0 Views

บทที่ 75

เธอได้รับคุณสมบัติในการเป็นแม่บ้านสำรองแล้ว

 

เจียงซิ่วมองไปทางเย่ปิง ที่กำลังยกคิ้วของตัวเองขึ้น ซึ่งนี่ เป็นการเปิดเผยความหงุดหงิดของเธอออกมา และบางคำถามในแผ่นกระดาษคำตอบของเธอ ก็ว่างเปล่า มีร่องรอยการลบตัวหนังสืออยู่ในกระดาษคำตอบ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่แน่ใจว่าคำตอบของเธอถูกต้องหรือไม่

 

วรรณคดีนั้นเปรียนเสมือนเป็นมือขวาของเย่ปิง มันเป็นวิชาที่เธอทำคะแนนได้สูงที่สุด เธอต้องการใช้คะแนนของวิชาวรรณคดี ไปฉุดคะแนนอังกฤษและก็คะแนนของวิชาคณิตศาสตร์ให้มันเพิ่มขึ้น ถ้าคะแนนวรรณคดีของเธอน้อยลง และพาลมาฉุดคะแนนของคณิตศาสตร์ลงไปด้วยแล้ว เธอก็จะไม่สามารถบรรลุความฝันของเธอในการเข้าไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิได้

 

30 นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ดิง-ด๊อง เสียงออดดังขึ้น แสดงว่าการสอบได้จบลงแล้ว

 

เย่ปิงเริ่มตื่นตระหนก หลังจากที่ได้ยินเสียงนี้ เธอเริ่มเขียนคำตอบลงไปหลังจากที่ได้ยินเสียงที่เข้มงวดของผู้คุมสอบ “เวลาสอบจบลงไปแล้ว วางปากกาลง ถ้าพวกเธอเขียนเพิ่มขึ้นแม้แต่ตัวอักษรเดียว จะถือว่าเป็นการทุจริต”

 

“วางเอกสารไว้ที่โต๊ะและก็ออกจากห้องได้”

 

เย่ปิงรีบวิ่งออกไปนอกห้องเรียน ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาของเธอปริ้มๆไปด้วยน้ำตา เจียงซิ่วส่ายหัว หลังจากที่ได้เห็นสิ่งนี้ ไม่ใช่ว่าสาวน้อยคนนี้ทำทุกอย่างได้ดีมาโดยตลอด? เธอจะกลายเป็นโง่ ในช่วงเวลาสอบได้อย่างไร?

 

เขาพึมพำมนตร์คาถา และจากนั้นกระดาษคำตอบของเย่ปิงก็มีการเปลี่ยนแปลงไปถึงสามข้อ

 

หลังจากออกจากห้องเรียนแล้ว เจียงซิ่วเห็นเย่ปิงวิ่งไปทางใต้ร่มเงาไม้ที่ไม่มีใครอยู่ ไหล่ของเธอสั่น ขณะที่เธอสูญเสียการควบคุมอารมณ์ของตัวเองไป เธอเริ่มร้องไห้ เจียงซิ่วเดินเข้าไปหาเธอ และมองไปยังคาบน้ำตาที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่สวยงามของเธอ เขายืนอยู่ข้างเธอชั่วขณะนึงและเริ่มพูด “เย่ปิง มันเป็นเพียงแค่การสอบ ดังนั้นเธอไม่ต้องรู้สึกเศร้าก็ได้นิ?”

 

บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเขาไม่พูดอะไรออกมาเลย คำพูดของเขามันทำให้เธอร้องไห้ดังขึ้น ความรู้สึกของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความผิดหวัง และหัวใจก็ยังถูกกัดเซาะไปด้วยความโศกเศร้า คล้ายกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เกิดความรู้สึกขึ้น เมื่อของเล่นที่เธอรักถูกพรากจากไป

 

เมื่อเธอร้องไห้ มันจึงดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าสอบโดยรอบ

 

พวกเขาเริ่มแสดงความคิดเห็นระหว่างกัน

 

“อย่าร้องไห้ โอเคไหม เธอจะได้เจอกับตำรวจเร็วๆ นี้ ถ้าเธอยังร้องไห้อยู่ มันจะเป็นสิ่งที่ไร้ความยุติธรรมอย่างมาก ถ้าเทพคนนี้ถูกคิดว่าเป็นพวกคนพาล และก็ถูกจับตัวไป”

 

คนที่ไม่ได้รู้เหตุผล ก็กำลังคิดอยู่ว่าที่เธอร้องไห้ ก็เป็นเพราะเจียงซิ่วกำลังข่มขู่เย่ปิงอยู่

 

สองหยดน้ำตาเกิดขึ้นที่ปลายหางตาของเย่ปิง “นายก็เป็นคนพาลอยู่แล้วนิ…” นายปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของฉันอย่างลึกลับ และแม้แต่กระทั่งเห็นฉันตอนเปลือย นายจะเป็นอะไรได้อีก ถ้าไม่ใช่คนพาล?

 

“เอ่อ เอาหล่ะ เทพคนนี้เป็นคนพาลก็ได้ เธอเองก็เป็นคนที่พิเศษเช่นกัน นางฟ้าจากสรวงสวรรค์ได้ลงมาที่โลกมนุษย์แล้ว ไม่มีนักเรียนหญิงคนไหนสามารถเทียบเธอได้ เทพคนนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ยินนางฟ้าบอกว่าเทพคนนี้เป็นคนพาล แต่ทว่าเทพคนนี้ไม่ใช่เพียงแค่คนพาลธรรมดาสามัญนะ แต่เป็นคนพาลระดับสูง”

 

เย่ปิงไม่สามารถทนดูท่าทางที่ดูตลกของเขาได้จริงๆ เขามักจะพูดเรื่องไร้สาระบางอย่างอยู่เสมอ แม้ดูเหมือนว่าเขาจะกล่าวขึ้นมาเพื่อปลอบโยนเธอก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกดีขึ้นมากและเธอก็เหมือนจะหัวเราะออกมา “นี่นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ฉันไม่เคยเห็นคนที่หลงตัวเองแบบนี้มาก่อน”

 

เจียงซิ่วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา และก็มอบมันให้กับเธอ

 

เย่ปิงหันหัวไปมาเพื่อเช็ดคราบน้ำตา

 

“ไม่เป็นไรแล้ว”

 

เย่ปิงทำท่าทางน่ารักๆออกมา “ในฐานะที่นายเป็นนักเรียนที่เหลาะแหละ นายก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่าผู้หญิงที่มีผลการเรียนที่ดีนั้นรู้สึกอย่างไร เมื่อพวกเธอสอบออกมาได้ไม่ดี”

 

นักเรียนเย่ปิงเหมือนจะไม่มีความละอายใจใดๆ ในขณะพูด

 

อย่างไรก็ตาม คำพูดเหล่านี้ล้วนออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอจริงๆ

 

คิดว่าเทพคนนี้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อมาหวานเมล็ดแตงโม หลังจากที่กินเสร็จแล้ว? เทพคนนี้มาที่นี่เพื่อปลอบใจเธอด้วยความตั้งใจจริง และดูสิ เธอทำให้เป้าหมายของเทพคนนี้ กลายเป็นเรื่องตลก เทพคนนี้ทำผิดพลาดไปจริงๆ

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มองไปยังลักษณะที่กำลังเสียใจของเธอ เขาก็ไม่ได้ทำเธอรู้สึกรำคาญอีก

 

“เธอรู้ได้ยังไง ว่าเธอทำข้อสอบได้ไม่ดี?

 

“ฉันไม่รู้คำถามเลือกช้อยประมาณสามข้อ 15 คะแนนก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว”

 

“บางทีเธออาจจะยังมีสิทธิ์อยู่”

 

เธอแอบขบริมฝีปาก ความหวังก่อขึ้นภายในตัวเธอ

 

“เอาเถอะ ตอนนี้หยุดคิดเกี่ยวกับมันก่อน เทพคนนี้ จะเปิดโอกาสให้เธอชวนเทพไปกินข้าวเที่ยง ในวันนี้”

 

เมื่อพวกเขาออกจากเขตโรงเรียน ท้องฟ้าก็มืดลงอย่างฉับพลัน และฝนฤดูร้อนก็โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก ทั้งสองวิ่งตามหลังคนอื่นๆ ไป และก็ไปจบลงด้วยการอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ

 

เสียงของฝนที่กำลังกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก มันช่างคล้ายกับเสียงของยางมะตอยที่กำลังเดือดจริงๆ และเมื่อมองมาจากด้านนอก กระจกของตู้โทรศัพท์ก็กลายเป็นมัว เนื่องจากมีหมอกเกาะที่กระจกนั้น

 

“ฝนตกหนักมาก…”

 

ท้องฟ้าด้านนอกได้เปลี่ยนเป็นสีดำ มีเพียงเฉพาะเสียงของสายฝน ที่สะท้อนอยู่ในหูของพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกแยกออกจากโลกอย่างสิ้นเชิง ทิ้งไว้ให้เหลือเฉพาะเจียงซิ่วและเย่ปิง

 

พวกเขาสามารถได้ยินลมหายใจของกันและกันได้อย่างชัดเจน ภายในตู้โทรศัพท์แห่งนี้

 

ตาของเขาและเธอประสานกัน นี่กลายเป็นกระตุ้นอารมณ์บางอย่างขึ้นมา บางทีมันอาจจะเป็นเพราะชายและหญิงอยู่ด้วยกันท่ามกลางตู้โทรศัพท์แคบๆ หรือบางทีอาจเป็นเพราะไม่มีการรบกวนภายนอกจาก ไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งต่างๆก็เหมือนเริ่มจะเปลี่ยนไป

 

อารมณ์ที่คลุมเครือก็เริ่มพัฒนาขึ้น

 

“ฉันน่ากลัวรึเปล่า?” เย่ปิงถาม

 

เจียงซิ่วส่ายหัว “เธอเป็นคนดีมาก เทพคนนี้เองก็ยังพอใจเธอเลย และเธอเองก็มีร่างกายที่ดี…” ขณะที่พูดถึง ‘ร่างกาย’ เขาก็รู้สึกอายเล็กน้อย เขาตระหนักได้ว่าเขาพูดมากเกินไปแล้ว มันเหมือนกับเป็นการบอกว่า เขาเองก็เห็นร่างที่เปลือยเปล่าของเย่ปิงแบบอ้อมๆ เขาตั้งใจที่จะปลอบโยนเธอ แต่มันก็กลายเป็นการยุแหย่แทนเสียอย่างงั้น

 

เย่ปิงหันกลับมามองอย่างอ่อนโยน “นายก็แค่พยายามปลอบฉัน…”

 

“เทพคนนี้พูดความจริงเสมอ ไม่งั้นแล้ว…”

 

ดูเหมือนว่าวันนี้เย่ปิงจะกล้าหาญเป็นพิเศษ ดวงตาที่กำลังมองมาของเธอ มันเปร่งประกาย ขณะที่เธอถามเจียงซิ่วไปด้วย “ไม่งั้นแล้วอะไร?”

 

เจียงซิ่วกลืนน้ำลายเหมือนพวกคนพาล เสียงจากจิตใต้สำนึก เตือนให้เขาควบคุมตัวเอง และทำตัวให้เหมาะสมกับสถานะของเขา ที่เป็นผู้นำนิกายย่างก้าวสวรรค์ แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ไม่สามารถอดกลั้นได้ “ไม่งั้นแล้ว เทพคนนี้ก็คงไม่มองดูเธอมาตั้งนานขนาดนี้หรอก”

 

ใบหน้าที่น่ารักของเย่ปิงแดงขึ้น แต่ในตอนนี้ เธอไม่ได้หลบหน้าเขาแต่อย่างใด และกลับกัน เธอก็เริ่มเข้าใกล้เขามากขึ้น ส่งผลให้กลิ่นที่หอมหวน ลอยไปยังใบหน้าของเจียงซิ่ว ริมฝีปากระยิบระยับสีแดงของเธอ ช่างดูน่าดึงดูดใจ

 

ทั้งสองคนเดินเข้ามาใกล้กันและกัน ทำราวกับว่าเธอและเขา ได้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว เช่นเดียวกับการถูกไฟฟ้าช็อตตามด้วยมนตร์คาถาวิงเวียน มันส่งผลทำให้พวกเขาตกไปอยู่ในฝันที่หอมหวาน สุขสำราญใจ

 

ฝนตกลงมาหนักขึ้น

 

หลังจากนั้นสักครู่…

 

ฉากด้านนอกกลายเป็นชัดเจนมากขึ้น และเสียงของฝนก็เบาลง แสงสว่างจากภายนอกปลุกพวกเขาในตื่นขึ้น ปล่อยให้พวกเขาต้องรีบหายใจออกมาเป็นพันวัล

 

เย่ปิงยืนพิงตัวติดกับโทรศัพท์ในตู้ รองเท้าผ้าใบของเธอถูกจิกแน่นลงพื้น หน้าของแดงเป็นสีแดงเข้ม และหัวก็ก้มต่ำลง แพร่ขนตาสั่นระริกเป็นครั้งครา

 

เจียงซิ่วเอนตัวพิงอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“มหาลัยไหนที่นายวางแผนจะสอบเข้า…”

 

“ยังไม่ได้ตัดสินใจ!”

 

เย่ปิงส่งเสียงเบาๆอยู่ในลำคอว่า ‘โอ้’ แล้วก็พูดว่า “ฉันวางแผนไว้ ว่าอยากจะไปเข้ามหาวิทยาลัยจักรพรรดิ เพื่อจะได้ศึกษาให้สูงขึ้น”

 

“โอ้!”

 

เย่ปิงชายตามองดูเขา “อย่าตีความผิดนะ โอเคไหม ฉันแค่บอกว่าอยากจะไป”

 

“เทพคนนี้ทราบแล้ว!”

 

“ถ้างั้นแล้ว…”

 

“ทำไมนายไม่ลองตั้งเป้าเข้ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในเมืองหลวงจักรพรรดิดูหล่ะ?”

 

ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ เจียงซิ่วมีเจตนาจะไปเรียนต่อที่เมืองหลวงจักรพรรดิ แน่นอน ว่าไม่ได้จะเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มันก็เนื่องมาจากมันมีมหาวิทยาลัยอยู่มากมาย และยังมีมหาลัยสายอาชีพอยู่ด้วยต่างหาก แต่พ่อและแม่ของเขา ก็ไม่ปล่อยให้เข้าไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิ

 

เหตุผลที่เขาอยากไปที่เมืองหลวงจักรพรรดิ ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะเฉิงหลิงซูเองก็ไปที่ที่นั่น และเขาก็กลัวว่าใครบางคนจะคาบภรรยาของเขาไป

 

“เทพคนนี้จะลองนึกถึงมันดู”

 

เย่ปิงกล่าวต่อ “แน่นอนว่าฉันจะไปที่เมืองหลวงจักรพรรดิ เพราะว่าพ่อแม่ของฉันไม่ให้ฉันไม่ที่อื่นเลย มันอาจจะเป็นมหาลัยจักรพรรดิ หรือไม่ก็มหาลัยนานาชาติ…”

 

เยปิงค่อนข้างมั่นใจในเรื่องนี้

 

แม้ว่าเย่ยี่เหลียงจะไม่ได้มีอิทธิพลมากนัก แต่เขาก็สามารถหาวิธีแก้ปัญหานี้ได้ ตราบเท่าที่ลูกสาวของเขามีคะแนนที่ใกล้เคียง อะไรๆก็คงเป็นไปได้

 

“เทพคนนี้จะลองนึกถึงมันดู…”

 

เจียงซิ่วให้คำตอบแบบเดียวกัน

 

“ฝนหยุดแล้ว ออกไปข้างนอกกันเถอะ”

 

หลังจากที่ผลักประตูออกไป เสียงรบกวนข้างนอกก็ลอยเข้าหูมาเหมือนกระแสน้ำ มีเสียงของยานพาหนะ เช่นเดียวกับเสียงของน้ำกระเซ็นเนื่องจากล้อได้เหยียบย้ำน้ำ

 

ทั้งสองคนเดินหาร้านอาหารด้วยกัน

 

แม้ว่าฝนจะหยุดตกไปแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังมืดครึ้มอยู่ มันเป็นเพียงแค่ 11 โมง งั้นแล้วจึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับบางอย่างเช่นท้องฟ้ามืด เจียงซิ่วมองขึ้นไปยังเมฆสีดำหนาทึบ ที่กำลังปกคลุมเมืองแห่งนี้ และรู้สึกว่ามันแปลกมาก

 

“เมื่อกี้… สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้… มันเป็นอุบัติเหตุ เข้าใจไหม?” เย่ปิงเรียกความกล้าหาญของเธอกลับมา

 

“อืมม อุบัติเหตุ!”

 

เยปิงปล่อยลมหายใจ หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว แต่ก็อดช่วยไม่ได้ ที่เธอจะต้องรู้สึกเสียใจอยู่ภายใน อารมณ์ของผู้หญิงก็เหมือนกับฤดูฝน ค่อนข้างยากที่จะทำนาย เธอเปิดเผยรอยยิ้มอีกครั้ง อารมณ์ของเธอกลับไปเป็นดีแล้ว แต่ก็เก็บสิ่งที่กำลังคิดอยู่ปกปิดไว้กับตัวเอง นี่ถือได้ว่าเป็นความทรงจำในช่วงมัธยมปลาย ครั้งสุดท้ายของฉัน

 

เธอหันดวงตาสวยๆของเธอ เหลือมองไปทางเจียงซิ่วที่อยู่ด้านข้างเธอ “นักเรียนเจียงซิ่ว นายต้องการกินอะไรมื้อเที่ยงนี้?”

 

เจียงซิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ขอเพียงแค่กินของกินเล่น ที่ร้านขายอาหารจานด่วนก่อนหน้านี้ก็พอ”

 

เหตุผลที่เขากล่าวออกไป ก็เพราะเขารู้สึกที่เขารู้สึกหิวมากในขณะนี้

 

อย่างไรก็ตาม จิตใจของเขากำลังคิดถึงสิ่งอื่นอยู่ จากการกระทำของเธอตอนนี้ เธอประสบความสำเร็จ ในการทำให้เทพคนนี้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระดับฉิวเฉียดละนะ แม้ว่าเธอจะเป็นมือสมัครเล่น ที่ขาดทักษะและประสบการณ์ แต่เธอก็ได้รับคุณสมบัติในการเป็นแม่บ้านสำรองแล้วในตอนนี้ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการกระทำในภายภาคหน้าของเธอเอง