0 Views

        เห็น ‘ตาแก่’ ยังคงยืนทำตาปริบๆอยู่บนสะพานฝั่งตรงข้ามอย่างไม่กลัวตาย ซุนเฟยกัดฟันกรอดๆ ดัดไม้ดัดมือดังกรอบแกร๊บ เสียงโห่ร้องยินดีของพวกชาวบ้านและทหารที่อยู่ข้างๆก็พลันหยุดลงพลางใช้สายตาแปลกๆมองมาที่ซุนเฟย

        ก่อนหน้านี้เบสท์ได้ขนทรัพย์สมบัติจำนวนมากออกจากเมืองแซมบอร์ด ทุกคนต่างเดาว่าหัวหน้ามหาดเล็กคนนี้ได้ขนทรัพย์สมบัติในคลังหลวงและทอดทิ้งบุตรสาวกับบุตรเขยปัญญาอ่อนแล้วหนีไป ไม่มีใครคิดว่าเขาจะกลับมาตอนนี้ ดังนั้นจึงได้แต่ทำหน้าทำตาแปลกๆ

        แต่ซุนเฟยดันเข้าใจผิด

        คู่หมั้นของราชาหนุ่มผู้แสนงามสง่าคนนี้ถูกใครก็ไม่รู้มาพูดจาหยอกล้อต่อหน้าต่อตา อีกทั้งเมื่อกี้ก็เพิ่งจะเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ทั่วทั้งเมือง มีที่ให้คนนอกมาแทรกแซงได้ที่ไหน? จิตใต้สำนึกของซุนเฟยคิดว่าที่สายตาของคนรอบข้างแปลกๆเป็นเพราะว่าแบบนี้….

        หวือ——!

        ทันใดนั้นซุนเฟยก็เปิดใช้ทักษะ【กระโดด】ของคนเถื่อนราวกับพยัคฆ์ติดปีก ลอยข้ามสะพานที่แตกหัดไปยังอีกฝั่งหนึ่งของสะพาน ซุนเฟยไม่พูดไม่จากระชากเสื้อของพ่อตาตัวเองในอนาคตแล้วยก ‘ตาแก่’ ขึ้นมา เตรียมที่จะสั่งสอน ‘คนบ้า’ ที่ไร้มารยาทคนนี้สักเล็กน้อย…..

        แต่ตอนนี้เอง แองเจล่าพลันตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงสั่นๆว่า “ท่านพ่อ ท่าน….ท่านกลับมาแล้วจริงๆด้วย!”

        เอ๊ะ….ท่านพ่อ?

        ซุนเฟยชะงักเหมือนฟ้าผ่าขึ้นมาในใจ พลันทำสีหน้าแปลกๆขึ้นมา “เวรเอ๊ย หรือว่าตาแก่นี่…ความจริงแล้วเป็นพ่อของแองเจล่า?” ความคิดนี้แล่นขึ้นมา ซุนเฟยพลันเหงื่อแตกพลั่ก ไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองก็ได้ยินเสียงอุทานของตาแก่ในมือ “ที่แท้เป็นพระองค์ อเล็กซ์ซานเดอร์ พระองค์กลับมาเป็นคนปกติแล้ว…แต่ พระองค์ทรงคิดจะทำอะไร กระหม่อมเป็นพระสัสสุระของพระองค์นะ รีบวางกระหม่อมเดี๋ยวนี้เลย….”

        ซุนเฟยได้ยินดังนั้นก็แทบหน้ามืด

        เขารู้สึกว่าไม่สามารถที่จะทนรับเหตุการณ์นี้ไว้ได้ เวรเอ๊ย นี่มันเรื่องอะไรกัน? คาดไม่ถึงว่าคนที่กำลังหึงใส่จะเป็นพ่อตา นี่เหมือนกับในตำนานเทพเจ้ากรีกในโลกเก่า มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ชายผู้โชคร้ายได้แม่ตัวเองเป็นเมีย …..จะทำยังไงดี

        ไม่ต้องรนราน เหตุการณ์ทุกอย่างเขาจำเป็นต้องผ่านมันไปให้ได้

        คิดได้ดังนี้ ซุนเฟยก็มีไอเดียหนึ่งผุดขึ้นมา เขารีบเปลี่ยนท่าทีกระชากยกเสื้อตรงอกอย่างรุนแรงเป็นโอบกอดอย่างสนิทสนมในเสี้ยววินาที แขนทั้งสองข้างกอดรัดเบสท์อย่างรุนแรง ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่าดูดีใจที่สุดและประหลาดใจที่สุด ซุนเฟยยิ้มพลางพูดว่า “โอ้ ท่านอาเบสท์ที่รัก ข้าคิดถึงท่านแทบตาย”

        “โอ้  ใช่เหรอ? ทำไมกระหม่อมถึงรู้สึกว่าพระองค์อยากให้กระหม่อมตายนะ?” เบสท์หอบหายใจเล็กน้อยขณะที่ถูกซุนเฟยกอด

        “ฮ่าๆๆ ท่านเข้าใจผิดเอง ท่านเขาใจผิดไปเองจริงๆ….อืม ข้าพาท่านข้ามฝั่งไปดีกว่า” ซุนเฟยพาพ่อตาในอนาคตที่อยู่ใต้วงแขน ข้ามสะพานที่แตกหักฝั่งใต้ไปยังฝั่งเหนือโดยใช้ทักษะ【กระโดด】ของคนเถื่อน

        ตาแก่ที่ยังหล่อเหลางามสง่าพลันตกใจกลัวเขาหรี่ตาเล็กน้อย ในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศเขาเห็นใต้เท้าตัวเองมีเมฆและไอหมอกน้ำจากแม่น้ำจู่ลี่ หูของเขาก็ได้ยินเสียงลมกรรโชก เขาตกใจกลัวจนอ้าปากค้าง ตอนนี้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อกี้อเล็กซ์ซานเดอร์เพิ่งพาเขากระโดดข้ามสะพานที่หักยาวถึง 16-17 เมตร…นี่มันเป็นพลังอะไร? เกรงว่าไม่น่าจะต่ำกว่าพลัง 2 ดาวใช่หรือเปล่า?ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อเล็กซ์ซานเดอร์มีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้?

        ในใจของเบสท์พลันเต็มไปด้วยความสงสัย

        เขารู้สึกว่าในช่วงเวลาที่เขาจากไป บางทีอาจจะพลาดเรื่องที่น่าทึ่งอะไรไป

        ตุบ——!

        ทั้งสองคนก็ข้ามาถึงฝั่งเหนือของสะพาน แองเจล่าถลาเข้าไปในอ้อมกอดเบสท์อย่างดีใจ “ท่านพ่อ…ข้ารู้ว่าท่านจะต้องกลับมาแน่ๆ”

        “มันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่าสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตพ่อยังอยู่ที่นี่” ในขณะที่เบสท์พูด ใบหน้าของเขาก็เผยท่าทางอ่อนโยนในฐานะที่บิดาออกมาพลางจูบเบาๆที่หน้าผากของบุตรสาว

        แต่เพียร์ซ ทหารและเหล่าชาวบ้านทหารคนอื่นๆกลับร้องหึออกมาอย่างเหยียดหยาม

        ที่พวกเขาเห็นก็คือสุนัขจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์แสนโลภที่ใช้เงินเป็นเบี้ยทั้งยังขโมยทรัพย์สมบัติในคลังหลวงแล้วหนีไป ที่กลับมาเมืองแซมบอร์ดคงอยากจะมาเกาะกินฟรี อย่าได้มองแต่รูปลักษณ์ขุนนางหล่อเหลาสูงศักดิ์ที่สุนัขจิ้งจอกเฒ่ามันแสดงออกมา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้แต่เหล่าทหารรับจ้างที่เดินทางผ่านเมืองแซมบอร์ดต่างก็รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของเขาดี รู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหล่าคือคนที่ขี้ขลาดรักตัวกลัวตายทั้งยังโลภมากเป็นชีวิต

        สำหรับสายตาเย็นชาจากคนรอบข้างเบสท์ก็รับรู้ได้

        แต่ชายแก่ที่หล่อเหลาคนนี้ก็ไม่ได้มีท่าทางอึดอัดใดๆแม้แต่น้อย เขาดันบุตรสาวให้ถอยหลังเบาๆจากนั้นก็จัดเสื้อผ้าบนร่างตัวเองให้เป็นระเบียบในจังหวะที่ไม่ช้าและเร็วแล้วหันมาพูดกับซุนเฟยด้วยท่าทางชิลๆว่า “อเล็กซ์ซานเดอร์ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นกับพระองค์ ความจริงมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่กระหม่อมคิดว่าพระองค์รีบเสด็จไปเปลี่ยนชุดที่มันสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยดีกว่าพะยะค่ะ…”พูดถึงตรงนี้ เบสท์ก็มองไปที่【ชุดขนสัตว์อาร์คติก】ของคนเถื่อนที่ซุนเฟยสวมบนร่างชุดนี้มอมแมมเล็กน้อย เขาถอยหลังไปสองก้าวแล้วพูดต่อไปว่า “องค์จักรพรรดิยาชินแห่งราชอาณาจักรเซนิทได้ส่งองค์หญิงนาตาช่าเสด็จมาดำเนินแทนพระองค์พร้อมนำพระราชสาส์นแต่งตั้งมาที่นี่ อีก 2 สัปดาห์พระองค์ก็จะมีพระชนมายุครบ 18 พรรษาแล้ว ตามประเพณีของแผ่นดิน พระองค์จะได้รับการแต่งตั้งจากจักรพรรดิและสามารถจัดพิธีราชาภิเษกเพื่อสถาปนาเป็นราชาของเมืองแซมบอร์ด…นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก พระองค์จำเป็นต้องเตรียมตัวให้ดี”

        พูดจบ ตาแก่ผู้หล่อเหลาก็ชี้มือไปที่กลุ่มอัศวินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

        “ไอ้พวกอันธพาลพวกนั้นเป็นคนของราชอาณาจักรเซนิทจริงๆด้วย….อ่า จริงสิ ท่านอาเบสท์ ที่ท่านพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง? พระราชสาส์นแต่งตั้ง? หรือว่าพวกเขาไม่ได้เดินทางมาเป็นกำลังเสริมเมืองแซมบอร์ด?” ซุนเฟยขมวดคิ้ว

        “ไม่ใช่ ในระหว่างที่พวกข้าเดินทางมาก็เพิ่งจะรู้ว่าเมืองแซมบอร์ดมีข้าศึกล้อมเมือง”

        ซุนเฟยมองไปที่เหล่าอัศวินม้าที่แสนหยิ่งทระนงฝั่งตรงข้ามแล้วลูบคางเบาพลางหัวเราะหึๆ “ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง…ท่านอาเบสท์ ท่านก็เห็นสะพานหินที่สามารถใช้เดินทางเข้ามาที่เมืองแซมบอร์ดมันเสียหายในระหว่างการต่อสู้ ตอนนี้พวกเขาคงไม่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ อีกอย่างทหารของข้าก็ต่อสู้กับข้าศึกติดๆกันหลายวันไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายคืน ตอนนี้ก็คงเพลียมาก เอาแบบนี้ล่ะกัน ให้พวกเขาตั้งค่ายทหารอยู่ฝั่งตรงข้ามรอสักสองสามวันข้าจะส่งคนไปซ่อมสะพานหินแล้วค่อยให้พวกเขาเดินทางเข้ามาดีไหม?”

        เบสท์ได้ยินดังนั้นก็แทบจะกัดลิ้นตัวเอง “อเล็กซ์ซานเดอร์ พระองค์มาล้อเล่นอะไรกันตอนนี้ พวกเขาเป็นคณะตัวแทนของราชอาณาจักรเซนิท กระหม่อมขอเสนอให้พระองค์ส่งคนมาซ่อมสะพานเดี๋ยวนี้เลย ใช้เชือกและไม้กระดานนำมาต่อเป็นสะพานขึ้นมา…” พูดถึงตรงนี้ เบสท์ก็กระซิบไปที่ข้างหูของซุนเฟย พวกเขามาเพื่อทำพิธีราชาภิเษกและสวมมงกุฎให้แก่พระองค์ พระองค์รู้ไหมว่ากระหม่อมต้องจ่ายไปมากแค่ไหนถึงจะได้คณะตัวแทนกลุ่มนี้มา?”

        “ก็สะพานมันหักจะให้ข้าทำยังไง? ถ้าหากเหล่าอัศวินที่สูงส่งของจักรพรรดิรอไม่ไหว พวกเขาก็ซ่อมสะพานเองก็ได้”ซุนเฟยไม่พูดอะไรอีก เขาหันหลังเดินไปไม่กี่ก้าวก็ตะโกนเสียงดังว่า “คืนนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่พระราชวังเพื่อเป็นรางวัลให้แก่เหล่านักรบผู้กล้าหาญของข้า ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเด็ก แก่ วัยรุ่นทั้งชายและหญิงสามารถเข้าร่วมได้!”

        ประโยคสุดท้ายเขาพูดกับทหารและชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ทันใดนั้นคนในฝูงชนก็พลันโห่ร้องอย่างยินดีขึ้นมา รอยยิ้มมีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน

        เบสท์ยืนอึ้งและได้แต่ส่ายหัวอย่างจำใจ

        แต่เขาก็ไม่พูดอะไรเพื่อโน้มน้าวใจอีกครั้ง

            ……

            ……

 

 

        กลับไปที่เมือง แม้ว่าร่างกายและจิตใจจะเหนื่อยมากแต่ซุนเฟยต้องการจัดการปัญหาผลพวงสงครามด้วยตัวเองอย่างแข็งขัน แม้ว่าทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้จะถูกเบสท์ขนออกไป แต่ซุนเฟยก็ควักสมบัติที่เหลืออยู่ไม่มากออกมาภายใต้การช่วยเหลือของแองเจล่าและเจ็มม่า แบ่งออกเป็นหลายส่วนเพื่อเป็นของรางวัลตอบแทนที่ทหารและชาวบ้านที่เข้าร่วมทำสงครามต่อสู้ปกป้องเมืองแซมบอร์ดครั้งนี้

        การทำแบบนี้ทำให้เขาได้รับความซาบซึ้งและขอบคุณของเหล่าทหารและขาวบ้าน

        โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของคนที่เรารัก รางวัลของราชาเหมือนช่วยเหลือพวกเขาได้ทันเวลา ไม่เพียงเป็นเกียรติ ยิ่งทำให้พวกเขามีความหวังที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปท่ามกลางความเศร้าและเจ็บปวดต่อการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไป

        เวลานี้ ชื่อเสียงและอำนาจของราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ในเมืองแซมบอร์ดพุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไม่คาดคิด คำแรกที่ทุกคนพบกันก็จะตะโกนออกมาเสียงดังว่า “ราชาจงเจริญ!” สงครามที่แสนโหดร้ายทำให้เมืองบอบช้ำแต่ตอนนี้กำลังได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วโดยไม่อยากจะเชื่อ

        นอกจากนี้ ซุนเฟยยังเหลือ【น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง】ครึ่งขวดหลังจากที่ผ่านการเจือจางแล้วก็ให้พวกหมอในเมืองนำไปรักษาพวกทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ยกเว้นคนที่โชคร้ายที่บาดเจ็บหนักจนต้องพิการ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บหนักก็จะได้รับฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ส่วนทหารบาดเจ็บเล็กน้อยก็จะสามารถกลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างมีความสุข

        ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ได้ประทับอยู่ในใจของพวกเขาเป็นสัญลักษณ์แทนพระเจ้าที่มีอำนาจไม่สิ้นสุด

        สถานการณ์นี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งรู้สึกทรมานมาก นั่นคือเลขานุการบาร์เซลและบุตรชายกิล หลังจากสงครามสิ้นสุด พวกเขากลับไปที่คฤหาสน์ของตัวเองและปิดประตูแน่นหนา ภายในคฤหาสน์เงียบสนิทไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร

        พัศดีโอเลกโชคดีที่รอดชีวิตจากการต่อสู้ในเวลากลางวัน เขาเองก็รู้สึกว่าบางทีเมืองแซมบอร์ดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน เจ้าภูตตูดม้าคนนี้ไม่ได้ซ่อนอาการความผิดหวังอีกทั้งยังปรับเปลี่ยนท่าทางที่ชอบชี้นิ้วสั่งและทำตัวสูงส่งก่อนหน้านี้ไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร——แม้แต่คนขอทานริมถนน เขาก็จะฉีกยิ้มมอบไปให้และยังมีท่าทางสุภาพเรียบร้อย ด้วยพลังงานที่เต็มร้อยเขาจึงยุ่งวุ่นวายกับงานตัวเองและไม่ยอมให้คนอื่นช่วยและเขายังวางแผนที่จะสนับสนุนซุนเฟยอย่างแน่วแน่พร้อมที่จะติดตามรับใช้ เขาวุ่นวายกับงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว ด้านหนึ่งเพื่อประจบซุนเฟยทั้งยังถือโอกาสแสดงความจงรักภักดี

        “รีบมาสิ บนท้องฟ้ามีรุ้งออกมาด้วย!”

        ทันใดนั้นก็มีคนชี้ไปบนฟ้าพลางตะโกนออกมาอย่างแปลกใจ พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บนท้องฟ้าสีครามมีสายรุ้งที่มีสีสันสวยงาม1อันออกมา สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจมากยิ่งขึ้น รอบๆสายรุ้งนี้ปรากฏมีหมอกสีแดงบนอากาศ ราวกับท้องฟ้าถูกคนจุดไฟจนเกิดแสงสีแดงมองจากไกลๆเหมือนตำนานเทพที่มีสะพานอยู่ในมหาสมุทรสีแดง

        “โอ้! นี่มันมหัศจรรย์! พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงคุ้มครององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ของพวกเรา คุ้มครองเมืองแซมบอร์ดของพวกเรา!”

        ทั้งๆที่ฝนไม่ตกแต่ในอากาศกลับปรากฏสายรุ้งออกมา นี่ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่าต้นสายปลายเหคุมาจากราชาและพระเจ้า เวลานี้ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดต่างคุกเข่าและอธิษฐานอย่างจริงจัง

        ซุนเฟยที่ยืนอยู่ตรงประตูพระราชวังก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย

        เขารู้ว่า นี่เป็นเพราะว่าการต่อสู้ก่อนหน้านั้น ศพจำนวนมากและยังมีก้อนหินยักษ์ตกลงไปในแม่น้ำจู่ลี่ทำให้ละอองเลือดและน้ำกระเด็นขึ้นมาและระเหยกลายเป็นไอด้วยแสงอาทิตย์จนทำให้ปรากฏฉากที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้

        ตอนนี้สงครามก็ได้เผยให้เห็นฉากที่งดงามที่ยากจะเห็นของมันออกมา

            ———————–