0 Views

        งานเลี้ยงเข้าสู่ช่วงคึกครื้น

        ซุนเฟยถือแก้วเหล้าเดินไปทางกลุ่มนักรบ

        หลังจากผ่านการต่อสู้ที่โหดร้ายที่แสนกดดันจนทำให้ผู้คนอึดอัดและแทบจะเป็นบ้าไปแล้วก็มีเพียงแค่สาวงามกับเหล้านี่แหละที่สามารถทำให้เหล่านักรบรู้สึกผ่อนคลาย เพียร์สและดร็อกบาต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน เทเหล้าใส่ถ้วยที่มีขนาดใหญ่เท่ากระถางแล้วดื่ม เสียงหัวเราะเบิกบานดังไปทั่วลานหินกว้างซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นคือนักรบเดนตายทั้ง 23 คนที่ร่วมสู้กับซุนเฟยและรวมไปถึงพัศดีโอเลกเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย นอกจากเบรโน่นักรบผู้กล้าหาญที่พลีชีพในสงครามแล้ว อีก 22 คนที่เหลือแม้จะบาดเจ็บกันไม่น้อย แต่พวกเขาก็ยังคงมีชีวิตรอดกลับมา ด้วยการที่ผ่านการต่อสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์ราชามาด้วยกัน ทำให้เหล่านักรบกลุ่มนี้ต่างเกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน

        เหล่านักรบผู้กล้าหาญต่างมารวมตัวกันที่ทิศเหนือของลานหินกว้าง ทุกคนต่างนั่งดื่มเหล้าที่โต๊ะหิน บางคนเปลือยอกเล่นมวยปล้ำกับสหาย บางคนก็แข่งงัดข้อกันจนคอหน้าแดงก่ำไปหมด บางคนก็ออกไปเต้นรำกับสาวๆแม้กระทั่งพัศดีโอเลกที่เหล่าทหารส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่เพราะว่าได้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับความเคารพจากผู้คนไม่น้อย!

        “ชนแก้ว! มาๆพี่ชาย!” ซุนเฟยยกแก้วเหล้าหันไปทางเหล่านักรบเป็นการทักทาย

        “มาๆๆ พี่น้อง! แด่ราชาของพวกเรา! ชนแก้ว!” เหล่าทหารต่างโห่ร้องออกมาพร้อมยกแก้วขึ้น  การมาของ อเล็กซ์ซานเดอร์ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นเกียตริ

        “แก้วที่สอง แด่เบรโน่นักรบผู้กล้าหาญของพวกเรา!”

        ซุนเฟยเทเหล้าในแก้วลงพื้นดิน พลางพูดเสียงหนักแน่นว่า “บิดามารดาของเขาก็เหมือนบิดามารดาทุกคน บุตรของเขาก็เหมือนบุตรของทุกคน…..ครอบครัวของเบรโน่เมืองแซมบอร์ดจะเป็นคนดูแลให้เอง จนกระทั่งบุตรของเขาเติบโตกลายเป็นนักรบที่ห้าวหาญเหมือนบิดาของเขา!”

        “แด่เบรโน่!”

        เหล่าทหารต่างพากันเทเหล้าในมือทิ้งลงกับพื้นอย่างเงียบๆ ในตอนนั้นเองราวกับว่าท่ามกลางหมู่ดาวบนท้องฟ้าพวกเขาได้มองเห็นแผ่นหลังของชายผู้หนึ่งที่แม้จะได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงแต่ก็ยังคงกอดคอข้าศึกถึงสามนายกระโดดลงสะพานหินแล้วตะโกนเสียงดังครั้งสุดท้ายว่า ‘ราชาทรงพระเจริญ’ ….เบรโน่ วีรบุรุษผู้กล้า เขาเป็นสหายร่วมรบและเป็นสหายคนสำคัญ!

        “แก้วที่สาม แด่เบรโน่วีรบุรุษผู้กล้าสหายร่วมรบของพวกเรา แด่เหล่านักรบทั้ง 22 คนผู้ห้าวหาญของเมืองแซมบอร์ด  เพียร์ส ดร็อกบา โอนีล เอสเซียง บัลลัค …..” ซุนเฟยไล่ชื่อเหล่านักรบที่ร่วมรบกับตัวเองทีละคนทีละคน เขาจำชื่อทุกคนได้ บรรดาฝูงชนโห่ร้องออกมาอย่างคึกคักทุกครั้งที่ซุนเฟยขานชื่อและบรรดาผู้ที่ได้รับการขานชื่อต่างพากันตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

“พระเจ้าคุ้มครองพวกเจ้า นักรบของข้า ชื่อของพวกเจ้าจะถูกล่าวขานในเมืองแซมบอร์ด ในนามของข้าราชา อเล็กซ์ซานเดอร์จะขอมอบเกียตริยศให้แก่พวกเจ้า ส่วนชุดเกราะที่พวกเจ้าสวมใส่ในสงครามและอาวุธที่ใช้ หลังจากที่พวกมันได้รับการซ่อมแซมจากช่างตีเหล็กที่มีฝีมือที่สุดในเมืองแซมบอร์ด มันจะถูกส่งมอบให้กับพวกเจ้าอีกครั้ง….” เสียงของซุนเฟยดังกังวานเหมือนกองไฟที่กำลังโชติช่วง จุดประกายไฟในเลือดแก่นักรบทุกคน สายตาของพวกเหล่านักรบเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและตื่นเต้น ซุนเฟยยกแก้วเหล่าในมือขึ้นมาแล้วแสดงความยินดีเสียงดังว่า “ใช่แล้ว เหล่านักรบของข้า เจ้าไม่ได้คิดผิด อาวุธที่ล้ำค่าของราชวงศ์จะถูกมอบให้แก่พวกเจ้า เพราะว่าพวกมันคือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของพวกเจ้า”

        อุปกรณ์และชุดเกราะทั้งยี่สิบกว่าชุดต่างเป็นของรักของหวงของราชาผู้ล่วงลับองค์ก่อน แม้ว่าจะไม่ใช่อุปกรณ์เวทย์มนต์ที่มีอำนาจในตำนานที่นักพเนจรกล่าวถึง แต่สำหรับอาณาจักรบริวารระดับ 6 แล้วนับเป็นอย่างล้ำค่า แม้ว่าพัศดีโอเลกรวบรวมเงินที่สั่งสมมาตลอดชีวิตจากเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ระดับกลางหรือจากเงินรับจ้างนักรบ ก็ไม่อาจจะหาซื้ออุปกรณ์ครบเซ็ตพวกนี้ได้

        ดังนั้นคำพูดประโยคนี้ของซุนเฟยจึงทำให้เหล่าทหารต่างโห่ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

        องค์ราชาพระองค์นี้แบ่งแยกการลงโทษและให้รางวัลได้อย่างชัดเจน ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่าแก่การที่พวกเขาเสี่ยงชีวิต แต่ในการต่อสู้องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์วิ่งนำอยู่ด้านหน้าสุดตลอดเวลา ใช่ร่างกายของตัวเองคอยรับคมดาบกระบี่ของข้าศึกเพื่อคุ้มครองทหารและเหล่าสหาย การกระทำนี้ทำให้อำนาจและความศรัทธาของซุนเฟยในจิตใจของกองทัพได้พุ่งทะยานขึ้นสูง

        การที่องค์ราชามอบรางวัลให้อย่างใจกว้างยิ่งทำให้งานเลี้ยงครื้นเครงกว่าเดิม

        ท่ามกลางอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าที่มอมเมาทุกคน

        ซุนเฟยเริ่มสนใจเกมของเหล่านักรบถึงขนาดที่ถอดชุดคลุมราชาที่สวยงามออกแล้วเปลี่ยนเป็นใส่เกราะหนังนุ่มๆ เปลือยแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเล่นมวยปล้ำกับเหล่านักรบ นี่เป็นเกมของลูกผู้ชาย ไม่ช้าเขากับเหล่านักรบต่างเข้าใจกฎกติกาในการเล่น เขาแอบโกงด้วยการใช้【โหมดคนเถื่อน】พลิกร่างเหล่านักรบที่มากด้วยพละกำลังและมีชื่อเสียงของเมืองแซมบอร์ดหงายเก๋งไปนับสิบๆคน แสดงให้เห็นถึงความองอาจของราชา….

        บรรยากาศสนุกสนานปกคลุมไปทั่วเมืองแซมบอร์ดหลังจากจบสงคราม

        แต่ทันใดนั้นก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน——

        ตรงกลางลานหินกว้างที่เป็นจุดที่มีฝูงชนไปอยู่รวมกันมากที่สุด ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรถึงได้มีเสียงกรีดร้องตกใจของเหล่าสตรีในขณะเดียวกันก็มีเสียงหัวเราะของผู้ชายปะปนด้วย…..

        ซุนเฟยขมวดคิ้ว

        ทหารที่กำลังเฮฮาก็หยุดมือที่จะชนแก้ว

        “คงเป็นไอ้สารเลวตัวไหนที่มันดื่มเยอะถึงได้ใช้กำลังจะปล้ำจูบผู้หญิงที่แอบรัก?”

        ปฏิกิริยาแรกของซุนเฟยและเหล่าทหารต่างคิดเช่นนี้

        ฮ่าๆ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การกระทำที่ผู้มีอารยชนทำกัน แต่งานเลี้ยงเฉลิมฉลองเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความปีติ บางทีพวกเราก็ให้อภัยแก่ไอ้พวกหนุ่มๆหน้ามืดพวกนั้นล่ะกัน ใครๆก็รู้ว่าสาวๆเมืองแซมบอร์ดมีเสน่ห์จะตาย ฮ่าๆๆ ขอพระเจ้าคุ้มครองไอ้หนุ่มใจกล้านั่นด้วย

        พวกผู้ชายต่างพากันยิ้มน้อยๆ

        แต่มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทุกคนคิด  เสียงด่าทอและสาปแช่งไม่ได้ลดลงตามที่พวกเขาคิดไว้ก่อนหน้านี้กลับกันยิ่งมายิ่งมาก เสียงด่าทอและเสียงร้องตกใจผสมกับเสียงร้องเชียร์ดังเสียดหู ทุกคนต่างพากันหยุดเต้นและเริ่มเดินมารวมตัวกันกลางลานหิน เสียงหัวเราะค่อยๆหยุดลง สายตาของทุกคนเริ่มเบนไปทางแหล่งที่มาของความวุ่นวาย

        ซุนเฟยยืนบนโต๊ะที่อยู่ข้างๆเพื่อดูสถานการณ์ วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็ประกายเย็นชา ทั่วทั้งร่างแผ่รังสีสังหารออกมา

        “เวรเอ๊ย มีคนรังแกแองเจล่า!”

        เขาใช้ทักษะ【กระโดด】ของคนเถื่อน เสียงหวือดังขึ้น ซุนเฟยกระโดดลอยข้ามผู้คนไปนับสิบเมตรก่อนจะหล่นลงใจกลางลานหิน

        ตอนนี้ฝูงชนเริ่มล้อมวงเป็นวงกลมขนาดใหญ่

        ตรงกลางวงกลมเป็นเจ็มม่าและเหล่าชาวบ้านหนุ่มสาวหลายสิบคนรวมตัวเป็นกำแพงมนุษย์ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธจ้องมองไปที่เหล่าอัศวินที่อยู่ตรงหน้าและด้านหลังของกำแพงมนุษย์ก็มีร่างของแองเจล่าที่สวมชุดกระโปรงสีฟ้าใบหน้าซีดเผือกนั่งลงอยู่กับพื้น ในมือของเธอกำลังประคองร่างของเด็กหนุ่มผมสั้นที่อายุประมาณ 15-16 ปี ลำคอของเด็กหนุ่มได้รับบาดเจ็บหนักเหมือนถูกดาบเชือดคอ ลมหายใจของเขาติดขัด มีเลือดไหลออกมาจากปากไม่หยุด ท่าทางของเขาเหมือนคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นและกำลังสำลักน้ำ หน้าอกก็ถูกทำลายอย่างรุนแรงมีเลือดไหลออกมา แม้แต่ชุดราชินีสีฟ้าที่แองเจล่าสวมยังเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

        “ถุย! ไอ้ชั้นต่ำไม่รู้ที่ตาย กล้าดียังไงมาชี้นิ้วใส่อัศวินราชอาณาจักรที่สูงส่ง!”

        อัศวินราชอาณาจักรเซนิทที่สวมชุดคลุมสีแดงที่อยู่ตรงหน้าสุดเก็บดาบที่เปื้อนเลือดกลับมาใส่ปลอกดาบเสียงดัง ‘ชิ้ง’  มันตวัดดาบครั้งเดียวก็เชือดคอคนอื่น สำหรับเขาแล้วสิ่งที่ทำเหมือนกับเป็นเรื่องเล็กน้อย ใบหน้าของเขามองไปยังเจ็มม่าและประชาชนเมืองแซมบอร์ดตรงหน้าด้วยแววตาเหยียดหยามพลางพูดเสียงดังว่า “หากอยากมีชีวิตก็คุกเข่าจูบรองเท้าข้าสิ จากนั้นก็รีบไสหัวไปให้พ้นข้า ช่างไม่ไว้หน้ากันเลย ท่านรองหัวหน้าอัศวินคณะทูตเซมัคแค่อยากจะเชิญว่าที่ราชินีของพวกเจ้ามาเต้นรำด้วยเท่านั้นเอง….”

        อัศวินชุดคลุมสีแดงกล่าวอย่างเหยียดหยาม ขณะที่พูดคำว่า ‘ว่าที่ราชินี’ และ‘เต้นรำ’ พวกผู้ชายต่างเข้าใจในความหมายลามกที่แฝงอยู่  พูดจบ เขายังขยิบตาอย่างภาคภูมิใจให้สหายที่อยู่ด้านหลัง

        อัศวินชุดคลุมสีแดงที่เป็นสหายและอยู่ด้านหลังเขาต่างพากันกอดไหล่และหัวเราะฮ่าๆๆเสียงดังออกมาอย่างร่าเริง

        คนที่อยู่ตรงกลางของกลุ่มอัศวินม้าเป็นคนเดียวกับอัศวินที่ยืนยู่ด้านหลังขององค์ชายทอร์บิ้นสกี้ก่อนหน้านี้ มุมปากยิ้มกว้าง กวาดสายตามองชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดที่รวมตัวกันรอบ ๆอย่างดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นก็กวาดสายตามองเรือนร่างของสาวน้อยผมทองเจ็มม่าด้วยแววตาเป็นประกายเล็กน้อยก่อนจะมองลอดกลุ่มคนไปยังร่างของสาวงามปานเทพธิดาในชุดกระโปรงสีฟ้าครามคนนั้น ดวงตาก็ฉายแววหื่นกระหายไม่ซ่อนความปรารถนาที่จะอยากจะครอบครองสักนิด

        ตอนนี้เอง——

        ฟุ่บ!

        สายลมพัดวูบหนึ่ง ทุกคนรู้สึกเหมือนสายตาพร่ามัวไปครู่หนึ่งก่อนจะร่างสูงใหญ่กำยำจะปรากฏตัวขึ้นตรงกลางวง….นั่นคือซุนเฟยที่ใช้ทักษะ【กระโดด】ของคนเถื่อนมาที่นี่

        ดวงตาของซุนเฟยคมปลาบเหมือนมีด เขากวาดสายตาชั่วครู่ไม่ช้าก็พอจะมองสถานการณ์ออก

        ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป ไม่สนใจพวกอัศวินชุดคลุมสีแดงที่เหมือนสุนัขบ้ากำลังยั่วยุคนอื่น สิ่งแรกที่เขาทำคือรีบเดินไปหาแองเจล่าแล้วคุกเข่าลงใช้มือประคองแผ่นหลังของชายวัยรุ่นที่กำลังจะตาย ก่อนจะหยิบขวด【น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง】จากเข็มขัดมิติของคนเถื่อนออกมา น้ำยาสีแดงเหลือไม่มากนัก ซุนเฟยค่อยๆเทน้ำยาทั้งหมดเข้าไปในปากและรอยแผลที่น่ากลัวตรงคอของเด็กหนุ่มคนนี้อย่างระมัดระวัง

        พลังเวทมนต์ที่น่าทึ่งก็ค่อยๆทำงานของมัน

        ไม่ช้าผลของ【น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง】ก็ค่อยๆสมานรอยแผลที่เปิดกว้างตรงคอของเด็กหนุ่มคนนี้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดรอยแผลก็สมานกันและค่อยๆหายไป และเขาก็ไม่กระอักเลือดออกมาจากปากอีก หน้าอกก็ค่อยๆขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะคงที่ ลมหายใจของเขาก็ไม่ถี่อีกต่อไป สติก็ค่อยๆฟื้นกลับคืนมาและค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

        ซุนเฟยเห็นแบบนี้ก็ค่อยวางใจ

        โชคดีที่หลังจากเจือจางน้ำยากับน้ำสะอาดแล้วนำไปรักษาทหารที่บาดเจ็บแล้ว 【น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง】ก็ยังคงเหลืออีกนิดหน่อย ทีแรกซุนเฟยคิดจะเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน คาดไม่ถึงว่าจะมามีประโยชน์ในช่วงเวลาสำคัญนี้จริงๆ ไม่อย่างนั้น เกรงว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงต้องกลายเป็นศพที่เย็นชืดแน่ๆ

        เมื่อเห็นองค์ราชาแสดงปาฏิหาริย์อีกครั้งด้วยการช่วยชีวิตเด็กหนุ่ม ชาวเมืองแซมบอร์ดต่างก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องยินดีออกมา

        “แองเจล่า บอกข้าสิ มันเกิดอะไรขึ้น?”

        ซุนเฟยส่งเด็กหนุ่มให้ทหารที่อยู่ด้านหลังดูแลพลสงกวาดสายตามองเหล่าอัศวินม้าแห่งราชอาณาจักรเซนิทที่กำลังยืนหัวเราะอย่างร่าเริงตรงนั้น แล้วหันมาถาม

        ใบหน้างามบริสุทธิ์ของแองเจล่าเต็มไปด้วยความขึงโกรธ มือเล็กๆขาวเนียนจับมือของซุนเฟยแน่นก่อนจะกระซิบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดข้างหู ยิ่งซุนเฟยฟังก็ยิ่งโมโห ความโกรธที่ไม่สามารถคาดเดาลุกไหม้อยู่ในอกของเขา  สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา รังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่รู้ตัว

        เดิมที  กลุ่มอัศวินกักขฬะพวกนี้แกล้งเมาแล้วเดินเข้ามาจับมือถือแขนแองเจล่า เจ็มม่าและเหล่าสาวๆที่อยู่ข้างๆ ตอนแรกเหล่าสาวๆก็กังวลไม่กล้าพูดอะไรเพราะอีกฝ่ายเป็นอัศวินม้าแห่งราชอาณาจักรเซนิท จึงพยายามอดทน ใครจะรู้ว่าพวกเขาได้คืบจะเอาศอก มีบางคนใจกล้าบ้าบิ่นจับมือถือแขนแองเจล่าไม่พอ รองหัวหน้าอัศวินคณะทูตเซมัคที่กำลังดื่มก็เต้นยึกยักเข้าไปใกล้ๆร่างแองเจล่าเพื่อจะลวนลาม การกระทำที่ไร้มารยาทของอัศวินกลุ่มนี้ทำให้พวกเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆไม่พอใจ เหล่าเด็กหนุ่มจะทนได้อย่างไรที่คู่หมั้นขององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่กำลังถูกดูหมิ่นแบบนี้จึงรีบเดินเข้าไปตำหนิ ทั้งสองฝ่ายต่างผลักไสอีกฝ่ายให้ออกไปแล้วจู่ๆอัศวินราชอาณาจักรเซนิทก็ชักดาบออกมาฟันคอของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด….

        ซุนเฟยได้ยินเรื่องราวที่แองเจล่าพูดทั้งหมดก็ยกมือแตะไหล่คู่หมั้นตัวเองเบาๆ บอกให้อีกฝ่ายวางใจจากนั้นก็ก้าวไปด้านหน้าทีละก้าว แยกพวกหนุ่มสาวและเจ็มม่ากำลังเป็นกำแพงกั้นด้านหน้าให้ออกไปแล้วมายืนอยู่หน้าสุด

        “อ้อ เจ้าคือราชาอเล็กซ์ซานเดอร์คนนั้นใช่ไหม?”

        รองหัวหน้าอัศวินเซมัคที่อยู่ตรงกลางล้อมรอบไปด้วยเหล่าอัศวินม้าราชอาณาจักรเซนิทประหนึ่งดาวล้อมเดือน ก็กอดอกเดินเข้ามาด้านหน้าพลางลูบคางตัวเองกวาดสายตามองร่างซุนเฟยขึ้นลงอย่างยโส ก่อนจะพูดว่า “ฝ่าบาท ข้าไม่ค่อยพอใจกับวิธีการต้อนรับของเมืองแซมบอร์ดเลย พวกข้าแค่อยากเชิญว่าที่ราชินีออกมาเต้นเท่านั้นเอง แต่ก็มีบางคนมาชี้นิ้วใส่กระหม่อมอย่างไร้มารยาท….”

        ความจริงแล้ว รองหัวหน้าอัศวินเซมัคไม่ได้มีความเคารพต่อราชาที่ชื่อว่าอเล็กซ์ซานเดอร์ตรงหน้าเลยสักนิด หรือจากก้นบึ้งของหัวใจพวกเขาแล้วราชาบ้านนอกไม่ได้อยุ่ในสายตา ราชอาณาจักรเซนิทมีอาณาจักรบริวารนับไม่ถ้วน ราชาของอาณาจักรบริวารระดับ 6 เล็กๆอย่างเมืองแซมบอร์ด ในสายตาของพวกเขาพวกมันยังเทียบไม่ได้กับม้าราคาถูกของเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเลยสักนิด ดังนั้นเขาจึงไม่ปิดบังการดูถูกของเขา พูดพลางหัวเราะ “เอาแบบนี้แล้วกัน แม้ว่าถูกขัดความสำราญ แต่ถ้าหากว่าที่ราชินีออกมาเต้นโต๊ะกลมให้พวกเราดู เรื่องเมื่อกี้กระหม่อมก็จะทำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น….”

        พูดประโยคนี้ ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดที่อยู่รอบๆก็พลันโกรธขึ้นมา ที่แผ่นดินอาเซรอทการเต้นโต๊ะกลมเป็นการเต้นของโสเภณีชั้นต่ำสุดที่เป็นท่าเต้นที่น่าอายและเต้นเพื่อปรนเปรอผู้ชาย จะให้ว่าที่ราชินีไปเต้นโต๊ะกลม นี้เป็นเรื่องอัปยศชัดๆ

        รองหัวหน้าอัศวินเซมัคไม่สนใจความโกรธของคนที่อยู่รอบๆ

        เขายังคงหัวเราะอย่างยโส ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขำขันทำตัวราวกับเป็นราชาที่สูงส่งกุมความเป็นความตายของทุกคน ทันใดนั้นมันก็ชี้นิ้วไปทราสาวน้อยผมทองเจ็มม่าที่อยู่ด้านหลังซุนเฟยแล้วพูดต่อไปว่า “ฝ่าบาท ยังมีอีกเรื่องให้สาวน้อยผมทองคนนั้นมาปรนนิบัติข้าคืนนี้ด้วย เจ้าควรจะขอบคุณนะที่ข้าให้เกียรติเจ้าขนาดนี้ ฮ่าๆๆ ….อ๊ะ จริงสิ ยังมียาวิเศษที่ฝ่าบาทรักษาชาวบ้านชั้นต่ำนั่นอีก กระหม่อมสนใจมันมาก มีเท่าไหร่นำมาให้กระหม่อมทั้งหมด ทำแบบนี้ ราชอาณาจักรเซนิทจะไม่ไต่สวนถึงการกระทำที่ไร้มารยาทของเมืองแซมบอร์ด”

        พูดจบเซมัคก็มองซุนเฟยอย่างเหยียดหยาม

        ก่อนหน้านี้ เซมัคเคยผ่านอาณาจักรบริวารมากมายรัฐมนตรีและราชาอาณาจักรเหล่านั้นเป็นเหมือนขอทาน  เพื่อที่จะให้อาณาจักรตัวเองได้รับความคุ้มครองจากราชอาณาจักรเซนิทต่อ จึงพยายามทำทุกวิธีเพื่อเอาใจเซมัค แม้กระทั่งราชาอาณาจักรเล็กๆระดับ 5 เพื่อเอาใจเซมัคเขายอมยกราชินีสาวที่เพิ่งแต่งงานกับตัวเองมาปรนนิบัติเซมัค ข้อเรียกร้องและพฤติกรรมวันนี้ ยิ่งทำให้เหล่าอัศวินทระนงตนว่าสูงส่งจึงร้องขอของขวัญพิเศษ มันอดไม่ได้ที่จะดูถูกราชาเมืองแซมบอร์ดที่ไม่รู้ความนี้

        ในใจของเซมัครู้สึกชอบใจอย่างมากเวลาได้เห็นตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าราชาที่ไร้อำนาจที่พยายามคุกเข่าดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพอใจ นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น

        แต่วันนี้เซมัคยังไม่สมปรารถนาเลยสักอย่าง เพราะเขาพบเรื่องแปลกๆเล็กน้อยตรงที่ราชาหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเองก็พูดจบแล้วแต่ตั้งแต่ต้นจนจบราชาผู้นี้ยังคงรักษาท่าทางและกริยาแปลกๆบางอย่างไว้  มันยังคงแสดงท่าทางไม่สะทกสะท้าน เยือกเย็น ไม่มีสีหน้าอยากจะประจบสอพลอหรือเอาใจใดๆ

        รอยยิ้มของเซมัคเริ่มเย็นชา

        “ราชาหนุ่มไม่รู้ความจริงๆ ความอดทนของข้ามีจำกัดนะ เจ้ารีบทำตามคำสั่งของข้าโดยเร็ว ไม่อย่างนั้น หึๆ เชื่อข้าสิ เวลาที่ข้าโกรธ เมืองแซมบอร์ดเล็กๆของพวกเจ้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอก”

        เซมัคยืน ‘คำขาด’ ออกไป เหล่าอัศวินชุดคลุมสีแดงที่อยู่ด้านหลังเขาก็ชักดาบตัวเองออกมา ใบหน้าดุร้ายข่มขู่ซุนเฟย ใบหน้าพวกเขาเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มอันเหี้ยมโหด พลางใช้ดาบเคาะที่ชุดเกราะตัวเองดัง เคร้งเคร้งเคร้งเคร้งเคร้ง วุ่นวาย

        เขามักจะใช้วิธีนี้กับอาณาจักรบริวารระดับ 5 และ 6 ก่อนหน้านี้  แม้ว่าจะมีราชาอาณาจักรบางแห่งต่อต้านแต่เมื่อถูกข่มขู่ก็กลัวจนฉี่แตกรีบคุกเข่าร้องขอชีวิต ในตอนนี้ เหล่าอัศวินม้าคิดว่าจะได้เห็นใบหน้าของราชาหนุ่มตรงหน้าคนนี้กล้ำกลืนความอัปยศให้คู่หมั้นสาวของตัวเองเต้นโต๊ะกลมราวกับโสเภณี….

        แต่——

        “พูดสิ พวกเจ้าอยากถูกหั่นเป็นกี่ชิ้นหรืออยากจะตายแบบไหน!”

        นี่คือคำตอบของราชาหนุ่ม

        “อะไร? เจ้า…..เจ้าพูดอะไร?” ใบหน้าของอัศวินหนุ่มหันมาสบตากันและกัน

        พวกเขาอึ้งไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร ทำไม…เป็นแค่ราชาอาณาจักรบริวารระดับ 6 เล็กๆ พูดแบบนี้ต่ออัศวินชั้นสูงของราชอาณาจักรแบบนี้ หรือว่าเขาไม่อยากได้บัลลังค์ตัวเองแล้ว?

        “เจ้าพูดอะไร? ไอ้เด็กเวร เจ้ารู้ไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?”

        เห็นใบหน้าของรองอัศวินเซมัคเย็นชาขึ้น อัศวินที่เชือดคอเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ก็ถือโอกาสทำตัวเป็นภูติตูดม้าทันที เขาพุ่งมาด้านหน้าอย่างกำแหงแล้วยกมือชี้หน้าซุนเฟยแล้วตะคอกว่า “ไอ้สวะไม่รู้จักที่ตาย คิดว่าตัวเองเป็นราชาแล้วจะพูดเช่นนี้ได้หรือ?รีบคุกเข่าจูบรองเท้าของโทษท่านรองอัศวินซะ หาไม่….”

        ปึง——!

        เสียงร้องเอะอะโวยวายของเขาที่ดังอู้อี้อยู่ในลำคอก็พลันขาดหาย

        อัศวินพูดยังไม่ทันจบทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนร่างตัวเองถูกอะไรบางอย่างโจมตีอย่างรุนแรง เขาก้มหน้าลงมองอย่างสงสัย วินาทีต่อมาสีหน้าของเขาก็พลันปรากฏความไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา ความกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนพลุ่นพล่านจนทำให้เขาอยากจะกรีดร้องออกมา แต่เมื่อเขาอ้าปากก็ต้องกระอักเลือดออกมาคำโต ไม่สามารถส่งเสียงร้องใดๆออกมาได้

        เพียงแค่หมัดเดียวก็ทำให้ด้านหลังของเขายืดออกไปเลือดสดๆหยดลงบนพื้น

        ผู้ชมร้องอุทานทันใดนั้นเสียงสูดลมหายใจก็ดังขึ้น

        ทุกคนต่างเห็นว่า  ในขณะที่อัศวินคนนี้กำลังร้องโวยวายองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ก็ออกหมัดชกไปหนึ่งทีโดยไม่พูดไม่จา การโจมตีครั้งนี้จู่โจมไปที่หน้าอกของอัศวินไม่รู้ว่าเขาจะอยู่หรือตายแล้ว ท่ามกลางเสียงร้องตกใจ เขายังสงวนพลังมหาศาลของคนเถื่อนเลเวล 12 ไว้ ไม่อย่างนั้นหมัดคงทะลุไปด้านหลังของมันแล้ว รอยนูนด้านหลังของอัศวินคนนี้เห็นได้ชัดแสดงว่าหมัดนี้ได้ทำลายอวัยวะภายในทั้งหมดของอัศวินคนนี้แล้ว

        ทุกคนต่างตกใจ

        นี่เป็นพละกำลังที่น่าเกรงขามอะไรเช่นนี้ แค่หมัดเดียวก็ทำให้เกิดหลุมบนร่างแล้ว ยิ่งที่ทำให้พวกเขาทึ่งคือ วินาทีต่อมาพวกเขาเห็นแขนของอเล็กซ์ซานเดอร์เคลื่อนไหว  ศพของอัศวินก็พลันกลายเป็นชิ้นๆแล้วร่วงลงกับพื้นทันที

        ซูด——!

        เสียงสูดลมหายใจดังขึ้น

        รองหัวหน้าอัศวินเซมัคถูกฉากที่หน้ากลัวตรงหน้าทำเอาตกใจกลัวจนถอยหลังไป 3-4 ก้าว ส่วนอัศวินชุดคลุมสีแดงคนอื่นๆต่างพากันตกตะลึง ในดวงตาของพวกเขาสั่นไหวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก้มมองไปที่ชิ้นเนื้อที่อยู่บนพื้นที่ยังคงอุ่นๆ มือที่ถืออาวุธอยู่ต่างสั่นระริก

        ทั่วทั้งลานหินกว้างต่างเงียบกริบหากมีเข็มตกพื้นคงได้ยินกันหมด

        โอ้พระเจ้า องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์สังหารอัศวินคณะทูตของราชอาณาจักรเซนิท ฉากที่อดสั่นขวัญแขวนนี้ทำให้หัวสมองของคนส่วนใหญ่พลันว่างเปล่า….แต่ตอนนี้ชาวเมืองแซมบอร์ดกลับรู้สึกเหมือนได้ระบายความโกรธ จนทำให้รู้สึกสบายอกสบายใจขึ้น

        “พูดสิ พวกเจ้าอยากตายแบบไหน?”

        โจมตีอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิทเหมือนกำลังตบแมลงวันที่บินหึ่งหึ่งหึ่งหึ่งตาย สีหน้าของซุนเฟยไม่เปลี่ยนเลยสักนิด หมัดของเขายังคงเปรอะไปด้วยเลือด เขาก้าวไปหารองหัวหน้าอัศวินเซมัคและอัศวินอีก 7-8 คนที่เหลือทีละก้าว พลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาเป็นประกายคมดุจมีด รังสีฆ่าฟันผวยพุ่งออกมา มองคู่ต่อสู้ด้วยสายตาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อพวกมัน

        “เจ้ากล้าสังหารอัศวินราชอณาจักร?” หลังจากตกใจ รองหัวหน้าอัศวินเซมัคก็พลันแหกปากเสียงดังออกมาด้วยความโกรธ “จบเห่แน่!เมืองแซมบอร์ดจบเห่แล้ว! เจ้าก็จบเห่!! ข้าขอประกาศ นับจากนี้เป็นต้นไป เมืองแซมบอร์ดกลายเป็นศัตรูกับราชอาณาจักรเซนิท จงกลัวไปเถอะ เมืองของพวกเจ้าจะต้องถูกทำลาย”

        “อ่องั้นเหรอ?” ใบหน้าของซุนเฟยยังคงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ศัตรูก็ศัตรูสิ ราชอาณาจักรเซนิท วิเศษวิโสขนาดนั้นเหรอ? เมืองแซมบอร์ดจะถูกทำลายหรือไม่นั้นมันก็ตอบยากนะ แต่เรื่องที่พวกเจ้าจะได้มีชีวิตรอดออกไปจากเมืองแซมบอร์ดนั้น ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยเลย”

        พูดถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็ตะโกนขึ้นมาว่า “เพียร์ส บรู๊ค พวกเจ้าอยู่ไหน?”เพียร์สและบรู๊คได้ยินเสียงราชาเรียกหาจึงรีบแทรกตัวจากฝูงชนเดินเข้ามาคุกเข่าพร้อมขานรับ “องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดรอะ กระหม่อมน้อมรับคำสั่ง”

        “อพยพพลเรือน รวบรวมกองทัพ ปิดประตูเมืองแล้วล็อกไว้อย่าให้ออกไป แล้วนำทหารไปล้อมคณะทูตราชอาณาจักรเซนิทไว้ รอคำสั่งจากข้า หากใครขัดขืนก็สังหารได้ทันที”

        “หา?”

        ได้ยินคำสั่งแบบนี้ บรู๊คที่มีความรอบคอบกว่าก็พลันตกใจ หรือว่าฝ่าบาทจะเปิดศึกกับราชอาณาจักรเซนิท?แม้กระทั่งเพียร์สที่เป็นคนมุทะลุก็ยังยากจะเข้าใจคำสั่งที่ได้ยิน

        ฝั่งตรงข้าม

        รองหัวหน้าอัศวินเซมัคได้ยินดังนั้นก็โกรธมากเขาหัวเราะออกมาพลางพูดว่า “ฮ่าๆๆ ดี! ดี! ดีมาก!! อวดดีอย่างบ้าระห่ำเพราะความไม่รู้ หึ คิดจะอวดดีต่อต้านราชอาณาจักรเซนิท ล้อมคณะทูต?อยากจะหัวเราะ อัศวินม้าของคณะทูต 600 นาย ก็เพียงพอที่จะยึดเมืองเจ้าแซมบอร์ดแล้ว ดูเหมือนว่า  อาณาจักรที่ชั่วร้ายแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีอยู่หรอก….ฮ่าๆๆ ข้าจะตัดหัวเจ้า จากนั้นก็จะจับกุมผู้หญิงทั้งหมดของเมืองแซมบอร์ด สังหารผู้ชายทั้งหมดล้างบางเมืองแซมบอร์ดด้วยเลือด”

        พูดจบ เซมัคก็ดึงดาบข้างเอวออกมา ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังสีเหลือง ดวงดาวสองดวงก็ปรากฏขึ้นบนหน้าปากของเขา นี่คือสัญญาณว่าเขาเป็นนักรบ 2 ดาว

        “【ดาบผ่าศิลา】!”

        เซมัคตั้งใจจะสังหารซุนเฟย คลื่นพลังประสานกับทักษะดาบ เขาตะโกนออกมาเสียงดังพลางตวัดดาบออกไป พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเขาสั่นสะเทือน  ดาบสังหารพุ่งไปทางซุนเฟยอย่างโหดร้าย

        “หึ เป็นแค่นักรบ 2 ดาว ยังกล้ามาเย่อหยิ่งต่อหน้าบิดาหรือ หาที่ตาย!”

        ซุนเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขายืนนิ่งอยู่กับที่ แสงสว่างประกายเรืองรอง【มีดสั้นพายุ】ก็ปรากฏขึ้นในมือ แสงสีทองบนมีดสั้นตวัดฟันไปที่ใบดาบของอัศวินจนมันสะเทือน ประกายไฟกระเด็นไปทุกสารทิศ เสียงดังโลหะกระทบกัน คลื่นพลังสีเหลืองบนร่างของเซมัคก็สลายไป ใบดาบที่ถูกโจมตีก็แตกหักทันทีทุกคนที่อยู่รอบๆต่างโดนเศษดาบบาดจนเลือดพุ่งออกมา

        “เจ้า…นี้จะเป็นไปได้อย่างไร?”

        เซมัคกระเด็นออกไปชนกับก้อนหินแกะสลักด้านหลังจนกระอักเลือดออกมา ใบหน้าของทั้งช็อกทั้งไม่อยากจะเชื่อ เขาใช้มือจับหินแกะสลักพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยปากถามเสียงสั่น

        ซุนเฟยไม่สนใจ

        เขาเคลื่อนไหวอีกครั้งจนเกิดเงาร่างวูบไหวไปมาอย่างรวดเร็ว มีดสั้นสีทองในมือกลายเป็นเพียงแสงสีทองวูบวาบ ได้ยินเสียงดังฟุ่บฟุ่บเสียงเหมือนหั่นเต้าหู้เล็กๆ ที่ลำคอของเหล่าอัศวินชุกคลุมสีแดง 7-8 คนก็มีเลือดพุ่งออกมา ขาของพวกเขาสั่นระริกในขณะที่ร้องโหยหวยอาการของพวกเขาเหมือนเด็กหนุ่มก่อนชาวเมืองแซมบอร์ดหน้านี้ เพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็ถูกเชือดคอ พวกเขาเหมือนจะสำลักเลือดที่เข้าไปในปอด ทั้งๆที่เจ็บปวดมหาศาลแต่พวกเขากลับไม่ตายทันที  ได้แต่ดิ้นรนกระเสือกกระสน….

        เหลือเพียงอัศวินคนเดียวที่กำลังตกใจจนตาค้าง ไม่มีแสดงอำนาจบาตรใหญ่คับฟ้าอีก ดาบในมือก็ร่วงตกพื้นเสียงดัง‘เคร้ง’ สองขาสั่นระริกมีกลิ่นเหม็นฉุนๆลอยมาจากเป้ากางเกง เห็นได้ชัดว่าเขาตกใจกลัวมากจนไม่อาจกลั้นฉี่ไว้ได้

        “เข้ามาสิ คุกเข้าลงแล้วจูบรองเท้าข้าสิ!”

        ดวงตาของซุนเฟยเป็นประกายเย็นชาขณะที่มองไปที่อัศวินคนนั้นขณะที่เอ่ยสั่งออกมา วาจาที่อัศวินม้าพวกนี้ใช้ยั่วยุก่อนหน้านี้ ตอนนี้ซุนเฟยได้ใช้มันตบหน้าพวกมันคืนไป

   —————————