0 Views

ณ.ตอนนี้ ทุกคนอยากรู้เพียงอย่างเดียวว่า——

เขาเป็นใคร?

เป็นใครกันแน่?

ทุกคนต่างถามตัวเองว่า : ภายใต้หมวกอัศวินที่ย้อมด้วยเลือดสีแดงนั่นจะมีใบหน้าแบบไหนรออยู่?

ซุนเฟยค่อยๆยกแขนขึ้นมา

เพียงการเคลื่อนไหวเล็กๆนี้ก็ส่งผลต่อหัวใจทุกคน

เขาใช้มือซ้ายจับด้ามดาบก่อนจะกัดฟันแน่นแล้วดึงดาบที่ปักคาไหล่ตัวเองออกมา….

ปุ๊——

เลือดทะลักออกมาเป็นสายจากบาดแผลที่อยู่ในชุดเกราะ

บางคนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

การกระทำที่ดูเรียบง่ายนี้กลับสั่นสะเทือนจิตใจผู้คนที่อยู่รอบข้างนับไม่ถ้วน

ซุนเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆเมื่อกี้ที่ดึงดาบออก ความเจ็บมันรุนแรงมากเสียจนทำให้เขารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย รอจนหายใจได้คล่อง เขาถึงเอื้อมมือไปจับหมวกของชุดอัศวินเกราะหนักแล้วถอดมันออกมา

ฉากนี้ ในสายตาของคนรอบข้างมันดูเหมือนเป็นการกระทำที่สโลว์โมชั่นมากๆ

เพียงชั่วพริบตากลับยาวนานเสียเหลือเกิน

ในที่สุด ข้อเท็จจริงก็กำลังปรากฏแล้ว

พวกเขาจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าที่อยู่ใต้หมวก——ใบหน้าและหน้าผากปกคลุมด้วยผมยาวสีดำ คิ้วหนาเข้มเข้ารูปกับใบหน้าที่หล่อเหลาและริมฝีปากโค้งได้รูปที่กำลังคลี่ยิ้มน้อยๆ….

เขาคือ….”

ทหารทุกคนบนกำแพงเมืองเหมือนโดนสาปให้กลายเป็นหิน แต่ละคนลืมแม้แต่การพูดหรือแม้กระทั่งการหายใจ

แม้แต่นักรบสามดาวอย่างแลมพาร์ดที่ปกติจะเป็นคนสุขุมหนักแน่น แต่ตอนนี้เขากลับตะลึงจนอ้าปากอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี แม้แต่บรู๊คผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ก็ยังยกมือขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ที่จริงแล้วเป็น….องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์!

จะเป็นไปได้ยังไง?!

พูดกันตามตรง ก่อนหน้านี้ ในใจทุกคนต่างเดาไปต่างๆนาๆว่านักรบอัศวินเกราะหนักที่ตกมาจากสวรรค์คนนี้จะเป็นใครแต่แม้ว่าพวกเขาจะลองนึกภาพทุกคนในเมืองแซมบอร์ด แม้กระทั่งขอทานผอมแห้งที่ขอทานตามถนนทุกวัน กลับไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้หมวกเปื้อนเลือดนี้จะเป็นใบหน้าที่ไม่น่าเชื่อมากที่สุด!

ราชาปัญญาอ่อนอเล็กซ์ซานเดอร์ที่เป็นที่รู้จักกันดี!

อเล็กซ์ซานเดอร์ที่ถูกขนานนามว่าเป็นสิ่งที่น่าอับอายที่สุดของเมืองแซมบอร์ดมาเป็นระยะเวลา 3 ปี

นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเขา?

จะเป็นเขาได้ยังไงกัน?

ในตอนนั้น บนกำแพงเมืองได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น

มันคือความเงียบ

ฉากที่ซุนเฟยถอดหมวกออกพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ สร้างความตื่นตะลึงมากกว่าตอนที่ซุนเฟยใช้ขวานฆ่าเงาดำ และเตะดาบทะลุร่างเงาดำหรือตอนที่ทำให้นักดาบสามดาวอย่างแลนเดสได้รับบาดเจ็บจนกระอักเลือดออกมาเสียอีก ฉากนี้มันน่าตกใจมากกว่านั้นอีก!

หลังจากความเงียบกินเวลาไปได้3-4 นาที ในที่สุดก็มีบางคนได้สติกลับมา จิตใต้สำนึกร้องบอกให้เขาตะโกนออกมาประโยคหนึ่งว่า “อะ…องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์…..องค์ราชาทรงพระเจริญ!”

ประโยคแผ่วๆนี้ ดังก้องในกลุ่มคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์

คนอื่นๆที่เริ่มเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น ใบหน้าแต่ละคนแดงก่ำแล้วตะโกนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ——

โอ้พระเจ้า เป็นองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์จริงๆ!”

เป็นองค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์จริงๆ!”

องค์ราชาอเล็กซ์ซานเดอร์ พระองค์ช่วยชีวิตพวกเรา….”

องค์ราชาทรงพระเจริญ!!”

องค์ราชาทรงพระเจริญ! ทรงพระเจริญ!!”

“…………”

 

“…………”

เหล่าทหารต่างโห่ร้องอย่างคึกคัก

พวกเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์คึกคักนี้ได้แล้ว!

ราวกับโรยเกลือลงไปในกระทะร้อนๆ ตอนนี้เหมือนพลังกำลังลุกโชน ทหารทุกคนที่เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ต่างรู้สึกว่าเลือดในกายตัวเองเริ่มร้อนระอุเหมือนมีเปลวไฟกำลังลุกอยู่ในกาย ราวกับมีอะไรบางอย่างเจริญเติบโตในร่างของเขาและความรู้สึกฮึกเหิมและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมรบกับราชาของตัวเอง รวมทั้งประโยคสุดท้ายที่กลายเป็นคำขวัญปลุกใจพวกเขา

องค์ราชาทรงพระเจริญ!”

เสียงนี้ ราวกับเสียงคำรามที่ดังกึกก้องลอยไปยังสวรรค์ชั้นฟ้า ลอยไปให้ไกล ไกลถึงค่ายสีดำของศัตรูที่ตั้งอยู่ตรงแม่น้ำจู่ลี่ ให้พวกมันอดไม่ได้ที่จะปั่นป่วน

ซุนเฟยก็โห่ร้องไปด้วยกันกับเหล่าทหารของเขา

แต่ในใจ ปากของสัตว์ร้ายตัวนี้กำลังแอบฉีกยิ้มแสยะอย่างสมใจอยู่

ไม่ต้องสงสัยเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ความคิดและการกระทำตรงกัน สามารถบันทึกลงในตำราเรียนตอแหลแห่งชาติได้นะเนี่ย เขาให้คะแนนการแสดงของตัวเองเต็ม100ไปเลย

เขาเชื่อแล้วว่าตัวเองได้เอาชนะใจทหารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

เพื่อตอกย้ำถึงชัยชนะที่ได้รับ ซุนเฟยจึงตัดสินใจเล่นใหญ่รัชดาลัย ดังนั้นเขาจึงโบกมืออย่างช้าๆ

เหล่าทหารจึงพากันเงียบลง

ซุนเฟยเดินไปที่ขอบกำแพงเมืองในมือยังคงถือดาบที่ชโลมเลือดตัวเองอยู่จากนั้นก็ชูดาบขึ้นเหนือหัวแล้วตะโกนอีกครั้งว่า “แซมบอร์ดจงเจริญ——!!”

ดาบที่ชโลมด้วยเลือด วีรบุรุษผู้พิชิต ซากศพของศัตรู แสงสีทองของอาทิตย์ยามอัสดงและราชาที่เป็นดั่งพระเจ้า…

ทั้งหมดนี้ ทำให้เหล่าทหารไม่อาจความคุมอารมณ์ฮึกเหิมไว้ได้ พวกเขาชูมือแล้วโห่ร้องตามซุนเฟย——

แซมบอร์ดจงเจริญ!ราชาจงเจริญ!”

จงเจริญ——!!”

ในระหว่างที่โห่ร้อง ซุนเฟยก็หันร่างใช้ปลายดาบชี้ไปที่ค่ายสีดำของศัตรูที่ตั้งอยู่ไกลๆแล้วพูดเสียงดังว่า “เหล่าทหารหาญของข้า มาตะโกนไปพร้อมๆกับข้า กลับไปอัดตูดนายท่านพวกแกซะ!”

เหล่าทหารได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะออกมา

พวกเขารู้สึกชอบราชาที่เป็นแบบนี้ พวกเขาหัวเราะพลางพุ่งเข้าไปชิดขอบกำแพงและตะโกนไปทางด้านนั้นว่า “กลับไปอัดตูดนายท่านพวกแกซะ….ไอ้พวกลูกหมา! ฮ่าๆ”

ความโศกเศร้าและหวาดกลัวในสงครามทั้งหมดดูเหมือนจะจางหายไปในพริบตา

และระยะห่างระหว่างเหล่าทหารและซุนเฟยก็ดูเหมือนจะย่นระยะเข้าใกล้กันมากขึ้นทันที

ตอนนี้เอง——

อเล็กซ์ซานเดอร์ ทำไมพระองค์ถึงเสด็จมาอยู่ที่นี่ได้?”

เสียงหวานๆที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ กังวลและร้อนใจอย่างมากดังขึ้นมาจากด้านหลัง

ซุนเฟยหันหลังกลับมามอง

ตรงขั้นบันไดหินเขาเห็นแองเจล่าในชุดกระโปรงเอวสูงสีม่วงกำลังวิ่งมาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ มือข้างหนึ่งกำกระโปรงถลกขึ้น อีกข้างจับราวกำแพงเมืองเพื่อพยุงตัววิ่งขึ้นมา ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความกังวล

สาวน้อยผมทองเจ็มม่าตะโกนไล่หลังตามมาติดๆท่าทางของเธอดูโมโหมากๆ

ซุนเฟยรีบโยนดาบเปื้อนเลือดในมือทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วหันกลับมาเช็ดเลือดบริเวณปากจนแน่ใจว่าสภาพตัวเองจะไม่ทำให้สาวสวยตกใจกลัวค่อยหันกลับมา

ซุนเฟยรีบวิ่งเข้าไปหาแองเจล่าที่กำลังวิ่งขึ้นมาด้วยความร้อนรนจนเกือบจะหกล้ม ในตอนนั้นซุนเฟยดึงร่างคู่หมั้นตัวน้อยเข้าสู่อ้อมกอดของตัวเอง ความนุ่มนิ่มในมือทำให้หัวใจของซุนเฟยสั่นไหว

ที่นี่อันตราย พระองค์รีบเสด็จกลับเถอะ!”

ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นแต่ทว่าหน้าอกอวบๆของแองเจล่าที่สะท้านขึ้นลง สิ่งนี้มันช่างดึงดูดสายตาของซุนเฟยได้เป็นอย่างดี มีเหงื่อเกาะพราวอยู่บนจมูกน้อยๆของเธอและใบหน้าขาวๆแดงระเรื่อ ในดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ประโยคแรกที่เธอพูดหลังจากที่พบซุนเฟยนั่นก็คือการให้ซุนเฟยรีบกลับไป

20 นาทีก่อนหน้านี้ หลังจากที่แองเจล่ากลับมาจากการพาเจ็มม่าไปรักษาแผลที่ถูกตบ ก็พบหมวกเกราะถูกฟันขาดเป็นสองส่วนในห้องโถง แล้วไหนจะอเล็กซ์ซานเดอร์ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีก มันทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที

ในใจของสาวงามก็ตำหนิตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่น่าเลยเธอไม่น่าปล่อยอเล็กซ์ซานเดอร์ให้อยู่ในห้องโถงตามลำพัง

เธอและเจ็มม่าต่างพากันตามหาเขาทั่วพระราชวัง ทั้งไปตามหาตามสถานที่ที่อเล็กซ์ซานเดอร์ชอบไปบ่อยๆแต่ก็ไม่พบ ตอนนั้นก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ขณะที่กำลังสิ้นหวัง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนหลายคนตะโกนว่า ‘องค์ราชาทรงพระเจริญ’ ดังมาจากกำแพงเมือง สาวงามไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและไม่สนคำพูดคัดค้านของเจ็มม่า ตลอดทางเธอวิ่งเข้าสู่สนามรบโดยไม่หยุด

โชคดีที่สงครามได้สิ้นสุดไปแล้ว ในบรรดาเหล่าทหาร แองเจล่ากวาดสายตามองเพียงครั้งเดียวก็เห็นอเล็กซ์ซานเดอร์ที่สวมชุดเกราะยืนอยู่ตรงนั้น

พระองค์ได้รับบาดเจ็บ?” แองเจล่าเห็นรอยเลือดจากร่างของซุนเฟย

ซุนเฟยหัวเราะหึหึอย่างภูมิใจ เขาชี้นิ้วไปที่ศพของชายชุดดำอย่างหยิ่งผยอง “ของพวกมันทั้งหมด…เอ๊ะ เจ้าอย่ามองนะ คนพวกนี้ตายอย่างอนาถไปหน่อย” เขารีบยกมือปิดตาแองเจล่า ไม่อยากให้สาวน้อยที่แสนบริสุทธิ์คนนี้มาเห็นฉากนองเลือดแบบนี้

การกระทำที่เรียบง่ายนี้ทำให้แองเจล่าใจเต้นแรงและหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

ในตอนนั้นเอง——

อเล็กซ์ซานเดอร์ นายเป็นเด็กรึไง อายุใกล้จะ 18 แล้วแท้ๆ ทำไมไม่เลิกสร้างปัญหาให้พี่แองเจล่าสักทีนะวิ่งเล่นมั่วๆได้ไง ที่นี่มันอันตรายมากขนาดไหนเจ้าไม่รู้รึไงพี่แองเจล่าแทบจะร้องไห้อยู่แล้วนะ….”

สาวน้อยผมทองที่วิ่งเข้ามาจากด้านหลังด้วยอาการหอบๆ เมื่อเห็นหน้าซุนเฟยก็คิดไม่ถามถูกผิดและต่อว่าขึ้นมาเลย

เนื่องจากเมื่อก่อน อเล็กซ์ซานเดอร์เป็นเด็กปัญญาอ่อน เจ็มม่าและแองเจล่าก็ดูแลเขาเหมือนน้องชายตัวเอง ดังนั้นในตอนที่เป็นห่วงขึ้นมา เจ็มม่าจะไม่สนใจสถานะองค์ราชาของอเล็กซ์ซานเดอร์และเธอก็จะตำหนิออกมาตรงๆ

ซุนเฟยตัดสินใจจะหยอกล้อสาวน้อยน่ารักคนนี้

เขาแสร้งทำตัวโง่ๆทึ่มๆพูดอย่างโอ้อวดว่า “ข้าไม่ได้วิ่งเล่นมั่วๆนะ….อเล็กซ์ซานเดอร์มาฆ่าศัตรูต่างหาก…ถ้าไม่เชื่อเจ้าก็ดูสิ เห็นไหมว่าอเล็กซ์ซานเดอร์เก่งแค่ไหนฆ่าศัตรูได้ตั้งเยอะ….”

สาวน้อยยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม

เจ้ายังกล้าพูดอีกเหรอ ครั้งที่แล้วที่ถูกคนยิงธนูใส่ก็น่าอายพอแล้ว ตอนนี้ยังวิ่งมาก่อปัญหาอีก…ฆ่าศัตรูแค่เจ้าไม่ช่วยทำเรื่องยุ่งๆมันก็ดีมากแล้ว รีบกลับมาเดี๋ยวนี้นะ ถ้ายังซนอีกล่ะก็ จะให้พี่แองเจล่าตีตูดเจ้า!”

ตีตูด?

ใบหน้าของซุนเฟยก็พลันทำหน้าประหลาดๆขึ้นมาทันที

หรือว่าเมื่อก่อนยามที่อเล็กซ์ซานเดอร์ไม่เชื่อฟัง แองเจล่าก็จะตีตูดเขางั้นเหรอ?

ในหัวของสัตว์ร้ายก็ปรากฏฉากวาบหวิวที่แองเจล่าสาวผู้อ่อนโยนและขี้อายใช้นิ้วเรียวยาวแสนนุ่มนิ่มฟาดมาที่ตูดของเขา……โดยไม่รู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังน้ำลายไหลออกมา

เอาล่ะ รีบกลับกันเถอะ อเล็กซ์ซานเดอร์ที่นี่อันตรายมาก”

แองเจล่าเริ่มสงบจิตใจลงบ้างแล้ว เธอดึงมือซุนเฟยเพื่อต้องการพาเขากลับไปที่พระราชวัง ในใจก็คิดว่า :ต้องรีบออกจากสถานที่นองเลือดนี้ให้เร็วที่สุด จะต้องไม่สร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับอเล็กซ์ซานเดอร์ที่น่าสงสาร

แองเจล่า ไม่!”

เป็นครั้งแรกที่ซุนเฟยปฏิเสธความหวังดีของสาวงาม

เขายื่นมือไปเกี่ยวผมสีดำที่ยุ่งเหยิงจากการวิ่งไปทัดที่หลังหูขาวๆของแองเจล่า การกระทำนี้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้แฝงความมักมากแต่อย่างใด

หลังจากทัดผมให้สาวงามแล้วก็กระซิบพูดว่า “แองเจล่า เจ้าจำได้ไหม เป็นเจ้าที่บอกข้าเองว่าข้าเป็นราชาที่กล้าหาญคนหนึ่ง ตอนนี้ ข้าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันกับเหล่าทหารของข้า จนกว่าจะขับไล่ศัตรูไปได้”