0 Views

บทที่ 90

การต่อสู้แตกหัก

 

เจียงซิ่วตามโคมไฟไป เมื่อมันหยุดการเคลื่อนไหวอยู่ในสถานที่ๆนึง มันไม่ได้ขยับไปด้านหน้าหรือถอยหลังอีกต่อไป เขาเข้าใจในทันที ว่ามีอำนาจแปลกประหลาดอยู่ด้านใต้นี้

 

“ข้างล่างนี้!”

 

ร่างกายของเขาจมลงไปสู่ใต้น้ำอย่างรวดเร็ว ราวกับการตกลงมาจากท้องฟ้า

 

ความลึกของแม่น้ำเฉียนนั้น เกินความคาดหมายของเขาไปมาก ความลึกมันมากกว่า 50-60 เมตร เขาพุ่งลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็ว พื้นผิวใต้น้ำล้วนแต่เป็นโคลน

 

รูม่านตาของเขาแผ่ขยายออก ทำให้ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำ สายตาของเขาจ้องมองไปรอบๆ

 

มนุษย์จะไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาหนึ่งปี และบางทีแม้กระทั่งหลังจากผ่านไป 10 ปี แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ถ้ามันเป็น 50-100 ปี

 

วิวัฒนาการพิเศษ นี่เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่าทำไมบรรพบุรุษของตระกูลหวังถึงต้องการบ่มเพาะที่ใต้น้ำ

 

การเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ย่อมจะก่อให้เกิดการแปรปรวน

 

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องฉลาด ที่นำตัวเองมาบ่มเพาะอยู่ใต้น้ำแบบนี้ แต่เจียงซิ่วก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการบ่มเพาะสายเลือดพระเจ้า บนโลกที่ขาดพลังงานจิตวิญญาณใบนี้ ก็คือการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมต่างๆ

 

เขาสงสัยว่าบรรพบุรุษของตระกูลหวังจะมีรูปลักษณ์อย่างไร

 

ด้านล่างของแม่น้ำค่อนข้างเงียบสงบ ภาพเงาของชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนแผ่นหิน ก็เริ่มสามารถมองเห็นได้จากที่ห่างไกล ภายใต้วัชพืช เขาปลดปล่อพลังอันน่าสยดสยองออกมา พร้อมกับลมปรานที่ดูลี้ลับ

 

หลังจากที่เจียงซิ่วได้เข้าใกล้มัน เขาก็เห็นโซ่ที่ใหญ่กว่าครึ่งเมตรถูกผูกคิดตัวของชายคนนั้น และยังมีดาบยักษ์ยา 1.8 เมตร ถูกทิ่มไว้อยู่ในโคลนด้วย

 

“สหาย เจ้าสมควรมาจากที่ห่างไกล!”

 

เขาเปลือยแทบจะทั้งตัว สวมเสื้อผ้าที่สึกหรอ ซึ่งเผยให้เห็นซี่โครงข้างนอกของเขา แม้แต่กรงเล็บก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ร่างกายนี้มีพลังมหาศาล

 

ชายคนนั้นเปิดตาขณะที่พูด ทำให้ความกระจ่างใสถูกปลดปล่อยออกมาจากดวงตาเขา ชีพจรของเขาดูเหมือนจะเบาบาง ก่อนหน้านี้เขาหลับอยู่ หรือกล่าวได้ว่าเขากำลังฝึกการหายใจในครรภ์

 

“กษัตริย์ของแกมาตามแกขึ้นไปแล้ว ว่าไง?”

 

เขากล่าวออกมาอย่างสงบ

 

“จะสู้กันตัวต่อตัว?”

 

แม้ว่าเขาจะอยู่ที่ด้านล่างของแม่น้ำ แต่เขาก็เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนบก เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ศาลาในศาลาเบย์วิว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะรู้เรื่องนี้

 

เจียงซิ่วส่ายหัว “ไม่ใช่การต่อสู้แบบปกติ แต่เป็นการต่อสู้ที่เดิมพันชีวิตและความตาย”

 

ดวงตาของเขาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น ปรากฏว่าเจียงซิ่วนั้นค่อนข้างหยิ่งและก็มั่นใจในตนเองมาก ชายคนนั้นยิ้มอ่อนๆ “ตกลง ข้าอยู่ที่ด้านล่างแม่น้ำมาเป็นเวลา 60 ปีแล้ว และก็กำลังเบื่อหน่าย”

 

กล่าวได้ดังนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืน

 

โซ่บนร่างกายของเขาเหมือนจะถูกกระชากออกจากกัน เสียงดังกึกก้อง เขากังวลว่าเขาจะไม่สามารถคงตัวให้อยู่ใต้น้ำได้ ดังนั้นเขาจึงขังตัวเองไว้ที่นี่อย่างเข้มงวดมามากกว่า 60 ปี

 

วันนี้เป็นวันที่เขาจะทำลายผนึก

 

ร่างกายของเขาเริ่มลอยขึ้น ด้ามดาบสูงเกินไป ดังนั้นเขาจึงสามารถถือมัยไว้ได้ หลังจากที่ลอยตัว เขาดึงดาบออกมาจากบึงโคลน

 

เพียงแค่การเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว นี้ก็เป็นการเปิดเผยแล้วว่า การรู้แจ้งต่อเต๋าวารีของเขาเป็นเรื่องน่าทึ่งขนาดไหน เขาขยับอย่างคล่องแคลวว่องไว คลายกับปลา และก็ดึงดาบยักษ์ออกมาจากทั่งถ้วนน้ำหนัก ดึงออกมาอย่างง่ายดาย

 

“ชิ๊ง!”

 

เขาโบกดาบ และสับไปที่โซ่หนา ทำให้ตัวเองพ้มจากการผูกมัด

 

“ฉันจะไม่เอาเปรียบ งั้นแล้วเราจะไปต่อสู้ที่ฝั่ง!”

 

เขารีบพุ่งขึ้นไปที่พื้นผิวของแม่น้ำ ในขณะที่พูดแบบนั้นเสร็จ เขาบินออกไปด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ในช่วงเวลาสั้นๆ

 

“หึ่ม!”

 

เจียงซิ่วตามหลังเขาอย่างกระชั้นชิด เคลื่อนไหวระเบิดพลังของร่างกายออกมาทุกส่วนดุจพายุ เขาไม่ได้เลือกที่จะถอยกลับ นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ผู้นำนิกายย่างก้าวสรรค์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 3000 ปี ไม่มีทางที่คนทั่วไปสามารถเปรียบเทียบกับเขาได้

 

บรรพบุรุษของตระกูลหวัง เกือบจะไม่ได้วิ่งขึ้นไปบนผิวน้ำ ก็เมื่อเจียงซิ่วเกือบตามหลังเขาทัน

 

“ดูนั้น!”

 

“พวกเขาออกมาแล้ว!”

 

คนที่อยู่ในศาลาพาเบย์วิวร้องออกมา หลังจากที่เห็นร่างเงาสองร่างเงาวิ่งขึ้นมาจากใต้น้ำ หัวใจของเขาเกือบจะเต้นผิดจังหวะ เซียนของตระกูลหวังได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

บรรพบุรุษของตระกูลหวังหัวเราะ หลังจากที่ได้เห็นแสงอีกครั้ง ทะยานสู่ท้องฟ้าเหมือนนก ถือดาบที่ใหญ่กว่าตัวเขาสองเท่า และก็ร่อนลงบนพื้นผิวของแม่น้ำ

 

ทั้งหมด 60 ปี แม้แต่นายหญิงเฒ่าหวังที่เคยเห็นเขามาก่อน ก็กลายเป็นไม่รู้จักเขาแล้วในตอนนี้ แต่พวกเขาทั้งหมดก็แน่ใจได้ว่าชายชราคนนี้เป็นบรรพบุรุษของตระกูลหวังอย่างแน่นอน เด็กคนหนึ่งของตระกูลหวังคุกเข่าลง และก็ตามด้วยคนอื่นๆ

 

“เราเป็นคนไร้ความสามารถ ท่านบรรพบุรุษ โปรดให้การคุ้มครองของคุณแก่เรา”

 

“กรุณาให้ความคุ้มครองแก่เรา!”

 

ตระกูลหวังได้รับความอัปยศอดสู่ ความโกรธของพวกเขาไม่สามารถระงับได้ เว้นแต่เจียงโหลวเซี่ยจะตายไป ตระกูลหวังของพวกเขาเท่านั้น ที่จะได้รับเกียรติในเจียงหนานได้

 

“สารเลวน้อย ตั้งแต่ที่เจ้ากล้ารุกรานตระกูลหวังของข้า เส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะรอเจ้าอยู่ นั้นก็คือความตาย”

 

มันดูราวกับว่าเขามีปีก ขณะที่เท้าสัมผัสพื้นผิวน้ำอย่างนุ่มนวล น้ำที่ล้อมรอบลุกขึ้นพร้อมกับเขา ส่งผลทำให้ดูเหมือนว่าอำนาจของเขาอยู่เหนือธรรมชาติ

 

“เจอกับดาบของข้าหน่อยเป็นไร!”

 

เขาดึงดาบยักษ์ออกมา พลังมหาศาลถูกถ่ายทอดลงไป สร้างระรอกคลื่นยักษ์ เขาประสบความสำเร็จได้แบบนี้ ก็เพราะพึ่งพาการบ่มเพาะของเขาสำหรับการควบแน่นพวกมันเข้าด้วยกัน ส่งผลทำให้น้ำที่สมควรจะนุ่ม ก็แข็งเหมือนเหล็ก และมันก็ยังถูกยิงไปที่เจียงซิ่ว

 

หยดเดียวก็เพียงพอที่จะเจาะทะลุร่างคนได้!

 

“ปิ้ว!”

 

เจียงซิ่วพุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำและร่อนลงบนพื้นผิว คลื่นพุ่งมาในทันที หลังจากที่เท้าเขาสัมผัสพื้นผิวน้ำ ส่งผลทำให้พื้นผิวของแม่น้ำเฉียนต้องสั่นสะเทือน

 

พลังงานแพร่กระจายออกมา และก็กระแทกเข้ากับคลื่นขนาดยักษ์

 

“ปั๊ง!”

 

อำนาจทั้งสองปะทะกัน ทำให้เกิดกำแพงน้ำที่สูงราว 30-40 เมตร มันเป็นหายนะราวกับจะเกิดสึนามิ

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

บรรพบุรุษของตระกูลหวังหัวเราะอีกครั้ง

 

“ไม่เลว ข้าไม่ผิดหวักับเจ้าเลย”

 

เขาเดินไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง และก็เฉือนกำแพงน้ำทิ้ง พลังงานพุ่งพล่านออกมาจากดาบ และพุงออกไป

 

การเฉือน 2 ครั้ง!!

 

พลังงานดาบนี้ไร้สีและไร้แสง มันไร้ตัวตน แต่รูปร่างที่เหมือนดาบของมัน สามารถมองเห็นได้ก็เนื่องจากละอองน้ำที่ตกลงมาจากฟากฟ้าที่บังเอิญไปชนมัน

 

ขั้นกำลังภายใน ก็เหมือนกับน้ำมันดิบชนิดพิเศษ และก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แม้ว่าจะมาถึงขั้นสุดยอดกำลัง อย่างไรก็ตาม พลังงานของบรรพบุรุษตระกูลหวังได้ถูกบีดอัดจนแทบจะหายไป และมันก็เป็นขั้นตอนที่แตกต่างไปจากขั้นก่อรูปร่าง

 

นี้ไม่ได้แตกต่างกับพลังงานศักดิ์มากนัก อาจกล่าวได้ว่าพลังภายในได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นพระเจ้า พลังอำนาจก็ย่อมแตกต่างกันออกไป พลังของคนๆ นี้ยังไม่ได้ถึงระดับเดียวกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมขอบเขตนี้ถึงเรียกว่าอาณาจักรแห่งเซียน (เซียนเป็นตัวตนที่ต่ำกว่าเทพ อารมณ์เหมือนเป็เทวดาชั้นต่ำ)

 

สำหรับเจียงซิ่ว ก่อนที่เขาจะก่อสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเสร็จสมบรูณ์ หรือเป็นเพียงแค่สายเลือดพระเจ้าวัยทารก เขาก็เปรียบเทียบกับเซียนได้แล้ว

 

พลังอำนาจในตอนนี้มันก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

 

แต่ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือเจียงซิ่วมีความรู้เกี่ยวกับทักษะศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มนตร์คาถา เช่นเดียวกับทักษะประสบการณ์การต่อสู้ที่มีมากกว่า 3000 ปี ในทวีปการต่อสู้นิรัดร์

 

ความเหลื่อมล้ำที่มากมายพวกนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด

 

“การบ่มเพาะของนายค่อนข้างดี!”

 

เจียงยกย่องเขา เมื่อนึกถึงเรื่องการบ่มเพาะท่ามกลางที่พลังงานวิญญาณบนโลกนี้ ที่หมดลงไปแล้ว

 

“แต่…”

 

เจียงซิ่วก้าวไปข้างหน้า ขณะที่เฉือนออกไป ปลดปล่อยแสงดาบกว้าง 10 เมตร มันเปล่งแสงออกมาอย่างสดใส มันพุ่งออกไป

 

มันสลายและกลายเป็นพลังงานดาบที่ไร้ตัวตน

 

ใบหน้าของบรรพบุรุษหวังเปลี่ยนไป แสงดาบของเขาไม่บริสุทธิ์มากพอ ดูได้จากแสงหลายสีที่อยู่ในตัวมัน ขณะที่แสงดาบของคู่ต่อสู้ เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า ความแตกต่างระหว่าพลังงานศักดิ์สิทธิ์มันราวกับหิ้งหอยและดวงอาทิตย์

 

“เจ้าใช้ดาบโบราณประเภทไหน?”

 

แสงดาบผ่านกำแพงน้ำ และก็พุ่งตรงมาหาเขา ส่งผลทำให้เขาต้องถอยกลับมา เขาโบกสบัดดาบในมืออยู่หลายครั้ง ทิ้งภาพติดตาไว้หลายภาพ และหยาดน้ำมากมายก็ปะทะเข้ากับหน้าตัวเขาเอง

 

แสงดาบปะทะเข้ากับดาบยักษ์สีดำ มันทำให้เขาต้องบินย้อนกลับไป

 

“มันน่าเสียดาย…”

 

เจียงซิ่วถอนหายใจ พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของเขาอ่อนแอ่เกินไป ที่จะใช้ทักษะดาบในนิกายย่างก้าวสวรรค์ที่เรียกว่า ‘ทักษะดาบสิบสามย่างก้าวสวรรค์’ มันเป็นทักษะดาบภาพฐานที่เจียงซิ่วใช้เวลาและพลังงานไปกับมันมากที่สุด ในช่วงเวลาที่กำลังเรียนรู้อยู่ในสมัยนั้น