0 Views

บทที่ 97

ฉันสัญญา

 

เจียงซิ่วบอกกับตระกูลหวังเพียงแค่ว่าทำลายความร่วมมือกับตระกูลเฉิง เพื่อที่จะได้ทำลายความฝันในการเป็นผู้มั่งคั่งในเมืองเจียงของตระกูลเฉิงลงไป ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้ด้วยกับส่วนที่เหลือ

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหนึ่งโครงการ อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องมีคนบ่งการอยู่เบื้องหลัง

 

ตระกูลเฉิงจะถูกทำลายลงไปในครั้งนี้

 

ใบหน้าของซันเสี่ยวหงเปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียด ก็เนื่องจากความกังวลใจ “เฮาหลิน เกิดอะไรขึ้น? เรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ใช่ บริษัทเกิดปัญหาหรือไม่?”

 

“ปัญหาแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

 

เธอคลั้งไปโดยสมบรูณ์ และไม่สามารถใจเย็นได้อีกต่อไป ถ้าตระกูลเฉิงกลายเป็นทรุดโทรม ตัวเธอเองก็คงจะกลายเป็นชาวนาที่ยากจนแล้ว

 

“ฉะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

เขาเองก็กลายเป็นโง่โดยสมบรูณ์

 

อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่ามีใครบางคนเพ่งเล่งเป้าหมายมาที่ตระกูลเฉิง มันเป็นใคร? ใครที่มีอำนาจเช่นนี้?

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างมาก และมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถปิดโครงการทั้งหมดของตระกูลเฉิงได้ภายในหนึ่งวัน แต่เขาก็ไม่เห็นจำได้ว่าเคยทำให้คนๆ นั้นคุ้นเคือง

 

“ออกมากับฉัน…” เฉิงหลิงซูพูดด้วยเสียงเบาๆ เพียงพอแค่ให้เจียงซิ่วกับเธอได้ยิน เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ลานบ้าน

 

“มันร้อนนะ ทำไมเธอถึงเรียกเทพคนนี้ออกมาข้างนอก?”

 

เฉิงหลิงซูเริ่มมองไปที่เจียงซิ่ว นับตั้งแต่เธอกลับมาจากเมืองฮัง ชายคนนี้ก็ครอบครองจิตใจของเธอไปโดยสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาที่กำลังดูหมิ่นผู้คน คล้ายกับตัวเองนั้นเป็นราชา

 

“นายทำมันใช่ไหม?”

 

เจียงซิ่วส่ายหัว

 

เฉิงหลิงซูยืนกราน “แม้นายจะไม่ยอมรับมันก็ตาม แต่ใครในเมืองเจียงที่สามารถทำให้ตระกูลของฉันต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้บ้างหล่ะ?”

 

“ฉันรู้ว่านายไม่ได้เป็นคนใจกว้าง”

 

เจียงซิ่วไม่เคยเชื่อว่าตัวเขาเป็นคนดีและก็ไม่เคยทำอะไรอย่างใจกว้าง เขาได้รับตำแหน่งของผู้นำนิกายย่างก้าวสวรรค์มาโดยการเหยียบย่ำศพคนอื่นหลายคนเพื่อขึ้นมาถึงจุดๆ นี้ เลือดถูกกองซ่อนไว้ด้านหลังชื่อเล่นเทพซิ่ว พจนานุกรมของเขา มีคำอยู่สองคำที่เขาไม่รู้จัก มันก็คือความปราณีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

 

“อะไร? นายไม่มีอะไรจะพูดแล้ว?”

 

“เจียงซิ่ว ครอบครัวเราเป็นเพื่อนกัน ฉันไม่คาดหวังว่านายจะทำแบบนี้เลย”

 

“ครอบครัวเป็นเพื่อนกัน?”

 

ถ้าตระกูลเฉิงของเธอรู้ความหมายของคำสองคำนี้ เธอก็จะไม่พยายามยกเลิกการหมั้นกับเทพคนนี้หรอก และจะไม่พยายามขีดเส้นกั้นกับครอบครัวเจียง นอกจากนี้ โศกนาฏกรรมในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

 

“เธอบอกว่าเทพคนนี้เป็นคนอยู่เบื้องหลังมัน? และถ้าเทพคนนี้ไม่ได้เป็นหล่ะ?”

 

“ถ้าเป็นนายก็หยุดเดี๋ยวนี้นะ ตระกูลเฉิงเป็นหัวใจของพ่อแม่ฉัน พวกเขาจ่ายเงินมากมายสำหรับสิ่งนี้…”

 

เจียงซิ่วหัวเราะเยาะ “หยุด?”

 

“เธอไม่รู้หรือว่าฉัน เจียงซิ่ว คือใคร?”

 

ตัวตนที่โหดเหี้ยม ที่สร้างศพไว้ให้กับตระกูลหวังมากมาย และมากกว่าครึ่งในเจียงหนานอยู่ใต้ฝ่าเท้าเขาแล้วในตอนนี้

 

กล่าวได้แบบนี้ เจียงซิ่วก็หันหลังกลับและออกไป

 

เฉิงหลิงซูย่นหน้าผากของเธอ และกล่าวไปที่หลังเขา “นายคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มากรึไง? นายมันก็แค่คนที่มีบุคลิกแปลกๆ และก็แสดงท่าทางออกมาอย่างเย่อหยิ่ง ก็แค่นั้น อย่าคิดว่านายจะเป็นแบบนี้ไปได้ตลอด แม้แต่ผู้คนจากโลกใต้ดินก็ยังมีถูกสังหาร นายจะได้รับผลกระทบจากการกระทำของนายเองสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน”

 

“เมื่อเวลานั้นมาถึง นายก็จะได้รู้ว่าตัวเองโดดเดี่ยวแค่นั้น มันจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย”

 

“มันจะไม่มีใครจะสงสารนาย”

 

“แม้แต่คนร้ายในทีวีก็ยังมีชีวิตอยู่ใต้สะพาน หลังจากที่อายุมากขึ้น”

 

ยิ่งเธอพูดมากขึ้นเท่าไหร่ อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นรุนแรง จนกระทั่งน้ำตาท่วมนองหน้าของเธอ และเสียงของเธอก็แหบแห้ง

 

แต่เจียงซิ่วก็ยังไม่ได้หยุดเดิน

 

เธอร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง “ฉันสัญญา ฉันสัญญากับนาย…”

 

เจียงซิ่วหยุด “สัญญากับฉันเรื่องอะไร?”

 

เขาจดจำใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเธอไว้ในใจ “ฉันสัญญาว่าจะแต่งงานกับนาย…” เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอแตกเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่เธอพูดแบบนี้ออกไป “ปล่อยตระกูลเฉิงไปเถอะ”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

เจียงซิ่วรู้สึกราวกับว่าตัวเขาได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก และเกือบจะร้องไห้เนื่องจากการหัวเราะ

 

“นั้นมันเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการไม่ใช่หรือไง?”

 

เฉิงหลิงซูไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงหัวเราะ เธอรู้ว่าเขาไม่ได้หัวเราะเพราะรู้สึกยินดีแน่ แต่สมควรหัวเราะด้วยความที่อยู่ในใจ เขาเผยรอยยิ้มคล้ายปีศาจที่ดูพึงพอใจ ออกมาบนใบหน้าของตัวเอง ราวกับว่าแผนการของเขาประสบความสำเร็จแล้ว

 

“เฉิงหลิงซู เธอประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว เธอคิดว่าเทพคนนี้จะเป็นคนยื่นมือเข้ามาจัดการกับตระกูลเฉิงเธอ?”

 

“นายไม่ทำแบบนั้นหรือไง?”

 

ตามที่เฉิงหลิงซูรู้ เจียงซิ่วชอบเธอมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอทำท่าทางเย็นชาต่อเขา ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเขาเจ็บเนื่องจากสิ่งนั้น และต้องการทำการแก้แค้นในตอนนี้

 

“หึ…”

 

“ถ้านายรู้สึกไม่พอใจ ก็มาจัดการกับฉันโดยตรง อย่าทำอะไรกับครอบครัวของฉัน พ่อแม่ของฉันและพี่สาว พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์”

 

เจียงซิ่วครุ่นคิดถึงชะตากรรมของเฉิงหลิงหราน ถ้าตระกูลเฉิงสูญเสียธุรกิจไป เขาสงสัยว่าเธอจะยอมรับการดูแลจากเขาหรือไม่ แต่ตามที่เขารู้เกี่ยวกับเธอ เธอจะไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เมื่อเฉิงหลิงหรานตัดสินใจตามเขามา เธอไม่เคยยอมรับความใจดีของใครคนไหน และตอนนี้ เจียงซิ่วเป็นเพียงแค่คนธรรมดาสำหรับเธอ ดังนั้นเธอจะไม่ยอมรับเขา

 

สิ่งที่จะเป็นปัญหากับเจียงซิ่วก็คือ ถ้าเฉิงหลิงซูเปิดเผยกับเฉิงหลิงหรานว่าเขาเป็นคนจัดการกับตระกูลเฉิง มันก็จะเปลี่ยนวิธีที่เธอจะปฏิบัติกับเขาไป เขาคิดต่อไป และไตร่ตรองว่าหากเธอจะเกลียดเขาแล้วจะเป็นแบบไหน

 

“ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้…”

 

เจียงซิ่วเองก็งงงวยเช่นเดียวกันกับผู้คนในตระกูลเฉิง

 

“จริงหรอ?”

 

เฉิงหลิงซูไม่เชื่อเขา “จะมีใครอีกที่สามารถทำได้แบบนายในเมืองเจียง”

 

“ฉันแค่บอกให้ตระกูลหวังยกเลิกสัญญากับครอบครัวของเธอ”

 

เทพซิ่วไม่ชอบอธิบายสิ่งต่างๆ ให้ผู้อื่นฟัง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เป็นข้อยกเว้น นั้นคือเฉิงหลิงหราน เขาไม่ต้องการให้เธอเข้าใจเขาผิด

 

“งั้นแล้วทำไมมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันหล่ะ”

 

เจียงซิ่วส่ายหัว “เทพคนนี้ก็ไม่รู้ บางทีพ่อของเธออาจทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองในขณะที่ทำธุรกิจ ในปัจจุบันนี้ อสังหาริมทรัพย์ทำกำไรได้มากมาย และครอบครัวเฉิงก็ทำมันได้ดี ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจะอยากได้”

 

“แล้ว… นายสามารถช่วยได้ไหม?”

 

เจียงซิ่วรู้สึกประหลาดใจ “เธอต้องการให้เทพคนนี้ช่วยเหลือตระกูลเฉิงเธอ?” สำหรับเขาแล้วมันช่างไร้สาระ

“นายไม่อยากช่วย?”

 

“นายเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุดในเรื่องนี้ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะกำจัดความสงสัยของฉันออกไปได้ ฉันต้องการให้แน่ใจ ว่าสุดท้ายแล้วนายจะไม่ใช่ผู้บ่งการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง”

 

ใบหน้าของเจียงซิ่วเย็นชา “เธอสงสัยเทพคนนี้?”

 

“ฉันไม่ได้สงสัยนาย นี้มันเป็นเรื่องที่ว่านายยังสนใจคงของตระกูลเฉิงฉันอยู่หรือเปล่า?” เธอรู้ว่าเจียงซิ่วไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีกับตระกูลเฉิง และก็ยังรู้สึกได้ถึงความอาฆาตแค้นจากเขาอีกด้วย เธอเองก็รู้ว่าเขาตำหนิตระกูลเฉิง เพราะลุงเจียงถูกจำคุกก็เพราะพวกเรา ถ้าเขายังคงห่วงใยคนในตระกูลเฉิงอยู่ เหตุผลเดียวก็คงเป็นเพราะเธอ

 

หญิงสาวมองไปยังเจียงซิ่ว กระสันเพราะความปรารถนาในดวงตาของเขาที่มองมายังเธอ แต่มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความเจ็บปวดที่เปล่งประกายผ่านมัน

 

เขาหันกลับมาด้วยความโกรธ “เทพคนนี้จะไม่ช่วยเธอ”

 

หญิงสาวกัดฟันของเธอ “ฉันจะไปหาเย่เหวินเฉินถ้านายไม่ช่วยฉัน พ่อของเขาเป็นรองนายกเทศมนตรีในตอนนี้ และรับผิดชอบงานก่อสร้างในเมือง เขาสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างง่ายดาย”

 

“ค้นหาใครก็ได้ตามที่เธอต้องการ เพราะมันไม่เกี่ยวกับเทพคนนี้”

 

เขาผลักประตูและกลับเข้าไปข้างใน เฉิงหลิงหรานนั่งอยู่บนโซฟา กำลังปลอบโยนซันเสี่ยวหงไปพลาง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ราวกับว่าฝันร้ายกำลังเข้ามาใกล้พวกเขา และใบหน้าของเฉิงหลิงหรานเองก็ถูกปกคลุมด้วยไปด้วยความกังวล เธอจับมือแม่ของเธอแน่น “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล พ่อทำธุรกิจมานานมากแล้ว หนูแน่ใจว่าเขาจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ได้”

 

“หนี้ในบัญชีของตระกูลเฉิงยังไม่ได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นอะไร”

 

เจียงซิ่วยังจำได้ว่าเฉิงหลิงซูกำลังเรียน MBAอยู่ งั้นเธอน่าจะเข้าใจสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับ บริษัท ค่อนข้างดี

 

“พี่ ฉันมีบางอย่างที่ต้องทำ งั้นฉันจะไปแล้ว”

 

เจียงซิ่วรู้สึกว่าคงจะดีกว่าถ้าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่

 

“ไม่เป็นไร นายกลับได้เลย”

 

เฉิงหลิงหรานส่งสายตาไปหาเจียงซิ่วอย่างมีความหมาย “พี่สาวคนนี้คงจะไม่ได้เห็นเธออีกแล้ว”

 

“มันเป็นเพราะเขา ปีศาจยากจนคนนี้ เขาหยุดโชคเอาไว้หมด สิ่งเลวร้ายมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในบ้านของเรา” ซันเสี่ยวหงเริ่มสาปแช่ง หลังจากที่เจียงซิ่วออกไปไกลแล้ว เธอตำหนิทุกอย่างไปที่เขา

 

เฉิงหลิงซูเพิ่งมาถึงด้านใน และรู้สึกกังวลกลัวว่าเจียงซิ่วจะมาได้ยินสิ่งเหล่านี้ “แม่ เขาจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ยังไง? อย่าพูดไม่ดีใส่เขา ตั้งแต่นี้ต่อไป ห้ามด่าท่อสาปแช่งต่อหน้าเขา เขาไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นด้วยได้”

 

เธอไม่ได้วางแผนที่จะเปิดเผยตัวตนของเขียงซิ่ว แต่เธอก็ไม่อนุญาตให้แม่ของเธอทำให้เจียงซิ่วเสียชื่อเสียงอีกครั้ง เขากลายเป็นคุณเจียงที่มีครึ่งหนึ่งของเจียงหนานอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา

 

เฉิงหลิงซูเชื่อว่าเจียงซิ่วยังคงอดทนต่อแม่ของเธออยู่เงียบๆ ก็เพราะเห็นแก่เธอ หรือไม่ก็เพราะการหมั้นระหว่างพวกเรา

 

แต่ทุกคนย่อมมีขีดจำกัด ในกรณีที่เจียงซิ่วโกรธขึ้นมา จากวิธีที่เขาจัดการกับตระกูลหวัง เฉิงหลิงซูรู้ว่าเขาจะไม่แสดงความเมตตาต่อศัตรูของเขา

 

“เขาไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นด้วยได้?”

 

“ลูกกำลังจะบอกแม่ ว่าเขาเป็นพวกนอกรีต?”

 

เฉิงหลิงซูไม่ได้ต้องการทะเลาะกับแม่ของเธอ “ช่างมันเถอะ ฉันจะโทรหาเย่เหวินเฉิน และถามรองนายกเทศมนตรีเย่ ว่าจะสามารถช่วยได้หรือไม่”

 

สายตาของซันเสี่ยวหงสว่างขึ้น หลังจากที่ได้ยินมัน “ใช่ ถูกต้อง รองนายกเทศมนตรีเยเป็นผู้รับผิดชอบด้านอสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้”