0 Views

บทที่ 80

เหตุการณ์ใหญ่

 

เจียงซิ่วกวาดสายตาไปทางซงหลี่คาน และจังหวะนั้นเอง มันก็แทบทำให้ซงหลี่คานหัวใจวายตาย เขารู้สึกตกใจ และดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เจียงซิ่วหยอกล้อกับเขา “คุณเจียงหน้าทึ่งจริง?”

 

“ไม่ใช่ว่าเขาก็มีดวงตาและปากเหมือกับเรา?”

 

พี่ชายซงย่นคิ้ว และเขาก็กล่าวออกมาอย่างเย็นชา “หุบปาก! แกกล้าล้อเลียนคุณเจียง? หนึ่งคำจากคุณเจียงเพียงพอที่จะคว่ำเมืองเจียงได้ และก็ยังต้องทำให้พวกบิ๊กๆ ฉี่รดราดกางเกงของตัวเองได้ นับประสาอะไรกับคนที่ดูเหมือนขอทานแบบแก แกคงไม่สามารถจินตนาการได้หรอก ว่าอำนาจที่คุณเจียงมีนั้นน่ากลัวอย่างไร”

 

“ลดความหยิ่งของตัวเองลงและเรียนรู้ที่จะทำตัวต่ำต้อย”

 

“อย่าปล่อยให้พ่อคนนี้ได้ยินเสียงของแกอีก! ฉันไม่ต้องการฟังเสียงของแกในขณะที่กำลังรับประทานอาหาร”

 

คำพูดของเขานั้นหยาบกระด้าง

 

เย่เหวินเฉินและคนที่เหลือมองเหตุการณ์นี้ด้วยความยินดี ที่พี่ชายซงสั่งสอนเจียงซิ่ว เฉิงหลิงซูย่นคิ้วของตัวเอง แม้ว่าเธอจะหลบซ่อนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจียงซิ่วไว้ แต่เธอก็ยังรู้สึกอึดอัดมากอยู่ดี

 

เพี๊ยะ!

 

ซงหลี่คานส่งตบไปให้พี่ชายซง คนที่เหลือทั้งหมดกลายเป็นมึนงง และพี่ชายซงเองก็แสดงออกมาอย่างว่างเปล่า “ลุงสอง…”

 

แม้ว่าพี่ชายซงจะเป็นคนถูกตบ แต่เย่เหวินเฉินและคนอื่นๆ ก็ยังรู้สึกงงไปด้วย ว่าเรื่องนี้มันเป็นไปในทิศทางนี้ ได้ยังไง

เกิดอะไรขึ้น?

 

ใช่ซงหลี่คานตบหน้าหลานตัวเองเพื่อเจียงซิ่วหรือไม่?

 

หัวใจของซงหลี่คานเต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาอนุมานได้ว่าคนเหล่านี้ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณเจียง และเนื่องจากเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป

 

“นี่เป็นวิธีที่แกพูดกับแขกหรือไง?”

 

แม้แต่พี่ชายซงก็ยังรู้สึกไม่พอใจ เขาทำความเข้าใจได้ว่าบ้านของเขากำลังวางแผนที่จะสานสัมพันธ์อันดีกับเย่เหวินเฉิน ตั้งแต่ที่เขาไม่ได้ไว้หน้ากับเพื่อนของเย่เหวินเฉิน เจียงซิ่ว นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ได้ให้หน้ากับเย่เหวินเฉินเช่นเดียวกัน

 

“ลุงสอง ฉันผิดเอง”

 

ทุกคนคาดเดาสถานการณ์ได้ทันที นั้นจึงทำให้นายน้อยเย่ต้องมองไปที่เขาด้วยความเคารพ สำหรับตัวเขาแล้ว เขารู้สึกระลื่นใจ เมื่อเห็นบุคคลสำคัญเช่นซงหลี่คาน ตบหน้าหลานชายของตัวเอง เพื่อไว้หน้าแก่เขา

 

ซงหลี่คานครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีกู้หน้าให้กับหลานชายของตนอย่างให้เร็วที่สุด

 

“นี่…”

 

ก่อนที่ซงหลี่คานจะกล่าวขอโทษ เจียงซิ่วก็เช็ดปากหลังจากกินอาหารเสร็จ “ดูเหมือนฉันจะไม่ถูกต้อนรับจากที่นี่ ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับอาหารของตัวเองได้ ฉันมีเรื่องอื่นต้องจัดการ”

 

เย่เหวินเฉินและคนอื่นๆ ยิ้มเยาะในใจของพวกเขา ดูเหมือนแกจะรู้วิธีการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา

 

สิ่งที่พวกเขาไม่คาดหวังก็คือผิวของซงหลี่คานกลายเป็นซีดลง หลังจากที่เห็นเจียงซิ่วออกไปแล้วนั้น เขาก็รีบลุกขึ้น และไล่ตามเขา เขาเกือบที่จะล้มลง เพราะเหตุนี้มันส่งผลทำให้เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่กองลงไปกับพื้น พวกเขางุนงง เพราะรู้ว่าซงหลี่คานเป็นคนนึงที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นนี่เป็นเรื่องแปลกจริงๆ

 

“สถานการณ์นี่มันอะไรกันแน่?”

 

ถ้าเหตุผลที่ซงหลี่คานตบหน้าหลานชายของตัวเอง เพื่อเป็นการประจบประแจงเย่เหวินเฉิน มันคงจะดีกว่า ถ้าเขานั่งอยู่ที่นี่ ขณะที่คุยกับเย่เหวินเฉินไปด้วย แต่ความเป็นจริงก็แตกต่างออกไป เขาไล่ตามคนอื่นไป ขณะที่มีความตื่นกลัวอยู่บนใบหน้าของเขา

 

“คุณเจียง…”

 

ซงหลี่คานวิ่งไล่ตามเจียงซิ่วมา และเรียกเขาไว้

 

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณมาที่นี่ คุณเจียง คุณทำให้ฉันกลัวมากจริงๆ หลานชายของฉันไม่ทราบว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับคุณอยู่ ดังนั้นฉันโปรดให้คุณเจียงยกโทษให้กับเขาด้วย”

 

“สอนวินัยให้เขามากขึ้น”

 

“ได้!”

 

เหงื่อเย็นไหลลงมาจากหน้าผากของซงหลี่คาน เขารู้ว่าใครที่กระทำผิดกับคุณเจียง ก็คล้ายกับการได้รับโทษประหารชีวิตไปแล้ว เช่นถังเต๋า ที่เพียงได้เห็นแต่ศพของเขาเท่านั้น เขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลในเช้าต่อมา หลังจากที่ทำผิด

 

แม้ว่าสถานการณ์ของหลานชายเขา ยังไม่ถึงกับต้องเป็นศพแบบความผิดของถังเต๋า แต่ตระกูลซง ก็ต้องประกาศสถานะของเขาให้ชัดเจนกว่านี้

 

“ฉันจะแจ้งให้พี่ใหญ่เข้ามาที่นี่”

 

“ไม่จำเป็น”

 

เจียงซิ่วโบกมือ และก็เดินออกไปห้นาทางเข้ารีสอร์ท

 

ซงหลี่คานยืนอยู่ตรงนั้นด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน เขารู้ ว่าเจียงซิ่วจะไม่มาที่นี่ ถ้าไม่มีสาเหตุอะไร เขาต้องมาที่นี่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตามข่าวลือล่าสุด รู้สึกเหมือนว่าตระกูลหวังจะรู้สึกไม่พอใจต่อเจียงโหลวเซี่ย และรีสอร์ทของฉันก็ยังอยู่ที่เมืองฮังอีก อย่าบอกนะว่า…

 

“เฮ้ พี่ใหญ่ คุณเจียง มาที่รีสอร์ทของเรา..”

 

“ดูเหมือนว่าเขาจะมาที่นี่เพื่ออะไรบางอย่าง เป็นไปได้ไหมที่เขาจะมาเคารพตระกูลหวัง?”

 

บอวซงกล่าว “เคารพ? ถ้าเขาตั้งใจจะทำอย่างนั้น เขาจะทำมันอย่างโอ้อวด งั้นแล้ว เขาจะไปคนเดียวทำไมหล่ะ?”

 

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าบางอย่างผิดปกติ “แม่งเอ้ย เรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น”

 

เจียงซิ่วออกมาจากประตูรีสอร์ท และก็สังเกตเห็นถึงสาวสวยผมยาว ใส่ชุดสีขาว กำลังรอรถของตัวเองอยู่ เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีขาว รองเท้าเหล่านี้มาจากแบรนด์ฝรั่งเศสที่หรูหรา เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากกว่าผ้าไหม เพชรปลอม และอื่นๆ… นี่มันถูกเธอสวมใส่ ผู้หญิงหลายคนจากตระกูลที่มีชื่อเสียง ชอบสวมรองเท้าประเภทนี้ แม้เจียงซิ่วจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ดูจากรูปลักษณ์ของเธอ เธอดูเหมือนจะเป็นคุณหญิงเพอร์เฟ็คต์จากตระกูลผู้มีอิทธิพล

 

เจียงซิ่วถามเธอ “ขอโทษด้วย คุณรู้หรือเปล่า ว่ารถบัสคันไหนที่จะไปยังตระกูลหวังได้ เครือบริษัทหวัง ตระกูลหวัง”

 

“ฉันรู้ว่าตระกูลหวังอยู่ที่ไหน แต่ไม่รู้ว่ารถเมย์สายไหนจะไปที่นั่นได้…” พนักงานขับรถขับปอร์เช่สีแดงมาก่อนที่เธอจะได้พูดต่อ

 

เจียงซิ่วพยักหน้า “คุณรู้ไหมจะจะไปที่นั้นยังไง?”

 

“นายหญิงหวัง รถของคุณ…”

 

หญิงที่สวยงามนั่งอยู่ในรถปอร์เช่ และหันมาทางเจียงซิ่ว “นายถามหาตระกูลหวัง เพื่อขอความช่วยเหลือ ใช่ไหม? มีหลายร้อยคนที่ไปเยี่ยมตระกูลหวังทุกวัน เพื่อขอความช่วยเหลือเช่นเดียวกับนาย แต่พวกเขาก็ไม่ได้พบใครแม้แต่คนเดียว ถ้านายต้องการทำอะไร จะดีกว่าถ้าทำมันด้วยตัวเอง”

 

เธอเหยียบคันเร่ง และระเบิดความเร็วออกไป หลังจากที่พูดได้เช่นนี้

 

เหลือไว้แค่ควันไอเสียที่อยู่ด้านหลัง

 

พนักงานขับรถยิ้ม “คุณตกใจละสิ ใช่ไหม? รู้รึเปล่าว่าเธอเป็นใคร?”

 

“ตระกูลหวัง นายน้อยหญิง หวังซินตง”

 

คนรับรถรอเขาแสดงอาการ แต่เจียงซิ่วก็ไม่ตอบกลับเขา เขาจึงเริ่มพูดกับตัวเอง “พี่ชาย คุณพลาดโอกาสดีๆ ในการประจบประแจงตระกูลหวังไปแล้ว ถ้านายหญิงคนนั้นต้องการชี้แนะให้คุณ ปัญหาของคุณจะได้รับการแก้ไขไปแล้ว”

 

“โห!”

 

“ฉันขอถามหน่อยได้ไหม ว่าจะไปถึงตระกูลหวังได้อย่างไร?

 

“มันค่อนข้างซับซ้อน พื้นที่นี้ถูกจัดว่าเป็นเขตกึ่งชานเมือง ดังนั้นจะดีกว่าถ้าไปยังตระกูลหวังด้วยรถยนต์”

 

รีสอร์ทมีรถพิเศษสำหรับแขก ที่ต้องการเดินทางไปยังตัวเมือง แต่พนักงานรับรถ คิดว่าเจียงซิ่วเป็นคนธรรมดา ก็เพราะเสื้อผ้าของเขา เขาจึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้

 

“ฉันสามารถเช่ารถได้ไหม? ตอนนี้เลย”

 

“เช่ารถ?”

 

“เราไม่มีรถ แต่เรามีรถมอไซต์ให้กับแขก อย่างไรก็ตาม คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไกล และสามารถขับไปได้ใกล้ๆ กับบริเวณรีสอร์ทเท่านั้น มันค่อนข้างแพงอยู่เหมือนกัน ถ้าจะเหมามัน”

 

“เอามันมาตอนนี้เลย เร็ว…”

 

หลังจากจ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว เจียงซิ่วก็ค่อมรถมอไซต์ และบิดออกจากรีสอร์ทด้วยความเร็วที่รวดเร็วยิ่ง เขาเข้าใจแล้วว่าหญิงที่สวยงามคือใครบางคนจากตระกูลหวัง เขาเชื่อว่าเขาจะต้องไปถึงตระกูลหวังได้แน่ ถ้าตามเธอไป

 

เจียงซิ่วเรียนรู้วิธีขับขี่รถมอไซต์มาจากช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เนื่องจากเขาอาศัยอยู่ร่วมกับเฉิงหลิงหราน หรือบางทีอาจเป็นเพราะเขาถูกกำหนดโดยโชคชะตา เขาและเฉิงหลิงหรานอาศัยอยู่แบบอ้างว้าง และทุกข์ทนขมขื่น เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเขา เหตุผลที่เขาเรียนรู้การขับรถมอไซต์ก็เพราะไว้ไปส่งอาหาร แต่เฉิงหลิงหรานไม่เคยบ่นอะไรเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

และตอนนี้ เขา สุดยอดผู้นำนิกายย่างก้าวสวรรค์ในตำนาน กำลังขับรถมอไซต์ ราวกับว่าเขากับมัน เป็นส่วนนึงของกันและกัน

 

ซูมมมมมมมมมมมมมม…

 

มันขับตามและไล่แซงคันอื่นๆ ไปอย่างรวดเร็ว

 

มีป้ายไฟจราจรทางขวามือ บริเวณหลังรีสอร์ท เจียงซิ่วเห็นรถปอร์เช่สีแดงที่นั่น เพลงดังออกมาจากในรถ และหวังซินตงกำลังฮัมเพลงตามมันไปอย่างช้าๆ ขณะที่คลื่นแม่น้ำจากแม่น้ำเฉียนถัง ก็กระแทกลงตัว เข้ากับจังหวะเพลงพอดี อากาศเต็มไปด้วยชุ่มชื่น และมีกลิ่นอันหอมหวาน

 

เสียงเร่งความเร็วของรถ ทำให้เธอตื่นขึ้นมาจากภวังค์ เธอหันไปหาหนุ่มหล่อที่เธอเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ เขาหยุดรถมอไซต์สีดำ ข้างรถปอร์เช่สีแดงของเธอ

 

ลักษณะรูปร่างของเขา ราวกับว่าถูกแกะสลักาจากหินอ่อน ผมของเขาพลิ้วปลิ้วไปรอบๆเนื่องจากแรงลม และการมองของเขามีความสุขุมเยือกเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาคู่นั้น มันดูเหมือนกับเป็นสูญรวมความลึกลับของโลกใต้ดินทั้งหมด

 

เขาจงใจบิดคันเร่ง เพื่อเป็นการกระตุ้นเครื่องยนต์ ให้เสียงมันดังใส่เธอ

 

“ฮึ่ม! น่าสนใจ!”

 

หวังซินตงเองก็ยังเปลี่ยนเกีร์ยของเธอ ดึงเบรกมือ และเร่งความเร็วรถ รถของเธอถูกปรับแต่งมาให้เหมาะสำหรับการแข่งรถจากตัวผู้เชี่ยวชาญโดยตรง มันสามารถฟังความแตกต่างได้จากเสียงเครื่องยนตร์

 

ไฟสีแดงนับถึงสามวิสุดท้าย และก็กำลังเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

มีโคลนลึกยาว 30 เมตร ห่างออกไปจากไฟจราจรไม่ไกล และใครก็ตามที่เป็นคนรั้งท้าย ก็คงจะต้องโดนโคลนนั้น ทำให้สกปรกแน่นอน

 

3!

 

2!

 

1!