0 Views

        ในฐานะทหาร เหล่าทหารเกราะดำต่างเข้าใจดีว่าหากมีอัศวินระดับสูงปรากฏตัวในสนามรบนั่นหมายความว่าอะไร——นั่นหมายความว่าในฝ่ายของศัตรูมีอุปกรณ์รักษาเคลื่อนที่ในร่างคนนะสิ แค่อัศวินใช้วงแหวนแห่งสงคราม【บทเพลงแห่งชีวิต】ทหารฝ่ายศัตรูก็จะไม่มีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า ยิ่งอยู่บนสะพานหินแคบๆแบบนี้และมีอัศวินระดับสูงปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดพวกนี้ ผลที่ตามมาคือมันคืออะไร ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้——มันคือการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวนะสิ!

        ทหารเกราะดำจำนวนมากที่ยังมีขวัญกำลังใจเหลืออยู่และคิดจะพลิกสถานการณ์วิกฤติตอนนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนท่าที ขวัญกำลังใจที่ลุกโชนเมื่อกี้เหมือนกับถูกแสงอาทิตย์อันร้อนแรงส่องลงมาที่หิมะบางๆจนระเหยกลายเป็นไอน้ำหายไปในอากาศอย่างรวดเร็วและเริ่มถอยหลังอีกครั้ง

        แต่ซุนเฟยไม่ยอมให้โอกาสข้าศึกพวกนี้หลบหนีแน่

        “ว้ากกกกกกก——!”

        เขากระทืบเท้าซ้ำอีกทีและปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกครั้ง

        วงแหวนสีเขียววงหนึ่งปรากฏขึ้นจากร่างซุนเฟยก่อนจะกระจายออกไปบริเวณรอบๆราวๆ10 เมตรเข้าปกคลุมร่างเหล่านักรบที่อยู่ด้านหลังเขาทั้งหมด ฉับพลัน เพียร์สและดร็อกบารู้สึกเหมือนกับว่าพลังของตัวเองเพิ่มขึ้น 1 เท่า อาวุธในมือที่ฟาดออกไปอย่างว่องไวและดุดัน เหล่าข้าศึกเหมือนกลายเป็นเครื่องกระเบื้องที่เปราะบางแตกง่ายพลังการป้องกันหรือพลังต่อต้านก็ลดลงในชั่วพริบตา

        ทักษะ【พละกำลัง】 ของพาราดินปรากฏ

        “โอ้ สมควรตาย นั่นเป็นวงแหวนแห่งสงคราม【โจมตี 2 เท่า】….”

        “พระเจ้า เป็นโจมตี 2 เท่าจริงๆด้วย …..ผู้ชายคนนั้นสามารถควบคุมวงแหวนแห่งสงครามได้ 2 วง โจมตี 2 เท่า ….น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

        “ถอยเร็ว…พวกเราต้านไม่ไหวหรอก…พลธนู! ไอ้พวกสมควรตาย พลธนูมันอยู่ไหนกัน?รีบๆมายิงธนูมาฆ่าพวกมันเร็ว….”

        ตาของทหารเกราะดำแทบถลนออกจากเบ้าเมื่อเห็นฉากนี้

        สถานการณ์บนสะพานหินตอนนี้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

        แค่วงแหวนสีทองก่อนหน้านี้ก็ทำให้เหล่าทหารเกราะดำละทิ้งความคิดต่อต้านอยู่แล้ว แต่ทว่าเมื่อวงแหวนสีเขียวนี้กระจายออกมาจากร่างของซุนเฟยยิ่งทำให้พวกเขากลัวจนแทบฉี่ราด ขวัญกำลังใจที่จะต่อต้านหายวับไปทันที

        ที่แผ่นดินอาเซรอท เพราะว่าการดำรงอยู่ของสัตว์ประหลาดอย่างโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ทำให้อาชีพอัศวินมีพลังและอำนาจพิเศษมาก กลุ่มอัศวินส่วนใหญ่จะครองตำแหน่งสำคัญๆที่มีอิทธิพลซับซ้อนมากในแผ่นดินอาเซรอท เหล่าอัศวินสามารถเข้าร่วมกับกองทัพเพื่อทำสงครามกวาดล้างศัตรูได้ ในขณะเดียวกันทหารที่ทำสงครามฝ่ายเดียวกับพวกเขาจะมีพลังที่แข็งแกร่งมาก อัศวินจะคอยช่วยสนับสนุนในด้านรักษา,สาปแช่ง,เสริมทักษะต่อสู้ทุกๆอย่างและยังมีความสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวชูโรงในสงครามได้อย่างง่ายดายและกลายเป็นฝันร้ายของฝ่ายศัตรู

        ดังนั้นทันทีที่ซุนเฟยปล่อยทักษะพาราดิน พลโล่หอกมังกรทั้งหมดก็เลิกต่อต้านและรีบถอยหลังหนีอย่างควบคุมไม่ได้

        อาชีพอัศวินของแผ่นดินอาเซรอทและพาราดินของโลก Diablo มีบางส่วนที่คล้ายกันมาก ทักษะพิเศษบางส่วนของพาราดินมีผลและลักษณะที่เหมือนกับทักษะวงแหวนแห่งสงครามของอัศวินในแผ่นดินอาเซรอท นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทหารเกราะดำเข้าใจผิดคิดว่าซุนเฟยเป็นอัศวินและสามารถความคุมทักษะวงแหวนแห่งสงครามได้ ต้องมาเจอกับอัศวินแบบนี้ยังไงพวกเขาก็แพ้

        พลังอำนาจของอัศวินแข็งแกร่งมาก แม้แต่อัศวินเกราะดำ【หมายเลข 2】ผู้บัญชาการทัพของพวกเขาถูกซุนเฟยเตะทีเดียวก็ตาย เหล่าทหารเกราะดำก็เหมือนหนูเจอแมว พวกเขาร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวและหลบหนี ขบวนทัพก็วุ่นวายและแตกกระจาย บางคนกลัวมากถึงขั้นกระโดดลงจากสะพานหินเอง บางคนก็ตื่นตกใจจนวิ่งหนีไปทางเมืองแซมบอร์ดแต่ก็ถูกพลธนูบนกำแพงเมืองยิงจนพรุนและกลายเป็นเม่น…

        ทหารส่วนใหญ่หมุนตัววิ่งหนีไปด้านหลัง วุ่นวายจนไม่สามารถควบคุมได้จนปะทะเข้ากับขบวนทัพที่มีหน้าที่ปกป้องบันไดยึดเมืองก็ถูก

        “โอกาสดี พวกเราบุก!”

        ซุนเฟยเห็นว่าหลังจากที่ตัวเองปล่อยทักษะ【ภาวนา】และ【พละกำลัง】ของพาราดิน จู่ๆพวกทหารเกราะดำก็พากันแตกพ่าย หนีตายกันวุ่นวาย แม้ว่าจะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมแต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะโจมตี เขาตะโกนเสียงดัง นำเหล่านักรบบุกโหมเข้าโจมตีทหารหนีตาย สังหารพวกมันตลอดทาง ไม่ช้าก็โจมตีขบวนทัพโล่หอกมังกรจนแตกพ่าย

        ไม่นาน ขบวนทัพป้องกันที่เลืองชื่อและมั่นใจว่าสามารถต้านทหารม้าเกราะหนักได้ ภายใต้การบุกโจมตีของซุนเฟยและเหล่านักรบ ขบวนทัพนี้ก็ต้านทานพวกเขาได้ไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำก่อนจะอาวุธจะแตกหักและแขนขาก็ถูกฟันจนปลิวว่อน

        สะพานแคบๆเหมือนกลายเป็นเส้นทางแห่งความตายที่เต็มไปด้วยเลือดที่นองไปทั่ว

        “เพียร์ส ดร็อกบา รีบไปผลักบันไดยึดเมืองลงแม่น้ำซะ….”

        ในขณะที่ซุนเฟยกำลังรุดหน้าสังหารไปเรื่อยๆคอยเปิดเส้นทางเลือดนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ฝ่ามาถึงบันไดยึดเมือง ตอนนี้พวกเขารุดหน้ามาได้ 60 กว่าเมตรแล้ว ซุนเฟยเป็นคนต้านเหล่าทหารเกราะดำที่พุ่งเข้ามาเหมือนกระแสน้ำซัดเข้ามาแล้วให้เพียร์สกับดร็อกบาโจมตีทหารที่ปกป้องบันไดและทำลายบันไดยึดเมือง

        “น้อมรับพระบัญชา ฝ่าบาท!”

        นักรบทั้งสองคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน อาวุธในเหมือนโบกสะบัดเหมือนพายุปัดทหารเกราะดำหลายนายที่อยู่ตรงหน้ากระเด็นออกไปเหมือนสิงโตที่กำลังเกรี้ยวกราด ดวงตาสีแดงก่ำจ้องไปที่บันไดยึดเมืองอย่างดุร้ายแล้วกระโจนเข้าไป….

        ตูมตูม——!

        ทหารเกราะดำที่คอยปกป้องบันไดยึดเมืองก็ยากที่จะต้านทานพวกเขาได้ ไม่ช้าก็ถูกปัดออกไปกลางอากาศ ไม่ช้าบันไดยึดเมืองขนาดใหญ่ทั้งสองอันก็ถูกนักรบที่ทรงพลังผลักมันลงจากสะพาน ระลอกน้ำลอยขึ้นกลางอากาศ เหมือนมีปีศาจกำลังสะบัดหางของมันในแม่น้ำ

        ขวัญกำลังใจของเหล่านักรบเพิ่มสูงขึ้นหลังจากผลักบันไดยึดเมืองสองอันล้มคว่ำไป ปลุกเร้าความฮึกเหิมให้สูงขึ้นเหมือนเป็นฝูงหมาป่าที่หิวโหย พวกเขาตะโกนเสียงดังแล้วพุ่งเข้าไปบันไดยึดเมืองอีก 4 ตัวที่เหลือ ตราบใดที่บันไดเหล่านี้ทั้งหมดถูกทำลายก็เท่ากับว่าได้ทำภารกิจบุกโจมตีครั้งนี้สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

        ทันใดนั้น——

        มอมอมอ!!!

        ริมชายฝั่งแม่น้ำจู่ลี่ก็มีเสียงแตรสัญญาณดังกึกก้องขึ้นมาทันที

เสียงแตรสัญญาณจะมีท่วงทำนองสั้นยาวแตกต่างกันตามคำสั่งการที่สั่งมา คำสั่งใหม่แพร่กระจายไปยังเหล่าทหารเกราะดำที่อยู่บนสะพานนองเลือดอย่างชัดเจน แต่เหล่าทหารเกราะดำมองหน้ากันและกัน พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับ เพราะว่าคำสั่งทหารครั้งนี้เป็นคำสั่งทหารสำหรับพลโล่หอกมังกร แต่ทว่าตอนนี้ อดีตขบวนทัพโล่หอกมังกรที่เหล่าทหารเกราะดำขนานนามมันว่าเกราะป้องกันชั้นแรกต่างถูกโจมตีด้วยน้ำมือของเหล่ามัจจุราชกลุ่มนั้น พ่ายแพ้ไม่เป็นท่าทั้งกองทัพ!

        ใครก็คิดไม่ถึงว่าคนแค่ 20 กว่าคนจะสามารถทำลายพลโล่หอกมังกรที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีตั้งร้อยคนได้ คำสั่งทหารที่ส่งมา แม้ว่าจะเว้นระยะห่างสั้นๆไป 2 นาที แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

        ช้าเกินไป!

        2 นาที ขบวนทัพป้องกันที่แข็งแกร่งก็ถูกทำลายลงในพริบตา

        ในทางตรงกันข้าม จำนวนข้าศึกเพียง 23 คนกลับไม่มีใครตายสักคนเลย บนสะพานหินแคบๆนี้ พวกเขายังคงสังหารอย่างบ้าคลั่งแบบไม่รู้จักเหนื่อย  รุดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็วไร้ผู้ต้านทาน!

        สะพานหินแคบกลายเป็นเส้นทางแห่งความที่เป็นทางผ่านไปสู่นรก มัจจุราชกำลังเรียกหา ท่ามกลางแสงเป็นประกายอันหนาวเหน็บ ทหารเกราะดำก็ไม่สามารถต้านทานไว้ได้ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและโหยหวนทุกๆก้าวของพวกเขาเหมือนเดินไปยังปลายทางของชีวิต

        ไม่ช้า บันไดยึดเมือง 4 อันที่เหลือก็ถูกเหล่านักรบผลักลงจากสะพานหล่นลงไปในแม่น้ำจากความสูงหลายร้อยเมตรและถูกกระแสน้ำกลืนหายและทำลายไป

“ฆ่า——!”

        เสียงตะโกนของคน 23 คนประสานกันดังกึกก้องทั่วฟ้า เหล่านักรบต่างเลือดเดือดพล่านบ้านเกิดเมืองนอนถูกคนชั่วเข้าข่มเหง ภายใต้การนำของราชา นักรบ 23 คนก็เหมือนมัจจุราชที่ฝีกออกมาจากทะเลเลือดในนรก ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดจนทำให้ผู้คนที่เห็นหวาดกลัว

        สะพานหินยาว 2,000 เมตร คนทั้ง23คนก็บุกหน้าเข้าไปได้ 400-500 เมตร

        ทำลายบันไดยึดเมืองแล้วก้าวไปด้านหน้าเป้าหมายต่อไปคือขบวนทัพยิงหิน

        แต่ยิ่งก้าวล้ำไปด้านหน้า พื้นที่ของสะพานหินก็ยิ่งแคบ ความกว้างค่อยๆลดลงไม่ถึง 3 เมตร และตรงกลางสะพานหินมีพื้นที่กว้างไม่กี่เมตร อาจจะกว้างไม่ถึง 1 เมตร 50 ด้วยซ้ำ นั่นเป็นจุดที่อันตรายที่สุดของสะพานหิน เสียงกระแสน้ำเชี่ยวกราดดังครืนๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน้ำในแม่น้ำถึงปรากฏอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ บางครั้งก็เกิดแรงดูดขนาดใหญ่ หากคนธรรมดาเดินบนสะพานโดยไม่ทันสังเกตก็อาจจะถูกดูดลงไปในแม่น้ำและถูกกลืนหายลงไปไม่เห็นแม้แต่ศพ

        การต่อสู้ ดำเนินไปอย่างดุเดือด

        ซุนเฟยพานักรบตัวเองก้าวไปด้านหน้าทีละก้าวทีละก้าว ค่อยๆเข้าใกล้เครื่องยิงหินเรื่อยๆ….

        ห่างออกไป บนกำแพงเมืองแซมบอร์ดเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง

        ทหารองค์รักษ์ราชาและชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์ทหารชั่วคราวกำลังโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาพยายามใช้พลังทั้งหมดเพื่อตะโกนให้เสียงของตัวเองส่งไปถึงสนามรบบนสะพานหินที่ดุเดือดนั่น

        ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ พวกคนแก่และสตรีที่หลบซ่อนอยู่ในเมืองด้วยความหวาดกลัวก่อนหน้านั้นต่างปีนขึ้นมาบนกำแพง ในมือพวกเธอถืออาวุธป้องกันทุกชนิดท่ามกลางเสียงเชียร์ก็มองเห็นราชาของตัวเองและคนสนิทของตัวเองกำลังบุกเข้าไปสังหารเหล่าข้าศึกอย่างดุเดือด ฉากนี้ ประทับลงไปในจิตวิญญาณของพวกเธอบางทีเมื่อจุดจบของชีวิตเดินทางมาถึงพวกเธอก็คงไม่อาจลืมฉากนี้ไปได้

        สาวงามแองเจล่าและสาวน้อยผมทองเจ็มม่ายกมือปิดตาและแอบแง้มๆดูการต่อสู้บนสะพานนั่นเหมือนกับคนกำลังลุ้นเวลาดูหนังสยองขวัญในโลกเก่า เมื่อเห็นจุดที่หวาดเสียวก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา มองดูซุนเฟยผู้กล้าหาญที่กำลังพลิกเหตุการณ์ร้ายๆให้กลายเป็นดีอีกครั้ง ทั้งสองคนกอดกันแล้วตะโกนเชียร์ไปด้วยกระโดดไปด้วย

        แลมพาร์ดยอดฝีมืออันดับ 1 เมืองแซมบอร์ดร่างกายตั้งตรงนิ่งเหมือนหอกยืนอยู่ตรงหัวเมือง

        แม้ว่าสีหน้าจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่หัวใจของเขาแทบจะทะลุออกมาข้างนอกด้วยความตื่นตะหนกอย่างยากจะควบคุมไว้ได้ ตั้งแต่ตอนที่อเล็กซ์ซานเดอร์ลงจากเมืองแล้วเริ่มต่อสู้จนทำลายขบวนทัพโล่หอกมังกรได้ ในฐานะที่เป็นนักรบ 3 ดาว แลมพาร์ดมีข้อมูลมากมายกว่าคนอื่นๆมาก เห็นได้ชัดว่า ในร่างของอเล็กซ์ซานเดอร์มีพลังแข็งแกร่งที่แตกต่างกันถึง 3 อย่าง——พลังกายที่แข็งแกร่ง,พลังเย็นยะเยือกสีเงินและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนอัศวิน ข้อพิสูจน์เหล่านี้ที่แลมพาร์ดคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้แต่ไม่กล้าเชื่อ——คนที่มีพลังแตกต่างกันถึง 4 ประเภทและแสดงความสามารถต่อเนื่องกันในหอสังเกตการณ์ก็คือราชาอเล็กซานเดอร์

        “มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของอเล็กซ์ซานเดอร์กันแน่  เพียงแค่คืนเดียวนอกจากจะทำให้เขากลายเป็นคนปกติแล้วยังมีพลังแข็งแกร่งเกินขอบเขตอีก? หรือเขาจะได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าจริงๆ….”

        แลมพาร์ดงุนงงมาก

        แต่ในใจลึกๆของเขา แลมพาร์ดหวังว่าอเล็กซ์ซานเดอร์ตรงหน้าจะสามารถรักษาพลังมหัศจรรย์แบบนี้ได้ต่อไป ทันนั้นในใจเขาพลันรู้สึกลึกล้ำ เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าสีครามราวกับได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีขึ้นมาในใจ : สหายเอ๋ย เจ้าอยู่บนฟ้าก็คงจะเห็นบุตรชายของตัวเองแสดงความแข็งแกร่งและกล้าหาญใช่ไหม? บางทีสักวันหนึ่ง เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาก็อาจจะหาเฮเลนที่หายสาปสูญไปจนเจอก็ได้

            ——————————