0 Views

บทที่ 83

โจมตีทางเข้า

 

ผู้คนที่เฝ้ามองเจียงซิ่วอยู่ด้านหลัง เริ่มสั่นสะท้าน เมื่อเห็นการจ้องมองของผู้อาวุโสตระกูลหวัง “ทำไมเธอถึงไม่ขออุตสาหกรรมทั้งหมดของเราไปเลยหล่ะ?”

 

แม้ว่าตระกูลจะมีมรดกสะสมมาไว้มากกว่า 200 ปี และยังคงดำรงอยู่อย่างสูงส่งในเจียงหนานได้เสมอมา แต่เหตุผลที่พวกเขาไม่สนใจเงินเหล่านั้น  ก็เพราะว่าพวกเขามีหลายอุตสาหกรรมไว้ในการครอบครอง และไม่เคยขาดแคลนเงิน อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีเงินแล้ว มันก็คงยากสำหรับตระกูล ที่จะรักษาตัวเองไว้อยู่ได้ ถูกขอให้โอนหุ้น ก็ไม่ต่างไปจากการที่เจียงซิ่วขอกระดูกสันหลังของพวกเขาไป

 

“คุณกำลังบอกว่า ไม่ต้องการทำมัน?”

 

“คุณเจียง การบ่มเพาะของเธอ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมาก ตระกูลหวังของฉันต้องการสงบสุขกับเธอ แต่คำขอของเธอมันมากเกินไป”

 

“เทพคนนี้ไม่ได้กำลังปรึกษา แต่เป็นการสั่ง”

 

เจตนาฆ่ากลับมาอีกครั้ง และมันก็ห้อมล้อมพวกเขาไว้

 

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญรุ่นอาวุโสคนอื่นๆ เยาะเย้ยเขา “แกหยิ่งเกินไปแล้ว สารเลว! อาวุโสสาม คุณกำลังรออะไรอยู่ พวกเราไม่สามารถให้อภัยเขาได้ แม้ว่าเขาจะตายลงไปแล้วก็ตาม เรื่องนี้มันเกี่ยวพันธ์กับลูกหลานตระกูลหวังจำนวนมาก”

 

“สาวเลว แกคงไม่คิดว่าตัวเองโดดเด่น เพียงเพราะแค่บ่มเพาะได้ถึงระดับนี้ใช่ไหม อย่างมากที่สุด แกก็อยู่ได้แค่ระดับสุดยอดกำลังขั้นสูง ถ้าฉันไม่เห็นมันไม่ผิด ตอนนี้แกกำลังใช้ทักษะดาบ-โบราณ อยู่สิท่า”

 

“แม้ว่าตระกูลหวังของเราจะสืบทอดทักษะศิลปะการต่อสู้มานาน แต่หนึ่งในบรรพบุรุษของเรา ก็เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหมอผี…”

 

ชายคนนี้อายุประมาณ 60 ปี และสวมเสื้อคลุมสีดำ ส่งผลทำให้เขาดูสุภาพเรียบร้อย สังเกตได้ถึงความแปลกแยกไปจากสมาชิกคนอื่นๆ ทันทีที่เขาอธิบายเรื่องนี้ ทุกคนเข้าใจได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีแค่บทบาทธรรมดาๆ

 

เขาคือ หวังหยี่เตา จากตระกูลหวัง

 

หมอผีชั้นยอดที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูล

 

เขาทำหน้าเคร่งขรึม และใช้มนตร์คาถาของเขา ทำให้เปลวไฟปรากฏขึ้นมามือ มันเป็นขนาดเท่าลูกบาส เมื่อมันปรากฏตัวออกมา ก็ส่งผลทำให้อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว

 

ถือลูกบอลเปลวไฟไว้เช่นนี้ เขานับว่าปรากฏตัวออกมาได้เหมือนกับเทพเจ้าแห่งเปลวไฟ

 

ทุกคนตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันช่างเป็นอะไรที่น่าเลื่อมใส แม้แต่เด็กรุ่นเยาว์ในตรกูลหวัง ก็ไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ นับประสาอะไรกับพวกผู้คนอยู่ด้านนอก หวังซินตง ปิดปากด้วยมือของเธอไว้ ก็เพื่อไม่ให้ตัวเองเปล่งเสียงออกไป วันนี้ ในที่สุดเธอก็เห็นหมอผีที่แท้จริง

 

“แกเชื่อว่าตัวเองสามารถทำทุกอย่างได้เท่าที่ต้องการ กับตระกูลหวังเรา?”

 

กลิ่นอายของหวังหยี่เตาพุ่งทยานขึ้น ขณะที่ไฟก็กลายป็นสว่างไสวและเปลวไฟเพิ่มพูนขึ้นทุกครั้งที่เขาก้าวไปข้างหน้า

 

เปลวไฟมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1 เมตรแล้ว

 

“สามัญชน ทำไมแกยังไม่นั่งคุกเข่าอีก?”

 

“แกต้องการลิ้มรสเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์?”

 

ความเย็นชาวูบผ่านประกายตาของเจียงซิ่ว เขาไม่ได้ถอยหลังหรือก้าวไปข้างหน้า เขากำลังรอคอย ขณะที่ศัตรูกำลังก้าวเข้ามาใกล้ๆ ที่ละก้าวๆ เขาสวมรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูเหมือนเป็นรอยยิ้ม

 

“แกกำลังติดพันอยู่กับความตาย!”

 

หวังหยี่เตาเปลี่ยนตราประทับในมือ และชี้ไปทางเจียงซิ่ว ส่งผลทำให้เปลวไฟพุ่งตรงไปทางเจียงซิ่ว และเหมือนกับว่ามันกำลังขยายขนาดขึ้นไปเรื่อยๆ หลังจากที่มันหลุดออกไปได้ไม่นานมันก็กลายเป็นเปลวไฟมังกร

 

การลงมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงระดับบ่มเพาะของเขา ว่ามันสูงมากเพียงไหน เขามาถึงระดับกลางของขั้นก่อรากฐานเรียบร้อยแล้ว ห่างชั้นมากกว่าท่านอาจารย์น้อย หรือหมอผีคนอื่นๆ ไปมากโข เขาเป็นเหตุผลที่ตระกูลหวังยังคงเพลินเพลินกับชื่อเสียงได้ถึงทุกวันนี้

 

เปลวไฟนั้นแพร่อณุภูมิสูงออกมาโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง

 

“น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

 

“ตระกูลหวัง! สมกับชื่อเสียงจริงๆ!”

 

ใครก็ตามที่กล้ารุกรานตระกูลหวัง จำเป็นต้องหันย้อนกลับมามองตัวเอง ว่าไพ่ในมือมีอยู่แค่ไหน ไม่งั้นพวกเขาก็คงต้องมีจุดจบที่น่าสังเวชแล้ว

 

“เทคนิคเด็กน้อย นั้นคือทั้งหมด”

 

การดูถูกเต็มอยู่ในดวงตาของเจียงซิ่ว ภายใต้การจ้องมองแบบทำความเข้าใจไม่ได้ของทุกคน เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวมือที่เรียวยาวของเขา ในตอนนั้นเอง เปลวไฟมังกรก็พุ่งผ่านเข้าไปในฝ่ามือของเขา และก็หายไป ขณะที่ทิ้งประกายไฟไว้เล็กน้อย

 

เปลวไฟของหวังหยี่เตานับว่าใหญ่โตมาก ขนาดมันพอๆ กับต้นไม้ต้นขนาดใหญ่ และมันก็รุนแรงมากพอที่จะระเบิดบ้านหลังเล็กๆ ทิ้งไปได้ มันพอเพียงที่จะเทียบเท่ากับระเบิดมือ แต่มันก็ถูกยึดเอาไปได้อย่างง่ายดาย

 

“ทักษะฝ่ามือโมฆียะ(ว่างเปล่า)?!”

 

ตาของหวังหยี่เตาแทบจะโผล่ออกมา ขณะที่เขากรีดร้อง

 

“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?!”

 

นี่เป็นทักษะเซียน มันปรากฏอยู่ในหนังสือที่บรรพบุรุษเคยทิ้งไว้ เซียนไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสำเร็จวิชานี้ได้ มันเป็นเทคนิคที่ฝึกฝนได้ยากมาก เฉพาะเทพเจ้าเท่านั้นแหละ ที่สามารถใช้มันได้อย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็นส่วนนึงของสัญชาตญาณพวกเขา

 

แม้แต่คนอื่นๆ ก็ตื่นตกใจ

 

“นี่…”

 

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เจียงซิ่วหันฝ่ามือกลับไป และเปลวเพลิงก้อนใหญ่ ก็ออกมาจากมัน เปลวไฟที่เขาดูดเข้าไปในฝ่ามือ ถูกปล่อยกลับออกมาอีกครั้ง และดูเหมือนกับว่ามันจะรุนแรงมากขึ้น และก็ทรงพลังมากขึ้น

 

เปลวไฟที่รวดเร็วและรุนแรง ถูกส่งขึ้นไปในท้องฟ้า ร่ายร่ำก่อนที่จะพุ่งไปหาหวังหยี่เตา

 

“กรรรช์!”

 

มันแม้แต่กระทั้งปลดปล่อยเสียงร้องที่หน้าหวาดกลัวของมังกรออกมา

 

“อ๊ากกกกก!”

 

หวังหยี่เตาย้ายมือของตัวเองออกไปห่างๆ หลังจากที่เห็นมันพุ่งมาทางเขา ถ้าเปลวไฟของเขาเพียงพอที่จะระเบิดบ้านหลังเล็กๆได้ เปลวไฟของเจียงซิ่ว ก็เพียงเพียงพอที่จะระเบิดบ้านหลังใหญ่ๆ ให้เป็นจุล และหลงเหลือเพียงแต่เถ้าธุลี

 

โดยธรรมชาติแล้ว พลังอำนาจนี้ ไม่ใช่สิ่งที่หวังหยี่เตาจะสามารถจิตนาการได้ เพียงอึดใจเดียว เขาก็จมลงไปในกองขี้เถ้า เมื่อแผดเผาร่างของมนุษย์ตามที่ต้องการได้แล้ว เปลวไฟมังกรก็วูบหายไป

 

ไม่มีอะไรที่หลงเหลืออยู่เลย!

 

นี้เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าตกใจอย่างแท้จริง!

 

อณหภูมิของเปลวไฟนี้ร้อนแรงเกินไป และยังมีขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร คล้ายกับบางสิ่งที่อยู่ในตำนาน

 

“ซะ เซียน?!”

 

อาวุโสตระกูลหวัง กล่าวอย่างติดอ่าง แม้ว่าเขาจะไม่ทราบถึงสิ่งที่เรียกว่าเซียนมากนัก แต่เขาก็รูว่าเปลวไฟที่เจียงซิ่วใช้นั้นไม่ใช้สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาๆ จะใช้ได้

 

ไม่มีใครสามารถรักษาความสงบไว้อยู่ได้ ขณะที่มองไปยังชายคนนี้

 

เจียงโหลวเซี่ย จากเมืองเจียง ในที่สุดทักษะความสามารถก็ถูกเปิดเผยออกมา

 

เจียงซิ่วมองไปยังผู้อาวุโสของตระกูลหวัง อย่างใส่ใจ ขณะที่กล่าวออกไปว่า “ของขวัญนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

 

ปากของผู้อาวุโสกระตุก และท่าทางของเขาก็กลายเป็นน่าเกลียด

 

เธอไม่ได้มากดดันฉัน แต่มาให้ความเคารพ?

 

ฉันอยู่นี่ไง!

 

อย่างไรก็ตาม เธอจะไม่สามารถรับผลที่ตามมาได้

 

“คุณเจียง โปรดรอสักครู่ ของขวัญชิ้นนี้ใหญ่เกินไป ฉันต้องการปรึกษากับหัวหน้าตระกูลของฉันก่อน”

 

“สำหรับเรื่องการโอนหุ้น 70 % ของตระกูลหวัง ฉันเองก็จะเอาคำตอบมาให้ด้วยเช่นกัน”

 

เจียงซิ่วส่ายหัวของเขา “ผิดแล้ว ไม่ใช่ 70 % แต่เป็น 80 %”

 

เขาเพิ่มขึ้น 10 % จากการตกลงครั้งนี้ มันเป็นความเหี้ยมโหดจริงๆ สมาชิกของตระกูลหวังต่างโกรธเคืองอย่างอดไม่ได้

 

“เธอ…”

 

เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาพูดเรื่องไร้สาระออกไป เจียงซิ่วก็จะเพิ่มมันขึ้นอีกครั้ง

 

“เอาหล่ะ รออยู่ที่นี่ก่อน…”

 

ผู้อาวุโส หวังเซียซง เดินเข้าไปในลานบ้าน สถานที่นี่กลายเป็นความโกลาหล หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้ และหวังเซียไฮ่ ก็เรียกประชุมผู้อาวุโสในทันที

 

“70 % เขาต้องบ้าไปแล้วใช่ไหม?”

 

“เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”

 

“ไม่จำเป็นต้องตอบกลับใดๆ ท่านผู้นำตระกูล รวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดที่มีของตระกูลหวังเรา พวกเรามีหมอผี และผู้เชี่ยวชาญอยู่เป็นจำนวนมาก ฉันไม่เชื่อว่าเราจะไม่สามารถรับมือกับเจียงโหลวเซี่ยที่เล็กจ้อยนั้นได้ หากเราโจมตีเขาพร้อมๆ กัน”

 

เนื่องจากบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นนักสู้ ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงต้องการสู้

 

“สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ เจียงโหลวเซี่ย เขาเป็นคนที่อยู่ในระดับเซียน ตระกูลหวังของเราจะขับไล่ศัตรูที่เป็นเซียน ให้ออกไปจากเขตแดนของพวกเราได้ยังไง?”

 

“เขาเพียงต้องการเงิน เราก็ควรให้มันแก่เขา”

 

หนึ่งในผู้อาวุโสที่มีอุปนิสัยดุร้าย กล่าวความคิดเห็น “แกคำนึงถึงจำนวนเงินนั้นรึยัง? นี่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับใบหน้าของตระกูลหวังเราแล้ว ใบหน้าของเราจะเหลืออะไร ถ้าเราอนุญาตให้ใครบางคนปีนเหนือศีรษะของเราไปได้?”

 

“กองมันไปไว้ด้านข้างนั้นแหละ เขาเพิ่งฆ่าพี่ชายหวังหยี่เตาไป ถ้าตระกูลหวังเราอดทนมัน และไม่ทำอะไรเลย จะไม่มีใครในเจียงหนาน ให้ความสำคัญกับเราอีกต่อไป”

 

ชายคนที่นั่งสูงขึ้นไปอีกระดับ แสดงความเห็นของเขา “ทุกคน สงบใจลงก่อน! เราจะปฏิบัติตามคำตัดสินของนายหญิงเฒ่า(แอดไม่รู้จะใช้คำอะไร ลองคอมเม้นบอกกันหน่อย) และผู้นำตระกูล”

 

ผู้นำตระกูลไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจาก หวังเซียไฮ่ แต่เขาก็มีแม่เฒ่าอยู่ด้วย ผมของหญิงสูงอายุคนนั้นเป็นสีเทาสนิท ดูเหมือนจะมีอายุประมาณ 100 ปี แต่เธอก็ยังมีพลังกำลังวังชาเหลือล้น เธอสามารถเดินไปรอบๆ ได้ โดยไม่มีใครต้องช่วย

 

เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวว่า “หญิงชราคนนี้ เคยเห็นเซียนมาก่อน ทักษะของพวกเขาเป็นอีกแบบนึง พวกเขามีกรงเล็บผิดมนุษย์ พวกเซียนมักจะทำตามใจต้องการ และก็ไม่สนใจเรื่องราวในประเทศ แม้ว่าเรื่องพวกนั้นจะอยู่เบื้องหน้าพวกเขา อย่างไรก็ตาม คนที่พูดถึงกันอยู่นี้ คือเยาวชนอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น มันไม่มีทางเป็นไปได้ ที่ชายหนุ่มคนนึงจะไปถึงระดับเซียนอย่างรวดเร็ว แต่ถึงเป็นเช่นนั้น เขาก็ฆ่าสมาชิกตระกูลหวังไปแล้ว มากกว่า 30 คน  เหล่าผู้เชี่ยวชาญมีอยู่เจ็ดคน และแม้แต่หวังหยี่เตาก็ถูกฆ่า…”

 

“มันไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นเซียนหรือไม่ แต่ตระกูลหวังของเรา จะต้องไม่เปิดประตูศุนย์เทพีบานนี้ ให้เขาเด็ดขาด…”

 

“อาวุโส ให้ฉันเข้าไป…”

 

“เพื่อต้อนแขกหน่อย…”

 

ผู้อาวุโสทั้งหมดต่างตกใจ ประตูศุนย์เทพีที่ไม่เคยเปิดออก แม้แต่กระทั่งรัฐมนตรีกู่จะมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง มันไม่เคยเปิดออกเลยตลอดช่วงเวลา 60 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้ มันกำลังถูกเปิดออกโดยเด็กเหลือขอคนนึง ที่เสียงอยู่ด้านหลังหูของพวกเขาในตอนนี้

 

“ปั๊ง!”

 

แก้วและเศษไม้ ระเบิดกลับเข้าไปภายใน ผู้คนที่อยู่ในโถงนี้ กลายเป็นตื่นตระหนก

 

ลูกศิษย์วิ่งเขามาด้านใน “ไม่ดีแล้ว เจียงโหลวเซี่ยกำลังบุกเข้ามาข้างใน”