0 Views

บทที่ 78

เผยความสามารถ

 

โอหยางเชียนกล่าวด้วยความเจ็บแสบ “แม้ว่าเขาจะเข้าไปในมหาลัยจักรพรรดิได้ แต่เขาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนักเรียนที่ยากจนได้ และก็จะต้องดิ้นรนอย่างน่าสมเพชต่อไป”

 

“เขาเป็นใครบางคนที่อาศัยอยู่ได้ด้วยการกินผักดองและก็เต้าหู้ ตอนนี้เขาคงยังอยากกินอาหารในภัตตาคารระดับสูงอยู่เลยมั้ง”

 

นักเรียนด้านข้างก็ยังเห็นด้วยกับคำเหล่านี้

 

หลี่ดั่นกล่าว “ดูเหมือว่าเย่ปิงก็ได้คะแนนมากกว่า 700 ทั้งสองคนนี้ คงจะวางแผนที่จะเข้าร่วมมหาวิทยาลัยจักรพรรดิไปด้วยกัน ใช่ไหม?”

 

ความระส่ำระส่าย พุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเฉิงหลิงซูทันที เธอหันกลับไปจ้องมองเย่ปิง ที่อยู่ในที่ห่างไกลออกไป ตอนนี้ใบหน้าของเย่ปิงกำลังตกใจอยู่ ขณะที่เธอกำลังแสดงใบหน้าไม่อยากจะเชื่อไปทางเจียงซิ่ว รู้สึกราวกับว่าทั้งหมดนี่เป็นเพียงแค่ความฝัน ความหลงใหลทั้งหทด สามารถมองเห็นได้ในการแสดงออกของเธอตอนนี้ นี้มันทำให้เฉิงหลิงซูรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เธอเชื่อว่าเจียงซิ่วไม่เหมาะสมที่จะได้รับความรักจากหญิงสาวที่โดดเด่นอย่างเช่นเย่ปิง

 

เธอตีค่าเขาสูงเกินไปแล้ว

 

เมื่อไหร่เธอจะตื่นขึ้นมา?

 

เมื่อเจียงซิ่วได้รับเหรียญจากมากรมตำรวจก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รับคะแนนพิเศษมา 20 คะแนน สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้มาจากกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับคะแนนล้นเกณฑ์ของมันไป มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

 

จริงๆแล้วอาจกล่าวได้ว่ามันเป็นกุญแจเล็กๆ ที่ไม่สำคัญ แต่มันก็อาจทำให้คนทั้งโลกต้องตกตะลึงได้

 

“ท็อป นายน่าทึ่งมาก!”

 

“เจียงซิ่ว!”

 

นักเรียนห้อง E เริ่มร้องตะโกน ราวกับว่าพวกเขากำลังเห็นคนดังอยู่มิปาน ความปรารถนาของพวกเขาเริ่มก่อตัวขึ้น

 

มาดามเหม๋ยจิ๋วก็ยังร่วมด้วยเช่นกัน เธอไม่เคยคาดหวังว่าจะท็อปจะเกิดขึ้นจากหมู่นักเรียนของเธอเอง

 

เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก

 

นักเรียนที่เธอเคยดูแคลนมาครั้งหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของเธอไปแล้ว

 

 

ในช่วงเย็นของวันนั้น ถังเหวินเฉินกุลีกุจอรีบไปหาเจียงซิ่ว โดยที่มีถังเหวินชงมาคอยช่วยเหลือ

 

“มิสเตอร์เจียง คุณว่างรึเปล่า?”

 

เจียงซิ่วค่อยๆ เดินออกไปอย่างช้าๆ ลมปราณหมุนเป็นเกลียวอยู่รอบๆ ตัวของเขา นี่คือพลังที่หลงเหลืออยู่หลังจากการบ่มเพาะสายเลือดพระเจ้า เพียงแค่กลิ่นอายนี้ ก็เพียงพอที่จะสกดข่มผู้คนได้

 

“มีเรื่องอะไร?”

 

ถังเฉิ่นเชียนรู้สึกค่อนข้างกระอักกระอ่วน “มีปัญหาเกิดขึ้นที่โครงการอนันทรัพย์พร่าซ่า”

 

“ชิงเหว่ยผิง?”

 

เจียงซิ่วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ในห้องรับแขก และก็ส่งสัญญาณมือให้ถังเฉิ่นเชียนนั่งลงได้ ถังเฉิ่นเชียนนั้นแก่ชราแล้ว และก็ยังสูญเสียแขนไปอีก มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะต้องยืน แต่สำหรับถังเหวินชง เขายังคงยืนต่อไป

 

ถังเฉิ่นเชียนนั่งลง และกล่าวต่อ “ในวันนั้น มิสเตอร์เจียงได้บรรลุข้อตกลงกับชิงเหว่ยผิงไปแล้ว”

 

เจียงซิ่วพยักหน้าว่าเรื่องนั้นเป็นจริง

 

แต่เขายังไม่ได้ลงสัญญานามในการโอนหุ้นของชิงเหว่ยผิงเลย

 

และถังเฉิ่นเชียนก็เป็นพยานได้

 

“ว่าไง? สรุปแล้วเขาจะดำเนินการต่อหรือไม่?”

 

ถังเฉิ่นเชียนกล่าวคำพูดของเขาอย่างยากลำบาก “เขาขายโครงการอนันทรัพย์พร่าซ่าไปแล้ว”

 

“หืมม?”

 

สัญญาปากเปล่าไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมาย ดังนั้นหมายความว่าชิงเหว่ยผิงก็ยังคงเป็นผู้บริหารของอนันทรัพย์อยู่ และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะขายอนันทรัพย์ทิ้งไป ในความเป็นจริง อนันทรัพย์ถูกจัดได้ว่าเป็นของเจียงซิ่วแล้ว และชิงเหว่ยผิงก็เป็นหนี้เขาอยู่หลายพันล้าน เนื่องจากการขายนี้ มันสามารถพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างง่ายดายถ้ามี 1-2 พันล้าน

 

“ไม่มีใครสามารถวิ่งหนีจากไปพร้อมกับเงินของเทพคนนี้ได้”

 

“นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายแบบนั้น เมื่อตอนนั้นมิสเตอร์เจียงได้แก้ไขปัญหาที่โครงการอนันทรัพย์ไปแล้ว และฉันก็ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดการข้อตกลงให้ งั้นแล้วชิงเหว่ยผิงเองก็คงไม่กล้าสร้างปัญหาแบบนั้นแน่ ปัญหามันอยู่ที่ด้านผู้ซื้อ”

 

“โห?”

 

“ไม่กี่วันที่ผ่านมา ตระกูลหวังในมลฑณเจียงหนาน ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ พวกเขาทั้งสองได้ตกลงกัน และชิงเหว่ยผิงก็ขายโครงการอนันทรัพย์ให้กับตระกูลหวัง ด้วยราคาที่ต่ำมาก เพียงแค่ 100 กว่าล้านหยวน”

 

“หวังเซียไฮ่?!”

 

ถังเฉิ่นเชียนพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “นี่คือการแสดงความแข็งแรงของตระกูลหวัง เนื่องจากมิสเตอร์เจียงไม่ได้เยื่อนตระกูลหวัง เพื่อทำความเคารพ”

 

มูลค่าของโครงการอนันทรัพย์ประมาณการแล้วมากกว่า 2 พันล้านหยวน แต่มันก็ถูกขายออกไปด้วยราคาที่เล็กกระจ้อยล้อย เพียงแค่ 100 ล้านหยวน ตระกูลหวังกระทำการได้ค่อนข้างหมดจด ชิงเหว่ยผิงเองก็ได้กำไรจากมันเพียงไม่กี่แสนเนื่องจากหุ้นที่เขาถือครอง แต่เขาก็มีความสุขกับการที่เลือกขายออกไปเพียงแค่ 100 ล้าน ทั้งสองคนละเลยเจ้าของที่แท้จริงอย่างเช่ย เจียงซิ่วไป

 

“มิสเตอร์เจียง วิธีการของหวังเซียไฮ่มักจะไร้ความปราณี แต่ถ้ามองลึกลงไปแล้ว มันก็เห็นได้ชัด ว่าในครั้งนี้เขากระทำอย่างสุภาพมาก ถ้าหากคุณไปที่เมืองฮง และก็ทำความเคารพ คุณก็จะได้โครงการอนันทรัพย์กลับคืนมาอย่างแน่นอน”

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างไม่แยแส “เป็นเช่นนั้น?”

 

ถังเฉิ่นเชียนลดเสียงของเขา “ตระกูลหวังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ มิสเตอร์เจียงครอบครองอำนาจเหนือธรรมชาติอยู่ก็จริง แต่ก็กล่าวได้เหมือนกันว่า ตระกูลหวังมีเหล่าเซียนค่อยเฝ้าระวังให้พวกเขา พวกเขากลายเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และมีอำนาจลึกลับเหลือคณา มันไม่คุ้มค่าที่จะก่อปัญหาให้กับตัวเอง”

 

“พ่อแก่ถัง หมายความว่าต้องการให้เทพคนนี้ไปที่ตระกูลหวัง และก็ทำความเคารพ?”

 

“ฮะๆ… คนฉลาดเพียงแต่ต้องเองเอียงไปตามสถานการณ์!”

 

เจียงซิ่วยืนขึ้น และค่อยๆ เดินไปทางหน้าต่าง เขาจ้องมองที่พื้นที่ลุ่มน้ำที่อยู่ด้านนอก

 

“เทพคนนี้ จะไปหาตระกูลหวัง เพื่อไปทำความเคารพด้วยตัวเอง”

 

“นั้นดีจริงๆ!”

 

ถังเฉิ่นเชียนปล่อยลมหายใจ เขารู้สึกกังวลมาก ที่เจียงซิ่วจะต่อสู้กับตระกูลหวัง ตระกูลหวังไม่เหมือนกับเมืองเจียง ที่มีอำนาจทั้งหมดถูกแบ่งแยกออกจากกัน มันมีทักษะศิลปะต่อสู้ที่ทรงพลังและทรงเกียรติ ถูกส่งต่อกันมาในตระกูล ประวัติของมันยาวนานมากกว่า 200 ปี

 

“คุณไปได้”

 

ในฐานะที่เจียงซิ่วเป็นคนสั่ง ถังเฉิ่นเชียนและถังเหวินชง ก็ไม่กล้าที่จะรั้งรออีกต่อไป ตั้งแต่ตระกูลหวังได้เล่นกับเขาแบบนี้ พวกเขาก็คงคิดว่าเจียงซิ่วจะรู้สึกโกรธมาก และนี่ก็จะเป็นการนำชื่อเสียงมาให้พวกเขาอย่างยิ่งใหญ่

 

“เราคงต้องกล่าวลาความสงบสุขแล้ว”

 

เจียงซิ่วรู้สึกประหลาดใจ หลังจากที่คู่ปู่หลานออกไป เฉิงหลิงซูก็โทรมาหาเขา เขาหยิบมันขึ้นมาและก็ถามออกไป “โทรมาทำไม?”

 

“ทำไม? นายแน่จริงๆ ทำไมนายถึงซ่อนมันไว้จากฉัน?

 

“ดูเหมือนว่าเธอจะมาสร้างความรำคาญให้กับเทพคนนี้”

 

เฉิงหลิงซูเงียบไปชั่วครู่ และก็กล่าวต่อ “ตั้งแต่ที่การสอบเอาคะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัย จบลงแล้ว ฉันก็กำลังวางแผนที่จะไปสนุก แต่พ่อของฉันขอให้ฉันพานายไปด้วย นายควรเตรียมตัวไว้ เข้าใจไหม?”

 

เจียงซิ่วเกือบจะหัวเราะ เธอคิดว่าเทพคนนี้จะต้องไปกับเธอทุกครั้งรึไง?

 

“พวกเราวางแผนที่จะเป็นเมืองฮัง เพื่อไปริมชายหาด และก็จะจัดทริปท่องเที่ยวด้วยอีก 2 วัน เราจะปรึกษาเรื่องนี้กันเพิ่มเติม หลังจากสนุกกันแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น นายสามารถกลับก่อนก็ได้”

 

เทพซิ่วเป็นกุญแจในสำคัญในการเดินทางของเธอ เธอจะไม่มีกุญแจใช้ถ้าเขาไม่ไป หลังจากเปิดประตูนั้นได้แล้ว เธอจึงต้องการที่จะส่งเขากลับมา ออกคำสั่งเขาตามที่เธอต้องการ

 

แต่มีเรื่องบังเอิญอย่างนึง นั้นก็คือปลายทางของพวกเขาคือเมืองฮัง

 

“เธอจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”

 

“พรุ่งนี้เช้า 7 โมงเช้าที่ทางเข้าโรงเรียน”

 

“เทพคนนี้จะไปถึงตรงตามเวลา”

 

เขากำลังวางแผนที่จะไปเมืองฮัง และเขาก็คิดที่จะไปกับพวกเขา

 

เจียงซิ่วมักจะตรงต่อเวลา  และไปถึงเป็นคนที่สอง เขามาถึงทางเข้าโรงเรียนเมื่อเวลา 7:01 น ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นเย่เหวินเฉิน หลินขวู และนักเรียนชายอีกสองสามคน ส่วนผู้หญิงก็มี เฉิงหลิงซู โอหยางเชียนและหลี่ดั่น

 

“เอาหล่ะ เมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ก็ไปกันเถอะ!”

 

เย่เหวินเฉินสายตาดูเฉยเมย ราวกับว่าความล้มเหลวของการสอบในครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขาเลย

 

ในทางกลับกัน เขาดูเหมือนจะสงบจิตสงบใจมาก

 

“ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้ที่เมืองฮังแล้วใช่ไหม?” เย่เหวินเฉินถาม

 

“เจ้าของรีสอร์ทริมน้ำเป็นเพื่อนของพ่อฉันเอง ฉันโทรหาเขาเรียบร้อยแล้ว” ธุรกิจครอบครัวของหลินชวูทำเกี่ยวกับโรงแรม ดังนั้นพวกเขาจึงมีความสัมพันธ์กับพวกที่มีธุรกิจประเภทเดียวกันอยู่บ้าง

 

ทั้งกลุ่มเช่ารสบัสเพื่อเดินทาง

 

คนเหล่านี้มักออกไปเที่ยวด้วยกันมามากกว่า 3 ปีแล้ว และก็มีความใกล้ชิดต่อกันและกัน พวกเขารวมกลุ่มกัน ขณะที่รถกำลังเล่นไป จับกลุ่มคุยกันราวกับเด็กๆ คุยกันอย่างไม่มีสิ้นสุด สำหรับเจียงซิ่วที่ไม่ลงรอยกัน ก็นั่งอยู่ที่เบาะหลังรถอย่างไม่แยแส

 

“ซูซู ทำไมเธอถึงชวนเขามาด้วย? เขาน่ารำคาญมาก!” โอหยางเชียนกล่าว

 

เฉิงหลิงซูย่นคิ้วสวยๆ ของเธอ เธอก็ไม่เต็มใจที่จะเชิญเขามา แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เธอไม่รู้ว่ายาพิษอะไรที่พ่อของเธอทานเข้าไป ทำไมเขาถึงต้องการให้เธอใกล้ชิดกับคนอย่างเจียงซิ่วมากนัก

 

“เขาเป็นท็อปจากคนทั้งหมด และอาจเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับฉันได้”

 

“มันคงเป็นการดี ที่จะมีความสัมพันธ์ดีๆกันก่อนหน้านั้น”

 

เหล่าพี่น้องบางคนอดไม่ได้ที่จะต้องกรอกตาของพวกเขาไปมา เย่เหวินเฉินที่นั่งข้างหน้าก็ได้ยินเช่นกัน หัวใจของชายหนุ่มกลายเป็นสั่นไหว เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ จากน้ำเสียงของเธอ เขารู้สึกราวกับว่าเฉิงหลิงซูต้องการเข้าหาเจียงซิ่วอย่างไงอย่างงั้น ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้ ที่เขาจะต้องพูดกับหลินชวู “ฉันดูเบาเขาไปจริงๆ”

 

เขาเชื่อว่าเจียงซิ่วกำลังคิดหาวิธีที่จะครอบครองเฉิงหลิงซู จากมุมมองของเย่เหวินเฉิน มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ชาย ที่จะสงบสติอารมณ์กับความงามอันไร้สิ้นสุดของเธอได้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเจียงซิ่วก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

“ชายคนนี้มีความอดทนสูงมาก เขาทนมาสามปีเต็ม และสุดท้ายก็เทียบกับพ่อคนนี้ได้แล้ว”

 

เขารู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเจียงซิ่ว แสดงผลลัพธ์ที่แท้จริงของมันแล้ว เฉิงหลิงซูกำลังปฏิบัติกับเขาเป็นอย่างดี

 

หลินชวูตบไหลของเขา “วางใจได้ สายตาของซูซูสูงมาก ไม่มีทางที่เธอจะตกหลุมรักเขาได้ และมันก็คงไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน? มีผู้คนมากมายที่สามารถเรียนได้แบบนั้น ปัจจุบันนี้ การมีความสามารถเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เขาสามารถเปรียบเทียบกับพวกเราได้ เพียงแค่เพราะแค่ประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยจักรพรรดิรึไง?”

 

“ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะมาขอเราทำงาน หลังจากที่สำเร็จการศึกษาก็ได้?”

 

เย่เหวินเฉินหัวเราะอย่างเย็นชา พ่อของเขาเป็นรองนายกเทศมนตรีแห่งเมืองเจียง ในอีก 5 ปี หากไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น พ่อของเขาจะเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองเจียง ในเวลานั้น เขาก็จะกลายเป็นนายน้อยหมายเลข1ของเมืองเจียง เขาเชื่อว่า ไม่มีทางที่คนขายผลไม้ ซึ่งไม่มีนัยยะสำคัญใดๆเลย จะสามารถมาเปรียบเทียบกับเขาได้

 

“แค่รอจนกว่าเราจะมาถึงเมืองฮัง เราก็จะได้มีความสุขกับเขาแล้ว”