0 Views

สาวงามแองเจล่ากำขอบเตียงอยู่ด้านข้างแน่น ในดวงตาที่ใสสะอาดเหมือนน้ำเต็มไปด้วยความกังวลเป็นห่วงและคิดอยู่ในใจว่า “อเล็กซ์ซานเดอร์ช่างน่าสงสารนัก เขาคงจะไม่ตกลงมาแล้วโง่ขึ้นนะแม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเป็นเด็กปัญญาอ่อน แต่ก็ไม่น่าจะเป็นเหมือนตอนนี้ แบบที่ไม่พูดออกมาแม้แต่ประโยคเดียว….”

ในตอนนั้นเอง ——

อเล็กซ์ซานเดอร์ ข้าได้ยินว่าเจ้าตกลงมาได้รับบาดเจ็บ ฮ่าๆ ข้าก็เลยมาดูเจ้า…”

ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ดูมีความสุขกับความทุกข์ของตัวเองดังขึ้นอย่างออกนอกหน้า น้ำเสียงเย่อหยิ่งลอยเข้ามาจากนอกห้องโถง สีหน้าของแองเจล่าและสาวน้อยเจ็มม่าก็พลันเปลี่ยนไป ซุนเฟยเงยหน้าขึ้นก็เห็นเพียงคนอ้วนที่รูปร่างเหมือนหมูก็ไม่ปานเดินเข้ามาทางประตูห้องโถง

กิล เจ้ามาทำไม

รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าแองเจล่าก็หุบลง เธอลุกขึ้นถามด้วยแววตาเย็นชา

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้อนรับคนอ้วนเหมือนหมูคนนี้

หึหึ แองเจล่าสุดสวย เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าไง?ไม่ต้อนรับข้าอย่างงั้นเหรอ?ข้าได้ยินมาว่าสหายรักของข้า อเล็กซานเดอร์ ได้รับบาดเจ็บ ข้าก็เลยรีบมาดูแล้วมันผิดอะไร?”

เจ้าอ้วนน่าตายที่ชื่อว่ากิลคนนี้กล่าวออกมา โดยไม่พูดเปล่าเท่านั้น มันเดินมาที่ข้างเตียงแล้วเอาก้นใหญ่ๆของมันนั่งบนเตียง

บังอาจ! กิล เจ้ากล้านั่งบนแท่นบรรทมของฝ่าบาทได้อย่างไร?” สาวน้อยเจ็มม่าผมทองเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง ช่วยแองเจล่าตำหนิมัน

เจ้าอ้วนหัวเราะขึ้นจมูกดัง หึๆ เหลือบมองสาวน้อยผมทอง

ในดวงตาเขาปรากฏร่องรอยความร้ายกาจและหยาบคายออกมาอย่างไม่ปิดบัง มันเลียริมฝีปากล่างหนาๆของมันแล้วพูดว่า “ทาสชั้นต่ำ ไสหัวไปให้พ้นซะ ถ้าเจ้าจะร้อง… ” ขณะที่พูดเขาก็หันมากวาดสายตามองซุนเฟยที่นอนบนเตียงขึ้นๆลงๆ สายตานั่นเป็นสายตาที่สังเกตอาการบาดเจ็บของเพื่อนที่ไหนกัน กลับกัน มันกลับเหมือนเจ้านายที่สูงศักดิ์กำลังมองสัตว์เลี้ยงของตัวเองต่างหาก

ซุนเฟยจ้องเจ้าอ้วนเขม็ง

เขาอ่านสายตาของเจ้าอ้วนออกได้อย่างง่ายดาย เขาเห็นสีหน้าด้านลบทุกอย่างอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการดูหมิ่น ดูถูก ล้อเลียนเยาะเย้ย

ซุนเฟยสงสัยเล็กน้อย อดคิดในใจไม่ได้ว่า :เจ้าอ้วนสมควรตายตัวนี้ มันเป็นเพื่อนกับอเล็กซ์ซานเดอร์จริงๆเหรอเขาดูน่าเกลียดมากนัก แล้วยังกล้าใช้ท่าทางแบบนี้กับราชาอีกหรือว่ามันจะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนมันอยู่กันแน่?

ขณะที่คิด เจ้าอ้วนกิลพลันยื่นมือใหญ่ๆที่เต็มไปด้วยไขมันของมันออกมา นิ้วมือที่ดูเหมือนแครอท บีบไปที่แก้มของซุนเฟยเหมือนบีบลูกบอล

ราวกับว่าการกระทำแบบนี้มันดูเป็นเรื่องปกติและคุ้นเคยสำหรับเจ้าอ้วน

อเล็กซ์ซานเดอร์ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไรเลยนะ ฮ่ะฮ่ะ ยามบ่ายข้าได้เชิญแขกชนชั้นสูง 2-3 คน เจ้าไปสนุกกับพวกเขาพร้อมกับข้าเป็นยังไง?”

เจ้าอ้วนหัวเราะหึๆ

เขาบีบหน้าของซุนเฟยอย่างสนุก พลางตบหน้าซุนเฟยด้วยแรงที่ไม่เบาเกินไปแต่ก็ไม่หนักเกินไป บนหน้าของเขาแสดงอาการหยอกล้อ

กิลชอบความรู้สึกแบบนี้มาก——ความรู้สึกที่ได้ทำเหมือนราชาเป็นของเล่น

ไม่เข้าใจจริงๆว่า ไอ้ปัญญาอ่อนอเล็กซ์ซานเดอร์คนนี้ทำไมถึงสามารถเป็นราชาได้อายุ 17 ปี แต่ความคิดเพียงเด็กอายุ ขวบ ทำไมพระเจ้าถึงได้รักไอ้ปัญญาอ่อนนี้กัน?

อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มหยอกล้อของเจ้าอ้วนยังไม่ทันเบิกบานได้เต็มที่ เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น——

เพี้ยะ!

เสียงตบหน้าอย่างโหดเหี้ยมดังกังวานขึ้น

ใบหน้าของเจ้าอ้วนเต็มไปความไม่อยากจะเชื่อ บนหน้าที่เต็มด้วยไขมันของเขามีลวดลายสดใหม่เป็นรอยประทับฝ่ามือสีแดงสดเห็นได้อย่างชัดเจน

ตั้งแต่แรกแล้วการปรากฏตัวของเจ้าอ้วนก็ทำให้แองเจล่าและสาวน้อยเจ็มม่าดูไม่สบายใจ  ทั้งสองคนต่างนิ่งอึ้งตกใจอยู่ข้างๆ

พวกนางแทบไม่กล้าเชื่อว่าตัวเองจะได้เห็นการกระทำแบบนี้

เดิมทีอเล็กซ์ซานเดอร์เป็นเด็กที่มีความผิดปกติทางความคิดจึงมักจะถูกไอ้โง่นี้รังแก แล้วจู่ๆก็ยกมือตบหน้ากิลจะเป็นไปได้เหรอในขณะเดียวกัน ในใจของทั้งสองสาวก็พลันรู้สึกสะใจเล็กๆชั่วขณะ ความจริงพวกเธอก็อดทนกับเจ้าอ้วนสมควรตายอย่างกิลมานานมากแล้ว ที่จริงการที่อเล็กซ์ซานเดอร์ตบมันก็ถือว่าเป็นการระบายความโกรธชั้นดี

เจ้า…เจ้ากล้าตบข้า?”

ไอ้หมูสมควรตาย ถ้าแกกล้าเอากีบหมูที่น่าสะอิดสะเอียนของแกมาแตะหน้าของข้าอีกล่ะก็ ข้าก็จะหาคนน่าเกลียดมาระเบิดตูดแกซะ….” ซุนเฟยมองร่างอ้วนๆของมันแล้วแสยะยิ้มเย็นชา ไม่ว่าจะอย่างไร ไอ้อ้วนสมควรตายคนนี้ก็ทำให้ซุนเฟยอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่และสำหรับคนที่ทำให้ตัวเองอารมณ์ไม่ดี ซุนเฟยก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกรงใจ

เจ้าอ้วนสมควรตายสะดุ้งตัว กล้ามเนื้อบนใบหน้าตอนนี้สั่นเทิ้ม เขาโกรธทั้งตกใจทั้งไม่อยากเชื่อ  ไอ้ปัญญาอ่อนที่มีความคิดแค่เด็กอายุ3-4ขวบคนนี้ทำไมมันกล้าตบหน้าข้าและยังกล้าพูดแบบนี้กับข้า?

เจ้าอ้วนชี้หน้าซุนเฟยอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรและร่างกายอวบอ้วนที่เต็มไปด้วยไขมันก็ยังคงสั่นสะท้านราวกับคนที่เป็นโรคลมชักอาการกำเริบ ขาดแค่น้ำลายฟูมปาก

เจ้าไอ้ปัญญาอ่อนสมควรตาย เจ้ากล้าตบข้า?” เจ้าอ้วนตะคอกเสียงดังลั่น

ซุนเฟยที่นอนอยู่บนเตียงก็ไม่คิดจะโต้เสียงกลับไป เขากำลังสะสมพลังกำลังไว้

ไอ้อ้วนคนนี้กล้าตะคอกในห้องโถงขององค์ราชา  ตามหลักการแล้วเหล่าองครักษ์ควรจะปรากฏตัวออกมาทันทีแต่นี่กลับไม่มีมาเลยสักคน สิ่งนี้ทำให้ซุนเฟยเกิดความสงสัยขึ้นมา เป็นไปได้ว่าคนหนุนหลังเจ้าหมูนี่คงจะใหญ่มาก แม้แต่ราชาก็ทำอะไรเขาไม่ได้?

ขณะที่คิด ก็เห็นว่าเจ้าหมูที่ได้รับแรงกระตุ้นดูเหมือนในที่สุดมันก็ตัดสินใจได้แล้ว มันม้วนแขนเสื้อเข้าอย่างรุนแรง…ราวกับว่าเจ้าหมูนี่ต้องการทำอะไรบางอย่าง

บังอาจ!” ใบหน้าของแองเจล่าพลันเย็นชา : “กิล เจ้าเป็นบุตรชายของเลขานุการเล็กๆเจ้ากล้าไม่เคารพราชาอย่างงั้นรึ?”

เจ้าอ้วนดูคล้ายๆกับหมีควายตกมันที่ดุร้าย สองสาวแองเจล่าและเจ็มม่าต่างกรีดร้องออกมาอย่างโกรธ ๆ พลางพุ่งไปอย่างตื่นตระหนกพยายามสุดชีวิตที่จะดึงรั้งเจ้าหมูตัวนี้เพื่อปกป้องซุนเฟย

แต่ผู้หญิงเล็กๆสองคนมีหรือจะเป็นคู่มือของเจ้าหมีอ้วนที่สูงตั้ง170 เซนติเมตร?

เพี๊ยะ!

เจ้าอ้วนที่ตอนแรกรู้สึกอับอายก็ได้เปลี่ยนเป็นความโกรธ และได้ตวัดหลังมือฟาดเข้ากับใบหน้าของเจ็มม่าอย่างโหดร้ายทำให้สาวน้อยผลทองกระเด็นออกไป ใบหน้าเล็กๆน่ารักข้างหนึ่งตอนนี้ปูดบวมเป็นซาลาเปา ทันใดนั้นน้ำตาก็เอ่อคลออย่างน่าสงสาร

หลังจากนั้นก็เหมือนเจ้าหมูจะถูกแรงกระตุ้นให้บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมมันจับข้อมือขาวผ่องของแองเจล่า  ใบหน้ามันเยิ้มของมันที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกสะอิดสะเอียน มันหัวเราะพลางซุกหน้าเข้าใกล้กับลำคอที่ขาวระหงของแองเจล่า และทำท่าสูดดม มองมาที่ซุนเฟยราวกับจะยั่วยุพลางพูดอย่างหยาบโลนว่า “แองเจล่าที่งดงาม อเล็กซ์ซานเดอร์มันปัญญาอ่อนความคิดของมันเท่าเด็ก 3-4 ขวบแบบนี้ มันจะคู่ควรกับสาวงามอย่างเจ้าได้อย่างไรเจ้าดูมันสิ มันแสดงให้เจ้าเห็นถึงความเป็นราชาบ้างไหมตลอดเวลาที่มันสืบทอดราชบัลลังค์ อาณาจักรแซมบอร์ดวุ่นวายขนาดไหน?แล้วยังจะมีพวกศัตรูที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนมาบุกตีเมืองอีก….ฮิฮิ สู้เจ้าแต่งกับข้าไม่ดีกว่าหรือ…”

เจ้าอ้วนกำลังจับข้อมือของแองเจล่า ผิวขาวผ่องอันอ่อนนุ่มนั่นทำให้ในใจของเขาสั่นไหวเกิดความอารมณ์ขึ้นมา โดยไม่คำนึงว่าที่นี่คือพระราชวัง มันค่อยๆเลื่อนริมฝีปากของมันเข้าใกล้แองเจล่า….

ในตอนนั้นเอง——

ปึก!

ก็มีหมวกฟาดเข้ามาที่หัวเขาอย่างรุนแรง

เป็นการทุบที่ทั้งรุนแรงทั้งรวดเร็ว ในระหว่างที่เจ้าหมูกำลังหมกมุ่นอยู่ในความปรารถนาทำให้มันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทันท่วงที ขณะนั้นเองก็มีเลือดไหลออกมาจากผมสีน้ำตาลแดง เสียงกรีดร้องดังขึ้น ช่วยไม่ได้ที่มันต้องปล่อยข้อมือของแองเจล่าแล้วล้มลงไปกองอยู่ด้านข้าง

หลังจากที่แองเจล่าหันไปมองอย่างชัดๆก็พลันยืนตกตะลึงอยู่อีกด้าน

ไม่รู้ว่าในมือซุนเฟยหยิบหมวกเหล็กบุบๆมาตีตั้งแต่เมื่อไหร่ มันช่างคล้ายกับถืออิฐก็ไม่ปาน ซุนเฟยยืนบนเตียงวางท่าใหญ่โตชี้นิ้วไปที่จมูกเจ้าอ้วนแล้วสบถด่า “กล้าแตะต้องผู้หญิงของข้าเหรอกล้าเอากีบเท้าของเจ้าชี้ข้าเจ้าตาบอดรึไง เป็นแค่ลูกชายเลขานุการเล็กๆแท้ๆริจะเป็นนกอินทรีย์และยังกล้าไม่เคารพเจิ้น ข้าผู้นี้นี่แหละจะตีเจ้าให้พิการ ไม่อย่างงั้นไม่ต้องมาเรียกข้าว่าราชา!”

นี่เรียกว่าเป็นการด่าที่ครบอรรถรสสุดๆ

ซุนเฟยด่าไปด้วยและแอบคิดในใจไปด้วย :ไอ้สุนัขเอ๊ย เกือบจะถูกไอ้เวรนี้ขู่จนกลัวแล้ว คิดว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตอะไรสักอย่าง แม่งเอ๊ยที่แท้ก็เป็นเพียงลูกขุนนางโง่ๆคนหนึ่ง ข้าเป็นราชาที่สง่าผ่าเผยถึงได้ไม่จัดการแกให้ถึงตาย ใช่แล้ว ไม่รู้ว่าในโลกนี้ ราชาจะแทนตัวเองว่าเจิ้นหรือเปล่านะ?

ในตอนนั้น ห้องโถงนั้นเงียบสงบ หากมีเข็มร่วงลงพื้นคงได้ยินกันหมด

ใบหน้าของแองเจล่าและเจ็มม่าเต็มไปด้วยความตกใจและไม่น่าเชื่อ : นี่มันเกิดอะไรขึ้น?เป็นไปได้ยังไงสาวงามทั้งสองคนคล้ายกับกวางน้อยๆที่กำลังตื่นตระหนก ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ซุนเฟย ริมฝีปากก็อ้าออกเป็นรูปตัว อย่างไม่รู้ตัว :เขาเป็นเด็กปัญญาอ่อนมา 17 ปี อเล็กซ์ซานเดอร์ที่เชื่อฟังกิลมาโดยตลอด แต่มาตอนนี้ดูเหมือนว่าเขา….จะเปลี่ยนไปแล้ว!

ไอ้อ้วนกิลที่นอนกองอยู่กับพื้นตอนนี้ก็สับสนมึนงงไปหมด

อเล็กซ์ซานเดอร์ที่จู่ๆก็เปลี่ยนไปทำให้เขารู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า เหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน การที่หยิบหมวกเหล็กมาฟาดเมื่อกี้มันเต็มไปด้วยท่าทางที่ดุร้ายราวกับเป็นพวกผู้ร้าย นี่ทำให้เจ้าอ้วนหวาดกลัวเล็กน้อย

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าอ้วนก็ได้สติกลับมา

นึกถึงจุดประสงค์ที่มาพระราชวังครั้งนี้

เขาตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู

เขายื่นมืออวบๆออกมา

คาถาลึกลับและแปลกๆลอยออกมาจากปากเจ้าอ้วน

กลุ่มไฟสีแดงสดก็ค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างบนมือเขาอย่างช้าๆ บรรยากาศร้อนๆ เริ่มแผ่กระจายอย่างเงียบ ๆ ทั่วห้องโถง

ไขมันบนหน้าเจ้าอ้วนออกจะสั่นๆ แล้วความกล้าค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมา มันหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ราชาเหอะ นอกจากเจ้าจะโง่แล้วยังปัญญาอ่อนอีกนะ ตอนนี้ในเมืองแซมบอร์ดยังมีใครคิดว่าเจ้าเป็นราชาอยู่หือเจ้ากล้าตบข้าฮึฮึ อเล็กซ์ซานเดอร์เจ้าจะได้เห็นความโกรธของนักเวทย์ผู้สูงศักดิ์!”

ตอนนี้ซุนเฟยยังคงยืนโพสท่าอยู่บนเตียง

ทันทีที่เขาเห็น รูม่านตาของเขาหดลง :เวทย์…นักเวทย์แม่งเอ๊ย เจ้าอ้วนนี้เป็นนักเวทย์อย่างงั้นเหรอและดูเหมือนว่ามันจะมีทักษะอยู่บ้าง เวรเอ๊ย ตอนนี้ข้าควรทำยังไงดีความใจร้อนช่างเหมือนปีศาจ ถ้ารู้เร็วกว่านี้เมื่อกี้คงพูดดีๆ ไม่รีบลงมือ….

ดวงตาของซุนเฟยเริ่มเลิกลั่ก

เขาเห็นบอลไฟในมือกิลยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งร้อน ส่วนในมือตัวเองมีเพียงหมวกบุบๆ ในใจก็พูดไม่ออก แม้ในใจจะอยากสู้กันตัวต่อตัว แต่ก็ควรให้กระบี่ดีๆกับข้าสักเล่มเถอะ….ซุนเฟยพลันตะโกนขึ้นมาทันที “ทหาร….ทหาร! รีบมาสิโว๊ย มีนักฆ่าจะสังหารราชา!”

เปล่าประโยชน์!ฮิๆ”

เจ้าอ้วนแสยะยิ้มเย้ยหยัน  “หนูน้อย เรียกให้คอแตกก็ไม่มีใครมาหรอก” หลังจากนั้นเขาก็โบกมือด้วยท่าทางมั่นใจ บอลไฟในมือขนาดเท่ากำปั้นราวกับลูกกระสุนที่ถูกยิงออกมาส่งเสียงหวีดหวิวลอยเข้ามาปะทะหน้าหล่อๆของซุนเฟย