0 Views

        สีหน้าของซุนเฟยพลันเปลี่ยนไป

        เขากระโดดขึ้นไปตรงจุดสูงสุดบนเนินเขา มองไปยังเส้นขอบฟ้าที่อยู่ไกลๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นธงสีเงินจำนวนนับไม่ถ้วนเรียงแถวเป็นแนวยาว ธงโบกสะบัดตามแรงลมราวกับมีมังกรสีเงินตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวกลางอากาศ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนขึ้น จากนั้นอัศวินเกราะเงินจำนวนมากต่างควบขี่ม้าทะยานมาราวกับเป็นกองทัพสวรรค์มุ่งตรงมาทางเมืองแซมบอร์ดราวกับกระแสน้ำ

        “ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็นกองทัพอัศวินขนาดใหญ่ที่มีจำนวนไม่ต่ำกว่าหกร้อยคนขึ้นไป…ไม่รู้ว่าจะเป็นกำลังเสริมของราชอาณาจักรเซนิทที่บรู๊คกล่าวถึงหรือว่าเป็นกำลังเสริมที่ชายหน้ากากเงินเรียกมา?”

        ซุนเฟยครุ่นคิด

        หลังจากที่เหล่าอัศวินเกราะเงินจำนวนหนึ่งที่กำลังควบม้าเข้ามาได้เห็นกองทัพทหารเกราะดำที่แตกพ่าย พวกเขาก็ทำการตัดคอพวกมันไม่หยุด ท่ามกลางเสียงแตรที่ดังกึกก้องขึ้นมาพวกเขาก็เริ่มสังหารไม่ว่าจะแขวนคอ ใช้เกือกม้าเหล็กเหยียบพวกมันอย่างไร้ความปรานี เลือดเนื้อกระเด็นไปทั่ว ประกายแสงเย็นยะเยือกสะท้อนบนใบดาบและหอก เหมือนพยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าไปในฝูงแกะ เสียงร้องโหยหวนระงมดังขึ้น กองทัพทหารเกราะดำนับหลายพันนายไม่ทันได้ตั้งตัวต่อสู้ใดๆก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น

        “โอ้…เยี่ยมไปเลย ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นกำลังเสริมของราชาอาณาจักรเซนิท”

        ในใจของซุนเฟยก็โล่งอกขึ้นมา

        เขาครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะกระโดดจากเนินลงไปแล้วเดินกลับไปในเต็นท์ของชายชุดคลุมสีดำลึกลับแล้วพบร่องรอยการดิ้นรนขัดขืนบนพื้น เห็นได้ชัดว่านักเวทย์ 4 ดาวคงจะฟื้นแล้วและพยายามจะแก้เชือกที่มัดออก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องยกประโยชน์ให้กับการมัดเชือกแบบ SM นะเนี่ย——นักเวทย์ชุดคลุมสีดำผู้โชคร้ายตอนนี้ระบมตูดไปหมด เลือดไหลลงบนพื้นไม่หยุดคงเป็นเพราะตอนที่ดิ้นรนแกะเชือกมันคงสะเทือนไปที่ไม้หลังจากนั้นไม้ก็เลยทิ่มตูดเข้าไปลึกกว่าเดิม ทำให้นักเวทย์ผู้โชคร้ายสลบไปอีกรอบ

        ซุนเฟยยกร่างของนักเวทย์เกราะดำที่กำลังสลบเดินออกมาจากเต็นท์จนมาถึงเต็นท์กลางค่ายที่ถูกซุนเฟยผ่าเป็นสองส่วน ก่อนจะโยนร่างชายชุดคลุมสีดำไปบนศพของชายหน้ากากาเงินจากนั้นก็ใช้【มีดสั้นพายุ】ตัดผ้าเต็นท์ของเต็นท์ชายหน้ากากเงินแล้วจัดการนำผ้าที่ตัดมาห่อหนึ่งคนหนึ่งศพไว้ด้วยกันมัดให้เป็นพัศดุขนาดใหญ่แล้ววางไว้ข้างๆกายตัวเอง

        เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซุนเฟยก็ยืนอยู่ที่เดิมแล้วมองดูสถานการณ์

        ตอนนี้เหล่าอัศวินเกราะเงินยังคงควบม้าไปมาเพื่อสังหารทหารเกราะดำที่เหลืออยู่ไม่มาก  ไม่นานก็มีเหล่าอัศวิน 20 กว่าคนกำลังพุ่งมาด้านนี้ไม่หยุด

        ซุนเฟยอยากจะถามบางอย่างกับพวกเขาแต่หลังจากที่เหล่าอัศวินพวกนี้เห็นตัวเองก็ควบม้าทะยานเข้ามาโดยที่ไม่ชะลอเลยสักนิดทั้งยังหัวเราะกระตุ้นม้าศึกที่ขี่อยู่จากนั้นก็พุ่งเข้ามาพลางตะโกนกู่ร้องอย่างฮึกเหิม ยกหอกยาวในมือขึ้น แสงอาทิตย์สะท้อนใบหอกจะเกิดประกายแสงเยียบเย็น ด้านบนของทวนยังคงมีรอยเลือดสดๆของทหารเกราะดำหล่นลงพื้น ดูท่าเป้าหมายต่อไปของเขาคงจะเป็นซุนเฟยอย่างแน่นอน

        “เวรเอ๊ย หรือว่าไอ้พวกโง่นั่นคิดว่าข้าเป็นทหารของกองทัพทหารเกราะดำ?”

        ซุนเฟยหัวเราะไม่ออกเลย ใครจะรู้ว่าพวกอัศวินที่สวมชุดเกราะหรูหราที่ควบมาอยู่หน้าสุดจะไม่ยอมพูดจาปราศัยกันสักนิดทั้งยังจะสังหารตัวเองอีก ซุนเฟยพลันแสยะยิ้ม เมื่อม้าศึกวิ่งเข้ามาก็เบี่ยงกายแย่งหอกจากมือของอัศวินคนนั้นประกายแสงวูบวาบ หอกอัศวินที่ยาวกว่า 2 เมตรกรีดอากาศจนเกิดเสียงแหลมขึ้นมา

        ตึง!

        สายตาซุนเฟยประกายเย็นชาวูบหนึ่ง

        เหวี่ยง【โล่ตราวิญญาณคชสาร】มือซ้ายฟาดไปที่อัศวินบนหลังมา อัศวินคนนั้นถูกฟาดจนกระเด็นลอยกลางอากาศ ซุนเฟยคาดว่าพลังของอัศวินที่ตัวเองแย่งหอกมาน่าจะยังไม่ถึงระดับ 1 ดาว ระดับการโจมตีนี้สำหรับซุนเฟยที่ยังอยู่ในโหมดคนเถื่อนเลเวล 12 แล้วมันไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสักนิด

        “เจ้า…กล้าต่อต้านข้า ข้าจะบดขยี้เจ้า!”

        อัศวินชุดเกราะหรูหราคาดไม่ถึงว่าจะถูก‘ทหารทัพแตก’ที่มีเลือดท่วมร่างตรงหน้าใช้โล่ฟาดเบาๆจนกระเด็นแบบนี้ หลังจากได้สติเขาก็รู้สึกว่าความหน้าเกรงขามของตัวเองกำลังถูกเหยียบย่ำจึงโกรธขึ้นมาพลางชักดาบข้างเอวออกมาดัง ‘ชิ้ง’ ยกดาบชี้ไปด้านหน้า เหล่าอัศวินสิบกว่าคนด้านหลังได้ยินเสียงก็พากันเอาเท้าเหล็กกระทุ้งม้าศึกแรงๆจนม้าศึกเจ็บปวดและเพิ่มความเร็วขึ้นทันที เสียงร้องของม้าดังขึ้นขณะที่พุ่งเข้ามาทางซุนเฟย

        เห็นได้ชัดว่าต้องการจะจัดการกับ ‘ทหารทัพแตก’ คนนี้

        “เดี๋ยวๆๆ….หยุดก่อน ข้าเป็นคนของเมืองแซมบอร์ด ไม่ใช่ฝ่ายศัตรู!”

        ซุนเฟยจำใจตะโกนอธิบายออกไปเสียงดัง

        ใครจะรู้ว่าหลังจากที่อัศวินชุดเกราะหรูหราที่อยู่ด้านหน้าสุดได้ยินซุนเฟยพูดแบบนั้น ไม่เพียงไม่ลดความเร็วของม้ากลับกันยิ่งกู่ร้องออกมาแล้วเร่งความเร็วม้าศึกให้พุ่งชน เหล่าอัศวินที่อยู่ด้านหลังเขาก็ทำเช่นเดียวกัน ใบหน้าพวกมันเต็มไปด้วนรอยยิ้มขบขำและตื่นเต้นมองมาที่ซุนเฟย ระหว่างคนตายและคนโง่มันไม่มีอะไรแตกต่างกันสักนิด

        “เวรเอ๊ย แบบนี่ไม่ใช่แล้ว….แม่มันสิ พวกสารเลวนี้จงใจจะฆ่าข้า”

        ในใจของซุนเฟยพลันโมโห เมื่อพบความผิดปกติ เขาเห็นรอยยิ้มขบขำและตื่นเต้นของอัศวินบนหลังม้า เขาก็รู้แล้วว่าพูดไปก็เสียเวลาเปล่า ก่อนจะหัวเราะอย่างเย็นชา ซุนเฟยดึง【โล่ตราวิญญาณคชสาร】มาไว้ที่แขน จากนั้นก็ตั้งท่ารอเหล่าอัศวินที่กำลังพุ่งเข้ามา

        “ไอ้พวกลูกหมา เดี๋ยวจะรู้ว่าใครเป็นใคร!” เขาถูกกระตุ้นให้โกรธมาขึ้น

        ไม่ช้าทั้งคนและม้าก็พุ่งเข้ามา ทั้งสองฝ่ายต่างชนกันอย่างแรง

        ปึงปึงปึงปึงปึง!

        เสียงดังสนั่นขึ้นราวกับกำลังชนเข้ากับกำแพงเมืองที่ไม่อาจทำลายได้ ในดวงตาของเหล่าอัศวินปรากฏร่องรอยความไม่อยากจะเชื่อ ร่างของพวกเขากระเด็นออกจากหลังม้าลอยไปกลางอากาศแล้วร่วงลงพื้นอย่างแรง เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่หยุด โดยเฉพาะไอ้ตัวหัวหน้าที่สวมชุดเกราะหรูหรานั่นร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรงแล้วกลิ้งไปกับพื้น ชุดเกราะที่หรูหราเลอะไปด้วยฝุ่นและเลือด หมวกเกราะไม่รู้ว่าลอยไปตกที่ไหน ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาก็กลายเป็นสกปรกราวกับขอทานที่ไม่ได้อาบน้ำมาหลายปี

        ม้าศึกทั้งสิบกว่าตัวต่างหงายหลังบนพื้นพยายามที่จะพลิกตัว

        ซุนเฟยหันร่างกลับมาเขายังคงอยู่ที่เดิมและไม่กล่าวอะไรเลยสักคำ เขาหัวเราะเย็นชาขณะที่มองเหล่าอัศวินพยายามลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาฉายแววดูถูกแสดงท่าทางประหนึ่งเทพผู้สูงส่ง ตอนนี้เขาดูเหมือนพญามังกรกำลังจ้องมองสุนัขที่กล้ายั่วยุตัวเอง ทำให้อัศวินหลายนายอยากจะกระอักเลือดออกมา

        “เจ้า…” หัวหน้าอัศวินชี้หน้าซุนเฟยอย่างโมโห “เจ้ามันบ้า กล้าลงมือกับอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิทที่สูงส่งงั้นหรือ? ฮึ้ยยยยย เจ้าต้องตาย…ข้าจะฆ่าเจ้า!” น้ำเสียงของมันก้าวร้าวดุดัน แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครสักคนที่กล้าจะพุ่งเข้าไป เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่ด้วยกันไสม้าศึกวิ่งเข้าชนจนทำให้พวกเขาต้องกระเด็นออกมา นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

        ซุนเฟยไม่พูดอะไร

        “เจ้านี่มันสมองหมารีเปล่า เป็นเจ้าที่ไม่ถามผิดถูกอะไรก็ใช้หอกมาแทงข้าก่อนและยังร้องเอะอะตะโกนเรียกพวกมาเหยียบข้าให้เละ…ทั้งๆที่ข้าก็ไม่ได้ตอบโต้กลับ หรือว่าจะให้ข้าว่านอนสอนง่ายยืนอยู่เฉยๆให้เจ้าฆ่าเหรอ….การที่เจ้าจะฆ่าข้าถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลส่วนการที่ข้าผลักเจ้าเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลงั้นเหรอ?”

        การแสดงออกและกิริยามารยาทอันต่ำช้าของฝ่ายตรงข้ามทำให้ซุนเฟยหมดความสนใจต่อกำลังเสริมของราชอาณาจักรเซนิท เขายกม้วนผ้าที่ห่อศพของชายหน้ากากเงินและนักเวทย์ 4 ดาวขึ้นมาแล้วเดินไปทางเมืองแซมบอร์ดโดยไม่พูดไม่จา

        “เจ้ากล้าไปเหรอ เจ้าเป็นเพียงสวะชั้นต่ำ…”

        หัวหน้าอัศวินเกราะหรูหราแม้ว่าจะยังตกใจกลัว แต่ก็ยังคงปากดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอยกลับไป ก็เริ่มมีความกล้าขึ้นมาอีกครั้ง ยกนิ้วชี้ตะโกนด่าไล่หลังซุนเฟยไป

        ซุนเฟยหยุดเดินก่อนจะหมุนตัวกลับมาดวงตาประกายเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง

        “เจ้าลองพูดอีกทีสิ ข้าจะได้ฆ่าเจ้า!”

        วินาทีต่อมา เขาก็ขยับตัวจะเข้ามาฆ่าจริงๆ ทีแรกเห็นว่าเป็นกองกำลังเสริมของราชอาณาจักรเซนิท เขาจึงพยายามไม่คิดเล็กคิดน้อยกับอัศวินไม่รู้จักที่ตายพวกนี้ ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะยังทำตัวน่ารำคาญอยู่อีก ระหว่างที่พูดซุนเฟยก็ขยับ 【มีดสั้นพายุ】ในมือไปด้วย เพียงแค่ไอ้คนไม่รู้ที่ตายนั้นอ้าปากด่าอีกประโยคเดียว เขาจะพุ่งเขาไปฆ่ามันแน่

        ชั่วพริบตารังสีฆ่าฟันก็แผ่ออกมาจากร่างซุนเฟยอย่างบ้าคลั่ง

        รังสีสังหารนี้ไม่ว่าจะเป็นโลก Diablo หรือโลกจริง ไม่รู้ว่ามันมอนสเตอร์และเหล่าทหารเกราะดำจำนวนมากเท่าไหร่ที่ต้องตกตายภายใต้ขวานของซุนเฟย วันนี้ซุนเฟยเดินย่ำศพข้าศึกออกมาจากทะเลเลือดภูเขากระดูก หากจะบอกว่าเขาเป็นฆาตกรก็คงไม่เกินจริงเลย รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาแทบจะรวมตัวกันแล้วกลายเป็นรูปสัตว์ร้ายกระโจนออกมาขย้ำพวกเขา

        อัศวินสิบกว่าคนก็ปิดปากสนิทอย่างหวาดกลัวทันที

        หัวหน้าอัศวินที่ปากดีก็กลายเป็นใบ้ไปทันที หน้าผากของเขามีเหงื่อไหลออกมาท่วมหน้า ดวงตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองเขาอย่างเย็นชานั่นทำให้เขารู้สึกราวกับว่าความตายกำลังคุกคามตัวเองอยู่ ตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังอยู่ในโรงน้ำแข็ง นั่นต้องไม่ใช่คำขู่แน่ๆ เขาไม่สงสัยเลยว่าหากเขาอ้าปากพูดอีกครั้งจะต้องกลายเป็นศพทันทีอย่างแน่นอน

        “ถุย! ไอ้พวกลูกหมานึกว่าจะแน่!”

        ซุนเฟยด่าอย่างเหยียดหยามก่อนจะยกห่อผ้าขนาดใหญ่ไว้ในมือแล้วเดินไปทางเมืองแซมบอร์ด ฉากทราตัวเองแกล้งตายก่อนหน้านี้คิดว่าทุกคนบนกำแพงจะต้องเห็นแน่ๆ ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเสียใจมากขนาดไหน โดยเฉพาะแองเจล่า บรู๊คและทุกคน เกรงว่าคงวุ่นวายอยู่แน่ๆ ซุนเฟยต้องรีบกลับไปรายงานว่าตัวเองปลอดภัยดี

        สุดท้ายเมื่อเดินมาถึงสะพานที่แตกหัก เขาก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังร้องไห้เหมือนจะเป็นบ้า วิ่งออกมาจากเมือง วิ่งล้มลุกคุกคลานมาทางแม่น้ำจู่ลี่อย่างบ้าคลั่ง บางส่วนก็พากันมายืนที่ขอบสะพานที่แตกหักเพื่อคิดหาวิธีจะข้ามไป

        ในใจของซุนเฟยพลันรู้สึกอบอุ่น เขาใช้ทักษะ【กระโดด】ของคนเถื่อนกระโดดขึ้นไปในอากาศเหมือนนกขนาดใหญ่ที่กำลังกางปีกบิน ตรงขอบสะพานที่หักยาวถึง 16-17 เมตร ขายังคงไม่หยุดเคลื่อนไหวในมือกำห่อผ้าขนาดใหญ่แน่น เพียง【กระโดด】อีกครั้งก็ข้ามขอบสะพานที่หักตกลงมาท่ามกลางฝูงชนที่อออยู่ตรงสะพาน

        “เป็นองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์…”บางคนโห่ร้องออกมาอย่างยินดี

        “ฮ่าๆๆ ข้าช่างตีเหล็กแฮร์รี่รู้มาแต่แรกแล้ว ว่าท่านจะต้องมีชีวิตแน่ๆฮ่าๆๆ ไอ้พวกตูดหมาพวกนั้นมันจะทำลายพระองค์ได้ยังไง!” ชายชราผมขาวท่าทางอ่อนแอเมื่อเห็นซุนเฟยเขาก็พลันน้ำตานองหน้าทันที

        “องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ พระองค์….ดี เยี่ยมไปเลย!โอ้พระเจ้า….ขอบคุณพระเจ้าที่ปกป้องราชาของพวกข้า!”ประชาชนหลายคนที่ในมือกำอาวุธสงครามแน่นต่างพากันคุกเข่าแล้วโขกหัวกับพื้น  พวกเขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้องค์ราชาของพวกเขามีชีวิตรอดกลับมา

        เพียร์ส ดร็อกบาและเหล่าชายฉกรรจ์คนอื่นๆหลังจากที่มัวแต่ตกตะลึงก็โยนเชือกในมือที่จะใช้ข้ามฝั่งทิ้งอย่างดีใจ พวกเขาวิ่งเข้ามาเกาะขาของซุนเฟยแล้วร้องไห้ออกมา ชายฉกรรจ์ทั้ง 21 คนที่น่าเกรงขาม ในยามที่ถูกข้าศึกแทงกระบี่หอกเสียบทะลุร่างก็ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสักนิด แต่ตอนนี้พวกเขาต่างพากันร้องไห้ฮือๆๆเหมือนเด็ก

            ————————