0 Views

บทที่ 70

เคยได้ยินเกี่ยวกับคุณเจียงไหม?

 

ในฐานะที่เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดของเมืองเจียง เช่นเดียวกับการเป็นหนึ่งในโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงของมลฆณเจียงหนาน มันจึงไม่จำเป็นต้องบรรยากาศถึงระดับการศึกษาของเซกเก้นไฮ ลมของฤดใบไม้ผลิของเดือนเมษาลอดผ่านต้นไม้ ส่งผลทำให้ใบของต้นหลิวส่งเสียงออกมา มีเพียงเดือนเดียวสำหรับการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเดือนมิถุนายนนี้ นักเรียนทุกคนกำลังพยายามอย่างเต็มที่สำหรับการเรียน และในที่สุด ความยากลำบากของพวกเขาก็ใกล้จบลงแล้ว หลังจากที่บากบั่นเรียนมาได้ 1-2 ปีเต็ม

 

อย่างไรก็ตาม มันมักมีใครบางคน ที่อยู่ในที่สูงมากไปกว่านั้น พวกเขาความมีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ หรือไม่ก็อยู่ในตระกูลของเหล่าผู้ลากมากดี พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเลย และสมาชิกหลักของสภานักเรียน ก็เป็นสิ่งที่กล่าวมา

 

พวกเขาถูกยกย่องจากคนอื่นๆ ราวกับว่าพื้นดินที่เขายืนอยู่ มันจะสูงขึ้นเทียบเคียงกับเทพเจ้าได้ เย่เหวินเฉินจิบชาในถ้วยและเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกที่เหนือกว่า ขณะที่ฟังโอหยางเชียนพูด “นายน้อยเย่ ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นอันดับ3ของเมือง และเป็นอันดับ5ของจังหวัด ในการทำแบบทดสอบเข้ามหาลัย”

 

“คุณช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”

 

เย่เหวินเฉินยิ้มออกมาอย่างเฉยเมย ราวกับว่านั้นมันไม่ได้นับเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

 

หลินชวูก็เข้ามาร่วมการพูดคุยด้วย “นั้นไม่นับเป็นอะไร นายน้อยเย่ไม่ได้แสดงความสามารถที่มีทั้งหมดออกไป ไม่อย่างงั้นแล้ว เขาก็คงจะได้คะแนนอย่างน้อยๆ ก็อันดับ 1”

 

ทุกคนที่อยู่ที่นั่น มองไปยังเย่เหวินเฉินด้วยความชื่นชม

 

เขาเป็นคนที่มีโอกาสในเรื่องการเรียนจริงๆ รูปร่างของเขาก็หล่อเหลาสง่างาม เขายังมีภูมิหลังครอบครัวที่ดี และก็มีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม พวกเขารู้สึกขัดใจเล็กน้อย ก็เพราะพวกเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเย่เหวินเฉินได้คะแนนเท่าไร

 

“ใช่ และเกรดของเจียงซิ่วเป็นอย่างไรบ้าง?”

 

เย่เหวินเฉินหัวเราะ “ฉันไม่สนใจ เจ้าอันธพาลนั้นไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของฉันได้”

 

“โดยธรรมชาติแล้ว เขาย่อมไม่มีคุณสมบัติ”

 

“ไอเวรนั้นนะหรอ ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่ได้ทำแบบทดสอบ คะแนนของเขาจึงกลายเป็นศูนย์”

 

พวกเขาทั้งหมดหัวเราะ ขณะที่อีกสองสามคนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาแสดงการดูหมิ่นของพวกเขา

 

“ดูเหมือนว่าซูซูจะเชิญเขาไปงานวันเกิดของเธอด้วย”

 

“ทำไมล่ะ?”

 

พวกเขาไม่เข้าใจเหตุผล

 

“ตามที่ซูซูบอก ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความตั้งใจของคุณป้า”

 

ทุกคนนึกขึ้นได้ทันที ว่าตอนที่ซันเสี่ยวหงพบเจียงซิ่ว ก็คือระหว่างงานเลี้ยงที่เบลเด็น เจียงซิ่วอยู่พร้อมกับถังเหวินชงด้วย ในเมืองเจียง ไม่มีใครอยากจะพลาดโอกาสที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตระกูลถัง ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงสรุปว่านี่เป็นเหตุผลที่เธอต้องการเชิญเขาไป

 

“ดูเหมือนว่าเจียงซิ่วจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเร็วๆมานี้ ฉันได้ยินใครบางคนบอกว่าเย่ปิงเขียนจดหมายรักหาเขา และก็ถูกคุณครูจับได้”

 

เย่เหวินเฉินเค้นเสียงออกมาอย่างรังเกียจ “เขาคิดผิดแล้ว ถ้าคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะไปได้ด้วยดี เพียงแค่เขาอาศัยถังเหวินชงก็เท่านั้น”

 

“เขาเป็นเพียงแค่กบในบ่อน้ำ ถึงได้มองออกไป จากมุมมองที่ต่ำตมเช่นนั้น”

 

มือของเย่เหวินเฉินล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขาสวมเสื้อสีฟ้าอ่อนขณะจับคู่กับกางเกงสีดำ ชุดเครื่องแบบนักเรียกทำให้เขาดูมีอ่อร่าที่สูงศักดิ์

 

เขาเย้ยหยันอยู่ในใจของเขา ถังเฉิ่นเชียนแก่มากแล้ว และก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างทหารและตระกูลถัง ก็จะหมดลงไปด้วย พวกเขาก็จะตกต่ำลง และถังเหวินชงก็จะไม่สามารถทำอะไรได้ในเวลานั้น เจียงซิ่ว มันตลกมาก ถ้าแกคิดว่าแกจะสานสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญคนอื่นๆได้

 

นายน้อยคนนี้จะต้องยิ่งใหญ่กว่าถังเหวินชงภายในระยะเวลา 10 ปีนี้ และจะต้องยิ่งใหญ่กว่าตระกูลถังภายระยะเวลา 20 ปี

 

สำหรับเจียงซิ่ว เย่เหวินเฉินไม่ได้เปรียบให้เขาอยู่ในระดับเดียวกัน

 

“ทุกคน ตอนนี้ทำไม่เราไม่ไปเลือกของให้ซูซูกันหล่ะ?”

 

 

 

 

หลังจากที่เย่ปิงถูกเรียกไปยังห้องพักครูโดยคุณครู และเธอที่ได้ออกมาหลังจากนั้น มันไม่มีใครรู้ว่าคุณครูพูดกับเธอว่าอะไร แต่พฤติกรรมของเธอกลายเป็นเย็นชากับทุกคนโดยกะทันหัน  ถ้าเธอมีอะไรบางอย่างจะพูดกับเจียงซิ่ว เธอจะส่งหลิวเซี่ยวหยิ่นไปพูดกับเจียงซิ่วแทนเธอ เธอไม่เต็มใจที่จะพูดกับเขาโดยตรง แม้ว่าพวกเธอและเขาจะอยู่ในชั้นเรียนเดียวกันก็ตาม มันมีกำแพงกั้นอยู่ระหว่างเธอกับเขา มันมากถึงขั้นที่เธอมองว่า ยอมตายดีกว่าที่จะพูดคุยกับเขา

 

ในขณะเดียวกัน เจียงซิ่วก็กำลังใช้เวลาของเขาให้เป็นประโยชน์ เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมดลงไปในการบ่มเพาะ และก็ศึกษาออร่าศักดิ์สิทธิ์

 

ในพริบตาเดียว วันหยุดสุดสัปดาห์ก็มาถึงแล้ว

 

งานเลี้ยงวันเกิดจัดขึ้นที่บ้านของเฉิงหลิงซู แม่บ้านอายุ 50 ปีเรียกว่า แม่นมหวู มาเปิดประตูเมื่อเจียงซิ่วไปถึงที่นั่นแล้ว แม้ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่เจียงซิ่วก็ไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยมเยือนบ้านของตระกูลเฉิงซักเท่าไหร่ แต่โดยปกติแล้ว แม่นมหวูก็มักจะออกมาตอนรับเขาทุกครั้ง

 

เขาเดินเข้าไปอย่างสงบ

 

มีสนามหญ้าอยู่ภายในวิลล่า และของตกแต่งงานวันเกิดถูกจัดขึ้นที่นั่น บอลลูนลอยขึ้นไปบนฟ้าเป็นคำว่า ‘สุขสันต์วันเกิด’ มันถูกเขียนขึ้นมาด้วยตัวอักษรที่บรรจงเขียนขึ้น นักเรียนสองสามคนเข้ามา รวมถึงโอหยางเชียน หลี่ดั่น เย่เหวินเฉิน และหลินชวู

 

“นายมาแล้ว!” เสียงของเฉิงหลิงซูค่อนข้างเฉื่อยชา สวมรอยยิ้มคล้ายคลึงกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในห้างสรรพสินค้า

 

“อืมม!”

 

เจียงซิ่วตอบกลับเธอ และกล่าวออกมาอย่างตั้งใจ “สุขสันต์วันเกิด”

 

แล้ว…

 

เฉิงหลิงซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นักเรียนที่อยู่ด้านข้างปิดปากหัวเราะคิกคัก

 

“เขาไม่สามารถมางานเลี้ยงวันเกิดโดยที่ไม่มีของขวัญติดตัวมาด้วยได้ ใช่ไหม?”

 

“ฉันคิดว่าเขาไม่มีเงินซื้อนะ”

 

“ฉันคิดว่าเขาจะเอาตระกล้าผลไม้มา ก็เพราะบ้านเขาขายผลไม้นี่”

 

ใบหน้าของเจียงซิ่วไม่ได้แสดงถึงความอับอายใดๆ เขาไม่ได้มางานวันเกิดเธอเพื่อทำให้เธอมีความสุข และซันเสี่ยวหงก็ไม่ได้เชิญเขามาด้วยความจริงใจอีกด้วย

 

“มาข้างใน…”

 

หลังจากที่ชงักไปชั่วขณะนึง เฉิงหลิงซูก็ตอบกลับเขาอย่างไม่แยแส เธอรู้สึกค่อนข้างงงวยเสียมากกว่า ก่อนหน้านี้ เจียงซิ่วจะเตรียมของขวัญวันเกิดสำหรับเธอไว้เสมอ แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่ของที่ดีอะไร แต่ความตั้งใจของเขาก็รู้สึกได้จากมัน อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ เขาลืมวันเกิดของเธอ และไม่ได้นำของขวัญวันเกิดมาอีกด้วย

 

แม้ว่าเขาและเธอจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่เธอก็รู้สึกหงุดหงิดกับการเปลี่ยนแปลงของเจียงซิ่วอยู่มากเหมือนกัน

 

หลังจากเข้าไปภายใน สายตาของเจียงซิ่วก็สำรวจวิลล่าแห่งนี้ แต่เขาไม่สามารถมองเห็นคนที่เขาต้องการเห็นได้ เสียงของเฉิงหลิงซูก็ดังขึ้นมาในขณะนี้เอง “นายกำลังมองหาพี่?”

 

หัวใจของเจียงซิ่วเริ่มเต้นเร็วขึ้น

 

เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอ

 

“พี่ยังไม่กลับมา พ่อของฉันยังอยู่ที่ต่างประเทศ งั้นแล้ว งานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้ฉันเลยจัดกับแม่แค่สองคน”

 

เธอไม่ชอบอธิบายสิ่งต่างๆ ให้กับผู้คนฟัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจียงซิ่ว แต่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงพูดเรื่องนี้กับเขา ในขณะที่เขาไม่นับเป็นใครเลย

 

ซันเสี่ยวหงนั่งอยู่ที่นั่งหลัก และให้พยักหน้าให้กับเจียงซิ่วเพื่อเป็นการทักทาย

 

เธอไม่ได้ปกปิดการดูหมิ่นและความเกลียดชังในสายตาของเธอ

 

งานเลี้ยงวันเกิดเริ่มต้นขึ้น และความสุขก็ได้คืนกลับมา ซันเสี่ยวหงเผยรอยยิ้มที่หาได้ยากบนใบหน้าของเธอ หลังจากได้เห็นลูกสาวของเธอมีความสุข เฉิงหลิงซูอายุได้ 17 ปีแล้ว และจะเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้านี้ เช่นเดียวกับลูกสาวคนโตของเธอ เธอจะออกไป และก็ไปใช้ชีวิตของตัวเอง

 

หลังจากที่มีความคิดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกสงสารลูกสาวคนเล็กของเธอ ที่ถูกหมั้นกับพ่อค้าผลไม้โดยพ่อที่ไร้ประโยชน์ของเธอเอง เธอไม่สามารถจินตนาการได้จริงๆ ว่าลูกสาวของเธอจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ถ้าเธอแต่งงานกับคนเช่นนี้

 

ดังนั้นแล้ว เธอจึงไม่สามารถให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้

 

“เชียนเชียน ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวของหนูกำลังเปิดรีสอร์ทสำหรับวันหยุดเทศการด้วย”

 

โอหยางเชียนรู้สึกภาคภูมิใจ “ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าระดับของรีสอร์ทจะยังไม่แน่นอน แต่พ่อของหนูก็กำลังวางแผนที่จะลงทุนไปอีก 50 ล้านหยวน สำหรับการตกแต่ง รายได้คาดว่าจะได้ อยู่ที่ประมาณ 100 ล้านหยวนต่อปี”

 

“มันดูเหมือนว่าโครงการนี้จะไม่เล็กเลย”

 

มันเป็นบางสิ่งที่แม่ศรีเรือนของตระกูลเฉิง ก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้

 

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเฟื่องฟูในปัจจุบัน มันย่อมคุ้มค่ากับการเปิดรีสอร์ทที่ใช้สำหรับเทศการ”

 

“เรายังคงต้องทำโฆษณาให้ดี”

 

ซันเสี่ยวหงยิ้ม เธอรู้สึกว่าตระกูลโอหยางวางแผนไว้ได้สมบูรณ์แบบ และพวกเขาก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน ว่าครอบครัวของหลี่ดั่นกำลังวางแผนที่จะเปิดสาขาที่ 3 ในเมืองหลวงสำหรับการขายเครื่องประดับ?”

 

“เราเชิญนักออกแบบชาวฝรั่งเศสมาเพื่อที่จะได้สร้างเครื่องประดับซีรี่ใหม่ เราก็มีแผนการอื่นอีกเยอะมาก และเมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งสร้าง *Flagship store(หรือร้านเรือธง ไปอ่านข้าล่างก่อน) ในเซี่ยงไฮ้ แค่รายได้ผลประกอบการเพียงวันแรกอย่างเดียว ก็ประมาณ 5 ล้านแล้ว”

[*Flagship store ความหมายแปลว่า ร้านสัญลักษณ์ของแบรนด์ หรือร้านที่โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์นั้น  ไม่ใช่ร้านเรือธงนะ]

 

“ตระกูลของหนูเลือกธุรกิจที่จะทำได้ดี ตลาดพวกของหรูหรากำลังเติบโตขึ้นทุกๆวัน”

 

“เฉินน้อย ฉันได้ยินมาว่าพ่อของเธอได้รับการเลื่อนตำแหน่ง?”

 

เย่เหวินเฉินดันแว่นตาของเขา “เขาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีดูแลที่ดินและการพัฒนา การหารือจบลงแล้ว และมันจะถูกประกาศในวงข้าราชการ ในอีก 1-2 วัน”

 

ซันเสี่ยวหงเองก็ตกใจ “รองนายกเทศมนตรี? ไม่ใช่ว่าเป็นผู้ว่าการเขตหรอ?”

 

“ไม่ใช่ว่านี้คือการรับเลื่อนตำแหน่งโดยตรง?”

 

“ใช่ครับ แม้แต่พ่อของผมก็คาดไม่ถึง นี่เป็นโอกาสที่ดีจริงๆ แต่พ่อของผมก็บอกว่า อำนาจที่มากขึ้นความรับผิดชอบก็สูงขึ้นตามไปด้วย”

 

ซันเสี่ยวหงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

เธอพูดคุยกับนักเรียนคนอื่นๆ และเธอก็มองไปยังเจียงซิ่ว ที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ เธอหัวเราะเยาะในใจ เธอคงกำลังร้องไห้อยู่ในใจตัวเองอยู่สินะ ใช่ไหม? เพียงแค่มองไปที่เพื่อนร่วมชั้นของซูซู แต่ละคนมีพื้นฐานครอบครัวที่เข้มแข็ง และก็มีความสามารถมาก พวกเขามักช่วยกันและกัน เด็กเหล่านี้ทุกคนมีโอกาสในอนาคตสูงส่ง และเธอ เป็นเพียงแค่คนขายผลไม้ เธอเข้าใจสถานะของตัวเธอขึ้นมาแล้วหรือยัง?

 

แม้ว่าเจี่ยงหยี่และหลินเยี่ยหลิง จะไม่เต็มใจที่จะถอนหมั้น แต่เธอคิดว่าตัวเองเหมาะสมกับซูซูรึเปล่าหล่ะ?

 

“ใช่แล้ว ป้าซัน คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับคุณเจียงไหม?”

 

“ฉันได้ยินกับคนที่มาพูดกับพ่อของฉัน ว่าน่านฟ้าโลกใต้ดินเมืองเจียง เปลี่ยนไปแล้ว”

 

ซันเสี่ยวหงหัวเราะ “กลุ่มเครือบริษัทเฉิง จะอยู่ในเมืองเจียงได้อย่างไร ถ้าฉันไม่รู้เรื่องราวแบบนี้?”

 

“จากที่ได้ยินมา คุณเจียงเป็นคนที่ลึกลับมากเลยทีเดียว แม้แต่บุคคลที่สำคัญจริงๆ ก็ยังเห็นเขาได้ยากมาก”