่าฉันเมื่อก่อนมาก”

 

ซุนเฟยกระโดดตรงกระจกด้วยความดีใจเหลือล้น

 

แทบไม่ต่างกับพวกดาราหนุ่มสาวหล่อๆสวยๆของเกาหลีเลย

 

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าคืออเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซ์ซานเดอร์ก็คือข้า!”

 

ซุนเฟยกำหมัดแน่นอย่างมีความสุขพลางพูดกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว

 

เขายืนอยู่สักพักก่อนจะหันหลังเดินไปตรงกลางห้องโถงซึ่งมีชุดเกราะแบบสมัยยุคกลางและดาบยักษ์คู่แขวนอยู่ เขาเลือกชุดเกราะที่สูงใกล้เคียงกับตัวเองแล้วดึงดาบอัศวินคู่ออกมาจากปอกดาบแล้วลองกวัดแกว่งอย่างภูมิใจและพยายามค้นหาความรู้สึกของราชา

 

แต่วินาทีต่อมา สีหน้าซุนเฟยก็พลันประหลาดใจขึ้นมา

 

“ทำไมมันเบาแบบนี้? ดาบนี้อาจจะตัดไม้ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ เอามันมาหลอกกันรึเปล่า?

 

ดาบยักษ์คู่สูงประมาณ 1.3 เมตรคาดว่าอย่างน้อยๆก็น่าจะหนักประมาณ 15-20กิโล แต่ซุนเฟย ถือไว้ในมือเหมือนถือฟางก็ไม่ปานไม่ได้รู้สึกหนักแม้แต่น้อย ความรู้สึกแปลกๆที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ซุนเฟยรู้สึกตกใจ

 

ติ้ง——

 

ซุนเฟยคิดจะลองฟันดู เมื่อตวัดดาบฟันเบาๆไปที่ชุดเกราะด้านข้าง

 

แล้วก็เกิดเรื่องที่ทำให้เขาตกตะลึงจนตาค้าง——

 

หลังจากได้ยินเสียงคมชัดจากดาบที่แสนจะเบาหวิวคู่นี้ชุดเกราะก็ที่หนาอย่างน้อยๆ 3-4 มิลลิเมตรก็ถูกตัดผ่าออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายเหมือนตัดเต้าหู้ หลังจากนั้นไม่นานส่วนบนของชุดเกราะนี้ก็มีเสียง ‘แกร๊ง’ แล้วร่วงลงพื้นแยกเป็นสองส่วน

 

“โอ้…”

 

ซุนเฟยสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ

 

เส้นประสาทของเขาก็ปูดขึ้น อดไม่ได้ที่จะตกใจจนตาค้างกับภาพตรงหน้า “ผีหลอกรึเปล่า…มันเกิดอะไรขึ้นข้า….แรงของข้าทำไมถึงได้ขนาดนี้…ทำไมจู่ๆจึงมีแรงมหาศาลขนาดนี้ละ?

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซุนเฟยก็สะบัดข้อมือตามจิตใต้สำนึก

 

ซึ่งมันยังคงรู้สึกว่าเบาราวกับไม่ได้ถืออะไรไว้เลย

 

แต่กลับสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่า ดาบยักษ์คู่หนักๆ ถูกมือข้างหนึ่งของตัวเองสะบัดไปมา 4-5 รอบจนเกิดประกายแสงสว่างเหมือนเงาวูบวาบ ดาบหนักก็เกิดเสียงฟิ้วๆตามมา

 

“ความรู้สึกนี้มัน….”

 

ซุนเฟยหลับตาซึมซับกับความรู้ในยามสะบัดดาบ

 

ความรู้สึกนี้กับความรู้สึกที่สะบัดขวานคู่ยักษ์ไล่ฆ่ามอนสเตอร์ตอนที่อาชีพคนเถื่อนของเขาเลื่อนระดับไปที่ระดับ ของโลก Diablo ในความฝันมันให้ความรู้สึกใกล้เคียงกันขนาดแรงก็ยังสอดคล้องกันอีก

 

“หรือว่า…”

 

ซุนเฟยพลันตื่นตระหนก

 

“หรือว่าความสามารถอาชีพคนเถื่อนในเกมส์จะสามารถนำออกมาใช้ในความจริงได้?

 

เขาถูกความคิดนี้ ทำให้ตะลึงงัน

 

จากนั้นไม่นาน

 

ซุนเฟยก็ตัดสินใจตรวจสอบความคาดเดาของตัวเอง เขาเสียบดาบคู่ยักษ์ในมือกลับเข้าไปในปอกดาบกวาดสายตามองอาวุธอื่นๆในห้องโถง

 

ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย

 

ซุนเฟยเห็นซอกมุมไกลๆในห้องโถงมีขวานคู่ยักษ์รูปร่างแปลกๆมันมีด้ามขวานเกินมาจากใบมีดขวานมากและยาว 1.เมตร ดูจากรูปร่างแล้วมันน่าจะหนักประมาณ 50 กิโลข้างๆก็มีชุดเกราะหนักสีดำ บริเวณที่ขวานวางเป็นพื้นที่ปูด้วยหินบริเวณขวานกดลงกับพื้นเป็นหลุมขนาดไม่ใหญ่และก็ไม่เล็กจนเกินไป

ลักษณะขวานนั่นสีดำ แกะสลักลวดลายแปลกๆเต็มไปด้วยบรรยากาศดุดัน

 

ซุนเฟยรีบเดินเขาไปหยิบขวานยักษ์มาถือไว้

 

ตอนนั้นเอง ความรู้สึกยอดเยี่ยมเชื่อมต่อไปทั่วทุกกระแสเลือดและกระจายทั่วร่างกายทุกเส้นประสาทภายในทุกเซลล์ ซุนเฟยรู้สึกว่าขวานคู่นี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง

 

เขาหลับตาแล้วซึมซับความรู้สึกอย่างละเอียด

 

“ไม่เลวเลยนี่ นี่เหมือนความรู้สึกหลังจากที่ได้เลื่อนเป็นระดับ แล้วเลือกทักษะ  ‘ควบคุมขวาน’ ของคนเถื่อนในเกมส์เลย ที่สามารถทำได้ตามใจปรารถนา ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้…”

 

วู้วๆๆๆ——

 

ซุนเฟยหมุนขวานคู่ยักษ์อย่างชำนาญเหมือนกังหังลม เทคนิคคนขวานที่น่าเหลือเชื่อทุกอย่าง ซุนเฟยนำออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง เหมือนเป็นปรมาจารย์ขวานที่ฝึกฝนมาแล้วนับสิบๆปี

 

และจนถึงตอนนี้ ซุนเฟยมั่นใจในการคาดเดาของตัวเองแล้วว่า

 

มันไม่ผิดเลย

 

พลังป้องกัน,โจมตี,ความแข็งแกร่ง,ทักษะขวานและพละกำลัง เทคนิคทั้งหมดของคนเถื่อนเลเวล ในโลก Diablo ที่อยู่ในฝัน เขามีมันทั้งหมด …. ดังนั้นเขาก็มีความสามารถของตัวละครคนเถื่อนเลเวล ทั้งหมด

 

พละกำลังมหาศาลทำให้ซุนเฟยรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

 

“นี่เป็นความรู้สึกของพลังอย่างงั้นเหรอ? ไม่รู้เลยว่าพลังแบบนี้จะอยู่ระดับเท่าไหร่ในโลกมหัศจรรย์นี้?

 

เขาลุ่มหลงไปกับพลังที่ได้มา ซุนเฟยก็พลันนึกปัญหาร้ายแรงอีกอย่างขึ้นมา “ใช่แล้ว พี่ชายยอดฝีมือบอกว่าข้าศึกกำลังโจมตีเมืองไม่ใช่เหรอบางทีข้าสมควรไปดู…”

 

ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในสมอง มันอยู่นอกการควบคุม

 

บางทีด้วยพลังที่เขามีตอนนี้ อาจจะพอทำอะไรได้บ้าง

 

แต่ก่อนที่จะออกไป เพื่อความปลอดภัยของตัวเองซุนเฟยเลือกสวมชุดอัศวินเกราะหนักที่มีขนาดใกล้เคียงกับตัวเอง ใช้พลังอย่างมากที่จะสวมมัน

 

ชุดอัศวินเกราะหนักนี้ช่วยป้องกันร่างกายซุนเฟยทั่วทั้งร่างอย่างแน่นหนา

 

เขาหยิบหมวกอัศวินขึ้นมาแล้วสวมไปที่หน้าของเขา เขาสามารถมองเห็นผ่านรูที่เจาะไว้ตรงดวงตาซึ่งเห็นภาพภายนอกได้อย่างชัดเจน ซุนเฟยรู้สึกว่าชุดที่ตัวเองสวมอยู่ตอนนี้ เหมือนโรเบิร์ต ดาวน์นีย์ จูเนียร์ นักแสดงชาวอเมริกันที่เล่นหนังเรื่อง ไอรอนแมนขยับเพียงนิดเดียว ก็จะได้ยินเสียงกระทบกันของโลหะ เสียงนั้นทำให้ซุนเฟยรู้สึกเลือดลมร้อนระอุ

 

ดูมีบารมีขึ้นมาเยอะ

 

ชุดเกราะหนักหนักถึง 25 กิโล ถ้าเมื่อก่อนได้สวมมันละก็ น้ำหนักของมันสามารถกดซุนเฟยจนขี้แตกได้เลย แต่ตอนนี้เมื่อสวมบนร่างเขาก็เหมือนสวมเสื้อกีฬาบางๆชุดใหม่ของหลี่หนิง*เรียกได้ว่าไม่รู้สึกหนักอะไรเลย

 

ติ้งติ้ง——

 

ซุนเฟยเอาขวานสีดำเคาะหมวกเหล็กของเขา ได้ยินเสียงเคาะนี้ก็รู้สึกพอใจอย่างมาก “ฮ่าๆ คราวนี้แหละต่อให้ถูกธนูยิงหัวอีกก็ไม่กลัวแล้วเว้ย!”

 

พร้อมลุยแล้ว!

 

เขาเดินออกจากประตูของห้องโถงราชาอย่างเงียบๆ ซุนเฟยเหลือบมองซ้ายขวา

 

ทีแรกเขายังคิดจะเรียกทหารรักษาความปลอดภัยในพระราชวังมาที่นี่ แต่ใครจะรู้ว่าไม่มีใครเฝ้าราชวังเลยสักคน เงียบกริบ จึงเดินออกไปนอกประตูวังก็พบว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บอยู่สองนายฟุบหลับอยู่ตรงหน้าประตู

 

เห็นแบบนี้ก็เดาได้ว่าทหารสองคนนี้คงเพิ่งกลับมาจากแนวหน้า ด้วยความเหนื่อยล้าจึงเผลอหลับตรงหน้าประตู

 

“ชิบหายล่ะ แม้แต่ทหารเฝ้าหน้าวังของราชายังเหลือแค่ทหารบาดเจ็บอยู่ 2 นาย ดูเหมือนว่าสงครามบนกำแพงเมืองคงจะคับขันมากแน่ๆ….”

 

ได้ยินเสียงฆ่าฟันลอยมาอยู่ไกลๆ ในใจซุนเฟยพลันเกร็งเครียด

 

เขารีบเร่งฝีเท้าตัวเองให้เร็วขึ้นอีก

 

บางทีอาจจะเหลือเวลาไม่มากแล้ว

______________________________________________________________

หลี่หนิง*เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาของประเทศจีน