0 Views

ดาบเรเปียร์ในมือของชายชุดดำก็พลันหักเป็นสองท่อน ด้วยพละกำลังที่น่าเกรงขามของซุนเฟยทำให้เศษดาบกระเด็นปักเข้าร่างของชายชุดดำจนเลือดพุ่งออกมา

 

ถอย”

 

ชายชุดดำพลันตื่นตกใจกลัว

 

เดิมทีศัตรูที่เขาต้องสู้ด้วยก็ไม่ใช่ ‘มนุษย์เหล็ก’อยู่แล้ว  สัมผัสเมื่อกี้ยิ่งทำให้เขาเข้าใจว่าชายที่อยู่ตรงหน้าใช้ทักษะขวานได้ดีมากแค่ไหน แม้กระทั่งพละกำลังยังน่ากลัวกว่าเขาเสียอีก สถานการณ์แบบนี้เขาไม่มีโอกาสชนะเลย

 

หวือ!

 

ชายชุดดำโยนตะขอรูปร่างแปลกๆไปเกาะที่เชิงเทียนกำแพงจากนั้นก็กระโดดลงไปพยายามที่ออกจากสนามรบให้เร็วที่สุด เพื่อสลัดการไล่ฆ่าของซุนเฟยให้หลุด

 

แต่

 

ในเมื่อมาแล้ว อย่าเพิ่งรีบไปสิ แกยังต้องอยู่ที่นี่!”

 

มีเหรอซุนเฟยจะยอมให้โอกาสเขาหนีไป ซุนเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา เตะดาบเรเปียร์ที่ปักอยู่ที่พื้นข้างๆ

 

ชิ้ง——

 

ดาบพุ่งไปประดุจสายฟ้า

 

ดาบเรเปียร์หักๆทะยานออกไปกลางอากาศแล้วเสียบทะลุด้านหลังชายชุดดำที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ร่างของมันถูกปักแน่นอยู่บนกำแพงเมือง

 

แม้ชายชุดดำจะถีบขาหลบแต่ก็ไม่ทัน ในที่สุดเขาก็ตายไป

 

เหอะ ไอ้สารเลวเอ๊ย คิดจะหนีบิดาไปง่ายๆก็ควรหนีแต่ทีแรก แกคิดว่าแกจะมายึดเมืองใครไอ้เวรเอ๊ย….”ซุนเฟยเห็นผู้ชายคนนั้นถูกเสียบตายก็ร้องเหอะออกมาอย่างเหยียดหยามก่อนจะหันหลังไปไล่ฆ่าเหล่าข้าศึกต่อ 

 

ตอนนี้เอง——

 

วู๊ดวู๊ด——!!!

 

เสียงแตรแปลกๆดังมาจากค่ายสีดำที่ตั้งอยู่นอกอาณาจักร

 

ด้านล่าง เหล่าข้าศึกชุดดำที่กำลังล้อมเมืองก็พากันถอยกลับเหมือนน้ำลด

 

ข้าศึกถอยแล้ว!”

 

ทหารแซมบอร์ดที่เห็นเหตุการณ์ก็อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมาอย่างยินดี

 

กลับกันเหล่าทหารที่บุกโจมตี เมื่อเห็นว่ากองกำลังของตัวเองเลือกจะถอยหนี ชายเกราะดำที่เหลืออยู่บนกำแพงก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองถูกกองกำลังเสริมทิ้งเสียแล้ว ในตอนนั้นเองก็พากันโศกเศร้าเสียใจราวกับพ่อตาย ไร้แรงจะต่อต้าน พวกเขาโยนอาวุธลงกับพื้นแล้วคุกเข่ายกมือขึ้นเหนือหัวยอมจำนน

 

เหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดก็รีบเข้าไปจับกุม

 

แต่ทว่าห่างออกไปจากหน้าประตูเมืองอีกสองร้อยกว่าเมตร การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่——

 

ราชองค์รักษ์องค์ราชา นักรบระดับ ดาว แฟรงค์ แลมพาร์ดกำลังห้ำหั่นกับนักดาบคนหนึ่งที่ชื่อว่าแลนเดส บนร่างของทั้งสองคนปะทุพลังหนึ่งแดงหนึ่งน้ำเงิน ทุกที่ที่พวกเขาผ่านล้วนมีแต่ซากปรักหักพัง ช่างตระการตาดีแท้

 

ในบริเวณรอบๆรัศมี10เมตรที่พวกเขากำลังปะทะกันบรรยากาศคุกคามผู้คนราวกับคมมีดที่ทรงอานุภาพ

 

ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พวกเขา

 

ซุนเฟยตัดหัวเหล่าชายเกราะดำที่ยังไม่ยอมจำนนแล้วบุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็พุ่งไปด้านหน้า เขาคำนวณระยะห่างเพราะต้องการที่จะช่วยแลมพาร์ด เขาเหวี่ยงขวานเพื่อสังหารนักดาบคนนั้น

 

จากการสังหารก่อนหน้านั้น ทำให้ซุนเฟยรู้สึกเป็นผู้ไร้ผู้ต้านทาน นี่ทำให้เขามั่นใจมากขึ้น

 

แต่

 

ไม่นานซุนเฟยก็ค้นพบการต่อสู้ที่เกินความคาดหมายของตัวเอง

 

ซุนเฟยเข้าใกล้บริเวณการสู้รบของทั้งสองคนนี้ ก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พวยพุ่งมาจากด้านหน้า พลังสีแดงน้ำเงินที่พวยพุ่งออกมาคมกริบและทิ้งรอยขีดข่วนที่น่าตกใจไว้บนกำแพงหิน ทำให้ซุนเฟยรู้สึกได้ถึงอันตราย

 

ไม่ใช่คู่มือ!”

 

จากประสบการณ์จริงที่ได้สั่งสมมาในตอนที่ไล่ฆ่ามอนสเตอร์ในโลก Diablo ทำให้สมองของซุนเฟยคำนวนออกมาในพริบตา——ไม่ว่าจะเป็นแลมพาร์ดหรือนักดาบคนนั้นจะต้องมีพลังสูงกว่าตัวเองสองเท่าขึ้นไป ตัวเองไม่ใช่คู่มือของพวกเขาอย่างแน่นอน

 

ในขณะที่ซุนเฟยคิด ก็มีเสียงดังขึ้นมา——

 

ฮ่าๆๆ นายท่านสั่งถอยทัพ วันนี้ข้าจะปล่อยให้เหล่าหนอนที่น่าเวทนาเช่นพวกแกมีลมหายใจไปอีกหน่อย รอจนกว่าเมืองแตกเสียก่อน เมื่อถึงคราวนั้นจะต้องมีการนองเลือด แม้แต่ไก่ก็ไม่เว้น!”

 

กล่าวทิ้งท้ายไว้ นักดาบคนนั้นก็ระเบิดพลังสีแดงในร่าง

 

ดูเหมือนเปลวไฟกำลังลุกไหม้ทั่งทั้งร่าง เขาตวัดดาบผลักแลมพาร์ดให้ถอยห่างจากนั้นก็ฟันทหารแซมบอร์ดที่อยู่รอบๆขาดเป็นสองซีก เขาหัวเราะออกมาแล้วกระโดดลอยออกไปนอกเมืองด้วยท่าทางหยิ่งยโส

 

ซุนเฟยทนมองผ่านไปไม่ได้

 

ไอ้ลูกหมา ไม่เพียงฆ่าคนของบิดาแล้วยังทำตัวเก่งกว่าบิดาอีก แม่งเอ๊ยคิดจะแย่งความเด่นดังจากบิดาไป?ร่วงลงมาซะไอ้ลูกหมา!!”

 

เขาใช้มุขเดิม ยืดขาออกไปเตะ

 

หวือ——

 

หอกเหล็กพุ่งออกไปเหมือนบาลิสต้า ฝ่าอากาศร้องเสียงแหลมพุ่งเข้าไปหานักดาบคนนั้นอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้า

 

หาที่ตาย!”

 

นักดาบแลนเดสที่อยู่กลางอากาศเห็นดังนั้นก็พลันโมโห นอกจากนักรบระดับสามดาวแลมพาร์ดที่เป็นคู่ต่อสู้แล้ว มดปลวกกล้าดียังไงถึงได้ลงมือกับตัวเอง

 

เขาโมโหมาก

 

ร่างกายที่ลอยอยู่กลางอากาศหมุนตัวอย่างไม่น่าเชื่อเตะหอกที่ลอยเข้ามา เหมือนนกอินทรีย์กระพือปีก ปัดหอกให้ลอยกลับมา

 

ข้าจะให้เจ้าตาย เพลิงสังหาร——

 

คลื่นสีแดงราวกับแมกม่าที่ประทุนำพากลิ่นอายความตายที่ร้อนระอุพุ่งใส่หน้าของซุนเฟย

 

ระวัง——

 

แฟรงค์ แลมพาร์ด ร้องเตือนอย่างตกใจ

 

เขาอยากจะช่วยมนุษย์เหล็กที่ปรากฏตัวออกมาช่วยฝ่ายตัวเองต้านข้าศึก ใครจะคิดว่าเพียงแค่เขาขยับตัวโคจรพลังจะมีผลกระทบกับบาดแผลที่เขาได้รับจากการต่อสู้เมื่อ 10 ปีก่อนจนทำให้เขากระอักเลือดออกมาและไม่สามารถขยับร่างกายได้

 

แลมพาร์ดตกใจจนหน้าถอดสี

 

อีกด้าน

 

มาแล้วก็ดี——

 

แม้ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของศัตรูที่มีพลังมากกว่าตัวเองถึง เท่า แต่ซุนเฟยกลับถูกกระตุ้นให้ตื่นเต้น ความหยิ่งผยองของคนเถื่อนส่งผลกระทบต่อนิสัยของเขา ทำให้เขาไม่คิดจะล่าถอยกลับกันมันทำให้เขาหัวเราะออกมาดังๆ ซุนเฟยไม่ยอมถอย ขวานยักษ์สีดำในมือของซุนเฟยก็ค่อยๆถูกควงเป็นวงกลมจนเกิดเสียงแหลมขับเคลื่อนพลังที่น่าเกรงขามประจันหน้ากับคลื่นพลังสีแดงที่ลอยเข้ามา

 

บึ้ม!

 

เสียงดังกึกก้อง เปลวไฟกระจายไปทั่วทุกสารทิศ

 

ซุนเฟยถอยหลังไปหลายสิบก้าวถึงจะตั้งตัวได้

 

แค่ก…..

 

ซุนเฟยกระอักเลือดออกมาย้อมหมวกชุดอัศวินเกราะหนักจนเป็นสีแดง ร่างกายของซุนเฟยสั่นระริก

 

ทหารรอบข้างต่างพากันอุทานออกมาพร้อมกัน การโจมตีนี้ ตัดสินแล้วว่าใครเหนือกว่า

 

นักรบมนุษย์เหล็กที่ไร้เทียมทานตรงหน้าของตัวเอง เขา…..แพ้แล้ว!

 

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าภายใต้ชุดอัศวินเกราะหนักคนนั้นจะมีหน้าตาแบบไหน แต่การต่อสู้ก่อนหน้านี้ของคนๆนี้ได้รับความเคารพจากเหล่าทหารแซมบอร์ดทั้งหมด บรู๊คชายผมดำและเหล่าทหารรักษาพระองค์ที่กล้าหาญเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีก็พากันกระโจนเข้ามาพร้อมจะสละชีวิตตัวเองปกป้องวีรบุรุษที่ช่วยแซมบอร์ดคนนี้!

 

อีกด้าน

 

แลมพารด์นักรบสามดาวที่รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ตัวเขาเองไม่ได้เปรียบอะไรมากนัก ในการปะทะกันคู่ต่อสู้มีพลังมหาศาลที่น่ากลัวเหมือนมังกรที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อทำให้เขาอ่อนล้าและแน่นหน้าอก คนที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่มีที่ยึดเหนี่ยว เขาถูกแรงสั่นสะเทือนบินหนีออกไป

 

แต่

 

เจ้าตายซะ!”

 

แลนเดสไม่ยอมแพ้ มือขวาของเขาปล่อยตะของรูปร่างแปลกๆไปเกาะที่กำแพงเมืองออกแรงดึงร่างของเขาให้ ลอยกลับมาตกที่กำแพงเมือง คลื่นพลังบนร่างก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

 

ภายใต้พลังอำนาจที่แสนกดดันนี้บรู๊คและเหล่าทหารพยายามเข้ามาช่วยอย่างเต็มทีแต่ทว่าก็ไม่อาจจะก้าวมาด้านหน้าได้ในมือแลนเดสมีดาบยาวและมีเปลวไฟปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง คลื่นพลังที่ลุกไหม้แทงไปทางหัวของซุนเฟย เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องปลิดชีพไอ้คนที่ไม่รู้จักที่ตายคนนี้ มันกล้าดีอย่างไรถึงท้าทายอำนาจนักรบสามดาว เขาจะสั่งสอนมันด้วยความตาย

 

ทหารรอบข้างทุกคนตกใจจนหน้าถอดสี

 

ใครๆก็คิดว่าซุนเฟยยากจะรอดพ้นจากการโจมตีนี้ได้

 

แต่ทว่า——

 

ฮ่าๆๆๆ ไอ้ลูกพันธุ์ผสม เจ้ามีความสามารถแค่นี้หรือ?”

 

ซุนเฟยเซเล็กน้อย เขาไม่หลบการโจมตีนี้ หรือว่าเขาจะตกใจกลัวจนกลายเป็นคนโง่ไปซะแล้ว ฉวยจังหวะที่ดาบยาวของแลนเดสแทงเข้ามาที่ไหล่ของตัวเองทันใดนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในจังหวะที่เขาหัวเราะอย่างลำพอง ก็พลันคำรามออกมา

โฮก——

 

ทักษะคนเถื่อน——คำราม

 

พลังลึกลับและแปลกประหลาดก่อนหน้านั้นที่มาตามเสียงคำราม ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

แลนเดสตกตะลึง

 

ชั่วพริบตา เขารู้สึกว่าในใจของเขาก็พลันพรั่งพรูความหวาดกลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้คลื่นพลังในร่างกายของเขาชะงัก

 

แลนเดสมองทะลุหมวกเหล็กอัศวินของศัตรู เขามองเห็นถึงแววตาที่บ้าคลั่งคู่นั้น

 

แววตาที่คมกริบประดุจมีด

 

ไอ้โง่ ตายไปซะ!”

 

ซุนเฟยฉวยโอกาสชกออกไปหมัดหนึ่ง พลังทั่วทั้งร่างกายต่างรวบรวมไว้ที่หมัดแล้วปล่อยออกไปในการโจมตีครั้งนี้

ถูกทักษะ คำรามก่อกวนทำให้จิตใจของแลนเดสมึนงงไปชั่วขณะ ทำให้เขาไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้ เขาถูกชกเข้าที่หน้าอกอย่างโหดเหี้ยม พลังมหาศาลทำให้เขาตอบโต้ไม่ทันเพียงชั่วพริบตาเขาพ่นเลือดออกมาพร้อมกับร่างที่ลอยละลิ่วไปด้านหลัง….

 

บึ้ม!

 

ร่างแลนเดสชนเข้ากับกำแพงเมืองก่อนจะร่วงลงมาและดาบของเขายังคงปักคาอยู่บนไหล่ของซุนเฟย มันไม่ได้ถูกดึงออกมา

 

เขาได้รับบาดเจ็บหนัก  ถึงแม้ว่านักรบระดับ ดาวจะมีคลื่นพลังปกป้องกาย แต่สำหรับแลนเดสเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว เขายังคงอาเจียนออกมาเป็นเลือด ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ ในตอนนั้นที่เขาร่วงลงมาบนพื้น ต้องใช้ตะขอเกี่ยวกำแพงไว้ลดแรงต้านทานให้ร่วงลงพื้นอย่างช้าๆ

 

ด้วยอาการบาดเจ็บแบบนี้และความสูงขนาดนี้ แม้ว่าจะมีพลังอำนาจแต่ก็คงไม่สามารถรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้แน่

 

ด้านล่างของกำแพง สีหน้าของแลนเดสมองไปด้านบนกำแพงเมืองด้วยแววตาซับซ้อน เขาลังเลอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจหมุนกายหนีออกไป

 

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เขารู้สึกถึงความตายอย่างชัดเจน ชายที่สวมชุดเกราะหนักคนนั้น แม้พลังจะไม่เทียบเท่าตัวเอง แต่ความบ้าคลั่งและจิตวิญญาณการต่อสู้กลับทำให้เขาสูญเสียความกล้าที่จะกลับไปต่อสู้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

บนกำแพง

 

เหล่าทหารมองไปที่ซุนเฟยที่ยืนอย่างผ่าเผยแม้ว่าจะมีดาบเสียบอยู่ที่ไหล่ แววตาของพวกเขาทั้งหมดทั้ง

 

ชื่นชมไม่อยากจะเชื่อบ้าคลั่งเร้าร้อนและบูชา…..

ดวงตาสุกไสว เหมือนมองเห็นพระเจ้าลงมาจุติบนโลกมนุษย์

 

แม้กระทั่งแฟรงค์ แลมพาร์ดที่เป็นนักรบสามดาวยังระงับความเจ็บปวดในร่างกายตัวเอง เขาจ้องมองมาที่ซุนเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและเคร่งขรึม

 

คู่ต่อสู้เมื่อกี้มีพลังที่น่าหวาดกลัวแค่ไหน มีเพียงเขาที่เห็นอย่างแน่ชัด ดังนั้นแลมพาร์ดเข้าใจอย่างชัดเจน ชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะหนักตรงหน้า เป็นใครกันแน่!

 

และในตอนนั้นเอง ทุกคนก็อยากจะรู้ว่า——

 

เขาเป็นใคร?