0 Views

บทที่ 84

ฉันกับคุณหวังเราค่อนข้างเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว

 

เสียงดังสนั่นกึกก้องเกิดขึ้น “เจียงโหลวเซี่ยจากเมืองเจียง มาเยือนตระกลูหวังเพื่อทำความเคารพท่านผู้นำตระกูล หวังเซียไฮ่” มาพร้อมกับเสียง เจียงได้ก้าวผ่านประตูที่เรียกว่าประตูศุนย์เทพีมาอย่างผ่อนคลาย

 

พวกเขาหลายคนกลายเป็นตื่นตระหนก หลังจากที่เห็นบุคคลโผ่ลพรวดออกมา ชายหนุ่มแปลกประหลาดคนนี้อายุราวๆ 20 ปี และยันต์สีทองสองอันที่เขาถือไว้อยู่ในมือ ก็ได้เข้ามาสู่มุมมองพวกเขา

 

ในทันที เขาซัดยันต์ออกไป และทำสัญลักษณ์นิ้วตามหลังจากนั้น พลังที่รุนแรงปะทุออกมาดั่งคลื่นทะเล โจมตีลูกศิษย์ทั้งหมดที่ขวางทาง มันจึงทำให้พวกเขาลอยขึ้นไปในอากาศ

 

“แกกล้า!”

 

ผู้อาวุโสคนนึงที่อยู่ในห้องโถงทะยานไปด้านหน้า สะสมพลังมนตร์คาถาหมอผีไว้ด้านหลัง หวังว่าจะจะสะกดข่มเจียงซิ่วให้ได้ด้วยมนตร์คาถาของเขา

 

“ทำลาย!”

 

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลงต่อหน้าเจียงซิ่ว ตอนนี้ไม่มีใครสามารถยืนอยู่นิ่งได้อีกต่อไป ขณะที่กระแสลมรุนแรงก็พัดเข้ามาในบ้าน ส่งผลให้ทำเพดานในที่แห่งนี้ กลายเป็นสั่นสะเทือน มันแทบจะพังทลายลงมา

 

“พลังกล้าแกร่งอะไรเช่นนี้…”

 

เสื้อคลุมของหวังเซียไฮ่กระพือ เนื่องจากแรงลม อย่างไรก็ตาม ขาของเขายังยึดติดกับพื้นอย่างเหนียวแน่น เขาป้องมือและทักทาย “คุณเจียง เรารู้สึกเป็นเกียรติที่คุณได้มาเยือนตระกูลเรา โปรดยกโทษให้แซ่หวังคนนี้ ที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับคุณ”

 

เจียงซิ่วหยั่งเชิงเขา “ฉันได้ยินมาว่าเหล่าผู้นำเมืองต่างๆ จำเป็นต้องมาที่ตระกูลหวังเพื่อทำความเคารพ เทพคนนี้เองก็มาตามกฏด้วยเช่นเดียวกัน”

 

ท่าทางของหวังเซียไฮ่กลายเป็นซีด “คุณเจียง โปรดให้อภัยที่เราไร้มารยาท”

 

คำพูดเหล่านี้แม้จะดูเหมือนคำขอโทษ แต่มันก็ยังดูจอมปลอม

 

ถ้าตระกูลหวังรู้ว่าเจียงซิ่วแข็งแกร่งแบบนี้ เขาจะไม่เข้าไปแหย่รังแตนแน่นอน แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

 

“เซียสง ไปนำสิทธิ์บัตรของโครงการอนันทรัพย์มา”

 

หวังเซียสงพยักหน้า และเดินไปที่โต๊ะเพื่อเอามันมา

 

“ท่านผู้นำตระกูล!”

 

เมื่อหวังเซี่ยไฮ่ได้รับมันมา เขาก็ค่อยๆ กล่าวออกมาอย่างช้าๆ “คุณเจียง โครงการอนันทรัพย์จะกลับไปหาเจ้าของที่แท้จริงของมัน” ท่าทางของเขาดูน่าเกลียดมาก แต่เขาก็ยังคงพยายามเค้นรอยยิ้มออกมา “ฉันได้ยินชื่อเสียงยอดเยี่ยมของคุณเจียงมานานแล้ว ฉันตัดสินใจทำเรื่องตลกเล็กๆ ลงไป ฉันไม่เคยคาดหวังเลยว่าจะถูกโต้กลับในลักษณะแบบนี้”

 

“เรื่องตลก?”

 

“แน่นอน”

 

แม้การแสดงผิวเผินเขาจะดูเรียบง่าย แต่ภายใต้นั้นมันซ่อนไว้ด้วยความโกรธเคือง 30 ชีวิตที่ต้องสูญเสียไป และมันรวมไปถึงหนึ่งในผู้อาวุโสด้วย ความเกลียดชังถูกฝั่งลงไปในสายเลือด ตัวของหวังเซียไฮ่หวังที่จะสับเขาให้เป็นชิ้นๆ ให้ได้!

 

แต่แม่ของเขาก็ได้เตือนแล้วว่า เจียงโหลวเซี่ยนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งเขาได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับตระกูลหวังซักเท่าไหร่ ที่จะลงมือโดยพลการ เขาไม่มีทางเลือก ได้แต่ต้องอดทน และสร้างสันติภาพกับเจียงซิ่ว

 

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของหวังเซียไฮ่นั้นแตกต่าง มันไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นเซียนหรือไม่ เพราะแม้แต่ตระกูลของพวกเขาก็มีเซียนอยู่เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเขาจะเป็นเซียน หวังเซียไฮ่ก็คิดว่าเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับเซียน และก็คงไม่สามารถเทียบเทียมกับบรรพบุรุษของเขาที่ที่บ่มเพาะมาหลายร้อยปีแล้วได้แน่อนอน

 

แต่สิ่งที่เขาไม่เคยคาดหวังก็คือ เจียงซิ่วไม่รับใบสิทธิ เขาล้อเลียน “เทพคนนี้ฆ่าสมาชิกตระกูลหวังของคุณไป นั้นก็เป็นเรื่องตลกด้วยรึเปล่า?”

 

เทพซิ่วกำลังตบใบหน้าเขาอย่างโจ้งแจ่ง

 

การแสดงออกของหวังเซียไฮ่การเป็นแข็งทื่อ มันน่าเกลียดเป็นอย่างมาก ผู้อาวุโสด้านข้างก็รู้สึกไม่พอใจ และก็อยากจะใช้ทุกอย่างที่มี นำไปปลิดชีวิตของเจียงซิ่วให้สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม หวังเซียไฮ่ได้แต่กัดฟันพูดเท่านั้น

 

“ตามเรื่องราวแล้วก็คงเป็นแบบนั้น”

 

“ตั้งแต่เรื่องทั้งหมดนี่มันนับว่าเป็นเรื่องตลก คุณเจียงคงจะไม่แค้นอะไรอีก…”

 

เขาสาบานว่าจะทำให้เจียงซิ่วต้องเสียใจ หลังจากที่เขาได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา

 

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของเจียงซิ่วเปลี่ยนเป็นเย็นชา “คุณหวังคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เจียงคนนี้ ไม่เคยเล่นตลกกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่พยายามสร้างปัญหาให้กับเทพคนนี้  พวกเขาล้วนเสียใจไปตลอดชีวิต หลังจากที่ทำแบบนั้นไปแล้ว”

 

ใบหน้าของหวังเซียไฮ่เปลี่ยนไป “คุณหมายความว่าไง?”

 

“คิดว่าจะสามารถแก้ไขทั้งหมดนี้ได้ด้วยเพียงแค่การบอกว่า ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องตลก?”

 

“งั้นสิ่งที่คุณต้องการคืออะไร?”

 

“คนของคุณไม่ได้บอก? เทพคนนี้ต้องการหุ้น 80% ของตระกูลคุณ”

 

“80%?”

 

ใบหน้าของเหวังเซียไฮ่กระตุก เขาได้มาถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว

 

“คุณเจียง คุณคิดว่าตระกูลของฉันเป็นเรื่องง่ายที่จะข่มเหง?”

 

“งั้นคุณหวังคิดว่าเทพคนนี้เป็นเรื่องง่ายที่จะข่มเหง?”

 

“ถ้าตระกูลหวังของฉันไม่ยอมรับมันหล่ะ?”

 

ประกายเย็นชาแวบผ่านดวงตาของเขา ขณะที่เขาโบกมือข้างขวาของตัวเองออกไป ไปยังเด็กรุ่นเยาว์ของตระกูลหวัง ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พลังงานอันแหลมคม วิ่งไปหาเขา และก็ตัดเขาเป็นสองออกเป็นสองท่อน ที่เอว เขาไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้กรีดร้องออกมา

 

“ถ้าเป็นกรณีนั้น เทพคนนี้ก็ยังจะอยู่ที่นี่ และก็ฆ่าทั้งหมด ทีละคน!”

 

“คุณ…”

 

เหล่าผู้อาวุโสไม่เคยเห็นว่าเหล่าเด็กๆ ข้างนอก เสียชีวิตอย่างไร แต่หลังจากที่ได้เห็นฉากอันน่าเศร้านี้ ด้วยสายตาของพวกเขาเองแล้ว พวกเขาก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง พวกเขาไม่สามารถอดทนกับมันได้อีก ตระกูลหวังไม่เคยถูกหมิ่นเกียรติเช่นนี้มาก่อนในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา เขามันเป็นเพชฌฆาตที่ฆ่าคนอย่างไร้ความปราณี

 

พวกเขาแต่ละคนปรารถนาที่จะฆ่าเขา

 

“ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่…”

 

มีเสียงหัวเราะดังขึ้นในห้องโถง

 

“คุณเจียง คุณเป็นถึงเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมคุณถึงยัดเยียดความน่าอึดอัดใจ ให้กับคนรุ่นใหม่?”

 

ผู้ที่กล่าวว่าคำ คือหญิงชราคนหนึ่งที่มีผมสีเทา เธอก้าวไปข้างหน้า และก็พุ่งไปได้ไกลถึง 4-5 เมตร ลักษณะของเธอดูผ่อนคลาย ในทันทีเธอก็พุ่งมาไกลมากกว่าระยะ 50 เมตรแล้ว

 

“นาหญิงเฒ่า…” ทุกคนในตระกูลหวังรู้สึกหม่นหมอง

 

พวกเขาไม่เคยประสบกับภัยพิบัติเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่ที่พวกเขาเกิดขึ้นมา

 

ทุกคนหวังว่านายหญิงเฒ่าจะออกคำสั่งให้โจมตี

 

“ตระกูลหวังของคุณไม่เคยพินิจตัวเอง แม้แต่คนรุ่นเยาว์ก็ยังต้องการให้ฉันทำความเคารพต่อตระกูลหวัง” เจียงซิ่วไขความ

 

“เป็นตระกูลหวังเราเอง ที่ข่มขู่คุณเจียงก่อน แต่เราก็ได้รับบาดเจ็บหนักแล้ว นี้ยังไม่พอที่จะระงับความโกรธของคุณเจียงได้อีก?”

 

นายหญิงเฒ่าแน่ชัดแล้วว่าเจียงซิ่วเป็นเซียน หลังจากที่ได้โฉมยลการโจมตีของเจียงซิ่ว

 

อำนาจของเขาเกินขอบเขตความรู้ของมนุษย์ไปแล้ว

 

“เทพคนนี้ได้กล่าวไปแล้ว ใครก็ตามที่กระทำผิดต่อเทพคนนี้ มันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

 

นายหญิงเฒ่าสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ หลังจากที่เผชิญหน้ากับเจียงซิ่วตรงๆ เธอรู้ได้ทันทีว่าเขามุ่งมั่นที่จะฆ่าเป็นอย่างมาก หลังจากพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ แล้ว เธอก็พยักหน้า “ตระกูลหวังของเราเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณเจียง”

 

“นายหญิงเฒ่า!”

 

“ท่านทำแบบนั้นไม่ได้นายหญิงเฒ่า!”

 

เหล่าผู้อาวุโส เช่นเดียวกับหวังเซียไฮ่ ร้องตะโกนออกมา

 

พวกเขาไม่พร้อมที่จะประนีประนอมกับเขา มันก็เนื่องจากความเกลียดชังฝั่งลึกที่เกิดขึ้น เจียงซิ่วฆ่าสมาชิกหลายคนจากตระกูลของพวกเขา อย่างไรก็ตาม นายหญิงเฒ่าเพียงแค่โบกฝ่ามือ “หญิงชราคนนี้ได้ตัดสินใจไปแล้ว”

 

“เป็นเกียรติสำหรับตระกูลหวัง ที่คุณเจียงสนใจในอุตสาหกรรมของเรา”

 

เจียงซิ่วเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน

 

“ถึงจะเป็นแบบนั้น คุณเจียง ได้โปรดมอบเวลาให้หญิงชราคนนี้สักพัก เนื่องจากมีอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ต้องจัดการ หญิงชราคนนี้อยากจะขอยืดเวลาไปถึงช่วงอาหารเย็น”

 

เจียงซิ่วจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง และก็พยักหน้า “เอาเถอะ!”

 

“ยังไงก็ตาม เทพคนนี้ไม่ได้มาที่เมืองฮังด้วยเรื่องๆ เดียว งั้นแล้ว ฉันอยากขอให้ผู้นำตระกูลตามฉันมาด้วย”

 

เจียงซิ่วเป็นนักบ่มเพาะสายเลือดพระเจ้าที่อยู่แค่ในช่วงวัยหนุ่ม และมีเพียงแค่ห้าสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เขาจึงต้องระมัดระวังตัวให้มาก นั้นก็เพราะเขาไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของระดับเซียนนั้นเป็นอย่างไร

 

“เซียไฮ่ คุณเจียงเชิญแกไปด้วย งั้นก็ไปกับเขา”

 

แม้ว่าหวังเซียไฮ่จะไม่เต็มใจ ต้องการที่จะฆ่าเขา ต้องการที่จะดื่มเลือดเขา และก็กินเนื้อเขา แต่คำพูดของมารดา ก็คล้ายกับคำสั่งของจักรพรรดิ เขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธ “ฉันจะไปกับคุณ”

 

“ฉันสงสัยว่าคุณเจียงต้องการไปที่ไหน…”

 

ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจียงซิ่วก็เริ่มดังขึ้น เขาดูไปที่ ID ผู้โทร มันเป็นถังเฉิ่นเชียน “พ่อแก่!”

 

“มิสเตอร์เจียง ฉันรู้มาว่าคุณอยู่ในเมืองฮัง คุณกำลังไปทำความเคารพตระกูลหวังอยู่?” ถังเฉิ่นเชียนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากในตอนนี้ เหงื่อเย็นไหลลงมาจากหน้าผากของเขา ก่อนหน้านี้ บอสซงโทรมาหาเขา และอธิบายสถานการณ์กับเขาว่าเจียงซิ่วกำลังเดินทางไปยังตระกูลหวัง

 

ตอนนั้นเอง ถังเฉิ่นเชียนก็ตระหนักได้ว่าเหตุการณ์ใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น สถานที่เล็กๆ อย่างเมืองเจียง โดยธรรมชาติแล้วมันย่อมไม่สามารถเปรียบเทียบตระกูลหวังได้ ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะหยุดเขา

 

“งั้นมั้ง!”

 

ถังเฉิ่นเชียนเกือบจะเป็นลมหลังจากได้ยินคำตอบของเจียงซิ่ว

 

ตระกูลของเขาหาผู้อุปถัมภ์มาได้อย่างยากลำบาก และหวังว่าลูกหลานของเขาจะพึ่งพาเขาให้มีชีวิตที่ดีและยืนยาวต่อไปได้ เขาฝากความหวังไว้ที่เจียงซิ่ว แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่า…

 

“คุณไม่สามารถสร้างปัญหาที่นั่นได้ คุณเจียง โปรดฟังคำพูดของฉัน ตระกูลหวังทรงพลังอำนาจมาก คุณจำเป็นต้องไม่แสดงท่าทีรุนแรง”

 

เจียงซิ่วมองไปยังข้าวของที่ยุ่งเหยิง และก็คิดว่ามันสายเกินไปแล้วสำหรับคำพูดเหล่านั้น

 

“ฉันกับคุณหวังเราค่อนข้างเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว….”