0 Views

บทที่ 85

บังคับให้พวกเขาต้องย้าย

 

ค่อนข้างเข้ากันได้? ฉันไม่เชื่อมันแน่นอน ตระกูลหวังยึดโครงการอนันทรัพย์ของคุณไป และแม้แต่กระทั้งหยามชื่อเสียงที่คุณมี ถ้าคุณยังไปเคารพพวกนั้นอยู่อีก นั้นก็เป็นเป็นการลดชื่อเสียงของตัวคุณลงแล้ว แต่เป็นแบบนั้นแล้ว คุณยังชื้นบานอยู่ได้อย่างไร คุณยังมีหน้ามาบอกว่า คุณค่อนข้างเข้ากันได้กับเขา?

 

ถังเฉิ่นเชียนขบคิด เขาสันนิษฐานว่าเจียงซิ่วจะต้องพ่ายแพ้ หลังจากที่ไปเยือนตระกูลหวังมาแล้ว และในที่สุด เขาก็รู้สึกกลัว เขาคิดคำพูดที่จะรักษาใบหน้าของเขาไว้ “นั้นดีแล้ว มิสเตอร์เจียง ฉันจะถึงรีสอร์ทของบอสซงเร็วๆนี้ จะให้ฉันไปรับคุณหรือไม่?”

 

“ไม่จำเป็น มีใครบางคนจากตระกูลหวังตามมาด้วย”

 

หลังจากที่วางสายลงไป เจียงซิ่วก็กล่าว “เฝ้าดูคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง จากที่สูงๆ มันเป็นฉากที่ค่อนข้างน่าสนใจ คุณหวัง จะมากับเทพคนนี้ เพื่อไปดูแม่น้ำหรือไม่?”

 

“ฉันจะไป” หวังเซียไฮ่ตอบกลับ

 

“โปรดตามฉันมา!”

 

ผู้ที่อยู่ภายในลานตระกูลหวัง ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกตระกูลหวังทั้งสิ้น แต่คนที่มาชุมนุมกันนอกประตูจอนนี้ คือพวกที่มาขอความช่วยเหลือจากตระกูลหวัง ตระกูลหวังจะเสียใบหน้าของตัวเอง หากเจียงซิ่วออกจากที่นี่ไปได้ หลังจากที่ย่ำก้าวเข้าไปในบ้านของพวกเขาแล้ว

 

นายหญิงเฒ่าแนะนำ “มันไกลมาก จนกว่าที่จะเห็นกระแสน้ำจากที่นี่ ตระกูลของเรามีเฮลิคอปเตอร์ คุณเจียงคิดว่าไง ที่จะนั่งมันไป?”

 

“แขกจะต้องทำตามประสงค์ของเจ้าภาพ”

 

เขาไม่กังวลว่าตระกูลหวังจะเล่นตุกติกอะไรกับเขา ก็ในเมื่อหวังเซียไฮ่อยู่ในมือของเขาแล้ว

 

ตระกูลหวังถูกเรียกว่าตระกูลหวังได้ ก็เนื่องมาจากมรดกที่ถูกสะสมมา 200 ปี มีแม้แต่กระทั่งลานจอดต์เฮลิคอปเตอร์อยู่ในสวน นายหญิงเฒ่าไปส่งพวกเขาตรงนั้น “สินทรัพย์จะพร้อมในช่วงเวลาอาหารค่ำ คุณเจียงสามารถเชยชมกระแสน้ำได้ตามสบาย”

 

“ดูแลตัวเอง!”

 

หวังซินตงซ่อนตัวอยู่ภายนอก จ้องมองไปยังเจียงซิ่วที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมกับผู้นำตระกูล เธอรู้สึกตกใจ เธอเป็นคนนำเจียงซิ่วมาที่นี่ ดั้งนั้นเธอจึงเชื่อว่าเป็นเพราะเธอ ตระกูลหวังถึงต้องเจอเคราะห์กรรมเช่นนี้ ทำให้เกิดการเสียชีวิตของพี่ชายและน้องสาวของเธอเอง เธองุงงงมากยิ่งขึ้น เมื่อแม่หญิงเฒ่าไปส่งเขาด้วยตัวเอง และแม้แต่กระทั่งส่งผู้นำตระกูลไปกับเขา แม้ว่าเขาจะฆ่าคนของตระกูลหวังไปมากมายก็ตาม นี้มันเป็นบางสิ่ง ที่แม้แต่กระทั่งความตายของเข าก็ไม่อาจชดใช้ได้

 

“นี่…”

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

ตระกูลหวังตื่นตระหนก หลังจากที่เฝ้าดูเฮลิคอร์ปเตอร์บินไปไกล “นายหญิงเฒ่า มันจำเป็นที่ต้องให้ตระกูลหวังเราแสดงความสุภาพกับเขา? ตระกูลหวังเราจำเป็นต้องกลัวเขา เพียงเพราะเขาแค่เป็นเซียน?”

 

ดวงตาของนายหญิงเฒ่าเรืองแสงออกมาจางๆ ขณะที่เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก “แกมันโง่!”

 

“บอกฉัน ว่าเซียนที่อยู่ในประเทศจีนมีกี่คน?”

 

ผู้อาวุโสชงักอารมณ์ของตัวเองลงไป ขณะที่ได้ยินคำกล่าวนี้

 

“ประเทศจีนของเรามีเซียนที่ถูกจัดอันดับอยู่ สิบสามคน เพียงแค่สิบสาม แกเข้าใจไหม ว่านี่หมายถึงอะไร?”

 

“พลังของเด็กหนุ่มคนนั้น เทียบได้กับพวกเขาเหล่านั้น เกี่ยวกับเรื่องความแข็งแกร่ง เขาอาจยืนอยู่บนยอดพีระมิดในประเทศจีนแห่งนี้”

 

ในที่สุดทุกคนต่างก็ตระหนักได้ว่า คนอย่างเจียงโหลวเซี่ย เป็นคนประเภทไหน

 

“ก็จริงอยู่ ที่ตระกูลหวังของเราไม่จำเป็นต้องกลัวเขาก็ได้ แต่แกต้องการให้เขาสู้กับบรรพบุรุษอาวุโสที่ปกป้องเราอยู่หรือไร?”

 

ถ้าเซียนที่ปกป้องตระกูลหวังพ่ายแพ้ มันก็จะจบลงด้วยการที่ตระกูลหวังถูกล้างบาง

 

ขณะที่เจียงโหลวเซี่ยไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องใดๆ เลย เพราะเป็นแบบนี้ ตระกูลหวังเราก็ไม่จำเป็นต้องเดิมพันทุกอย่างไปกับเขา

 

บางคนก็ยังรู้สึกผิดหวังอยู่ดี “เราจำเป็นต้องให้สินทรัพย์ 80% ของตระกูล?”

 

สมาชิกกตระกูลถูกฆ่าตาย เงินถูกยึด พวกเขาสงสัยว่าพวกเขาจะยอมรับความอัปยศนี้ได้หรือไม่

 

“เซียสง แกโง่ขึ้นเพราะอายุหรือไร แม้แต่ตระกูลหวังเรา ก็ยังไม่ทราบว่าตัวเองมีสินทรัพย์มากแค่ไหน นับประสาอะไรกับเขา พวกเราจะให้เขาไปแค่บางส่วนเท่านั้น”

 

ทุกคนสวมแววตาที่ดูเข้าใจ

 

สมมุติว่าตระกูลหวังมีสินทรัพย์มากกว่า 1 แสนล้าน พวกเขาจะต้องให้เงินจำนวน 8 หมื่นล้านกับเจียงซิ่ว เหลือไว้ให้พวกเขาเพียงแค่ 2 หมื่นล้านเท่านั้น นี่จะส่งผลกระทบต่ออิทธิพลของตระกูลหวังมากเกินไป และมันก็จะทำให้พวกเขาเสียหน้า

 

สายตาของนายหญิงเฒ่าเผยแววความเฉลียวฉลาด เธอสนับสนุนตระกูลมาเป็นเวลานาน แม้ว่าการก้าวหน้าของพวกเขาจะถูกทำให้ต่ำลง แต่ไม่ว่าเรื่องแบบไหน มันก็มักจะมีโอกาสอยู่เสมอ เป้าหมายของพวกเขาก็คือประคองตระกูลให้คงอยู่ตลอดไป

 

“ไป และเตรียมสมบัติมาให้เหมาะสม”

 

มันใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ในการขับรถจากบ้านตระกูลหวังไปที่รีสอร์ท แต่ใช้เวลาเพียง 5-6 นาทีเมื่อนั่งเฮลิคอปเตอร์ แม้ว่ารีสอร์ทจะไม่ได้มีลานเจอเฮลิคอปเตอร์อยู่ในบริเวณนั้น แต่มันก็เป็นเรื่องง่าย ที่จะหาสถานที่ให้พวกเขาลงมา

 

เฮลิคอปเตอร์บินผ่านฝูงชน และบินไปยังตึกที่สูงที่สุด ลงจอดบนด้านฟ้า ถังเฉิ่นเชียน บอสซงและคนอื่นๆ รออยู่ที่นั่นมาเป็นเวลานานแล้ว

 

นี่เป็นเรื่องสำคัญแม้แต่กระทั่งเด็กตัวเล็ก พวกเขาไม่สามารถทำพลาดได้แม้แต่เพียงเล็กน้อย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสองนายใหญ่ อย่างเช่นคุณหวัง และคุณเจียง

 

“มิสเตอร์เจียง…”

 

ถังเฉิ่นเชียนและบอสซง เรียกเขาอย่างเคารพนับถือ ถังเฉิ่นเชียนเป็นคนที่เห็นหวังเซียไฮ่ก่อน แต่ใครบางคนอย่างเช่นบอสซง ที่ระดับต่ำลงมาห่างจากปลายแถวไม่มากนัก เมื่อได้เห็นเขาเป็นครั้งแรก เขาจึงรู้สึกกลัวมาก

 

หวังเซียไฮ่สวมใบหน้าที่เย็นชา และครานที่จะตอบกลับใคร

 

เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะจัดการกับคนที่ไม่มีนัยยะสำคัญเหล่านี้

 

“คุณเจียง…”

 

“วิลล่าริมทะเลที่ดีที่สุดได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว…”

 

“ที่ไหน?”

 

“โดยธรรมชาติแล้วมันย่อมเป็นศาลาเบย์วิว…” วิลล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับชมกระแสน้ำ กระแสน้ำอาจสังเกตได้ดีที่สุดจากที่นั่น และก็ยังเป็นวิลล่าที่ดีที่สุดในรีสอร์ท

 

เจียงซิ่วพยักหน้า “ฉันมาพร้อมกับคุณหวัง ก็เพราะกำลังรอรับสิ่งของที่เป็นของๆ ฉันอยู่”

 

เสื้อผ้าของเขายังคงอยู่ในห้องเดี่ยวนั้น แม้ว่าจะมีเพียงกระเป๋าใบเล็กๆ แต่เขาก็ยังคงต้องเอามันกลับมา

 

หลังจากรวบรวมสิ่งต่างๆ เสร็จ เขาเพิ่งจะแพ็คของได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู เฉิงหลิงซูยืนอยู่ด้านนอก และกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอก็รู้สึกประหลาดใจ เมื่อเห็นเขากำลังเก็บของ “นายกำลังจะไปไหน?”

 

“เทพคนนี้กำลังจะย้ายไปอยู่ห้องอื่น”

 

“นายก็กำลังจะย้ายห้องเหมือนกัน?”

 

เฉิงหลิงซูและคนอื่นๆ พักอยู่ในวิลล่าที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ เย่เหวินเฉินถูกดูแลดีเป็นพิเศษ เขาจึงได้เป็นวิลล่าเบย์วิวทีมีชื่อเสียง แต่พี่ชายซงบอกให้พวกเขาออกไป โดยการให้เหตุผลว่ามีนายใหญ่กำลังเข้ามา พวกเขาทำอะไรไม่ถูก ทำได้แต่เพียงย้ายไปวิลล่าหลังอื่น นี้ยังไงมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหดหู่อยู่ดี เพราะความไม่เท่าเทียมของการดูแล

 

ขณะที่พวกเขากำลังจะย้ายจากวิลล่าจากระดับไฮแลนด์ไปสู่ชั้นล่าง และที่พักของเจียงซิ่วจะถูกลดลงไประดับไหนหละ?

 

อย่างมากสุด ก็คงเป็นห้องน้ำ

 

“ไปที่ไหน?”

 

“วิลล่า!”

 

“วิลล่า?” ดวงตาของเฉิงหลิงซูเบิกกว้าง แต่น้ำแข็งก็ถูกปกคลุมใบหน้าของเธอในวินาทีถัดไป “ลุงเจียงส่งเงินให้นาย?”

 

“นายจะทำอะไรที่มันฟุ้งเฟ้อแบบนี้ได้ไง? นายต้องการอาศัยอยู่ในวิลล่า เพียงเพราะเราจะได้อยู่ที่เดียวกัน?”

 

“เธอคิดว่าตัวเองได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในวิลล่าได้ แต่เทพคนนี้ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้?”

 

เฉิงหลิงซูขมวดคิ้ว “นายไม่เห็นสถานการณ์ของครอบครัวนายรึไง? ลุงเจียงและป้าเจียงธรรมชาติแล้วต้องให้รางวัลสำหรับคะแนนสอบที่ดี  แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านายจะต้องเอามันไปชิงดีชิงเด่นกับใครนิ”

 

“ฉันมองนายผิดไปจริงๆ นายทำให้ฉันรู้สึกผิดหวัง ลุงเจียงและป้าเจียง เลี้ยงดูลูกชายแบบนายขึ้นมาได้อย่างไร? พวกเขากำลังทำงานอย่างหนัก ก็เพื่อที่จะให้นายสามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่อจากนี้ได้ และนายก็ยังจะเอาเงินของพวกเขา มาใช้แบบนี้อีก?”

 

เจียงซิ่วเลิกคิ้วของตัวเองขึ้น “เธอมาที่นี่ เพื่อมาพูดแบบนี้?”

 

“ลืมไปเถอะ คงไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับนายแล้ว ฉันมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ห้องของเรามีการเปลี่ยนแปลง เพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องเข้าไปในห้องก่อนหน้านี้ ดั้งเช่นคนบ้า”

 

มันคงไม่เหมาะสม ถ้าเจียงซิ่วหลุดเข้าไปในห้องนั้น หลังจากที่มีนายใหญ่ปรากฏตัวขึ้น

 

เธอมาที่นี่เพื่อแจ้งให้เขาทราบ

 

“นั้นคือทั้งหมด”

 

แต่หลังจากที่เธอหันไปรอบๆ เธอก็หยุดลง “ห้องนี้ฟรี และไม่ต่างจากที่บ้านหรือหอพักของนาย อย่าเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ และทำตัวให้เหมาะสมกับสถานะของตัวเอง”

 

เธอก็ออกไปหลังจากกล่าวได้แบบนั้น

 

เฉิงหลิงซูไม่ทราบว่าความอคติของเธอที่มีต่อเจียงซิ่วได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น แม้ว่าเจียงซิ่วจะไม่เคยทำอะไรเกินเลยเธอก็ตาม ยกเว้นการหลอกให้เธอซักผ้าของเขาเพียงแค่ครั้งเดียวในตอนนั้น และแม้แต่กระทั่งรับปากบางอย่างกับเขา เพื่อที่จะได้ให้เขาลงสัญญนามไปในเอกสารยกเลิกการหมั้น เธอรู้สึกตื่นเต้น และพบว่ามันยากที่จะสงบลง เมื่อมองไปที่เขา

 

เขาเป็นคนที่น่าสงสาร  แต่ก็มักจะทำตัวแปลกแยกออกไป ราวกับว่าเขาเกลียดชังไปซะทุกอย่าง เฉิงหลิงซูไม่ชอบวิธีการจ้องมองของเขา ซึ่งดูเหมือนราวกับจะบอกว่า ในสายตาของเขา เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรในโลกใบนี้เลย แม้แต่นิดเดียว

 

เธอต้องการให้เขาก้มศรีษะลงแก่เธอ บางที เธออาจจะช่วยให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แบบนี้ก็ได้

 

“ซูซู มีอะไรรึเปล่า?” โอหยางเชียนถาม เมื่อเห็นเฉิงหลิงซูเดินกลับมาด้วยความโกรธ

 

“ไม่มีอะไร!”

 

ตอนนี้ ใบหน้าของพวกเขาทุกคนดูน่าเกลียดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย่เหวินเฉิน ก็เมื่อตระกูลซง ปฏิบัติกับเขาเป็นอย่างดีในช่วงเวลากลางวัน แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่ได้ไว้หน้าให้กับเขาใดๆ เลย และก็ให้เขาย้ายไปพักบ้านหลังอื่น

 

นี่มันนับว่าเป็นการดูหมิ่น

 

เขาสามารถยอมรับมันได้ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ต่อหน้าเฉิงหลิงซู

 

“ยายมันเถอะ นายใหญ่นั้นเป็นใคร อัศจรรย์มากพอที่จะขับไล่เราออกไปได้เลยหรือไง?” หลินชวูร้องโวยวาย