0 Views

บทที่ 71

ความสัมพันธ์ที่เลวร้าย

 

คุณเจียง ถูกพูดถึงกันอย่างล้นหลามจากสังคมชั้นสูง เมื่อเร็วๆมานี้ ทั้งแวดวงพูดชื่อนี้กันเป็นเสียงเดียวกัน เย่เหวินเฉินเปิดเผยสิ่งที่เขารู้ “ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องคุณเจียงึนนี้ เขาเป็นคนพิเศษมาก ราวกับว่าเขาเป็นเทพเจ้าอย่างไรอย่างนั้น พ่อของผมบอกว่า แม้แต่กระทั้งถังเฉิ่นเชียน และเย่ยี่เหลีง ก็ยังเชื่อฟังเขา”

 

ทุกคนย่อมรู้ดีแก่ใจว่าถังเฉิ่นเชียน และเย่ยี่เหลียง คือผู้ถือครองตำแหน่งที่สูงส่ง ในเมืองเจียงนี้ พวกเขาไม่ใช่อันธพาลที่มีอยู่ดาดๆทั่วไป แต่พวกเขาถือเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเจียง ที่ถือครองอิทธิพลไว้ในมืออยู่มากมาย

 

ทรัพสินย์เงินทอง และภูมิหลัง ก็ยังแข็งเกร่งมาก แม้แต่กระทั่งศาลากลางจังหวัดก็ไม่กล้าที่จะยั่วยุพวกเขา และพวกเขาก็ยังสามารถโทรไปหา ผู้ว่าราชการจังหวัดกู่ ได้โดยตรง หากไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ มันก็ไม่มีทางที่จะโทรไปได้

 

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็ยังเต็มใจที่จะเชื่อฟังคุณเจียง ดังนั้นแล้ว จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นคนที่น่าอัศจรรย์ขนาดไหน

 

“ฉันสงสัยว่าเมื่อไหร่พวกเราจะไปถึงระดับเดียวกับคุณเจียงได้”

 

ประกายตาสายตาของหนุ่มสาวหลายคน เปล่งประกายระยิบระยับ

 

แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขา ที่จะบรรลุเป้าหมาย แต่หัวใจของพวกเขาก็ยังเรียกร้องตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น

 

โดยธรรมชาติแล้ว พวกเขาย่อมบูชาบุคคลที่มีสถานะสำคัญ

 

ซันเสี่ยวหงกล่าว “เธอยังมีโอกาสนี้อยู่ เมื่อธุรกิจของตระกูลเติบโตขึ้น แน่นอน ว่าเธอก็จะได้รับโอกาสที่จะพบคุณเจียงแน่ อาจพบได้ด้วยตัวของตัวเอง อย่างไรก็ตาม มีอยู่บางคน คนทำได้แต่ฟังชื่อเท่านั้น เขาคงไม่สามารถพบเจอคนๆ นั้นได้ในตลอดชีวิตของเขา”

 

สายตาของเธอตกลงไปยังเจียงซิ่วที่ยังคงสงบและไม่แยแส

 

ซันเสี่ยวหงเต็มไปด้วยความโกรธทันที เมื่อเธอเห็นสิ่งที่เขาแสดงออก เขาไม่ได้ดูมีร่องรอยของความอัปยศอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

 

ดูเหมือนว่าเธอจะมีหน้าที่หนามาก

 

เธอต้องการให้ฉันจี้จุดมันด้วยตัวเองใช่ไหม?

 

“ซิ่วน้อย ธุรกิจที่ครอบครัวของเธอ ที่ขายผลไม้ เป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่?”

 

“ก็คงงั้น”

 

“ได้วันละเท่าไหรหล่ะ 100 200 หรือ 300 หยวนต่อวัน?”

 

ทุกคนเปิดเผยความรังเกียจออกมา

 

“ไม่รู้สิ”

 

เจียงซิ่วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ชอบเก็บงำความตั้งใจที่ชั่วร้ายไว้กับตัว และพยายามที่จะทำให้ครอบครัวของเขา ต้องพบเจอกับความอัปยศอยู่ตลอดเวลา เธอไม่ได้ยับยั้งความรู้สึดเกลียดชังบนใบหน้าของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“ซิ่วน้อย ตั้งใจฟังคำพูดของป้า พ่อแม่ของเธอทำงานอย่างหนักสำหรับการขายผลไม้ เดิมพันทุกสิ่งที่พวกเขามี เพื่อที่จะให้เธอสามารถศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ดีๆต่อได้ ในอนาคต แม้ว่าเธออาจจะไปไม่สูงถึงระดับเดียวกับเฉินน้อยและเชียนเชียน แต่อย่างน้อยเธอก็ต้องพยายามหางานในบริษัทและเข้าไปทำให้ได้ อย่าไปทำงานที่ยากลำยากเช่นพ่อแม่ของเธอเลย”

 

“แต่จริงๆ แล้วมันก็คงจะทำเงินไม่ได้มากนัก ฉันได้ยินมาว่าเธอขาดสอบการทำแบบทดสอบในโรงเรียนใช่ไหม?”

 

พวกเขาไม่กี่คนในนี้ รู้สึกยินดีกับความทุกข์ของคนอื่น

 

“ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของเธอนี้ เธอจะไปสอบเข้าหลักสูตรของมหาวิทยาได้ยังไง เธอคงจะไม่ผ่าน ตั้งแต่ช่วงทำแบบทดสอบรายวิชา เกิดอะไรขึ้น? เธอไม่สามารถทำงานการบ้านยากๆได้ หรือว่าเธอขาดความฉลาด?”

 

เธอกำลังจะกล่าวว่า IQ ของเทพซิ่วนั้นมีปัญหา

 

การแสดงออกของเจียงซิ่วกลายเป็นรุนแรง ขณะที่เขาพูดออกไปด้วยลักษณะน้ำเสียงขวานผ่าซาก “เธอไม่จำเป็นต้องยุ่งเรื่องทางบ้านของเทพคนนี้”

 

“และไม่ว่าเกรดของเทพคนนี้จะเป็นยังไง มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ”

 

“นี่เธอ…”

 

ซันเสี่ยวหงแทบจะสูญเสียการนึกคิด

 

“ดี ดีมาก ดูเหมือนว่าเธอจะมีโอกาสดีๆอยู่แล้วในอนาคต ฉันจะรอดูมหาวิทยาลัยที่เธอจะสอบติด…”

 

“ถ้าเทพคนนี้ต้องการ มันก็ง่ายมากแล้ว ที่จะเข้ามหาวิทยาลัยจักรพรรดิ ในเมืองหลวงจักรพรรดิ”

 

“จำคำพูดเหล่านั้นไว้ให้ดี ถ้าหากเธอจะไม่สามารถสอบเข้าได้ ลืมเรื่องเกี่ยวกับการหมั้-….”

 

“แม่!”

 

เฉิงหลิงซูตะโกนออกมาอย่างกังวลใจ กลัวว่าแม่ของเธอจะเปิดเผยเรื่องระหว่างเธอและเจียงซิ่วเนื่องจากถูกกระตุ้นแบบนี้ แต่โชคดี ที่ประตูทางเข้ามีออดดังขึ้นพอดี

 

บางคนมาถึงแล้ว

 

ยังมาไม่ครบทุกคน?

 

“นายหญิง!”

 

แม่นมหวูไปเปิดประตู และก็ตกตะลึง มีเสียงตามมาหลังจากนั้น “ว้าว รองเท้าเยอะจัง ดูเหมือนจะมีหลายคนมาที่บ้าน นี่มันไม่ได้เหมือนกับว่า การที่ฉันเร่งเดินทางมานั้นเป็นเรื่องไร้สาระ?”

 

มันเป็นเสียงที่อ่อนโยนและไพเราะเสนาะหู เสียงนี้นำพาความเบิกบานใจมาให้ใครก็ตามที่ได้ฟังมัน

 

ร่างที่งดงามก็เข้ามาในทันทีหลังจากนั้น มันเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงโปร่ง ประมาณ 170 ซม. ลักษณะของเธอคล้ายกับเฉิงหลิงซูมาก เพียงแต่ว่าเธอคนนั้นสวยกว่า และการจ้องมองของเธอก็เต็มไปด้วยอ่อนโยนและนุ่มนวล

 

“เอ๋? พี่!”

 

เฉิงหลิงซูเรียกอย่างตื่นเต้น และรีบไปวิ่งหาผู้หญิงคนนั้น

 

ทั้งสองสาวกอดกัน

 

“พี่ไม่ได้บอกว่าพี่จะไม่กลับมาหรอ?” เฉิงหลิงซูบุ้ยปากของเธอ ด้วยท่าทีเสียใจ

 

เจียงซิ่วค่อยๆ หันศีรษะไป ในขณะที่เขาได้ยินเสียงนี้ หัวใจที่สงบของเขา ได้เริ่มเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง มันเต้นอย่างรวดเร็ว สามพันปีแล้ว เขาไม่ได้เห็นเธอมาเป็นเวลาสามพันปีเต็ม

 

ผู้หญิงที่มาถึงก็คือพี่สาวของเฉิงหลิงซู เฉิงหลิงหราน

 

“วัดเกิดของนายหญิงสองทั้งที ทำไมฉันถึงจะไม่กลับมาหล่ะ?”

 

“แล้วของขวัญของฉันอยู่ที่ไหน?”

 

“ฉันเตรียมไว้นานแล้ว นี่กำลังรอพี่สาวอยู่ หรือกำลังรอของขวัญจากพี่สาวกันแน่ หึ?” เฉิงหลิงหรานยิกจมูกของเฉิงหลิงซูด้วยความหมั่นไส้

 

ถ้าใครก็ตามที่ปฏิบัติกับเจียงซิ่วด้วยความจริงใจ ในครอบครัวตระกูลเฉิงนี้ มันก็คือเฉิงหลิงหราน เป็นเพราะเธออายุมากกว่าเจียงซิ่ว เฉิงหลิงหรานจึงมักจะดูแลเขาในช่วงที่เขายังเด็ก เจียงซิ่วมักจะติดเธอแจ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ป๊าเจียงถูกจำคุก การติดต่อระหว่างพวกเขาก็ถูกทำลายแทบจะในทันที เขามีโอกาสได้เห็นเฉิงหลิงซูเพียงแค่ที่โรงเรียน แต่ไม่มีโอกาสได้เจอเฉิงหลิงหรานเลย

 

ความสัมพันธ์ที่เลวร้ายเริ่มขึ้นหลังจากที่เจียงหยี่และหลินเยี่ยหลิงล่วงลับไปแล้ว ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ มันด้วยเหตุผลบางอย่าง อาจเนื่องมาจากความรู้สึกผิด หรือความเห็นอกเห็นใจ เฉิงหลิงหรานเป็นคนเดียวในตระกูลเฉิง ที่มาดูแลเขาในตอนนั้น เธอไม่ยินยอมที่จะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว แม้ว่าเขาจะขู่ฆ่าเธอก็ตาม

 

อารมณ์บางอย่างหยั่งรากลึก และมันก็ยากที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากมัน เจียงซิ่ว ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าความรักที่เขามีในช่วงวัยเด็กนั้น เป็นตัวของพี่สาว เฉิงหลิงหราน และไม่ใช่เฉิงหลิงซู

 

“แม่!”

 

“หรานหราน…”

 

เฉิงหลิงหรานกอดแม่ของเธอเหมือนกับเด็กขี้แย ถูใบหน้าสวยๆ ของเธอไปกับแก้มของแม่

 

“พี่สาวหรานหราน!”

 

ใครจะรู้ว่าบรรพบุรุษของตระกูลเฉิงทำอะไรดีอะไรไว้ ถึงได้รับคู่ไข่มุกงดงามไร้ที่ติมาอยู่ภายใต้การดูแลแบบนี้ เย่เหวินเฉิน หลินชวูและหนุ่มคนอื่นๆ ก็ตกตะลึงกับรอยยิ้มของเฉิงหลิงหราน

 

“ซิ่วน้อย…” เฉิงหลิงหรานรู้สึกประหลาดใจ เมื่อเธอเห็นเจียงซิ่ว เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมาด้วย

 

“พี่…”

 

ในช่วงวัยเด็กของเขา เจียงซิ่วไม่ได้มีพี่ชายหรือน้องสาวและครอบครัวของพวกเขาก็ยังใกล้ชิดกัน เขาจึงใช้คำเรียกแทนเฉิงหลิงหรานว่าพี่ เขาจะใช้คำเรียกนี้ต่อไป และก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงมันด้วย ดังนั้นเขาจึงโพล่งออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

เย่เหวินเฉินและคนอื่นๆ สวมรอยยิ้มที่เย็นชา และมองไปยังเจียงซิ่วด้วยความไม่พอใจ

 

แกคิดว่าตัวแกสามารถเรียกเธอว่าพี่ได้?

 

แกต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ หลังจากที่ได้เห็นความสวยงามของพี่สาวหรานหราน

 

เป็นเพียงแค่กบในกระลาก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ

 

ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฟัน เจียงซิ่วและเฉิงหลิงหรานก็เลยมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายต่อกัน มันอาจจะกล่าวได้ว่าเฉิงหลิงหรานชดเชยตัวเองให้กับอาชญากรรมที่ตระกูลเฉิงเป็นคนก่อ โดยส่วนมากแล้วมันก็มาจากเฉิงหลิงซู ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าเรื่องที่เจียงซิ่วจะแสดงท่าทางกับเธอไม่ดีอย่างไร หรือแม้แต่กระทั้งล่วงเกินเธอนั้น เธอไม่เคยต่อต้านมัน ไม่เคยปริปากบ่น เธอเพียงเงียบเพื่อเข้าสู้ อาจกล่าได้ว่าเจียงซิ่วได้รับเฉิงหลิงหรานมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่บิดามารดาของเขาต้องตายไป

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้มันแตกต่างออกไป เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้นแล้วโดยธรรมชาติ เฉิงหลิงหรานจะไม่สนใจเจียงซิ่ว ด้วยความเจ็บปวดในหัวใจของเขาในตอนนั้น มันทำให้สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าเฉิงหลิงหรานจะรักเขาหรือไม่

 

เจียงซิ่วรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในหัวใจ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จ้องมองมาอย่างอบอุ่นของเธอ บุคคลที่โดดเดี่ยวมาพันปี หรือแม้แต่กระทั่งเทพเจ้า มันกลับรู้สึกยากที่ต้องระงับอารมณ์ให้อยู่เฉย ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ปล่อยเผลอปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“บางทีชะตากรรมไม่เป็นไปตามเดิม?”

 

“นั่นมันมากเกินไป!”

 

เจียงซิ่วรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่พ่อแม่ของเขาประสบกับโศกนาฏกรรมเช่นเดียวกันกับในช่วงเวลาก่อนหน้า เหตุการณ์มันก็คงจะเป็นดั่งเดิมแล้ว แต่ก็ไม่มีทางที่เขาจะอนุญาตให้พ่อแม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงเพราะเขาจะได้ไปหาผู้หญิง นั่นเป็นไปไม่ได้เลย

 

จากตอนนั้น สิ่งเดียวที่เขาทำได้ ก็คือการฝังความรู้สึกเหล่านั้นไว้ส่วนลึกในหัวใจ

 

ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่เธอยังใช้ชีวิตอยู่ดี

 

“ซิ่วน้อย…”

 

เฉิงหลิงหรานพบว่าเจียงซิ่วสูงขึ้น แม้แต่กระทั่งสูงกว่าเธอไปครึ่งหัว เธอยังจำยังจำได้อยู่เลย ว่าครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเขา เขาเตี้ยมาก

 

แม้ว่าเธอจะจำเขาได้อย่างรวดเร็ว แต่อดีตเพื่อนบ้านของเธอก็เปลี่ยนไปมาก รูปร่างของเขาราวกับว่าถูกแกะสลักออกมาจากหินอ่อน ขณะที่ดวงตาของเขาก็ดูนุ่มลึกไร้ก้นบึ่ง ความลึกลับกระพิบผ่านอยู่ดวงตาเหล่านั้น มันแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แทงลึกลงไปในกระดูก มันจึงอดไม่ได้ที่เธอจะต้องจ้องมองไป และเปิดเผยความอ่อนโยน

 

“เธอสูงขึ้น และก็ยังหล่อเหล่าอีกด้วย… หุหุหุหุ”

 

เฉิงหลิงหรานถูกปิดปากก่อนที่เธอจะพูดจบ มีคนกลัวว่าเธอจะเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง

 

“พี่ มากับฉันหน่อย”

 

เฉิงหลิงซูดึงเฉิงหลิงหรานเข้ามาในห้องของเธอ และก็ล็อคมันจากภายใน เธออธิบายว่าเพื่อนร่วมชั้นของเธอไม่ได้รู้เรื่อวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเจียงซิ่ว ดังนั้นแล้ว เธอจึงขอให้เธอเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

 

เฉิงหลิงหรานสัญญากับน้องสาวคนเล็กที่รักของเธอ

 

ตอนที่เฉิงหลิงหรานออกมา เธอก็ค้นพบว่าเจียงซิ่วได้หายตัวไปแล้ว เฉิงหลิงซูถาม “เขาไปไหน?”

 

“เขาบอกว่ามีอะไรบางอย่างต้องทำ และก็ออกไปแล้ว!”

 

“มันดีแล้วที่เขาออกไป แค่เขาปรากฏตัวขึ้น ที่นี่ก็กลายเป็นน่าเบื่อแล้ว”

 

ความโกรธของซันเสี่ยวหงยังคงไม่สงบลง

 

เฉิงหลิงหรานแสดงออกอย่างทุกข์ใจ ขณะที่ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังประตูทางเข้า เปิดเผยความรู้สึกกังวลของเธอออกมา