0 Views

บทที่ 89

ท่วงทำนอง

 

ถ้าเจียงซิ่วยังอยู่ในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดของเขาอยู่ นับเป็นสิ่งใดกับแค่แม่น้ำ เขาแม้แต่กระทั่งแยกทะเลออกจากกันได้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขามีสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แค่ 5 อันเท่านั้น และพลังศักดิ์สิทธิ์ก็มีไม่มากพอที่จะทำให้แม่น้ำหยุดไหลได้ ถ้าลูกวัวตัวลำพัง ต้องการที่จะดึงรถเข็นขนาดใหญ่ มันจะทำให้ตัวเองตาย นั่นคือสถานการณ์ปัจจุบัน

 

“ขอเตรียมตัวสักเล็กน้อย…”

 

“กระดาษ เทียน และดาบ”

 

หลายคนเต็มใจที่จะทำเพื่อเขา แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไม่เต็มใจทำมัน ระหว่างตระกูลหวังและเจียงโหลวเซี่ย หนึ่งในพวกเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะประสบความพ่ายแพ้ในวันนี้ หากเดิมพันบุคคลได้ถูกต้อง โอกาสในอนาคตของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าพวกเขาเดิมพันไม่ถูกต้อง พวกเขาจะประสบกับเคราะห์กรรมไปตลอดกาล วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองจากเรื่องนี้ก็คือการไม่ทำอะไร

 

“ฉันจะไปเอาพวกมันมา!”

 

ถังเฉิ่นเชียนตอบรับ และรีบไปหาซื้อของพวกนั้นมา ตระกูลถังถูกเชื่อมโยงกับเจียงซิ่วไว้เรียบร้อยแล้ว เขาแสดงท่าทีเหมือนเป็นคนส่งของให้เจียงซิ่วในเวลานี้ หวังเซียไฮ่ตายไปด้วยเหตุผลนั้นแล้ว ถ้าเจียงซิ่วพ่ายแพ้อีก ตระกูลหวังจะต้องจัดการกับตระกูลถังเป็นแน่

 

“เขากำลังทำอะไร?”

 

ทุกคนรู้สึกทึ่งมาก เพราะพบว่าไม่มีความหมายที่จะขอสิ่งเหล่านั้นมา

 

“เขากำลังใช้เทคนิคบางอย่าง!”

 

มีบางคนแสดงความคิดเห็นอย่างรังเกียจ ขณะที่เจียงซิ่วโยนหวังเซียไฮ่ออกมา จึงทำให้ถึงแก่ชีวิต และได้ประทับตราความเกียจชังไว้กับตระกูลหวัง พวกเขาเชื่อว่าเจียงซิ่วกำลังติดพันอยู่กับความตาย

 

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเจียงซิ่วจะสามารถสั่นคลอนตระกูลหวังได้

 

ในอดีตที่ผ่านมา หลายคนได้พยายามโค่นล้มตระกูลวัง แต่ไม่เคยมีใครเลยที่จะประสบความสำเร็จ พวกเขาล้วนจ่ายค่าตอบแทนด้วยเลือดเป็นราคา ในสายตาของประชาชน แน่นอนว่าเจียงซิ่วไม่ใช่คนแรกที่ท้าทายตระกูลหวัง และเขาก็คงไม่ใช่คนสุดท้าย

 

“ฮึ่ม!”

 

“เจียงโหลวเซี่ย ฉันไม่คิดว่าแกจะเลื่อนเวลาออกไปแบบนี้ แกไม่สามารถแม้แต่จะดำไปใต้น้ำ ดังนั้นแกก็ไม่สามารถเทียบกับบรรพบุรุษของฉันได้ จะดีกว่า ที่ฆ่าตัวตายเพื่อหลีกเลี่ยงความอัปยศอดสู”

 

นายหฐิงเฒ่าหวังต้องการที่จะฆ่าเขา ถ้าเป็นแบบนั้น เธอก็จะสามารถแก้แค้นให้ลูกชายของเธอได้ และระงับความเกลียดชังของตระกูลหวังลงไป

 

เจียงซิ่วยืนอยู่ตรงพื้นที่ที่ยกขึ้น ตรงศาลาเบย์วิว แม่น้ำเฉียนอยู่ตรงหน้าเขา คลื่นของมันกระแทกกับฝั่ง เคลื่อนตัวเข้ามาและก็กลับลงไป ร่างกายของเขาดูเหมือนเล็กเหลือเชื่อ เมื่อหันหน้าไปยังมัน แต่ก็ดูเหมือนว่าร่างกายนี้ จะมีพลังมากพอที่จะล้มล้างท้องฟ้าให้หายไป มันมีความสามารถในการพิชิตทุกสิ่งอย่าง

 

“คุณเจียง ฉันเอาทุกอย่างมาแล้ว”

 

เจียงซิ่วหยิบของพวกนั้นมา ทุกคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาอยากรู้ว่าเจียงซิ่วจะดำลงไปใต้น้ำได้อย่างไร

 

พวกเขาเห็นเขาพับกระดาษอย่างละเมียดละไม

 

นิ้วเรียวยาวของเขาพลิก แล้วก็พับกระดาษอย่างชำนาญ ลักษณะคล้ายกับที่พวกหมอผีทำ

 

มันเหมือนสิ่งที่อยู่คู่กันมา ว่าหมอผีต้องใช้กระดาษ ที่เอาไว้สื่อสารกับวิญญาณได้อย่างชำนาญ

 

“เขาทำอะไร?”

 

พวกเขาไม่จำเป็นต้องรอนาน เรือกระดาษก็ปรากฏขึ้นในมือของเจียงซิ่วทันที

 

“เรือกระดาษ?”

 

พวกเขาเห็นเจียงซิ่วจุดเทียนและวางไว้บนเรือกระดาษ

 

“โคมแม่น้ำ?”

 

มีประเพณีปล่อยโคมไฟไปตามแม่น้ำ ในช่วงเทศกาลปล่อยผี ซึ่งเป็นวิธีการแสดงความเคารพต่อคนรักของคุณที่ล่วงลับไปแล้ว

 

“เขาต้องการปล่อยโคมไฟในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่แม่น้ำเฉียน?”

 

เขาต้องการใช้มนตร์คาถาเพื่อขอให้เทพเจ้าในแม่น้ำ หยุดกระแสน้ำของแม่น้ำหรือไม่?

 

พวกเขาไม่สามารถคิดถึงความเป็นไปได้อื่นๆ

 

“เขาจะทำอย่างไร?”

 

แม่น้ำสายนี้ไม่ได้นิ่งสงบ งั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ใครบางคนจะปล่อยโคมไฟจากฝั่งริมแม่น้ำที่นี่ นอกจากนี้ ยังมีความจริงที่ว่าตอนนี้น้ำมันได้ขึ้นสูงแล้ว คลื่นลูกนึงจะขึ้นสูงถึง 5-6 เมตร

 

“หยุดการแสดง!”

 

เจียงซิ่วถือโคมไฟไว้อยู่ในมือของเขา และกล่าวคำไปที่เทียนเล็กน้อย เปลวไฟของมันกระพริบอย่างแปลกประหลาด ทำให้ดูเหมือนกับว่าสภาพแวดล้อมได้กลายเป็นมืดมนลง เหลือเพียงแต่แสงเทียนที่เจือจางอยู่ในความมืด

 

“ทำไมมันดูราวกับว่าเขาปราถนาถึงมัน?”

 

ในวินาทีถัดไป ทุกคนก็เริ่มเคร่งเครียด ก็เนื่องมาจากที่เจียงซิ่วเริ่มกล่าวเสียงดัง พวกเขาไม่สามารถจับใจความสิ่งที่เขาพูดได้ ก็เนื่องมาจากเสียงซัดเข้าฝั่ง เป็นเสียงคลื่นที่มารบกวน พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด ดูเหมือนว่าเป็นภาษาโบราณที่ไร้ขอบเขตและอ้างว้าว ที่เริ่มก้าวเดินเร็วขึ้น เมื่อมันใกล้ถึงจุดจบ

 

กลิ่นไอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!

 

“ไป!”

 

เจียงซิ่วขว้างโคมไฟลงไปในแม่น้ำเฉียน มันล่วงลงและก็หายไป

 

อย่าไรก็ตาม ทุกคนถูกทิ้งให้กลายเป็นใบ้ ก็เนื่องจากฉากถัดไป

 

หลังจากได้รับการห้อมล้อมด้วยคลื่น โคมไฟขึ้นไปด้านบนของคลื่น และก็ค่อยๆลดลงมา เมื่อคลื่นจากไป ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของคลื่น มันเคลื่อนขึ้นเมื่อคลื่นพัดเข้ามา และไม่ได้พลิกคว่ำ มันดูราวกับว่ามีคนค่อยพยุงเรือให้คงอยู่

 

ความจริงที่แปลกประหลาดก็คือเทียนยังคงสว่างอยู่ มันไม่ได้กระพริบ และดูราวกับว่าลมจะหยุดพัดรอบๆตัวมัน

 

เจียงซิ่วคำราม ขณะที่ชี้ไปทางวัตถุที่เคลื่อนที่ได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้น “โคมพรายน้ำเสาะหา!”

 

โคมไฟจมลงสู่ส่วนลึกของแม่น้ำเฉียน!

 

“นี่…”

 

“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

 

นี้ไม่ได้เป็นไปตามกฎธรรมชาติ ทุกคนตกใจและกระวนกระวายใจ รู้สึกว่าชื่อเสียงของเจียงโหลวเซี่ยนับว่าสมเหตุสมผลแล้วอย่างแท้จริง

 

“นี่เป็นไปได้อย่างไร?”

 

เย่เหวินเฉินและเฉิงหลิงซูตกตะลึง พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเจียงซิ่วจะมีความสามารถแบบนี้

 

แม้แต่นายหญิงเฒ่าหวังก็ยังแปลกใจ เธอไม่รู้ว่ามนตร์คาถาที่เจียงซิ่วใช้อยู่นั้น มันคืออะไร มันน่าตกใจมาก

 

“สิ่งที่เขาใช้ตอนนี้คืออะไร?”

 

ชิ๊ง!

 

เจียงซิ่วชักดาบออกจากฝัก มันเป็นดาบธรรมดา แต่มันกลับเปล่งแสงขึ้นเมื่อเจียงซิ่วเป็นคนดึงมัน เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเขาหันไปทางลูกคลื่น ประดุจมนุษย์หมาป่าที่ได้ยินเสียง เขายกมือขึ้น พึมพำคาถา ส่งผลทำให้แสงสว่างบนตัวดาบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันหมนหมองและก็เรืองแสงขึ้นอีกครั้งๆ ก่อให้เกิดดาบแสงที่ยาวกว่า 10 เมตร

 

“เปลี่ยนอากาศด้วยการยกแขน แยกแม่น้ำออกดาบการตวัดดาบ”

 

ขณะที่ดาบสับลงไป พื้นที่และเวลาดูเหมือนจะหายไป เหลือเพียงแสงดาบที่แพรวพราว

 

แสงดาบถูกเฉือนลงสู่แม่น้ำเฉียน และแยกมันออกเป็นสองส่วน ส่งผลทำให้วายุเข้าไปกลืนกินระหว่างกึ่งกลางคลื่นทั้งสอง กระแสน้ำที่ถูกแยกทั้งสองนั้น ถูกทำให้คงค้างไว้แบบนั้น

 

“ไอ้เหี*..”

 

ทุกคนอุทาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัว

 

นี่คือแม่น้ำเฉียน เขาได้สับแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลนี่ออกเป็นสองส่วน ฉากนี้ล้มล้างจินตนาการของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

 

พวกเขาไม่สามารถเข้าใจคนที่ประสบความสำเร็จได้เช่นนี้

 

เป็นไปไม่ได้ที่จะทำสิ่งดังกล่าวด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด หรือด้วยระเบิดหรืออาวุธล่าสุดของกองทัพก็ตาม

 

“นั้นมันทักษะดาบประเภทไหนกัน?”

 

การแสดงออกของนายหญิงเฒ่าหวังเปลี่ยนไป

 

“ขาดเขลา โง่เง่า!”

 

จะเปรียบทักษะดาบในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ กับทักษะดาบ-โบราณบนโลกใบนี้ได้อย่างไร? นี่คือทักษะเซียน

 

“เขา…”

 

เฉิงหลิงซูกลายเป็นโง่ แท้จริงแล้วเขากลับมีทักษะแบบนี้อยู่

 

เจียงซิ่วเดินไปยังแม่น้ำอย่างช้าๆ เขาเดินไปบนคลื่น ราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นดินที่ดูมั่นคง ทุกครั้งที่มีคลื่นเข้ามา ดาบของเขาจะสับไปทางนั้น

 

ความจริงที่น่าอัศจรรย์ก็คือพวกเขาเห็นโคมไฟเคลื่อนที่ขึ้นลง หลังจากที่คลื่นได้ถูกแยกออกจากกัน ด้วยดาบที่ฟันลงมา โคมไฟกำลังนำทางเขา

 

ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าถามหรือแม้แต่หัวเราะเยาะ

 

พวกเขาถูกทำให้หวดกลัวด้วยถูกฉากในปัจจุบันนี้

 

พวกเขาเริ่มพูดคุยกันหลังจากที่เจียงซิ่วได้ก้าวลงไปในส่วนลึกของแม่น้ำเฉียน และก็หายตัวไปจากมุมมองสายของพวกเขา นายหญิงเฒ่าหวังที่เคยเยาะเย้ยเขา โดยการบอกว่าเขาไม่สามารถแม้แต่จะไปใต้น้ำได้ เขาก็โจมตีสวนกลับมาได้แข็งแกร่ง เขาเดินลงไปใต้แม่น้ำโดยใช้วิธีการที่น่าตกใจ

 

ถังเฉิ่นเชียน ถังเหวินชง และคนอื่นๆ  จากตระกูลถังทั้งหมด เต็มไปด้วยความมั่นใจ “อำนาจวิเศษของคุณเจียงนั้นเป็นของจริง…”

 

อนาคตของตระกูลถัง ขึ้นอยู่กับเจียงซิ่วแล้ว

 

อย่างที่สุภาษิตโบราณเคยกล่าว – เมื่อคนนึงได้รับเกียรติยศ ส่วนที่เหลือก็ได้ เมื่อคนนึงประสบกับความหายนะ ส่วนที่เหลือก็จะประสบ

 

จริงๆ แล้ว มันก็ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับเจียงซิ่ว ที่จะทำขั้นตอนพวกนี้ให้สำเร็จได้ ด้วยการบ่มเพาะในเวลาปัจจุบันของเขา แม้ว่าฉากนี้จะดูเท่ แต่เขาก็แทบจะดึงพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมาควบคุม

 

แม้ว่าเขาจะสูญเสียความแข็งแกร่งของเขาไป แต่เขาก็ทำให้สิ่งนี้ให้เป็นไปได้ ก็เพราะการรู้แจ้งในเรื่องเต๋าวารี เขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ่ง

 

ท้องฟ้ามืดลง ก่อนที่ทุกคนจะได้ตระหนักถึงมัน

 

ไม่มีใครสามารถหาเจียงซิ่วที่อยู่ใต้น้ำได้ แต่พวกเขาก็เห็นแสงแห่งแสงสว่างที่ส่องออกมาจากความมืด มันเป็นภาพที่แปลกประหลาดมากจริงๆ

 

การแสดงออกของนายหญิงเฒ่าหวังเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เจียงซิ่วได้ไปที่ใต้น้ำแล้ว เธอคาดการณ์ว่าถ้าบรรพบุรุษอยู่ที่นั่น เจียงซิ่วก็คงจะหาเขาพบอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

การต่อสู้ระหว่างเซียนกำลังจะเริ่มขึ้น