0 Views

ไอ้เฒ่าสมควรตาย คิดไม่ถึงจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าบิดากลับมาปกติแล้วยังกล้าอาศัยว่าตัวเองอายุมากกว่าแล้วมาขัดคำสั่งข้าอย่างงั้นเหรอไม่เห็นราชาอย่างข้าอยู่ในสายตาสินะได้ เจ้าทำข้าหนึ่ง ข้าจะตอบแทนกลับเป็นสิบ…

บาดเจ็บหึ!” ซุนเฟยร้อง หึ ออกมาอย่างเย็นชา “เพียร์สเจ้านำทหาร 20 นายไป ข้าไม่อยากฟังข้ออ้างใดๆทั้งนั้น รีบพามันมา จะมัดมันแล้วพามาหาข้าบนกำแพงได้ยิ่งดี หากใครกล้าขวางก็ฆ่าให้หมด!”

ซุนเฟยพูดอย่างเย็นชา ทุกคนรับรู้ได้ถึงความโกรธเกรี้ยวและรังสีฆ่าฟันขององค์ราชา

น้อมรับพระบัญชา ฝ่าบาท!”

เพียร์สปีติยินดีอย่างมาก องค์ราชาต้องเด็ดเดี่ยวแบบนี้ ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้เขาและทหารทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่  ชายผมขาวรับคำสั่งอย่างตื่นเต้น เขาแสยะยิ้มออกมาหันหลังนำทหารองค์รักษ์ของราชาลงจากกำแพงเมืองไป

บรู๊ค เจ้ารีบส่งทหารไปเชิญผู้พิพากษาทหารคอนก้าและพัศดีโอเลก ให้พวกเขาเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ หากกล้าที่จะต่อต้านก็ฆ่ามันซะ!”

ซุนเฟยออกคำสั่งอีกสองคำสั่งอย่างเลือดเย็น เห็นได้ชัดว่าต้องการแสดงอำนาจ

เมื่อวานเขาจัดหาที่พักและรักษาทหารถือเป็นความเมตตา วันนี้เขาจะลากขุนนางที่หลบหนีสงครามเอาแต่ซุกหัวอยู่ในบ้านออกมาเชือดไก่ให้ลิงดู เมื่อวานตอนเย็นซุนเฟยคิดหาวิธีขัดเกลาดินออกมาให้ดีที่สุดอยู่ค่อนคืน ในเมื่อไม่มีทางทำอะไรศัตรูได้ชั่วคราว ก็หาวิธีจัดระเบียบคนของตัวเองแล้วกัน?

จะจัดการศึกนอกต้องสงบศึกภายในเสียก่อน

กลยุทธ์ชื่อดังนี้เหมาะสมกับเมืองแซมบอร์ดในเวลานี้มาก

ทันทีสั่งการสองคำสั่งนั้นบรรยากาศบนกำแพงก็พลันเงียบสงัด จนซุนเฟยรู้สึกได้ว่าหลังจากที่เหล่าทหารได้ยินคำสั่งนั้นขวัญกำลังใจก็พลันสูงขึ้น

ตอนนี้เอง แองเจล่าก็เดินยิ้มออกมาจากหอสังเกตการณ์

สาวน้อยเจ็มม่าเดินตามหลังมาติดๆด้วยท่าทางงัวเงียๆทั้งหาวไปพลางขยี้ตาไปพลาง หลังจากเห็นซุนเฟยแล้วก็แอบขยิบตาและชูกำปั้นเล็กๆขึ้นมาส่งสัญญาณเป็นอันรู้ๆกันให้

ซุนเฟยหัวเราะหึๆ

จากบทสนทนาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ซุนเฟยรู้สึกได้ว่าความเป็นปรปักษ์ที่สาวน้อยมีต่อตัวเองได้หายไปแล้ว

แองเจล่า เจ้าตื่นมาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องสำคัญที่อยากวานให้เจ้าช่วยข้าจัดการที” ซุนเฟยถูกใบหน้างัวเงียยามตื่นของแองเจล่าทำให้ใจสั่น

เรื่องอะไร?”

พอแองเจล่าได้ยินว่าอเล็กซ์ซานเดอร์มีเรื่องให้ตัวเองจัดการ สาวงามก็พลันกระชุ่มกระชวยขึ้นมาร้อยเท่า ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถช่วยอเล็กซ์ซานเดอร์ได้ หากมีเรื่องที่สามารถทำได้เธอก็พร้อมทำ เธออายเล็กน้อยยามที่ถูกซุนเฟยลูบหัว ใบหน้าแดงก่ำขณะที่เงยหน้าขึ้นมาถาม

เจ้าและเจ็มม่าไปเชิญท่านลุงแลมพาร์ดมาช่วยข้าหน่อย บางทีสงครามอาจจะเริ่มเร็วกว่าที่คิด ข้าอยากให้ยอดฝีมืออย่างเขาเข้าร่วมรบด้วย” ซุนเฟยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ข้าจะไปหาท่านลุงแลมพาร์ดเดี๋ยวนี้เลย”

ได้ยินว่าเป็นสถานการณ์เร่งด่วน แองเจล่าก็ไม่รีรอรีบจูงมือเจ็มม่าที่ง่วงงุนจากไปทันที

จริงสิ แองเจล่า หลังจากที่เจ้าไปหาท่านลุงแลมพาร์ดแล้วก็ไม่ต้องขึ้นมาบนกำแพงอีกนะ ยังมีเหล่าทหารที่ยังบาดเจ็บเหลืออยู่ เจ้ากับเจ็มม่าก็ไปช่วยชาวบ้านดูแลพวกเขาหน่อยเถอะ ลำบากเจ้าหน่อยนะ!” ซุนเฟยยิ้มก่อนจะตะโกนไล่หลังไป

แองเจล่าชะงัก

หญิงสาวแสนฉลาดอย่างเธอเข้าใจในความหมายที่ซุนเฟยพูดได้ทันที——อีกไม่นานสงครามก็จะเริ่มขึ้นแล้ว บนกำแพงเมืองคงเต็มไปด้วยอันตราย หากตัวเองรั้งอยู่ที่นี่ก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้กลับกันยังจะกลายเป็นภาระเสียอีก อเล็กซ์ซานเดอร์จงใจกันเธอออกไปเท่านั้นเอง ที่บอกให้ไปดูแลผู้บาดเจ็บช่างเป็นข้ออ้างที่ไม่เนียนเอาซะเลย

แต่หญิงฉลาดอย่างเธอกลับไม่คิดขัดคำสั่ง

แม้ว่าใจจริงแองเจล่าอยากจะอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยเหลืออเล็กซ์ซานเดอร์ แต่เธอรู้ตัวเองดีว่าหากรั้งอยู่ต่อไปคงกลายเป็นภาระให้แกเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงพยักหน้าแสดงท่าทางว่าเธอเข้าใจแล้ว

เห็นได้ชัดว่าเจ็มม่าก็เข้าใจเจตนาของซุนเฟย

สาวน้อยจึงรีบวิ่งตามแองเจล่าไปพลางหันกลับมายกนิ้วโป้งให้ซุนเฟย

……

20 นาทีต่อมา

ศัตรูลึกลับที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มรวมพล พรรคทหารราบชุดดำก็เริ่มเดินออกมาจากค่าย ใบดาบส่องประกายแสงอรุณยามเช้า ดาบตั้งตรงประหนึ่งต้นไม้ มันเห็นได้ชัดเลยว่าทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ยามที่มองรังสีฆ่าฟันของภาพกองทัพที่น่าทึ่งก็พุ่งพวยออกมา

ซุนเฟยยืนมองจากบนกำแพงอย่างเงียบๆ ทันใดนั้นด้านหลังก็พลันมีเสียงโวกเวกดังขึ้นมา

อย่าใช้มือสกปรกที่ต่ำต้อยของเจ้ามาสัมผัสข้า….ปล่อยนะ สมควรตาย ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะฆ่าพวกแมลงชั้นต่ำโง่ๆอย่างพวกเจ้าให้หมด!”

น้ำเสียงหยิ่งยโสที่คุ้นเคยดังขึ้นมา

ซุนเฟยหันหลังไปดูก็เห็นกิลไอ้หมูสมควรตายถูกเพียร์สมัดเป็นบ่ะจ่างพากขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าไอ้อ้วนไม่ได้สำนึกเลยว่าความโชคร้ายจะมาเยือนมันถึงได้ยังคงสถบด่าอย่างรนหาที่ตาย

รูม่านตาของซุนเฟยหดลง จ้องเขม็งไปที่ร่างของชายคนหนึ่งที่ตามหลังเจ้าหมูอ้วนมา

ชายชราคนนั้นสวมเสื้อคลุมซาตินสีแดง ร่างกายผอมสูง สูงประมาณ170 จมูกงุ้ม ใบหน้าดูคล้ำๆมืดมน ดวงตาหยีตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัย หลังค่อมเล็กน้อยแต่จังหวะก้าวเดินกลับมั่นคง ผมหงอกก็มัดรวบขึ้นมาด้วยห่วงทองที่ฝังอัญมณีทำให้ผมดูไม่รุงรัง

ชายแก่คนนี้ดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อย อาจจะเป็น………

ขณะที่ซุนเฟยขบคิดอยู่นั้น เพียร์สเดินเข้ามาอย่างปรีดา ส่งเสียงหัวเราะหึๆก่อนจะรายงานเขา “ฝ่าบาท กระหม่อมทำตามพระบัญชาของพระองค์เรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ ด้วยการมัดตัวกิลแล้วลากมาให้พระองค์…” พูดถึงตรงนี้ เขาก็ชี้ไปที่ที่ชายชราหลังค่อมแล้วกล่าวต่อไปว่า “แต่ เลขานุการบาร์เซลก็ตามมาด้วยพะยะค่ะ”

    อ่อ เลขานุการบาร์เซลที่เป็นผู้สำเร็จราชกาลแทนที่กุมอำนาจใหญ่ที่สุดในเมืองแซมบอร์ดนี่เอง

ซุนเฟยกวาดสายตาขึ้นลงมองไปยังชายชราคนนี้ ไม่รู้ทำไม รูปลักษณ์ของชายแก่คนนี้ก็ไม่ได้มีส่วนไหนทำให้คนหวาดกลัวออกจะอัปลักษณ์หน่อยๆด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้ซุนเฟยรู้สึกอันตราย ดูเหมือนว่าจะมีงูพิษจำศีลตัวหนึ่งมายืนตรงหน้าเขาซะแล้ว

ฝ่าบาท กระหม่อมต้องการคำอธิบาย!”

ในขณะที่ซุนเฟยกวาดสายตามองชายแก่อัปลักษณ์คนนี้ ชายแกก็พลันก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า สองมือท้าวสะเอวพลางซักถามด้วยท่าทางก้าวร้าว “องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ กระหม่อมอยากทราบว่าลูกชายกระหม่อมทำผิดกฎอะไร ถึงได้ถูกพระองค์ส่งคนมามัดลากเขามาที่นี่?กรุณาให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลกับกระหม่อมด้วย!”

เป็นคำถามที่เข้าทางบิดาเหลือเกิน กิลที่ถูกเหล่าทหารมัดไว้ด้านข้างก็ตะคอกอย่างโมโหไปทางซุนเฟยอย่างไม่กลัวตาย “อเล็กซ์ซานเดอร์ ไอ้ปัญญาอ่อน รีบให้พวกชั้นต่ำพวกนี้ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ…”

ซุนเฟยแสยะยิ้มเย็นชา

กล้าหยิ่งผยองหน้าบิดาทั้งยังวางอำนาจเหนือบิดาอีก?

ซุนเฟยไม่สนใจเจ้าเฒ่าบาร์เซลและเดินมาตรงหน้าไอ้หมูสมควรตายอย่างเงียบๆ ตวัดฝ่ามือตบกกหูของมันอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่พูดไม่จา

เพี๊ยะเพี๊ยะเพี๊ยะ——

หลังจากตบไปได้สิบกว่าครั้ง ใบหน้าของกิลก็บวมเปล่งเหมือนลูกโปร่งมีอากาศอยู่ข้างในขึ้นมา ซุนเฟยลงมืออย่างไร้เมตตา ด้วยพละกำลังของคนเถื่อนมุมปากของกิลก็มีเลือดไหลซึมออกมาพร้อมหมดสติไป

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผู้คนที่อยู่รอบๆ ซุนเฟยพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ซุนเฟยเดินเข้าไปหาบาร์เซลอย่างช้าๆ พลางถูมือขณะที่จ้องมองไปที่เขาแล้วแสยะยิ้มพูดว่า “เพราะข้าคือราชา ราชาจะทำอะไรก็เรื่องของราชา ยังต้องอธิบายอะไรกับเจ้าอีกไหม?”

เผด็จการ!

เผด็จการอย่างไม่ปิดบัง

มันไม่สำคัญว่าเจ้าจะพูดมีเหตุผลอะไร บิดาอยากจะทำแบบนี้ซะอย่างเจ้าจะทำไม

ใบหน้ามืดครึ้มของบาร์เซลพลันซีดเป็นไก่ป่วยทันที

เหตุการณ์แบบนี้เขาคาดไม่ถึงมาก่อน

แม้ว่าจะรู้ว่าในการต่อสู้เมื่อวานอเล็กซ์ซานเดอร์ได้สร้างผลงานที่ไม่น่าเชื่อเอาไว้ ทั้งรู้เรื่องที่เขา ‘สื่อสาร’ กับพระเจ้าให้ช่วยรักษาทหารบาดเจ็บได้ แม้ว่าในใจจะเตรียมรับมือกับอเล็กซ์ซานเดอร์ที่กลับมาปกติไว้มากมายและความจริงที่เขามาที่นี่ เพราะคิดวิเคราะห์ไว้ว่าแม้ว่าสติปัญญาจะกลับมาเป็นปกติแต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าลูกเจี๊ยบที่อายุ 17-18 ปี จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้?

หากต่อกรทางบู๊ไม่ได้ ถ้างั้นก็ต้องงัดทางบุ๋นเข้าสู้

การพูดกับเด็กน้อยด้วยเรื่อง ‘เหตุผล’ เป็นลูกไม้ที่เขาถนัด บาร์เซลมีความมั่นใจในตัวเองสำหรับการ ‘หว่านล้อม’ อเล็กซ์ซานเดอร์ เพียงแค่ใช้เทคนิคเล็กๆหลอกหลวงเด็กคนนี้ จากนี้เมืองแซมบอร์ดก็จะตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา

แต่——

บาร์เซลก็คาดไม่ถึงว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเตรียมมาก่อนหน้านี้ก็ไร้ประโยชน์ หลังจากที่อเล็กซ์ซานเดอร์ได้สติปัญญากลับมา คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นคนเผด็จการแบบนี้

ตอนนี้เอง เขาเริ่มนึกเสียใจทีหลัง

ตามข่าวลือที่ได้กระจายในเมืองแซมบอร์ดปัจจุบัน การที่จู่ๆอเล็กซ์ซานเดอร์กลับมาปกติกะทันหันเป็นเพราะหลังจากที่ถูกธนูยิงใส่จนร่วงลงมาหัวกระแทกพื้น มันคือการอวยพรจากพระเจ้า สิ่งที่ทำให้บาร์เซลพูดไม่ออกเลยคือ คนที่พาอเล็กซ์ซานเดอร์ขึ้นไปบนกำแพงนั่น คือเขาเอง เดิมทีก็แค่อยากยืมมือคนอื่นฆ่า ให้ไอ้ราชาปัญญาอ่อนนี้ตายด้วยน้ำมือของข้าศึกไปซะ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะกลายเป็นการสร้างอุปสรรคชิ้นใหม่ให้แก่ตัวเอง

แต่ แต่ก็เสียใจเพียงชั่วครู่ บาร์เซลก็รีบปรับความคิดทั้งหมด

แม้ว่าการที่ใบหน้าลูกชายของเขาจะบวมเหมือนหัวหมูจนทำให้เขาโกรธจนแทบบ้า แต่บาร์เซลก็อดกลั้นไว้ ดำเนินการตามแผนจนมาถึงจุดนี้แล้วไม่อาจหยุดชะงักได้  ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาเห็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ด แฟรงค์ แลมพาร์ดเดินมาจากไกลๆ

ฝ่าบาท สำหรับพฤติกรรมหยาบคายมาก่อนหน้านี้ กระหม่อมขอประทานอภัยโทษพะยะค่ะ!”

บาร์เซลรีบปรับท่าทีอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปตรงหน้าซุนเฟยก่อนที่จะทำความเคารพตามแบบฉบับขุนนางที่เข้าเฝ้าราชา จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่า “เมื่อกี้เพราะเป็นห่วงบุตรชาย กระหม่อมจึงวู่วาม โปรดฝ่าบาทเข้าใจกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ…แต่ตอนนี้กิล…เอ่อ…สลบไปแล้ว เกรงว่าคงอาจเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ได้ ให้กระหม่อมนำเขากลับไปพักรักษาตัวที่บ้านก่อนดีไหมพะยะค่ะ”

พักรักษาพักรักษาอะไรเมืองแซมบอร์ดพบวิกฤติใหญ่แบบนี้ ขอเพียงเป็นลูกผู้ชายก็จงไสหัวมาที่นี่ หากจะตายก็ต้องตายที่นี่ บาดแผลเล็กน้อยขนาดนี้ถือเป็นอะไรได้?”

ซุนเฟยไม่สนใจสีหน้าบาร์เซล

เขาหมุนกายพูดเสียงดังให้ทหารนำถึงน้ำเย็นมาแล้วสาดใส่ร่างกิลอย่างไม่ปรานี ทันใดนั้นเจ้าอ้วนสมตายเหมือนถูกดาบแทงนับไม่ถ้วน สะดุ้งกายตื่นขึ้นมาทั้งทีแล้วร้องโหยหวนออกมา