0 Views

ว้าว โชคดีสุดๆ เป็นแรร์ไอเท็มจริงๆด้วย!”

ซุนเฟยมองตาแทบเยิ้ม แทบจะอดใจรอคว้าแรร์ไอเท็มมาไว้ในมือไม่ไหว เขามองมันอย่างละเอียดแต่ทว่าใครจะรู้ว่าจะมีเสียงเย็นชาลึกลับโผล่ขึ้นมาในหัวตอนนี้——

เวลาเล่นเกมของคุณวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว ผู้เล่นกรุณาเตรียมบันทึกข้อมูลในเกม!”

ในที่สุดก็มาสักที!

แต่คราวนี้ เสียงเย็นชาลึกลับนั่นกลับไม่ได้เร่งนับเวลาถอยหลัง วินาทีเหมือนทุกๆที แต่ให้ซุนเฟยมีเวลาเตรียมตัว

รอเสียงแกตั้งนานแหนะ!” ในใจซุนเฟยพลันบีบแน่น

ไม่ผิดแน่ๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ซุนเฟยจะรวมสมาธิพุ่งเป้าไปที่การฆ่ามอนสเตอร์ไม่ไขว้เขวไปไหน แต่แผนของซุนเฟยคือรอให้เสียงลึกลับนั่นปรากฏตัวอยู่นานแล้ว

ด้วยความที่ซุนเฟยกลัวจะชวดโอกาสไปจึงรีบแหกปากตะโกนไปบนท้องฟ้าว่า “เดี๋ยวๆๆ รอเดี๋ยว ข้ามีเรื่องอยากจะถาม…ข้าอยากแลกเปลี่ยนน้ำยารักษาชีวิตขวดเล็กหวังว่าข้าจะสามารถนำมันออกไปที่โลกของข้าได้ ท่านเข้าใจความหมายที่ข้าพูดใช่ไหมบอกข้าที ข้าต้องจ่ายราคาแลกเปลี่ยนด้วยอะไร?”

ตอนนี้ ซุนเฟยรวบรวมพลังจิตพยายามสื่อสานกับเสียงลึกลับในสมอง

แต่ทว่า เสียงลึกลับนั้นไม่ได้ตอบกลับมา

วินาทีถัดมามีแต่ความเงียบที่ทำให้ผู้คนใจสั่นด้วยความหวาดกลัว

เวลาเพียง 3-4วินาที แต่สำหรับซุนเฟยที่กำลังรอคำตอบ มันกลับดูเหมือนยาวนานหลายศตวรรษ

สุดท้าย พอเวลาผ่านไปได้ วินาที เสียงลึกลับนั่นก็ปรากฏขึ้นในหัวของซุนเฟยอีกครั้ง ——

ตามที่ท่านปรารถนา… น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็กราคาแลกเปลี่ยนต่อขวดคือ 3000 เหรียญทอง ความสำเร็จในการแลกเปลี่ยน 75 % เหรียญทองจะถูกหักโดยตรงจากจำนวนเหรียญทองที่ผู้เล่นครอบครอง หากเหรียญทองไม่พอ สามารถใช้ไอเท็มที่ผู้เล่นครอบครองแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน 20 % ของมูลค่าที่แท้จริงของไอเท็ม….กรุณายืนยันการแลกเปลี่ยน เริ่มนับถอยหลังใน….10……8…..5…..”

ข้าแลกเปลี่ยน แน่นอนว่าต้องแลกเปลี่ยน….แลกเปลี่ยนน้ำยารักษาชีวิตขวดเล็กขวด”

ซุนเฟยตะโกนออกมาอย่างดีใจ

ติ้ง——จากการคำนวณเหรียญทองแล้วไม่เพียงพอ ไอเท็มไม่เพียงพอ โปรดเปลี่ยนไอเท็มที่ท่านจะแลกหรือเปลี่ยนจำนวนไอเท็มที่ท่านจะแลก…….เริ่มนับถอยหลังใน…..4…..3….”

แลกเปลี่ยน ขวด….. น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็กขวด” ซุนเฟยรีบตะโกนขึ้นมา

ติ้ง——จากการคำนวณ….เหรียญทองไม่เพียงพอ….ไอเท็มเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยน…..คำนวนอัตราการแลกเปลี่ยนสำเร็จ 75 %….แลกเปลี่ยนสำเร็จ….เวลาเล่นเกมของคุณวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว ผู้เล่นถูกดึงออกจากเกม”

ดิ๊งด่อง——

เสียงไพเราะดังขึ้นข้างหู

เบื้องหน้าของซุนเฟยพร่ามัวขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์ทั้งหมดเริ่มบิดเบี้ยวไม่หยุด ในที่สุดก็ค่อยๆมืดลง

ความมืดเข้าปกคลุมอีกครั้ง

……

……

ฮู้——

ซุนเฟยอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะกระโดดลงจากเตียง

เขามองไปรอบๆอย่างละเอียดก็พบว่าตัวเองได้กลับมาที่ห้องโถงราชวังแล้ว

แองเจล่า ‘คู่หมั้น’ ของเขานั่งอยู่ข้างๆเตียง ดวงตากลมโตสีแซฟไฟร์คู่นั้นจ้องมองมาที่เขา ใบหน้าขาวนวลเต็มไปด้วยความกังวลใจ

อเล็กซ์ซานเดอร์ ในที่สุดฝ่าบาทก็ตื่นแล้ว”

เมื่อเห็นซุนเฟยตื่นขึ้น ใบหน้าของแองเจล่าที่เสมือนมีเมฆครึ้มมาปกคลุมก็พลันสลายหายไป สาวงามพูดด้วยน้ำเสียงดีใจติดจะสั่นๆว่า “หม่อมฉันเห็นไหล่ฝ่าบาท มีเลือดไหลออกมามาก….ใช่แล้ว เมื่อกี้ฝ่าบาทเพิ่งจะฝันร้ายใช่หรือไม่ตอนที่ฝ่าบาทหลับดูกระสับกระส่าย เหงื่อผุดออกมาเต็มหัว….หม่อมฉันกังวลจริงๆหากฝ่าบาทเป็นอะไรขึ้นมา…”

ซุนเฟยตกตะลึงไปชั่วครุ่

จากคำพูดที่ไม่ได้มีการลำดับคำพูด ทำให้ซุนเฟยรับรู้ถึงความห่วงใยอย่างลึกล้ำของสาวงามตรงหน้าที่มีต่อตัวเอง

ความเป็นห่วงนี้ ไม่ใช่เพราะว่าตัวเองกลายเป็นวีรบุรุษของเมืองแซมบอร์ดในชั่วข้ามคืนและไม่เหมือนที่บรู๊คและเหล่าทหารที่เคารพศรัทธาผู้ที่แข็งแกร่งกว่า นั่นเป็นความรู้สึกที่เรียบง่ายจากหัวใจที่ไม่ว่าตัวเองจะเป็นเด็กปัญญาอ่อนคนหนึ่งหรือกลายเป็นคนปกติหลังจากทะลุมิติมา แองเจล่า——เทพธิดาคนนี้เป็นหญิงสาวที่งามบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ ที่เป็นห่วงและดูแลตัวเองเสมอมา

ความห่วงใยแบบนี้ ทำให้ในใจของซุนเฟยรู้สึกแปลกๆขึ้นมา

บางทีความห่วงใยนี้น่าจะมอบให้กับเจ้าของร่างที่ชื่ออเล็กซ์ซานเดอร์ที่ตัวเองมาสิงอยู่

แต่ไม่ว่ายังไง ซุนเฟยก็รู้สึกดีกับหญิงสาวที่งามบริสุทธิ์ตรงหน้าจริงๆ

แม้ว่าครั้งหนึ่งในฐานะที่เคยเป็นสัตว์ร้ายคนหนึ่ง ที่ปกติชอบกินดอกไม้งามและยังชอบหาข้ออ้างในการแทะโลมสัมผัสสาวๆสวยๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงธรรมชาติของผู้ชายเท่านั้น ในความเป็นจริง หากพูดตามเนื้อแท้ ซุนเฟยเป็นผู้ชายที่แมนเต็มร้อยที่ชอบดอกไม้สวยๆงามๆ ชอบที่จะพูดบ้าๆบอๆแต่ไม่สำส่อนอย่างแน่นอน เขามีอุดมการณ์ที่เขายึดมั่น

แต่ความบริสุทธิ์ของแองเจล่ากลับทำให้หัวใจของซุนเฟยเต้นแรง

เขาหวั่นไหวในความซื่อบริสุทธิ์ของแองเจล่าจริงๆ

ลองถามผู้หญิงคนไหนก็ได้ หลังจากที่รู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานให้กับคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งจะยังมาเป็นห่วงเป็นใยไอ้คนปัญญาอ่อนนี้ไหมทำไมแองเจล่าถึงยอมหมั้นกับคนปัญญาอ่อนอย่างอเล็กซ์ซานเดอร์  ซุนเฟยก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเช่นกัน แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการตัดสินใจของซุนเฟย ต่อจากนี้เขาจะทำทุกอย่างให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุข——โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด

แน่นอนว่า ถ้าหากสามารถได้แต่งเป็นเมียจริงๆ นั่นก็ยิ่งดี เข้าทำนองสุภาษิตที่ว่า น้ำดีไม่ไหลไปนาคนอื่น!

วางใจเถอะ แองเจล่า อาการบาดเจ็บของข้าดีขึ้นแล้ว…”

ซุนเฟยยิ้มสดใสให้สาวงามแล้วลงจากเตียง ปลดเกราะของอัศวินตรงอกและถอดเสื้อซับออกมา บาดแผลบนไหล่ซ้ายก็หายแล้ว รอยแผลหายไป เหลือแต่จุดแดงเล็กๆ

เหตุการณ์นี้ก็เป็นอย่างที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้ ——

หลังจากเข้าเล่นโลก Diablo แล้ว ไม่ว่าร่างกายตัวเองได้รับบาดแผลอะไรมาก่อนหน้านี้ ร่างกายก็จะถูกฟื้นฟูกลับมาปกติอย่างน่ามหัศจรรย์

แองเจล่าพุ่งเข้ามาสำรวจบาดแผลนั้นด้วยใบหน้าแดงๆก่อนจะโล่งใจ

ก่อนหน้านี้ตอนที่อเล็กซ์ซานเดอร์ยังเป็นเด็กปัญญาอ่อน เวลาแองเจล่าเผชิญหน้ากับเขาจิตใต้สำนึกจะทำเหมือนเขาเป็นเด็กชายที่ไม่รู้ความ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้จู่ๆอเล็กซ์ซานเดอร์ก็กลายเป็นคนปกติเพียงชั่วข้ามคืน แองเจล่าจึงพบว่า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความคิดตัวเองเริ่มอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวายมากและมองสถานะของคนตรงหน้าเป็นคู่หมั้นของตัวเอง  ใจของสาวงามก็พลันเต้นโครมครามราวกับกวางน้อยที่กำลังตื่นกลัว

แองเจล่าไม่รู้ว่า หน้าตาของตัวเองตอนนี้กำลังขวยเขินอย่างน่ารักจนทำให้ซุนเฟยมองตาค้าง

ทั้งสองคนไม่มีใครพูด บรรยากาศห้องโถงพลันเงียบสงบ

บรรยากาศดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเล็กน้อย

ซุนเฟยพลันคิดถึงกวีบทหนึ่งของท่านไป๋จวีอี้ที่แต่งขึ้นมาตอนที่ท่านล่องเรือเที่ยวสำราญโดยไม่ได้ตั้งใจ : อย่าได้เกลียดชีวิตที่อยู่ในความมืดมิด แม้ยามไร้เสียงก็ยังเหนือกว่าตอนเอ่ยวาจา…..เอ๊ะ ท่อนหลังแต่งว่ายังไงก็จำไม่ได้แล้ว น่าจะเป็นความงามของดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิไหนเลยจะปิดบังได้ มองไปก็เห็นกิ่งดอกซิ่งสีแดงที่ยื่นออกมานอกกำแพง?

ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ซุนเฟยคิดอย่างชื่นมื่น

และตอนนี้เอง บรรยากาศหวานล้ำก็พลันถูกทำลาย——

ปัง!

ประตูห้องโถงถูกเปิดออก

สาวน้อยเจ็มม่าวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ

สาวน้อยคนนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำลายบรรยากาศดีๆของคนอื่นทิ้งอย่างไม่มีเหลือชิ้นดี และดูเหมือนว่าจะไม่สนใจสายตาแทบจะฆ่าคนของซุนเฟยด้วย เธอหอบหายใจอย่างเหนื่อยๆแล้วตะโกนว่า “อเล็กซ์ซานเดอร์ วิธีรักษาของเจ้าเป็นยังไงบ้าง ท่านอาเพียร์สจะทนไม่ไหวแล้ว….”

เฮงซวยเอ๊ย!

ซุนเฟยพลันนึกเรื่องสำคัญออก

เขามองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็พบของที่ตัวเองใช้เงินและของมีค่ามากมายเพื่อแลกกับไอเท็มชิ้นนี้ที่วางบนเตียงคิงส์ไซส์ที่เขานอน ——น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก

พระเจ้าคุ้มครอง เจ้าขวดนี้ในโลก Diablo ขอเพียงยังไม่ตายและดื่มน้ำยารักษาชีวิตสีแดงนี้ก็สามารถช่วยให้คนหายจากอาการบาดเจ็บในชั่วพริบตา สุดท้ายเขาก็ทำการแลกเปลี่ยนออกมาสำเร็จ

ซุนเฟยพิจารณาเจ้าขวดเล็กๆในมืออย่างละเอียด

ลักษณะของมันเหมือนขวดหมึกเล็กๆขวดหนึ่ง ด้านในมีของเหลวสีแดงสดใส ดูคล้ายๆกับน้ำแดงแฟนต้าแต่มันไม่เหนียวเหนอะหนะ

เล็กขนาดนี้ จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเพียร์สและทหารอีกสามร้อยนายได้ไหม เกรงว่าคงจะไม่พอ…”

ซุนเฟยสำรวจขวดไปพลางในใจก็ครุ่นคิดไปพลาง

ทำยังไงดีนะคงต้องลองดูผลก่อนแล้วกัน หากผลของน้ำยารักษาชีวิตขวดนี้มันดีเหมือนในโลก Diablo บางทีอาจจะต้องเจือจางด้วยน้ำเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขา หรืออาจจะ….”

มัวนิ่งทำอะไร รีบไปเร็วไปๆๆๆ….” สาวน้อยเจ็มม่าไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ลากซุนเฟยออกไปข้างนอก

เมื่อแองเจล่าได้สติกลับมา ในขณะที่จะเดินตามไปกลับได้ยินซุนเฟยหันมาพูดกับเธอว่า “แองเจล่า เจ้าช่วยข้าเตรียมหม้อใหญ่สองอันที่ใสน้ำสะอาดจนเต็มหม้อให้หน่อย บางทีเราอาจจะได้ใช้มัน”

น้ำสะอาดและหม้อไว้ทำอะไร?” สาวน้อยผมทองเหมือนเด็กน้อยจำไมที่อยากรู้อยากเห็นไปหมด หลังจากได้ยินคำพูดแปลกๆก็ถามว่า “ข้าจะช่วยพี่แองเจล่าเตรียมให้ของเหล่านั้นให้ อเล็กซ์ซานเดอร์ เจ้ารีบไปดูท่านอาเพียร์สเถอะ เขาจะไม่ไหวแล้ว”

ซุนเฟยพูดไม่ออก

การที่เด็กสาวคนหนึ่งจะมาสั่งองค์ราชามันไม่สมควร แต่ซุนเฟยก็ไม่ว่าอะไรมิหนำซ้ำยังทำตามคำสั่งนั้นอีกด้วย

……

……

ซุนเฟยมาถึงลานหน้าพระราชวัง

ที่นี่มีเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บนอนเต็มไปหมดและร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด

แต่พวกเขาได้รับการดูแลที่ดีมาก สภาพจิตใจดีกว่าตอนที่อยู่ที่สถานรักษาพยาบาลเก่าเป็นไหนๆ

นอกจากจะมีหมอแล้ว ยังมีเหล่าสตรีบางส่วนในเมืองแซมบอร์ดถูกจัดให้มาดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่นี่ ความใจกว้างขององค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ทุกคนต่างเข้าใจ ในช่วงเวลาวิกฤตของบ้านเมือง ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแม้แต่ที่ให้ซุกหัวนอน เมื่อใดที่เมืองถูกตีแตก นั่นหมายถึงความตายของทุกคน

องค์ราชาเสด็จแล้ว!”

เมื่อเห็นซุนเฟยเดินเข้ามา ทุกสายตาก็หันมาซุนเฟยทันที

สิ่งที่เกิดขึ้นในการต่อสู้ตอนกลางวัน ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองแซมบอร์ดอย่างรวดเร็ว หลายๆคนเชื่อว่าองค์ราชาปัญญาอ่อนได้รับการอวยพรจากพระเจ้าทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษที่มีความสามารถเลิศล้ำ ดังนั้นอเล็กซ์ซานเดอร์จึงกลายเป็นตัวแทนพระเจ้าได้อย่างถูกจังหวะและทำให้ได้รับความเคารพและศรัทธาจากทุกคน

ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะทักทายพูดคุยกับซุนเฟย

แม้กระทั่งบางคนที่คุกเข่าลงแล้วจูบที่เท้าของซุนเฟยซึ่งมันสร้างความตกใจให้กับเขามาก

เวรล่ะ! เฮ้ยๆๆ…..เจ้ากัดเท้าข้าแล้ว…อูยยย!ดูเหมือนเส้นทางการเป็นไอดอลของที่นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ…” แม้ว่าปกติแล้วซุนเฟยจะชอบให้คนเคารพตัวเอง แต่เคารพมากขนาดนี้ก็เกินไป

มันไม่ง่ายเลยกว่าที่เข้าจะหลุดออกมาจากฝูงชน เขาได้ยินเสียงร้องไห้ลอยเข้ามาที่หู