0 Views

บทที่ 95

ลาก่อน เฉิงหลิงหราน

 

ตระกูลเฉิงเติบโตขึ้น พร้อมกับการจบหน้าที่การงานของบิดาเขา เรื่องนี้มันทำให้เจียงซิ่วและแม่ต้องเจ็บปวดทุกข์ตรม เขาเกลียดชังตระกูลเฉิงจากก้นบึ้งของหัวใจ อย่างไรก็ตาม อารมณ์เกี่ยวกับเฉิงหลิงหรานเองก็เป็นของจริง ความรู้สึกของเขาที่มีต่อตระกูลเฉิง มันค่อนข้างซับซ้อน และบางครั้ง เขาเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาโดยจิตใต้สำนึก

 

เจียงซิ่วหันไปรอบๆ อย่างเย็นชา “นายต้องการให้เทพคนนี้พึ่งพาคนอื่น เพื่อหาเงิน โดยการไปหาตระกูลเฉิงอีกครั้ง?”

 

หวังเซี่ยถังได้ร่างแผนการนี้ไว้ ก่อนที่เจียงซิ่วจะเข้าครอบครองตระกูลหวัง ในขณะที่ตระกูลทำตัวอนุรักษ์นิยมเกินไป เขาจึงใช้วิธีนี้ ร่วมมือกับตระกูลเฉิงเพื่อแบ่งปันความเสี่ยง เพื่อที่จะให้ผู้สูงอายุเห็นด้วยกับเขา นับตั้งแต่ที่ได้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เขาก็วางแผนที่จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป เพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จได้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ตัวหวังเซี่ยถังเอง ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะถูกคุณเจียงโกรธแบบนี้

 

ใบหน้าของหวังเซี่ยถังซีดลง “คุณเจียง ฉันจะแก้ไขแผนการในทันที ฉันจะไม่ทำสิ่งที่โง่เขลาแบบนี้อีกครั้ง”

 

ทุกคนมีคงอยู่ในปัจจุบัน คือบุคคลที่มีประสบการณ์มกามาย ดังนั้นพวกเขาจึงคาดการณ์จุดหมายบางอย่างได้

 

ประโยคแรกของคุณเจียงมันไม่แปลกอะไร ด้วยทรัพย์สมบัติที่เขาครอบครอง เขาสามารถทำอะไรก็ได้ และไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ประโยคต่อไปของเขา ย่อมเป็นสิ่งที่กระตุ้นความคิดผู้คน ‘โดยการไปหาตระกูลเฉิงอีกครั้ง’ นี่แสดงให้เห็นว่าคุณเจียงได้เผชิญหน้ากับพวกเขามาก่อน

 

“นายรู้ใช่ไหม ว่าพวกเราควรทำอย่างไร?”

 

เหงื่อเย็นเกิดขึ้นที่หน้าผากของหวังเซี่ยถัง “ครับ!”

 

เจียงซิ่วไม่ชอบที่จะร่วมมือกับคนอื่น เพราะเขาขาดความไว้ใจในตัวพวกนั้น และมันก็เกี่ยวข้องกับประสบการณ์โดยตรงของเขา แม้ว่าเขาจะรู้จักผู้คนมากมาย แต่แทบไม่ต้องไตร่ตรองว่าความสัมพันธิ์พวกนั้นจะค่อยเดือดขึ้นอย่างช้าๆ ความขัดแย้งระหว่างพรรคพวก มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อร่วมมือกัน มากไปกว่านั้น ก็คือการไม่ชอบขี้หน้ากันและกัน นับประสาอะไรกับการที่อีกฝ่ายหนึ่งคือตระกูลเฉิงที่เจียงซิ่วเกียดในเวลานี้

 

“มีอะไรอีก?”

 

“คุณเจียง นายใหญ่ของเมืองฮังได้มาเพื่อให้ความเคารพแก่คุณ” ถังเฉิ่นเชียนกล่าว

 

เจียงซิ่วชี้ไปยังหวังซินตง “บอกพวกเขาให้มาพบเธอ ให้พวกเขากล่าวได้ทุกอย่างตามที่พวกเขาต้องการ” ความปรารถนาของเจียงซิ่วได้ลอยไปที่ไหนซักที่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีอารมณ์มาเล่นปั้นขนมหวานทางสังคมกับคนเหล่านี้ เขากระวนกระวายใจเล็กน้อย ที่ถูกรบกวนการบ่มเพาะจากการมาของหวังซินตงเมื่อวานนี้

 

“ตกลง!”

 

เจียงซิ่วเริ่มต้นการบ่มเพาะอย่างสงบสุข เมื่อคนเหล่านี้จากไป

 

เขาหยิบแกนกลางออกมา เขาขัดเกลามันแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่สว่างเหมือนก่อน เขาโยนมันเบา ๆ ต่อหน้าเขา หลังจากที่มันลอยขึ้น มันก็ส่องแสงสว่างสดใสออกมาอีกครั้ง

 

แกนกลางนี้ แตกต่างจากเทพเจ้าของเต๋าศรัทธาสวรรค์และหลี่มี่ พวกเขาเป็นวิญญาณ นั่นคือพลังงานวิญญาณ มันสามารถกลืนกินได้โดยตรง แต่แกนกลางจำเป็นต้องถูกดูดซับอย่างช้าๆ

 

“หืมม แก่นพันปี?”

 

เขาค้นพบว่าเป็นแกนพันปีชั้นยอด หลังจากที่เริ่มดูดซับมันไปได้ไม่นานนัก อย่างไรก็ตาม พลังงานภายในแกนนี้ไม่บริสุทธิ์ เขาสันนิษฐานว่าคางคงกลืนสายน้ำรีบเร่งบ่มเพาะมากเกินไป มันจึงทำให้ไปลดคุณภาพของแกนด้านในเข้า

 

“ปุด!”

 

สายเลือดเชื้อสายแห่งพระเจ้าในร่างกายของเขาตื่นขึ้น แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการปลุกตื่นอีกครั้ง เจียงซิ่วบีบมัน และดูดซับพลังงานจากแกนกลางมากขึ้นอีกอย่างดุเดือด

 

แสงสีซีดจากแกนกลาง โจมตีร่างกายของเจียงซิ่ว เป็นการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายขั้นตอนสุดท้าย

 

บูมมมม!

 

ร่างกายของเขาสั่นสะเทือน ราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดออกมา รวบรวมพลังเข้าไปที่ศูนย์กลางชีพจร พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของเจียงซิ่วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

 

สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์อันที่ 6 ปรากฏขึ้นบนแขนของเขา

 

ปลุกตื่นระดับที่ 6 ขอบเขตในตำนาน

 

เขายกแขน และเงยหน้าขึ้นมอง ลวยลายจางๆ เริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น สัญลักษณ์ที่ 6 ที่ปรากฏขึ้นมา คล้ายกับตัวอักษระ ถ้าเขามีแผนผังสัญลักษณ์เชื้อสายพระเจ้า เขาจะรู้ได้ว่าเขาเป็นเชื้อสายพระเจ้าชนิดไหน โดยการเทียบแต่ละอัน

 

เขายังคงบ่มเพาะต่อไปโดยที่ไม่มีเจตนาจะหยุด

 

บูมมม!

 

บูมมม!

 

การบ่มเพาะของเจียงซิ่วถูกครอบงำไปด้วยพลัง ยิ่งเชื้อสายแห่งพระเจ้าของเขาถูกปลุกตื่นขึ้นเขาก็ยิ่งกระหายมันมากขึ้นอีกดุจปีศาจ เขาปลุกตื่นขึ้นได้อีกห้าสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในวันนั้น เขามีสัญลักษณ์ศักดิสิทธิ์ทั้งหมด 11 สัญลักษณ์แล้ว ที่เขาต้องหยุดลง ก็เพราะร่างกายเขารู้สึกเหนื่อยล้า และไม่สามารถดูดซับพลังงานของแกนกลางต่อไปได้อีก

 

“ลวดลายนี้เหมือนตัวอักษร…”

 

ในที่สุดเขาก็ได้รับเบาะแส หลังจากปลุกตื่นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา 11 สัญลักษณ์ รูปร่างมันคลายกับอักษระโบราณ

 

“ไม่เลว…”

 

ตามสิ่งที่เขารู้ สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์อักษระโบราณ เป็นสิ่งแข็งแกร่งสำหรับเชื้อสายแห่งพระเจ้า ตัวอักษระเองเป็นสิ่งที่ลึกลับมาก และยิ่งมาอยู่ในรูปแบบสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ยิ่งแข็งแกร่งไปใหญ่ นี่คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เชื้อสายพระเจ้ามนตร์แปดด้าน เชื้อสายพระเจ้าจักรพรรดิเงา เชื้อสายพระเจ้าอมตะจอมปลอม… เชื้อสายพระเจ้าทั้งหมดนี้ ถูกสร้างขึ้นจากสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์อักษระโบราณ และพวกมันมีความสามารถซึ่งแม้แต่เจียงซิ่วเองก็ยังต้องอิจฉา

 

สำหรับเชื้อสายที่เจียงซิ่วปลุกตื่นขึ้นมา เขาจะมีโอกาสได้รู้ ก็ต่อเมื่อตัวอักษรมันชัดเจนแล้ว ก้าวไปยังขั้นตอนสุดท้ายของการเป็นพระเจ้าที่แท้จริง ถ้าอักขระกลายเป็นสัญลักษณ์ มันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และอาจจะสร้างทักษะเต๋าที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งนั้นเป็นการท้าทายการดำรงอยู่ของสวรรค์

 

เจียงซิ่วรู้สุกตื่นเต้น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาปรารถนาที่จะกลับไปยังทวีปการต่อสู้นิรันดร์ และบ่มเพาะให้ถึงขั้นสูงสุด โดยการใช้ทรัพยาการณ์ที่มีอยู่ เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสมองลอดเข้าไปยังสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองได้

 

เนื่องจากเขาตระหนักบางอย่างจากมันได้แล้ว และก็ผ่านการปลุกตื่นมามากหลายครั้ง เจียงซิ่วก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไปอีก และก็เลือกที่จะชำระล้างพลังงานศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาแทน เพื่อให้ขอบเขตที่เพิ่มขึ้นของเขาได้เสถียรขึ้น

 

ติ๊ด-ติ๊ด โทรศัพท์มือถือของเขาเริ่มดัง เจียงซิ่วมองไปยีงมัน และเห็นว่าถูกโทรมาจากแม่ของเขา หลินเยี่ยหลิง เขาจึงต้องรับมัน

 

“ลูก ลูกทะเลาะกับซูซูอีกแล้ว?”

 

“ไม่นิ ทำไมครับ?”

 

เจียงซิ่วไม่ทราบว่าเฉิงหลิงซูได้เปิดเผยตัวตนเกี่ยวกับตัวเขา ให้กับซันเสี่ยวหงฟังหรือยัง

 

“ทำไมซูซูถึงกลับบ้านอย่างเงียบๆ?”

 

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เปิดเผยมัน เจียงซิ่วย่อมต้องแต่งเรื่องราวที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้นมา เพราะเธอจะอาจจะไม่ได้เคารพตัวเขา “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

“เด็กเหลือขอตัวเหม็น ซูซูเป็นคู่หมั้นของลูก ลูกจะพูดได้อย่างไรว่าลูกไม่รู้?” หลินเยี่ยหลิงรู้สึกปวดหัว สามีของเธอได้ล่อวงเด็กหญิงมากมายในช่วงวัยหนุ่มของเขา และเธอก็ต้องสั่งสอนเขาอยู่นาน เธอสงสัยจริงๆ ว่าเธอให้กำเนิดลูกชายที่ถนัดซ้ายมาหรือไร(เปรียบว่าเป็นพวกผิดเหล่าอะไรแบบนี้)

 

“ฮะฮะ…”

 

เจียงซิ่วเกือบจะลืมไป ว่าเธอเป็นคู่หมั้นของเขา

 

“เธอจะเป็นภรรยาของลูกในอนาคต”

 

หลินเยี่ยหลิงไม่พอใจเกี่ยวกับการกระทำที่คลุมเครือของเจียงซิ่ว ดังนั้นเธอจึงนึกเรื่องบางอย่างได้ เพื่อที่เขาได้กระทำมันให้ชัดเจนขึ้น และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาและเฉิงหลิงซูดีขึ้นอีก

 

“ภรรยา?”

 

ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเฉิงหลิงซูในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้ มันเป็นเฉิงหลิงหรานต่างหาก ที่เสียสละตัวเอง ชดใช้ความเสียหายที่ตระกูลเฉิงได้ก่อไว้กับเจียงซิ่ว เจียงซิ่วรู้สึกเจ็บปวดเข้ากระดูกดำ เมื่อเขาจำมันได้

 

โชคชะตาที่น่าสังเวชของหญิงสาว ที่ใช้ความรักของเธอในการรักษาคนที่เธอไม่ได้รักเธอเลย นั้นมันเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า

 

ทั้งคู่ล้วนทุกข์ทรมาณ

 

“เฮ้ ทำไมลูกไม่ตอบกลับ? โอเค แม่จะหยุดพูดเรื่องนี้กับลูก ตั้งแต่ซูซูกลับมาแล้ว ลูกยังสามารถกลับไปที่ตระกูลเฉิงเพื่อเยี่ยมเธอได้”

 

เจียงซิ่วมึนงง “อะไรนะ? ต้องการให้ทะ-… ฉันไปเยี่ยมเธอ?”

 

หลิงเยี่ยหลิงขึ้นเสียงในทันที “อาการแบบนี้คืออะไร? แกจะต้องไป ตั้งแต่ที่แม่บอกให้แกไป แกก็ต้องไป! ไอ้ลูกโง่ รีบกลับมา และไปเยี่ยมซูซู ถ้าฉันได้ยินว่าแกไม่ไป รอดูเลย ว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง!”

 

เจียงซิ่วอยากจะร้องไห้ เขารู้สึกลำบากใจมาก เมื่อได้ยินโทนเสียงแบบนี้เข้าให้ ถูกทำโทษจากแม่ของตัวเอง หลังจากที่ไปมีชีวิตอันไร้สิ้นสุดมาเป็นเวลา 3000 ปี

 

“ฉันต้องไปจริงๆ?”

 

เทพซิ่วถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน เขาไม่อยากพูดอะไรกับเฉิงหลิงซู และก็ไม่อยากเห็นเธอด้วย

 

“แม่ไม่ได้เล่าเรื่องให้แกฟัง นี่เป็นคำสั่ง”

 

เสียงของหลินเยี่ยหลิงค่อนข้างหนักแน่น

 

เธออยากให้ลูกชายของเธอเข้าใจ ว่ามุมมองของเธอที่มีต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร เจียงซิ่วต้องได้แต่งงานกับเฉิงหลิงซู

“แม่ จริงๆแล้ว….”

 

“ปิ๊ป-ปิ๊ป-ปิ๊ป”

 

หลินเยี่ยหลิงตัดสาย โดยไม่ให้เจียงซิ่วได้มีโอกาสอธิบาย เจียงซิ่วไม่ได้คาดหวังว่าแม่ของเขาจะคับข้องใจขนาดนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก มันเป็นเพราะครอบครัวของพวกเขาเสื่อมถอยลงมานาน และแม่ของเขาเองก็เป็นคนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

หลินเยี่ยหลิงเกลียดตระกูลเฉิง เจียงซิ่วเองก็เกลียดพวกเขาด้วยเช่นกัน เขาแม้แต่กระทั่งต้องการทำลายเฉิงหลิงซู ผู้หญิงที่ได้ทำลายเขาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ไม่สามารถทนเรื่องของเฉิงหลิงหรานได้ เธอจะไม่สามารถแบกรับมันไว้ได้ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับทุกคนในตระกูลเฉิง

 

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็จำได้ว่าเฉิงหลิงหรานมาเที่ยวเนื่องจากวันหยุด เขาคาดการณ์ว่าเธอน่าจะอยู่ที่บ้าน และก็ไม่ได้ออกไปข้างนอก

 

“เตรียมรถให้ฉัน เทพคนนี้กำลังจะกลับไปที่เมืองเจียง…”

 

เจียงซิ่วโทรหาหวังซินตง

 

“ได้เลย!”

 

หวังซินตงจัดรถ และคนขับรถให้แก่เขาอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการเดินทางกลับไปสู่เมืองเจียง เฉิงหลิงหรานอยู่ที่นั่น เมื่อเขาไปถึงตระกูลเฉิง เธอเป็นคนเปิดประตูให้เขา

 

เธอสวมแถบคาดศีรษะสีชมพูอ่อน เพื่อเก็บผมของเธอ และเธอยังก็สวมชุดฤดูร้อนผ่อนคลายซึ่งเน้นเส้นส่วนเว้าโค้งของเธอออกมาอย่างเด่นชัด สายตาที่อบอุ่นชวนเคลิบเคลิมของเธอ จ้องมองมายังเจียงซิ่ว

 

“พี่!”

 

เฉิงหลิงหรานเองก็มีความสุขที่ได้เห็นเขา “ซิ่วน้อย นายมาที่นี่! เข้ามาข้างในเร็ว”