0 Views

บทที่ 76

ผลออกมาแล้ว

 

ถ้าผู้ชายไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา หลังจากที่หญิงสาวเป็นฝ่ายเสนอจูบให้ หลังจากที่สถานกาณ์พาไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยอะไรเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องคุ่นเคืองใจอย่างแน่นอน ก็เนื่องจากผู้ชายปฏิเสธที่จะแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา มันเป็นไปไม่ได้ ที่ผู้หญิงจะสงบอยู่ได้ ไม่งั้นแล้ว ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังรับประทานอาหารกลางวันกัน เย่ปิงก็คงจะไม่จ้องไปทางเจียงซิ่ว ด้วยความรู้สึกขมขื่น ที่ซ่อนอยู่ในการแสดงออกของเธอหรอก

 

ผู้เข้าสอบเข้ามาในร้านทีละคน พูดคุยกันถึงหัวข้อการสอบ นักเรียนบางคนที่ชอบตรวจสอบคำตอบของพวกเขา หลังจากการสอบเสร็จสิ้นแล้ว เปรียบเทียบกับข้อมูลที่เตรียมมา เพื่อจะได้คำนวณคะแนนรวมที่จะได้รับมาได้

 

“ขอโทษนะ นายให้ฉันยืมชีสเอกสารพวกนี้ได้ไหม?”

 

ถ้าเป็นคนอื่น เด็กชายพวกนั้นอาจจะไม่ให้มัน แต่เนื่องจากเป็นสาวสวยอย่างเช่นเย่ปิงที่ขอยืม โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็ย่อมตกลงอย่างไม่เกรียจค้านใดๆ

 

“ไม่ต้องสุภาพหรอก เธอเอามันไปเลย”

 

“ขอบคุณ!” เย่ปิงตอบกลับอย่างงดงาม

 

บางคนก็ไม่ต้องการดูชีสเหล่านั้น เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบในภายหลังได้ หากตรวจสอบดูแล้วว่ามันผิด

 

เย่ปิงมองมันอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของเธอถึงกลับเปลี่ยนเป็นสีซีดจางๆ ตอนนี้ เธอแน่ใจแล้ว ว่าเธอตอบคำถามเหล่านั้นไม่ถูกต้อง ฉันรู้ว่าพวกมันต้องผิด และนายก็ยังมาบอกว่าพวกมันถูกต้องอีก คนขี้โกง เย่ปิงมองไปที่เจียงซิ่วอย่างไม่พอใจ จ้องมองเขาด้วยความโกรธ “คนขี้โกง นายไม่ได้บอกว่าพวกมันถูกต้องหรอ?”

 

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความรู้สึกไม่พอใจของผู้หญิง ก็คือการแสดงออกแบบไร้ยางอาย ดังนั้น เจียงซิ่วจึงตอบเธอไปในลักษณะดังนี้ “มีคนโกงอยู่สองประเภท หนึ่งคือคนที่จะหลอกลวงเธอเพื่อที่จะเอาเงินของเธอ และอีกหนึ่ง ก็คือคนที่หลอกลวงเพราะอยากจะมีS*Xกับเธอ คิดว่าเทพคนนี้หลอกลวงเธอแบบไหนกัยหล่ะ?”

 

แรกเริ่มเดิมที เขาก็ไม่ได้หลอกลวงอะไรเธออยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตู้โทรศัพท์ ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“นายยังกล้าถาม? นายหลอกลวง… นั้นไง…” การกล่าวคำว่า ‘ก็นายหลอกให้ฉันต้องทำผิดศีลธรรม’ มันไม่ได้เป็นสิ่งที่หญิงสาวหัวโบราณดังเช่นเย่ปิงเต็มใจจะพูดมัน ไม่แม้แต่กับศพที่ตายไปแล้วของเธอ อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วก็เข้าใจอยู่แต่เดิมแล้ว ว่าผู้หญิงมักจะชอบพูดคำที่ทำให้ตัวดูเองดูเป็นคนชอบธรรม และก็ยังชอบเผยทักษะการพูดที่ไม่สมเหตุสมผลออกมาอีกด้วย

 

“ยังไงก็ตาม นายก็ยังเป็นคนขี้โกงอยู่ดี เป็นพวกหลอกลวงโดยสมบรูณ์”

 

“แม้ว่าเทพคนนี้จะเป็นพวกหลอกลวง แต่มันก็ถือได้ว่า เทพคนนี้เป็นพวกที่ล้มเหลวในการหลอกลวง”

 

เย่ปิงเบิกตากว้าง “นั้นมันยังถือว่าล้มเหลวอีกรึไง?”

 

นั้นคือจูบแรกของเลดี้คนนี้ นายหลอกล่อเลดี้คนนี้ได้โหดร้ายมาก

 

นายทำให้ฉันต้องเสียสิ่งสำคัญแบบนั้นไป!

 

เจียงซิ่วมองไปยังการแสดงออกของเย่ปิง ซึ่งดูเหมือนกับเธอกำลังจะบอกเขาว่า เธอสูญเสียสิ่งที่มีค่าไปแล้วนะ อะไรแบบนั้น เขาเผยรอยยิ้ม “ก็นี้ไง นักเรียนเย่ปิง ทำไมเธอถึงหลอกฉันมากินอาหารกลางวัน?”

 

“นั้นก็เพราะนายโกหกฉัน”

 

รอยยิ้มของเจียงซิ่วกว้างขึ้น “เห การหลอกลวงให้จ่ายบิลอาหาร ก็ถือได้ว่าเป็นการหลอกลวงเอาเงินเหมือนกัน ดูเหมือนว่านักเรียนเย่ปิงจะถูกเทพคนนี้หลอกลวงเอาเงินไปจริงๆ เช่นเดียวกัน เธอก็ยังถูกหลอกไปทำบางสิ่งบางอย่างที่ผิดศีลธรรมด้วย เธอเหมอนจะเสียสิ่งมีค่าทั้งสองอย่างไปแล้วนะ”

 

เย่ปิงแกล้งทำท่า ถ่มน้ำลาย “บ๊ะ นายมันคนโลภ”

 

“ฮี่ฮี่!”

 

เสียงหัวเราะของเจียงซิ่ว ทำให้แก้มของเธอสดใสขึ้นมาอีกครั้ง รูปร่างหน้าตาของเธอสวยมาก ชุดในช่วงฤดูร้อนของเธอ แนบติดอยู่กับร่างกายของเธอเอง ก็เนื่องมาจากที่มันได้รับความชุ่มชื้นจากสายฝน และมันก็เลยทำให้เส้นโค้งว้าวของเธอชัดเจนขึ้น มันทำให้หน้าอกของเธอดูเร้าใจมากกว่าปกติ แม้พวกมันจะยังไม่ได้ถูกพัฒนาอย่าเต็มที่ แต่เจียงซิ่วก็รู้สึกว่าพวกมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น พวกมันต้องเติบโตขึ้นอีกได้อย่างแน่นอน

 

เย่ปิงเริ่มตระหนักได้ว่าเขากำลังจ้องมองร่างกายของเธออยู่ เธอก็รู้สึกว่าแก้มตัวเองกำลังไหม้ มันส่งผลทำให้เธอต้องตอบโตกลับออกไปตามจิตใต้สำนึก “นายจะเป็นเหตุผล ถ้าฉันทำได้ไม่ดีในการสอบ”

 

เจียงซิ่วเหลือมองไปยังใบหน้าที่กำลังเขินอายและก็เคร่งขรึมไปพร้อมๆ กันของเธอ “มันเกี่ยวข้องกับเทพคนนี้อย่างไร ถ้าเธอทำได้ไม่ดี?”

 

“มันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง? นายเป็นคนที่น่ากลัว อารมณ์ของเลดี้คนนี้ไม่ดี หลังจากมองนายแล้ว และตั้งแต่ที่อารมณ์ของฉันไม่ดี การสอบของฉันก็จะไม่ดีไปด้วย บอกฉันสิ ฉันจะไปตำหนิใครได้ ถ้าไม่ใช่นาย?”

 

เจียงซิ่วถอนหายใจ “แย่หน่อยนะ ที่นางฟ้าแห่งความอุดมสมบรูณ์ก็ยังต้องหยุดกินและไม่สามารถข่มตาหลับในตอนกลางคืนได้ หลังจากที่ได้เห็นเทพคนนี้แล้ว สุดท้าย เธอก็ต้องเปลื้องผ้าออก และก็โยนตัวเองเข้ามาในอกอ้อมแขนของเทพคนนี้”

 

“ถ้าเธอไม่ชอบเทพคนนี้ ทำไมเธอถึง…”

 

ใบหน้าของเย่ปิงกำลังแดงขึ้น หลังจากที่เห็นว่าเขากำลังแสดงออกมาอย่างนอกหน้ามากเกินไป แม้แต่กระทั่งกำลังพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้อีก เธอรู้สึกไม่พอใจ ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแวบผ่านขึ้นมาในสายตาของเธอ ขณะที่เธอเตะขาเขาจากใต้โต๊ะ

 

“หยุดพูดเรื่องเหลวไหลนะ”

 

เทพซิ่ว โดยธรรมชาติแล้วย่อมสังเกตเห็นมัน และก็คว้าขาของเธอเอาไว้ ในระหว่างที่มันกำลังเตะมา เธอพยายามที่จะเอาขากลับคืน แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากเงื้อมมือของเขาได้

 

“ปล่อยฉันนะ”

 

เมื่อได้แตะตัวกัน มันก็ทำให้เธอนึกถึงเรื่องคล้ายฝัน ที่เกิดขึ้นในตู้โทรศัพท์เมื่อครู่นี้ เพียงแค่จ้องมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้า มันก็ทำให้เธอรู้สึกร้อนไปทั้งตัว ราวกับว่าตัวเธอกำลังจะละลายอย่างไรอย่างนั้น

 

“ปล่อย!”

 

เย่ปิงรู้สึกเสียใจ ที่เธอต้องการเตะเขา นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ตามหลักชีววิทยา เหตุผลที่ผู้ชายอยากจะแสดงความสนิทสนม ไม่ใช่เพราะความรัก แต่มันก็เนื่องจากความงามของหญิงสาวเอง และหญิงสาวเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วย หญิงสาวที่หลักแหลมคนนี้ ตระหนักถึงปฏิกิริยาของเจียงซิ่วในตู้โทรศัพท์ได้ ว่าเขาไม่ได้ตื่นเต้นกับเธอเลย เนื่องจากเขาไม่ได้รักเธอ แต่ยังคงทำให้เธอตกใจด้วยวิธีนี้ แม้ว่าจะไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้ยางอาย แต่มันก็ยังพิจารณาได้ว่าเขากำลังหาผลประโยชน์จากเธอ

 

“ปล่อยฉันไป ได้ไหม?”

 

เสียงของเธอนุ่มนวลลง ราวกับว่าเธอกำลังอ้อนวอน

 

เจียงซิ่วรู้สึกพอใจมากและก็ปล่อยเธอไป “โล่งใจได้ เธอจะทำได้แน่ เทพคนนี้จะรับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเธอจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสุด ที่จะเข้าร่วมกับมหาวิทยาลัยจักรพรรดิ์ได้ หรือไม่ก็มหาวิทยาลัยนานาชาติ”

 

“นายก็ควรอธิษฐานต่อพระเจ้าเช่นกัน หรือไม่ก็พระพุทธรูป เพื่อให้ผ่านเข้ามหาลัยได้ ไม่งั้นแล้วฉันจะสอนบทเรียนให้นายแน่นอน” หญิงคนนี้ได้คลายเขี้ยวของเธออีกครั้ง เมื่อได้รับอิสระกลับคืนมา

 

ตั้งแต่ที่เจียงซิ่วเคยมีประสบการณ์ในการโกงมาก่อน เขาก็ทำข้อสอบพวกนี้ได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที สำหรับเย่ปิง สภาพของเธอดูไม่ดีจริงๆ สภาพจิตของเธอไม่พร้อม ก็เพราะเธอก็ได้รับผลกระทบจากความคิดที่ว่าเธอพลาดไปแล้ว ในการสอบวรรณคดีก่อนหน้านี้ มันทำให้อารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปเป็นวิกลจริต อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วก็แก้คำตอบให้กับเธอ เธอได้เปลี่ยนเป็นราชินีของการสอบครั้งนี้ภายในไม่กี่นาที

 

สอบสามวันจบลงไปอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากกลับมาในวันสุดท้าย เย่ปิงคำนวณก็คะแนน และก็ต้องเรียกร้องหาแม่ ตามการประมาณการของเธอ มันก็คงได้ประมาณ 630 คะแนน ซึ่งอยู่ไกลจากคะแนนที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ สำหรับมหาวิทยาลัยจักรพรรดิ นี้ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้ และก็ทำให้ม๊าเย่ก็ต้องกังวลใจด้วยเช่นเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม ผลประกาศก็ยังไม่ได้ออกมา บางทีผลลัพท์ก็อาจจะแตกต่างกันจากนี้ และมันก็ต้องรอไปอีกสองสัปดาห์

 

วันนี้เอง ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ออกมาแล้ว นอกจากนี้มันยังเป็นวันจบการศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยปลายปีที่3

 

พื้นที่ในโรงเรียนค่อนข้างมีชีวิตชีวาในวันนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดี พวกเขาก็ต้องออกไปและตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว ชีวิตที่ขมขื่นของการศึกษาในรั้วโรงเรียนของพวกเขา ได้สิ้นสุดลงแล้ว และนักเรียนแต่ละคน ก็สามารถบินเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้

 

ระหว่างที่เดินทางไปยังหอประชุม เจียงซิ่วก็วิ่งไปเจอคนที่รู้จักอยู่สองสามคน คนที่อยู่ตรงกลางไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากเฉิงหลิงซู รอยยิ้มของเธอ ทำให้แม้แต่ดอกไม้ก็ต้องละอายใจ และความอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เมื่อเธอเห็นเจียงซิ่ว มุมริมฝีปากที่ดูหยิ่งพยองก็ถูกยกขึ้น

 

“เจียงซิ่ว!”

 

“คะแนนของนายได้เท่าไหร่?”

 

เธอมาพร้อมกับ โอหยางเชียน หลี่ดั้น และสาวน้อยคนอื่นๆ จากชั้นเรียนของเธอ

 

“ยังไม่รู้!”

 

“ผลออกตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ทำไมนายยังไม่รู้อีก?” หนึ่งในสาวสวยด้านข้างเธอกล่าว

 

“ใช่!”

 

“บอกพวกเรามา เราจะไม่หัวเราะ”

 

เธอกำลังทำท่าทางล้อเลียนเจียงซิ่ว แม้ว่าเธอจะไม่หัวเราะ แต่ความสบประมาทในสายตาของเธอ มันเห็นได้ชัดเจนมาก

 

เฉิงหลิงซูมองไปที่เขาอย่างแปลกใจ รอให้เขาตอบ

 

“ฉันไม่รู้จริงๆ!”

 

เจียงซิ่วไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์ของเขาจริงๆ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ทราบว่าเขาได้คะแนนเท่าไร แต่ก็ไม่มีทางที่เขาจะทำคะแนนได้ต่ำ ก็เนื่องมาจากวิธีการที่เขาทำข้อสอบ ซึ่งมันก็ดีทีเดียว สำหรับการเปิดหนังสือและก็สอบของเขา

 

“เทพคนนี้ไม่ได้เช็ดมัน”

 

เสียงที่น่ารำคาญออกมาจากข้างหลังในขณะนี้เอง “แน่นอนว่านายไม่ได้ดูมัน ถ้ามันเป็นฉัน แม้ฉันจะไม่เช็คมัน มันก็ต้องอยู่เป็นคนสุดท้ายของผู้เข้าสอบอยู่แล้ว มันจะเป็นการฆ่าหัวใจของตัวเองไปเปล่าๆ”

 

เย่เหวินเฉิน หลินชวู และสมาชิกสภานักเรียนคนอื่นๆ เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงนี้

 

“นายน้อยเย่!”

 

“นายน้อยหลิน!”

 

ทุกคนอยากรู้อยากเห็นหลังจากมองไปยังเย่เหวินเฉิน พวกเขาต้องการทราบว่าคะแนนของคนติดท็อปนั้นเป็นอย่างไร และเขาจะคว้าตำแหน่งในการติดท็อปของเจียงหนานได้อีกหรือไม่ แม้แต่กระทั้งเฉิงหลิงซู ก็ค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้  โอหยางเชียนเรียกเขา “นายน้อยเย่ คุณได้คะแนนเท่าไหร่?”

 

ทุกคนกลายเป็นรู้สึกตึงเตรียดในขณะนี้ หลังจากนี้ เย่เหวินเฉินที่เป็นผู้ร่วมชั้นของพวกเขา จะนำพามาซึ่งชื่อเสียง ถ้าเขากลายเป็นท็อปของโรงเรียน

 

มือข้างนึงของเย่เหวินเฉินล่วงลงไปในกระเป๋ากางเกง ขณะที่อีกข้างนึง เขานำมาดันแว่น เขามีลักษณะท่าท่างที่ค่อข้างผยอง ขณะที่เขาพูดอย่างผ่อนคลาย “ฉันยังไม่ทราบ!”

 

“ฉันยังไม่ได้ตรวจสอบ!”

 

ทั้งหมดของพวกเขากลายเป็นปั่นป่วน

 

หลินชวูกล่าว “มีเพียงสองคนบนโลกนี้เท่านั้น ที่ไม่ได้ตรวจสอบผลที่จะนำไปยื่นมหาวิทยาลัย คนแรกเป็นคนที่รู้แน่นอนอยู่แล้ว ว่าเขาจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน การจดจ่อเพียงอย่างเดียวของเขา ก็คือการที่เขาจะคว้าตำแหน่งท็อปของเจียงหนานได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นน้อยน้อยเย่”

 

“อีกคนก็คือ คนที่รู้ว่าตรวจสอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองต้องอยู่ล่างสุด ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง ก็คงจะเป็นใครบางคนอย่างเช่นเจียงซิ่ว…”

 

สายตาของเขาตกลงไปยังเจียงซิ่ว

 

“เจียงซิ่ว บอกฉันสิ ว่าฉันพูดถูกไหม?”

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างเฉยเมย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

 

“นายน้อยเย่ ตรวจสอบดูสักครั้ง คุณทำคะแนนได้เท่าไหร่?”

 

เฉิงหลิงซูเองก็อยากรู้เหมือนกัน “ใช่ ตรวจมันดู”

 

เย่เหวินเฉินตอบว่า “ตั้งแต่ที่เธอต้องการให้ฉันดูมัน ฉันก็จะตรวจมันดู” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา และป้อนหมายเลขชื่อของเขาเข้าไป

 

“เท่าไหร่…”

 

รอยยิ้มที่มั่นใจบนใบหน้าของเย่เหวินเฉินกลายเป็นแข็งค้าง