0 Views

เขา?”

แลนเดสชะงัก

แค่ชั่วพริบตา จิตใต้สำนึกของเขาก็พลันนึกถึงแววตาที่เหมือนสัตว์ร้ายคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความดุร้าย ดวงตาคู่นั้นที่โผล่ออกมาจากใต้หมวกเกราะอัศวิน….ดวงตาคู่นั้นที่เขาย้อนนึกขึ้นมามันยังคงทำให้เขารู้สึกใจสั่นระรัวด้วยความกลัวจนตัวสั่นระริก

พลังของคนๆนั้นน่าจะประมาณนักรบ ดาว แต่แปลกมากที่ไม่มีคลื่นพลังใดๆเลย ราวกับว่าเขาเกิดมาพร้อมกับพลังที่ไม่น่าเชื่อ…” แลนเดสหวนรำลึกถึงเหตุการณ์นั้นอย่างหวาดกลัวไปพลาง พูดอย่างช้าๆไปพลาง “นอกจากนี้ เขายังทำให้ข้าน้อยรู้สึกเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังเติบโต บ้ากระหายเลือด เหมือนสัตว์ร้ายที่เกิดมาเพื่อต่อสู้”

สัตว์ร้าย?”

ชายหน้ากากเงินวางแก้วหยกในมือลงก่อนจะเบนสายตามองไปที่แลนเดส เขาหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดว่า “กล่าวได้เห็นภาพมาก นี่เป็นคำเปรียบเทียบที่น่าสนใจมาก…แลนเดส เจ้าบอกข้าสิหากข้าอยากจับเจ้า ‘สัตว์ร้าย’ ตัวนี้ ส่งไปที่ราชอาณาจักรโคลอสเซียม หากเป็นเช่นนั้นมันคงยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ว่าไหม?”

ส่งไปที่ราชอาณาจักรโคลอสเซียมนายท่านช่างฉลาดยิ่งนัก…” แลนเดสทำตัวเป็นภูตตูดม้า(1) “ถ้าเราส่งเจ้าบ้ากระหายเลือดอย่างเจ้านั้นไปที่ราชอาณาจักรโคลอสเซียม เขาจะต้องกลายเป็นนักรบสัตว์ร้ายที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องมีคนมากมายยื้อแย่งกันอยากจะซื้อเจ้านี่เป็นแน่!”

ราชอาณาจักรโคลอสเซียมของแผ่นดินอาเซรอทเป็นสถานที่ที่เหล่าขุนนางชั้นสูงทั่วทุกสารทิศแห่กันไปเพื่อชมความโหดร้ายป่าเถื่อน

ในโคลอสเซียม มีรายการการต่อสู้นองเลือดและความโหดร้ายแทบทุกวัน บางครั้งผู้ที่มีพลังมาตั้งแต่เกิดหรือทาสที่ผ่านการฝึกฝนเป็นพิเศษและมีพรสวรรค์ในการฆ่าจะถูกบังคับเข้ามาที่โคลอสเซียมและให้สู้โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันกับสัตว์ประหลาดที่ทั้งแปลกทั้งดุร้าย เพียงเพื่อความสนุกของเหล่าขุนนางและคนชนชั้นสูง

การต่อสู้นองเลือดแบบนี้เกิดขึ้นกับแผ่นดินอาเซรอทเป็นเวลานานแล้ว ตอนแรกก็เป็นเพียงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาพระเจ้า แต่ต่อมันมาก็ค่อยๆกลายเป็นความสนุกเร้าใจรูปแบบหนึ่งของเหล่าชนชั้นสูง ยิ่งนานวันยิ่งค่อยๆหมกมุ่นมากขึ้นบ้าคลั่งมากขึ้น ราชอาณาจักรจำนวนไม่น้อยที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องจนพัฒนากลายเป็นอุตสาหกรรมการพนันของแผ่นดินอาเซรอท ดังนั้นจึงมีผู้คนมากมายร่ำรวยแต่แน่นอนว่าก็มีผู้คนอีกมากที่บ้านแตกสาแหรกขาด

แต่น่าเสียดายที่การคัดเลือกนักรบสัตว์ร้ายมีเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก ยินยอมให้เฉพาะทาสที่ไม่มีตำแหน่งเป็นนักรบหรือคนจนเข้าร่วม แน่นอนว่านักรบที่ควบคุมคลื่นพลังและนักเวทย์ไม่สามารถเข้าร่วมในโคลอสเซียมได้ เพราะว่ากลุ่มพันธมิตรนักรบและสมาคมนักเวทย์ของแผ่นดินอาเซรอทคิดว่า หากให้คนของกลุ่มพันธมิตรนักรบและสมาคมนักเวทย์เข้าสู่โคลอสเซียมจะเป็นการดูถูกเกียรติยศของนักรบและนักเวทย์ทั้งหมด

แน่นอนว่า ตอนแรกไม่เป็นแบบนี้

เหล่าคนชนชั้นสูงที่มีอำนาจในราชอ าณาจักรได้ละเมิดกฎข้อนี้ นักรบและนักเวทย์จำนวนมากได้ถูกบังคับให้เข้าต่อสู้นองเลือดในโคลอสเซียม พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นให้กับเหล่ายอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของแผ่นดินอาเซรอท เมื่อ 500 ปีก่อน เหล่ายอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนในแผ่นดินอาเซรอทได้ร่วมมือกันภายใต้ข้อเรียกร้องของแกรนด์มาสเตอร์จอมเวทย์เบย์ลี่และแกรนมาสเตอร์นักรบแบคเก้นบราวเวอร์ที่ประกาศ คำแถลงการณ์เกียรติยศแห่งนักรบต่อมาก็จัดการกำจัดราชอาณาจักรที่ละเมิดคำแถลงการณ์นี้ไปกว่า 241 ราชอาณาจักรและทำลายโคลอสเซียมมากกว่า 10000 แห่ง หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครหรือราชอาณาจักรใดที่กล้าเสี่ยงรับการลงทัณฑ์ที่แสนอันตรายจากเหล่ายอดฝีมือ ด้วยการให้นักรบและนักเวทย์เข้าร่วมการต่อสู้ในโคลอสเซียม

และด้วยเบื้องลึกเบื้องหลังดังนี้  ทำให้นักรบสัตว์ร้ายที่เยี่ยมยอดกลายเป็นสิ่งที่หายากมาก ซุนเฟยดูเหมือนจะมีพลังความแข็งแกร่งระดับนักรบ ดาว แต่กลับเป็น ‘กระทิง’ ที่ไม่มีคลื่นพลังนักรบ ในสายตาชายหน้ากากเงินแล้วเห็นว่าเป็นอัญมณีหายาก หากควบคุมอย่างถูกวิธีจะสามารถสร้างกำไรมหาศาลให้กับตัวเองอย่างแน่นอน อาจจะอาศัยโอกาสนี้คบค้าสมาคมกับเหล่าชนชั้นสูงของราชอาณาจักรที่ระดับสูงกว่าซึ่งมันทำไมจะเป็นไปไม่ได้

หมายเลข 1หลังจากฟ้าสาง เจ้าพาหมายเลข 16】【หมายเลข 17】【หมายเลข 18ไปเจรจากับเมืองแซมบอร์ดให้ยอมจำนน บอกไอ้ราชาปัญญาอ่อนนั่นว่า เพียงแค่ยอมจำนนเปิดประตูเมืองราชวงศ์และเหล่าขุนนางจะรอดชีวิตส่วนประชาชนที่รอดชีวิตก็จะถูกทำให้เป็นทาส…หากไม่อย่างนั้น เมื่อเมืองถูกตีแตก ทั่วทั้งเมืองจะนองเลือดและจะทำการสังหารหมู่ใน วัน!”

ชายหน้ากากเงินพูดด้วยใบหน้าเย็นชาและน้ำเสียงน่าเกรงขาม

พูดยังไม่ทันจบ ก็เห็นไอสีขาวที่หนาวยะเยือกออกมาจากในมือของเขา เพียงพริบตาเดียวแก้วหยกและไวน์ก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมผลึกน้ำแข็ง

ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!”

ชายที่สวมชุดเกราะอัศวินสีดำยืนฝั่งขวาที่มีชื่อเรียกว่าหมายเลข 1ก็เดินออกมาโค้งกายพลางตอบกลับ

อ้อ จำไว้ด้วยนะ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าที่ให้ราชาปัญญาอ่อนของพวกเขาต่อหน้าประชาชนเมืองแซมบอร์ด” ชายหน้ากากเงินโยนแก้วในมือทิ้งไปอีกด้านขณะที่แสยะยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนานและเน้นย้ำประโยคบางประโยคโดยเฉพาะ

น้อมรับคำสั่ง!”

หมายเลข 1พาหมายเลข 16】【หมายเลข 17】【หมายเลข 18โค้งคำนับก่อนจะหมุนตัวออกไปจากเต็นท์

หมายเลข 2】、【หมายเลข 3】、【หมายเลข 4】、【หมายเลข 5】、【หมายเลข 6พวกเจ้า คนให้ทหารใต้บังคับบัญชาการของพวกนายเตรียมตัวไว้ให้ดี เมื่อไหร่ที่เมืองแซมบอร์ดยอมจำนนและเปิดประตูเมืองก็นำทหารเข้าไปฆ่าล้างพวกมัน นอกจากผู้หญิงที่ชื่อ แองเจล่าและเจ้า ‘สัตว์ร้าย’ ตัวนั้น นอกนั้นฆ่าให้หมดอย่าให้เหลือ”

ชายหน้ากากเงินดำเนินการออกคำสั่งทหารต่อ

คำสั่งครั้งที่ ของเขากับคำสั่งก่อนหน้านั้นของเขามันช่างตรงข้ามกันมาก

ชายสวมชุดเกราะอัศวินสองถึงห้าก็ออกมาโค้งกายรับคำสั่ง สายตาแต่ละคนไม่สามารถซ่อนความตกใจไว้ได้ เมื่อกี้ชายหน้ากากเงินเพิ่งจะออกคำสั่งให้หมายเลย ไปเจรจา สัญญาว่าจะมอบทางรอดแก่เมืองแซมบอร์ดแต่วินาทีถัดมาก็ตัดสินใจออกคำสั่งเลือดเย็นเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังหลอกฝ่ายตรงข้าม

เวลาใกล้หมดแล้ว รีบไปทำตามแผนของข้า เมืองแซมบอร์ดจะต้องถูกตีแตกภายในเร็ววัน ข้ากังวลว่าหากต้องล้อมเมืองนานกว่านี้ ราชอาณาจักรเซนิตอาจจะพบจุดที่น่าสงสัยดังนั้นจึงต้องทำแบบนี้…” ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกถึงความสงสัยของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีต่อท่าทางเผด็จการของชายหน้ากากเงิน ทำให้เขาอดทนอธิบายออกมาอย่างไม่เคยทำมาก่อน เมื่อพูดจบชายหน้ากากเงินจึงหันหน้าไปพูดกับนักรบ ดาว แลนเดสว่า “แลนเดส ในการต่อสู้พรุ่งนี้จงทำในสิ่งที่เจ้ารับปากกับข้าไว้เมื่อกี้ด้วย ตัดหัวนักรบ ดาวของเมืองแซมบอร์ดคนนั้นแล้วเจ้านำมามอบให้ข้าตรงหน้าม้า!”

น้อมรับคำสั่ง นายท่านข้า!” สำหรับแลนเดสแล้วคำสั่งนี้เขามั่นใจมากว่าสามารถทำได้

สำหรับคนอื่น ติดตามข้าเพื่อรอรับคำสั่ง….เอาล่ะ ไปเตรียตัวกันเถอะ พรุ่งนี้ยามพระอาทิตย์ขึ้น ก็เริ่มดำเนินการทันที!”

ภายใต้คำสั่งของชายหน้ากากเงิน เหล่าชายสวมชุดเกราะอัศวินสีดำและแลนเดสก็พากันโค้งกายคำนับ เตรียมที่จะออกจากเต็นท์เพื่อไปเตรียมตัว…

แต่ตอนนั้นเอง

รอเดี๋ยว!”

ชายลึกลับที่นั่งเงียบมาโดยตลอดก็พลันพูดขัดขึ้นมาทำให้ทุกคนประหลาดใจ

นักเวทย์ที่ซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ใต้เสื้อคลุมลึก หันไปพยักหน้ากับชายหน้ากากเงินถือเป็นการเคารพ น้ำเสียงที่เขาพูดแหบแห้ง เหมือนมีดทื่อๆที่กำลังลับมีดบนก้อนหินอย่างช้าๆ เสียงมันแหลมคมผิดปกติจนยากที่จะฟัง “นายท่าน ข้ารู้สึกถึงอะไรบ้างอย่างในเมืองแซมบอร์ดเมื่อกี้ ราวกับว่ามีการดำรงอยู่ของนักเวทย์ที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง แผนการของท่านอาจจะถูกทำลายได้”

นักเวทย์?” สีหน้าของชายหน้ากากเงินพลันเปลี่ยนไป การดำรงอยู่ของนักเวทย์ที่แข็งแกร่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การต่อสู้ได้เพียงชั่วพริบตาอย่างง่ายดาย เขาลองสอบถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านสามารถบอกได้ไหมว่าพลังของนักเวทย์คนนี้เป็นยังไง?”

นักเวทย์คนนั้นซ่อนตัวอยู่ในที่ลึกมากๆราวกับซ่อนตัวจากอะไรบางอย่าง จากที่ข้าสัมผัสเมื่อกี้…อืม น่าจะอยู่ในระดับ ดาว”

“3 ดาว?” ชายหน้ากากเงินพลันโล่งอก “หาก ดาวตามที่ท่านอาจารย์พูดก็ไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงอะไรนัก แต่ ข้าหวังว่าท่านอาจารย์จะสามารถลงมือในเวลาที่เหมาะสม ช่วยศิษย์คนนี้จัดการมัน!”

อืม” ชายลึกลับพยักหน้า “ข้าสามารถจัดการได้ แต่นักเวทย์ระดับ ดาวก็สามารถสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ได้ เมื่อถึงเวลาให้ทหารของท่านออกห่างหน่อยแล้วกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ”

ชายหน้ากากเงินได้ยินชายลึกลับรับปากกับคำขอร้องของตัวเอง ในใจก็พลันโล่งอก ยิ้มน้อยๆแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ เพียงไม่ทำลายกำแพงเมืองหลักของเมืองแซมบอร์ด นอกนั้นไม่เป็นอะไร แค่ท่านอาจารย์ยอมลงมือข้าก็ยินดีแล้ว”

ชายลึกลับพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก ไอหมอกหนาหมุนเป็นเกลียวขึ้นไปก่อนจะจางหายไปไม่เหลือใครอยู่ตรงนั้น

……

……

ลมหนาวพัดเข้ามาจนหนาวเสียดแทงกระดูก

ซุนเฟยกำลังสู้กับความหนาว เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง ในใจพลันตื่นตกใจ

สมควรตาย ตลอดทั้งคืน…แค่กๆ นี่ข้าหลับไปอย่างงั้นเหรอ ?ข้าศึกจะไม่ฉวยโอกาสนี้บุกเลยรึไง!”

ในขณะที่กำลังคิด จมูกก็พลันได้กลิ่นหอมๆลอยเข้ามา

           ซุนเฟยชะงักหันหน้าไปมองอย่างตกใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แองเจล่าสาวงามดุจดอกเบญจมาศดอกนี้มานั่งข้างๆกายเขาและพิงกำแพงหินเยียบเย็นแล้วผล็อยหลับไปอย่างเงียบๆ

ดูเหมือนว่าในความฝัน สาวงามจะหนาว

ร่างอรชรขดตัวแล้วใช้สองมือของเธอกอดเข่าแน่น น้ำค้างแวววาวเปียกที่ปลายผมสีน้ำหมึกของเธอ ขนตางอนยาว ริมฝีปากเล็กๆคลี่ยิ้มน้อยๆราวกับว่ากำลังฝันดี ใบหน้าขาวเนียนละเอียด ภายใต้แสงดาว คนตรงหน้างดงามดุจนางฟ้าที่ทำให้ผู้คนหลงใหล

ซุนเฟยพลิกตัวเล็กน้อย

ตอนนี้เองเขาเพิ่งว่ามีผ้าห่มกำมะหยี่ผืนหนามาคลุมร่างเขาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้

น่าจะเป็นตอนที่แองเจล่ามาหาเขาตอนกลางดึกแล้วนำผ้าห่มมาห่มเขาตอนที่กำลังหลับ

หัวใจรับรู้ถึงความร้อนที่ส่งผ่านมาจากผ้าห่ม ในใจของซุนเฟยพลันรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่รู้ทำไม ยามที่มองสาวงามที่แสนบริสุทธิ์ตรงหน้า เขาเหมือนมองเห็นความรักครั้งแรกที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา ทุกสิ่งทุกอย่างดูงดงามมาก ทำให้ผู้คนลุ่มหลง ทำให้ผู้คนเจ็บปวด

เขาลงขึ้นยืนเบาๆก่อนจะนำผ้าห่มไปคลุมบนร่างแองเจล่า

เด็กโง่คนนี้คงวิ่งมาที่หอสังเกตการณ์เพื่อนำผ้าห่มมาให้เขาแต่ตัวเองกลับสวมชุดบางแบบนี้

เพียงชั่วขณะซุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเจ็บปวด

แต่เมื่อเห็นแองเจล่ากำลังนอนหลับสบาย ซุนเฟยก็ไม่อยากรบกวน

เขาจ้องมองใบหน้านวลเนียนของแองเจล่าที่อยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ ริมฝีปากก็ค่อยๆผุดรอยยิ้มออกมา เมื่อคลุมผ้าห่มแล้วจากนั้นก็หันหลังเดินออกไปอย่างเงียบๆ

เดินออกจากหอสังเกตการณ์ที่เหลือแต่กำแพงหินทั้งสี่ด้าน รอบๆยังคงเงียบเหงาวังเวง ซุนเฟยกวาดสายตามองรอบๆยังคงมีทหารลาดตระเวนอยู่ไกลๆ ค่ายศัตรูที่อยู่ตรงข้างฝั่งแม่น้ำก็ยังคงเงียบสงบ ในใจก็พลันโล่งอก เขาหันกายกลับมามองกลับต้องตะลึง——

เพราะว่าสาวน้อยผมทองเจ็มม่าก็อยู่บนกำแพง

สาวน้อยยืนพิงกำแพงหินหอสังเกตการณ์ เหมือนทหารกำลังเฝ้าระวังตรงทางเข้าที่มันพังทลายลงมา บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเธอง่วงมากก็เลยยืนหลับไปทั้งอย่างนี้ ศีรษะเอียงเล็กน้อย สายลมยามเช้าพัดความชุ่มชื้นจากแม่น้ำเข้ามาในเมือง ผมสีทองปลิวไสวจนยุ่งเหยิง แขนเสื้อกว้างโบกสะบัดขึ้นลงตามแรงลม

——————–

ภูตตูดม้า(1) หมายถึง ประจบสอพลอ