0 Views

บทที่ 69

คำตอบของตระกูลถัง

 

พระเจ้าเป็นผู้มอบสถานะในการเป็นเทพเจ้าให้ และก็ยังมอบหน้าที่บางอย่างลงมาจากสวรรค์ กล่าวอีกนัยนึง เทพเจ้าของลัทธิศรัทธาสวรรค์ มันคือหน้าที่ๆนึงที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่ทว่าเจียงซิ่วกลับกินเขาเข้าไปแล้ว สิ่งนี้จึงต้องมีการชดใช้ แม้เจียงซิ่วจะไม่ทราบว่าออร่าศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใด แต่เขาก็ใช้สุดยอดทักษะศักดิ์สิทธิ์ เพื่อกลืนกินมันลงไปแล้ว

 

นี่ก็เท่ากับว่าเจียงซิ่วได้เข้ายึดครองในการเป็นเทพเจ้าเต๋าศรัทธาสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาลงไปแล้ว

 

นี้มันค่อนข้างน่ารำคาญเล็กน้อย

 

ดั้งที่เขาเคยกล่าว เทพเจ้ามักเมินเฉยต่อเขตแดนของตนเอง ก็เพราะเขาคิดว่าที่นั้นสงบสุขอยู่แล้ว เจียงซิ่วไม่ทราบว่าเทพเจ้าของเต๋าศรัทธาสวรรค์ต้องการอะไรกันแน่ และหน้าที่อะไรกัน ที่เขาได้มา ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้น มันจะทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่

 

เจียงซิ่วรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับต้นกำเนิดเทพเจ้าของเต๋าศรัทธาสวรรค์ นี้มันต้องเกี่ยวข้องกับพระเจ้า และยังการปรากฏตัวของเต๋าศรัทธาสวรรค์เมื่อร้อยปีก่อนอีก เขาคาดการณ์ไว่านี่น่าจะเป็นรางวัลสำหรับการช่วยเหลือคนจำนวนมากในช่วงเวลานั้น

 

ในบ้านของพี่สาวเซียง ชวูเชียนเฉิงและคนอื่นๆ กำลังคุยเรื่องของเจียงซิ่วให้เธอฟัง หนึ่งในพวกเขาร้องออกมาอย่างตื่นเต้น แม้คนที่เงียบๆ อยู่เสมอ อย่างเช่นเฉินเซี่ย ก็ยังไม่สามารถระงับความตื่นเต้นได้

 

พี่สาวเซียงกลายเป็นมึนงง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่าของพวกเขา “เธอกำลังพูดถึงซิ่วน้อยอยู่ใช่ไหม?”

 

“ใช่ มันคือซิ่วน้อย!”

 

ทุกคนยิ้มให้กับใบหน้าตกตะลึงของพี่สาวเซียง

 

แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

 

“ซิ่วน้อยกลายเป็นผู้รับใช้เต๋า?”

 

“ใช่!”

 

“เป็นไปได้อย่างไร? ปีศาจน้อย แกล้อฉันเล่นแล้ว ถูกไหม?”

 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป มันเลยทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากต้องเชื่อ โปหลิงเยียนและเป๋ยชวย มาหาชวูเชียนเฉิงเพื่อกล่าวคำขอโทษ พวกเขาทั้งสองคนเคยพูดคุยกับเธอในลักษณะที่ไม่สุภาพมาก่อน แต่พฤติกรรมของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพในครั้งนี้ พวกเขาแม้แต่กระทั้งโค้งคำนับให้กับชวูเชียนเฉิง และคนอื่นๆ

 

“ต้าเนียน พวกเขาควรทำไง?”

 

ต้าเนียนพึมพำกับตัวเองอยู่ชั่วครู่ เขาและชวูเชียนเฉิงเป็นบุคคลที่คลุกคลีอยู่ในโลกใต้ดิน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ลำบากใจมากนัก พวกเขาต้องพิจารณาตามเรื่องราว “ตั้งแต่ที่เราได้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน งั้นก็ช่างมันเถอะ”

 

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร”

 

“อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนี้เป็นต้นไป พวกแกก็จะไม่ได้มีชีวิตที่ดีอยู่”

 

หมิ๋นน้อยและเฉินเซี่ยเองก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้

 

“ออกไปให้พ้น และอย่ากลับมาที่ดงซงอีก”

 

โปหลิงเยียนและเป๋ยชวยพยักกหน้าอย่างหมดหนทาง เจียงซิ่วควบคุมโลกใต้ดินในเมืองเจียงทั้งหมดในเวลานี้ เนื่องจากทุกคนกลายเป็นรู้ว่าพวกเขาล่วงเกินเจียงซิ่วไป มันก็จะไม่มีใครจ้างพวกเขาอีก พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี แม้ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไป

 

“ขะ ขอบคุณ…”

 

พวกเขารู้สึกขอบคุณอย่างมาก อย่างน้อยที่สุด ชวูเชียนเฉิงและคนที่เหลือก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาอับอาย และก็ไม่ได้หักแขนขาของพวกเขา

 

“บอสซง คุณเจียงอยู่ไหน?”

 

“คุณเจียงกลับไปที่เมืองเจียงแล้ว เพื่อไปทำเรื่องสำคัญ”

 

พี่สาวเซียงพยักหน้า

 

เธอคิดว่าเจียงซิ่วต้องกลับไปที่เมืองเจียง เพื่อที่จะได้ทำให้จิตใจของตัวเองสงบลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขากลัวว่าเธอจะขอคำอธิบายกับเขา และนั้นจะทำให้เขาหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ในช่วงสามพันปี มันเป็นเพราะลูกศิษย์มักจะฟังเขาอยู่เสมอ มันจึงไม่มีใครเคยมาค่อยพร่ำสอนหรือติเตือนเขามาก่อน เช่นเดียวกับสุภาษิตโบราณ ที่ว่า – ‘วีรบุรุษมักกลัวที่จะเห็นเพื่อนเก่า’

 

“พี่สาวเซียง คุณเจียงเตรียมการเอาไว้แล้ว ในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นโปรดมาหาฉัน ฉันจะจัดการมันเอง”

 

พี่สาวเซียงพยักหน้า เจียงซิ่วเติบโตขึ้นภายใต้การดูแลของเธอ และตอนนี้เขาก็เป็นผู้ใหญ่แล้วแม้แต่กระทั่งมีอนาคตที่ดีเยี่ยมรออยู่ตรงหน้า เธอไม่คุ้นเคยกับความสุภาพทั้งหมดนี้ และเธอก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องขอความช่วยเหลือจากบอสซงด้วย

 

ถ้าจะมีอะไร นั้นก็คงจะมีแต่ลูกชายของเธอแล้ว และเจียงซิ่วเองก็ยังไม่เคยปฏิบัติตัวไม่ดีกับชวูเชียนเฉิง

 

และก็เป็นอย่างที่คาดไว้ บอสซงกล่าวต่อ “ชวูเชียนเฉิง ต้าเนียน พวกเธอยินดีที่จะมาติดตามฉันไหม? ฉันมีธุรกิจบางอย่าง ที่ต้องการใครสักคนจัดการดูแลพวกมัน แน่นอน ว่าเธอจะต้องพอใจกับรายได้ที่จะได้”

 

โปหลิงเยียนและเป๋ยชวย ก็ได้รับความมั่งคั่งมาจากการทำสิ่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีความสัมพันธ์ระหว่างเจียงซิ่วและชวูเชียนเฉิงอยู่ด้วย

 

“อย่างไรก็ตาม คุณเจียงอนุญาตให้พวกเธอทำงานได้แต่ในโลกสีขาวแต่เพียงเท่านั้น”

 

“พวกเรายินดี!”

 

 

 

 

เมืองเจียง ตระกูลถัง โถงบรรพบุรุษ

 

ถังเฉิ่นเชียนมีการแสดงออกที่ยากลำบากปรากฏอยู่บนใบหน้า หลังจากที่ได้ยินมาว่าเจียงซิ่วฆ่าหลินเฉิ่นไบ๋ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และทำให้คนที่อยู่ที่นั่นหวาดกลัวได้ ใบหน้าในตอนนั้นของเขาก็เต็มไปด้วยความปีติยินดีเช่นเดียวกัน เมื่อเจียงซิ่วอยู่ด้านบน อำนาจตระกูลถังของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นี่ก็เป็นเพราะเจียงซิ่วไม่ได้มีกองกำลังเป็นของตัวเอง และเขาก็ไม่ได้มาจากตระกูลที่มีอิทธิพล ส่วนใหญ่แล้วเขามักอาศัยตระกูลถังอยู่เสมอ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ ถังเฉิ่นเชียนเชื่อว่าจุดสิ้นสุดของเจียงซิ่วไม่ใช่ที่เมืองเจียง ดังนั้นแล้วโดยธรรมชาติ จะต้องมีใครสักคนที่ต้องจัดการกับกิจการในเมืองเจียง มันจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตระกูลถังที่อยู่กับเขามาตั้งแต่แรก?

 

แต่ช่างโชคร้าย ข่าวดีทั้งหมดถูกทำลายลง ด้วยรายงานที่ว่าถังเต๋าได้ล้วงเกินเจียงซิ่วไป และเขาแม้แต่กระทั่งกล่าวคำตำหนิออกมา

 

“พ่อแก่ โปรดให้โอกาสกับฉันอีกสักครั้ง”

 

“ขออีกสักครั้ง”

 

ถังเต๋าคุกเข่าลงกับพื้น

 

ทุกคนทั้งหนุ่มและแก่ สมาชิกของตระกูลถังทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่

 

“แกยังไม่เข้าใจความกรุณาเมตตาที่มิสเตอร์เจียงให้แก่ตระกูลถังของฉัน การกระทำของแก ที่ล่วงเกินเขาไป มันก็เทียบเท่ากับแกได้นำความหายนะเข้ามาสู่ตระกูลถังแล้ว”

 

“ถ้าสมาชิกคนอื่นๆ ปฏิบัติกับแกเช่นเดิม และตระกูลถังของฉันจะไปยืนอยู่จุดไหนได้?”

 

ถังเฉิ่นเชียนตำหนิ

 

“เอาเขาไปรับการลงโทษของตระกูล”

 

ไม่มีใครรู้ว่าการลงโทษของตระกูลนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน แต่ทุกคนกลับรู้เรื่องหนึ่ง ศพที่ตายแล้วของถังเต๋าถูกนำออกมาผ่านสนามหลังบ้าน เอาเขามาเผา และขี้เถ้าก็ถูกเทลงไปในแม่น้ำหน้าบ้านบรรพบุรุษตระกูลถัง

 

นี่คือคำตอบที่พวกเขามอบให้กับเจียงซิ่ว

 

นี้เท่ากับเป็นการตัดรากเน่าออกไป เพื่อรักษาต้นไม้ทั้งต้น!

 

ในวันถัดไป เจียงซิ่วก็ไปเรียนปกติ อย่างไรก็ตาม เทพซิ่วมาสายถึงสองครั้ง และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เขามักมาเรียนในคาบที่สามอยู่เสมอๆ

 

เจียงซิ่วใช้เวลาทั้งคืนเพื่อค้นคว้าออร่าศักดิ์สิทธิ์ แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา

 

เขายังไม่ทันนั่งลง เย่ปิงก็ยื่นกระดาษใบเล็กมาให้เขา มันมาถึงเขาหลังจากที่ผ่านเด็กผู้ชายมา 2 คน และเด็กผู้หญิงอีก 3

 

เจียงซิ่วเปิดมัน : เจียงซิ่ว เจ้าตัววายร้าย นายฉุดชั้นเรียนให้ตกต่ำลงอีกแล้ว

 

เธอใช้ความพยายามอย่างมาก ในกาสรรสร้างถ้อยคำเหล่านี้ขึ้นมา

 

เจียงซิ่วลุกขึ้นยืนในทันที “ครูครับ มีบางคนส่งกระดาษมา”

 

ครูที่สอนวรรณคดีหยุดการสอน และเดินเข้ามาหาเขาด้วยความโกรธ “เปิดมัน!”

 

ขณะนั้นเองใบหน้าของเย่ปิงก็ขรึมขึ้น

 

ไอชั่ว นายกล้าบอกเรื่องนี้กับครูจริงๆ มาต่อตัวต่อกับเลดี้คนนี้ไหม ถ้านายแน่จริง ทำไมต้องทำเรื่องอะไรให้อ้อมค้อมแบบนี้ด้วย

 

ตอนนี้ฉันควรทำอะไรดี?

 

“มันเขียนอะไรไว้บ้าง?”

 

คุณครูลองดูมัน และรู้สึกว่ามันน่าหัวเราะ แต่ก็รู้สึกว่านี่ไม่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน

 

“นักเรียนเจียงซิ่ว ใครเขียนเรื่องนี้ให้เธอ?”

 

เจียงซิ่วชี้ไปยังเย่ปิง

 

ใบหน้าของเย่ปิงแดงขึ้น

 

มันทำให้ทั้งชั้นกลายเป็นวุ่นวาย

 

เย่ปิงเป็นราชินีของโรงเรียนแห่งนี้ เหล่าผู้ชายจะมีความสุขไปตลอดทั้งสัปดาห์ ถ้าเธอพูดกับพวกเขาเพียงประโยคนึง แต่เธอกลับฉีกกระดาษเขียนไปให้เจียงซิ่ว เหล่านักเรียนทั้งหมดรู้สึกอยากรู้อยากเห็น “ครู กระดาษมันถูกเขียนไว้ว่ายังไง?”

 

“หยุดก่อปัญหาน่า!”

 

“นักเรียนเย่ปิง มาหาครูที่ห้องพักครู หลังจากชั้นเรียนจบลงแล้ว”

 

หลังจากนั้น ทุกคนไม่มีความคิดที่จะฟังครูสอนต่อ เมื่อสิ่งที่น่าตื่นเต้นดังกล่าวได้เกิดขึ้น ข่าวลือทุกชนิดกำลังแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน

 

“บางทีเย่ปิงอาจเขียนจดหมายรักหาเจียงซิ่ว”

 

เย่ปิงมองไปที่เจียงซิ่วด้วยความไม่พอใจ หัวใจของเธอกำลังจะพังลง แม้ว่าจะถูกตำหนิจากแม่มาตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบันนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่เธอถูกเรียกตัวไปยังห้องพักครู

 

“เจียงซิ่ว เพียงแค่รอ เลดี้คนนี้จะชำระแค้นกับนาย”

 

หลังจากจบชั้นเรียน นักเรียนชายทุกคนในชั้นเรียนก็มาหอมล้อมรอบๆ ตัวเจียงซิ่วดุจฝูงผึ้ง

 

“เจียงซิ่ว ราชินีเย่เขียนอะไรให้นาย”

 

“มันใช่จดหมายรักรึเปล่า?”

 

เจียงซิ่วแสดงออกอย่างสงบ เทพคนนี้จะไม่อ่านจดหมายรัก จากคนที่คุณสมบัติการเป็นแม่บ้าน ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เจียงซิ่วรู้สึกค่อนข้างสำราญใจ ขณะที่เขาเห็นเย่ปิงทำตามหลังครูสอนวรรณคดีไปอย่างอับเฉา หึ่ม! กล้าตำหนิเทพคนนี้? เธอตีค่าตัวเองสูงเกินไปแล้ว  

 

เทพซิ่วมักจะแก้แค้นอย่างเด็ดขาด

 

คลื่นหนึ่งจะยังไม่ทันเบาบางลง อีกคลื่นหนนึ่งก็ถูกซัดเข้ามา

 

หลังจากจบชั้นเรียน เจียงซิ่วก็ได้รับโทรศัพท์ เขาไม่ต้องการรับโทรศัพท์หลังจากที่ดูหมายเลขผู้โทร แต่ก็ยังคงรับสาย นี้เป็นบางสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วย “เฮ้ ต้องการอะไรจากเทพคนนี้?”

 

ข่าวเขียนจดหมายรักของราชินีเย่ปิง มันเป็นอะไรที่บูมในหมู่นักเรียนชายจริงๆ เรื่องนี้แพร่ระบาดไปไกล และโดยธรรมชาติแล้วมันย่อมถึงหูของเฉิงหลิงซูด้วยเช่นกัน “นายจำได้ไหมว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เป็นวันอะไร?”

 

สามพันปีผ่านไป มันจึงไม่มีทางที่เจียงซิ่วจะจำได้

 

“วันอะไร?”

 

เฉิงหลิงซูรู้สึกโกรธเคือง แต่แล้วมันก็ค่อยๆ รู้สึกบรรเทาเบาบางลงไป ตั้งแต่ที่เธอกับเขาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันแล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องเป็นกังวล ว่าเขาจะนึกถึงสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับเธอหรือไม่ “มันเป็นวันเกิดของฉัน”

 

“ฉันวางแผนที่จะจัดงานเลี้ยงวันเกิด เพื่อเป็นการพักผ่อนและบรรเทาแรงกดดันในการเรียนที่จะต้องสอบเข้ามหาลัยกัน ฉันจะเชิญบางส่วนของเพื่อนของฉันไปด้วย แม่ของฉันบอกว่า ฉันควรจะเชิญนาย…”

 

ตาของเจียงซิ่วหรี่ลง วันเกิดของเฉิงหลิงซู… ซึ่งก็หมายความว่าเธอคนนั้นจะกลับมา สามพันปีแล้ว… ฉันไม่ได้เห็นเธอมาเป็นเวลาสามพันปีเต็ม เธอจะยังอยู่ดีหรือไม่?

 

“เอาหล่ะ เทพคนนี้จะไป”