0 Views

บทที่ 68

อ่อร่าสายเลือดพระเจ้า

 

ทั้งเขาทั้งหมดรีบวิ่งไป และเห็นเจียงซิ่วยืนอยู่ที่นั่น ด้วยมือที่กำลังไพร่หลังอยู่ ดวงตาของเขาปรากฏความไม่แยแส ขณะเดียวกัน ตอนนี้ สิ่งที่สามารถขัดขวางเขาไม่ให้เป็นนายเหนือหัวแห่งโลกใต้ดิน หลินเฉิ่นไบ๋… เขาได้หายไปแล้ว

 

ตอนนี้ เจียงซิ่วสามารถประกาศให้เมืองเจียงเป็นเขตแดนของเขาได้แล้ว

 

สายตาของเขากวาดผ่านทุกคนที่อยู่ที่นั่น ทุกคนก็จมลงไปสู่ความหวาดกลัว ถ้าหากพวกเขาต้องการยึดโลกใต้ดินเมืองเจียง พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่ต้องต่อสู้กับเจียงซิ่วได้ พวกเขาจำเป็นต้องถอนตัวออกจากเมืองเจียง เช่นเดียวกับที่เย่ยี่เหลียงเคยทำมาก่อนหน้านี้ หรือไม่ก็ยอมศิโรราบแก่เขา

 

ถังเหวินชงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก “ทักษะของคุณเจียงเป็นของจริงแท้แน่นอน ตระกูลถังเป็นหนี้บุญคุณคุณแล้ว ที่แสดงตัวเป็นตัวแทนของเราให้ พวกเราจะก้มศรีษะให้แก่คุณเจียง และแสดงความเคารพกับเมื่อเจอคุณในเมืองเจียง เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณ โดยที่ไร้คำค้านหรือต่อต้าน”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยเห็นด้วย “คุณเจียงจะปกครองเมืองเจียง”

 

“คุณเจียง!”

 

“คุณเจียง!”

 

“คุณเจียง!”

 

บุคคลสำคัญคนอื่นๆ ทั้งหมดทำให้ตำแหน่งของเขาชัดเจนขึ้น

 

ความแข็งแกร่งของเจียงซิ่วเหนือล้ำมากเกินไป เขาฆ่าผู้เชี่ยวชาญชาง แต่คนนี้สำหรับเขาแล้วเขาก็คงจะไม่เก็บมาใส่ใจมากนัก เพราะพวกเขายังได้ประจักษ์กับตา ที่เจียงซิ่วทำให้หลินจิหนานต้องได้รับความปราชัย และเขายังฆ่าลุงฟูได้อีก สุดท้ายวิธีที่เขาใช้กับหลินเฉิ่นไบ๋ ก็มากพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาตกใจ มันเป็นอะไรบางอย่างที่มากเกินไป พวกเขาไม่มีทางที่จะไม่พอใจที่บุคคลดังกล่าวได้ ที่เขามาครอบครองโลกใต้ดินเมืองเจียง

 

ชื่อเสียงของเขาจะไม่ถูกแพร่กระจายออกไป ก็เพราะมนุษย์มีเพียงชีวิตเดียว พวกเขาย่อมไม่เต็มใจที่จะทำให้เกิดอันตรายอย่างเปล่าประโยชน์

 

เย่ยี่เหลียงไม่ได้คาดหวังว่าหลังจากผ่านไป 13 ปี เรื่องทั้งหมดก็ต้องจบลงไปในลักษณะแบบนี้ สำหรับเรื่องที่เขาจะต้องยอมจำนน หรือเรื่องที่เขาออกไปจากเมืองเจียง 13 ปีที่แล้วนั้น ตอนนั้นเขาอายุยังน้อยกว่าถังเฉิ่นเชียนมาก ดังนั้นเขาจึงไต่ระดับตัวเองขึ้นมาเป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ เจียงซิ่วอายุน้อยกว่าเขา ในขณะที่เขาอายุมากขึ้น

 

เขาป้องมือของตัวเอง “คุณเจียง!”

 

บุคคลที่ยิ่งใหญ่ของโลกใต้ดินทุกคน เป็นพวกที่ใส่ใจกับหน้าตา พวกเขาจะไม่กล่าวคำที่อ้อมค้อมไปมาได้ และเนื่องจากทัศนคติแบบนี้ การเรียกเขาว่าคุณเจียงเป็นความเคารพสูงสุดที่พวกเขาสามารถแสดงให้ได้แล้ว

 

เพื่อนวัยเด็กของเจียงซิ่ว ต่างก็ตื่นเต้นมาก เพื่อนวัยเด็กของพวกเขา ได้กลายมาเป็นบุคคลหมายเลข 1 ของโลกใต้ดินเมืองเจียงแล้ว ทั้งหมดนี้รู้สึกเหมือนฝัน

 

“เจียงซิ่วกลายมาเป็นผู้รับใช้เต๋าของเมืองเจียง?”

 

ชวูเชียนเฉิงหัวเราะคิกคัก ด้วยความแข็งแกร่งที่เจียงซิ่วครอบครองอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องหาผู้ที่จะมาดูแลเขา เพราะตัวเขาก็นั้นก็เป็นสุดยอดผู้ดูแล ที่ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว

 

“ไม่น่าเชื่อจริงๆ”

 

ในเต๋าศรัทธาสวรรค์ แต่ละเมืองจะมีผู้รับใช้เต๋าอยู่ เมื่อตอนที่เต๋าศรัทธาสวรรค์กำลังรุ่งเรือง ประสงค์ที่แท้จริงที่มีผู้รับใช้เต๋าอยู่ นั้นก็เพราะพวกเขามีจุดมุ่งหมายต่อไปก็คือการกลายเป็นอัครสาวกของเทพเจ้า ตำแหน่งของพวกเขาเป็นตำนาน และแม้กระทั่งมีอำนาจเหนือข้าราชการชั้นนำ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมันเกิดขึ้นจากความเคารพของประชาชน

 

“คุณเจียงกรุณากลับไปที่วัดเต๋าสวรรค์ด้วย เพื่อไปรับเหรียญผู้รับใช้แห่งเต๋า”

 

หนึ่งในคนที่ยิ่งใหญ่ของโลกใต้ดินเตือนเขา

 

 

หลังจากกลับมาที่วัดเต๋าสวรรค์แล้ว เจียงซิ่วก็เข้าไปในห้องโถงใหญ่

 

พระสงฆ์ดูแลพระวิหาร เขาอายุมากแล้ว และสวมเสื้อผ้าของนักบวชลัทธิเต๋า เจียงซิ่วตรวจสอบเขา และพบว่าเขาเป็นแค่ชายชราธรรมดา ไม่ได้มีการบ่มเพาะใดๆ แต่ร่างกายของเขาค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่บ้าง

 

เขาเป็นสาวกที่คอยดูแลเครื่องหอมอยู่ในพระวิหาร และดูเหมือนเขาจะดำรงอยู่ที่นี่มากว่า 10 ปีแล้ว

 

“โดยปกติแล้ว ธูปจะไม่ถูกจุดขึ้น แต่วันนี้มันค่อนข้างพิเศษ”

 

นักบวชเอาเหรียญออกมา

 

“นี่คือเหรียญผู้รับใช้เต๋า ฉันขอร้องคุณเจียง นำเหรียญนี้มาคืน หลังจากที่ผ่านไป 10 ปี…”

 

สาวกคนนี้ไม่รู้ว่าเหรียญนี้มันมีอำนาจวิเศษอะไรบ้าง เขารู้แต่เพียงที่ผู้ดูแลคนเก่าบอก ว่ามันต้องถูกถ่ายทอดลงไปจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อที่จะได้ผ่านไปยังยุคต่อๆ ไป ผู้ดูแลคนก่อนเตือนเขาให้เอาใจใส่มันเป็นอย่างดี และเขาก็ส่งต่อมาให้เขา

 

มีบางครั้งที่เหรียญผู้รับใช้แห่งเต๋าได้หายสาบสูญไป แต่มันก็ถูกนำคืนกลับมายังวัดเต๋าสวรรค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

เจียงซิ่วถือเหรียญผู้รับใช้เต๋าไว้ในมือของเขา มันประณีตมาก ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับหน้ากากที่เขาเคยเจอ เขาตัดสินมันได้ทันที ว่านี้อาจจะเป็นของที่ระลึกเมื่อตอนที่เต๋าศรัทธาสวรรค์ยังอยู่ เหรียญผู้รับใช้เต๋ามีอักษระโบราณถูกสลักไว้ เหมือนจะเป็นแค่ของที่ระลึจริงๆ

 

มันเป็นอักษระถ่ายทอดศักดิ์สิทธ์ แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ระดับต่ำ

 

“ฮี่ฮี่!”

 

เขาหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ประติมากรรมเทพเจ้าแห่งเต๋าศรัทธาสวรรค์อยู่ตรงหน้าเขาแล้วตอนนี้ ถ้าเขาเผาเหรียญนี้ เทพเจ้าผู้ที่เป็นคนบ่งการเบื้องหลังเต๋าศรัทธาสวรรค์ก็จะปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าเขา แต่มีอย่างนึงที่เขาไม่แน่ใจ ก็คือเทพเจ้านั้นกล้าที่จะก่อร่างที่นี้รึเปล่า เหมือนกับว่าครั้งที่แล้วเขาจะกลัวมากจริงๆ

 

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่แสดงตัวตนของตัวเองก็ตาม เจียงซิ่วก็มีหลายวิธีหลายวิธี ที่จะทำให้เขาปรากฏตัวออกมา

 

วิธีเดียวที่เขาจะหลบหนีจากเขาได้ ก็คือเขาต้องพร้อมที่จะทิ้งศรัทธาพระเจ้าที่มีต่อเขาไป

 

“คุณเจียง!”

 

เสียงของบอสซงดังออกมาจากทางด้านนอก

 

เจียงซิ่วหันกลับไปมอง ลูกน้องของบอสซงถูกจับไว้สองคน มันไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากโปหลิงเยียนและเป๋ยชวย ตอนนี้พวกเขากำลังรู้สึกหวาดกลัว

 

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่พวกเขารังแกในช่วงวัยเด็กของพวกเขา จะกลายเป็นคนที่ทรงพลังเช่นนี้ มันเป็นอำนาจที่เบ็ดเสร็จ พวกเขากลัวมาก ก็เพราะเขาฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา

 

ฆ่าคนด้วยการเหวี่ยงมือครั้งเดียว

 

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขาเป็นบุคคลหมายเลข 1 ของโลกใต้ดินเมืองเจียง

 

“คุณเจียง โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย…”

 

พวกเขาไม่ได้ครอบครองพลังเหมือนเขา และก่อนหน้านี้ เขาก็ได้โออวดความมั่งคั่งต่อหน้าเจียงซิ่วไปด้วย

 

“หึ่ม!”

 

เจียงซิ่วเค้นเสียงออกมาอย่างมีนัยยะ บอสซงที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกว่าร่างกายของเขาไร้ความรู้สึก ขณะที่ทั้งสองคนนี้เป็นลูกน้องของเขา เขากลัวว่าเจียงซิ่วจะโยงให้เขาไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะทั้งสองคนนี้

 

“ไปหา ชวูเชียนเฉิง ต้าเนียน หมิ๋นน้อย และเฉินเซี่ย ไปขอโทษพวกเขาซะ”

 

แม้ว่าทั้งสองคนนี้จะแกล้งทำเจียงซิ่วในช่วงวัยเด็ก แต่เจียงซิ่วก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก เพื่อนของเขา คือคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขามากที่สุด เหมาะสมแล้ว ที่จะให้พวกเขาได้ตัดสินใจว่าจะจัดการกับคนทั้งสองคนนี้อย่างไร

 

พวกเขาเองก็ต้องชำระความคับข้องใจของพวกเขาสักเล็กน้อยด้วย

 

กล่าวได้แบบนั้น เขาก็หันหลังกลับ และก็โยนเหรียญผู้รับใช้เต๋าลงไปในกระถางไฟ สงผลทำให้เปลวไฟสีน้ำเงินลุกไหม้อยู่ภายในนั้น

 

“คุณเจียง…”

 

สาวกคนนั้นกลายเป็นหวาดกลัว เขาไม่ได้คาดหวังว่าเจียงซิ่วจะเผาเหรียญผู้รับใช้เต๋าไปทั้งๆแบบนั้น

 

แต่หลังจากที่ขบคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็คิดได้ว่าวุสดุของเหรียญนั้นทำมาจากโลหะ มันคงจะไม่ถูกเผามากนัก

 

“คุณถอยออกไปก่อน”

 

สาวกพยักหน้า และออกไปพร้อมกับสาวกฝึกหัดคนอื่นๆ ปิดประตูไม้สูง 4 เมตรไปด้วย ขณะที่พวกเขาออกไป

 

“แม้ว่าพระสงฆ์จะสามารถออกไปได้ แต่ไม่ใช่กับวัดที่เขาอาศัยอยู่”

 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงซิ่ว ดูเหมือนว่าจะมีการตอบสนองกลับมา เขาต้องรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากเป็นเขตแดนของตัวเองใช่ไหม

 

สำหรับเจียงซิ่ว มันง่ายที่จะจัดการกับเทพเจ้าตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ได้ด้วยอำนาจแห่งศรัทธาตนนี้ มันง่ายราวกับว่าผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้พุ่งเข้าไปจัดการกับคนธรรมดาอย่างไรอย่างนั้น อันที่จริงแล้ว กล่าวได้ว่าเทพเจ้าตัวเล็กๆเช่นนี้ ไม่สมควรได้รับเคารพแบบนี้ เพราะเขาเป็นเพียงผู้บ่มเพาะที่ยืมพลังอำนาจของความศรัทธาแค่นั้เอง

 

เจียงซิ่วเงยศีรษะขึ้น และมองไปยังประติมากรรมเทพเจ้าขนาดยักษ์ มันมีประกายระยิบระยับเล็กน้อย ที่ด้านบนของมัน มันเป็นร่างจำแลงที่คล้ายกับก่อนหน้านี้อย่างมาก และตอนนั้นเองเจียงซิ่วก็กระโดดไปทางเขา

 

“ลองดูสิว่าแกจะหลบหนีจากเทพคนนี้ได้อย่างไร ในเวลานี้”

 

เทพเซียนชรากล่าวด้วยความตื่นตระหนก “เป็นเจ้าไปได้อย่างไร?!!!”

 

นิ้วชี้ของเจียงซิ่วชี้ไปที่รูปปั้น ขณะที่เขาได้ประทับตราลงไป การลงมือของเขาค่อนข้างรวดเร็ว อักษระศักดิ์สิทธิ์ก่อตัวเสร็จพอดีเมื่อตัวเขาถึงพื้นดิน

 

“เจ้า…”

 

เทพเซียนชราพยายามที่จะดิ้นรน เพื่อให้ตนเป็นอิสระ แต่ราวกับว่าตัวเขาได้ถูกตรึงไว้ที่ด้านบนของประติมากรรม เขาไม่สามารถไปไหนได้เลย

 

“มาหาเทพคนนี้… มานี้สิ…”

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำ “บอกฉัน แกที่เป็นเทพเจ้า หรือฉันที่เป็นเทพเจ้า? ถ้าแกเป็นเทพเจ้า แกก็เป็นได้แค่ของราคาถูก ใช่ไหม?”

 

“เจ้าต้องการอะไร”

 

เทพเซียนชรากลายเป็นรู้สึกโกรธ และก็ตระหนกตกใจ

 

“มันค่อนข้างง่าย แม้ว่าการบ่มเพาะของแกจะไม่ควรค่ามากนัก แต่หลังจากเป็นวิญญาณแล้ว การบ่มเพาะของเทพคนนี้จะเพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่กินแกเข้าไปแล้ว”

 

เทพเซียนชรากลายเป็นหวาดผวา “อะ อย่ากินข้า!”

 

เขาบ่มเพาะมาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้ยินความเป็นไปได้ในเรื่องการกินวิญญาณ

 

อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วมีความสามารถนี้อยู่จริงๆ

 

นี้เป็นทักษะที่ถูกครอบครองได้เฉพาะสายเลือดพระเจ้าระดับแรกแต่เพียงเท่านั้น

 

“หึ่ม!”

 

เจียงซิ่วเปิดปากของเขา ส่งผลทำให้แสงสว่างทั้งหมดถูกดูดเข้ามา เทพเซียนชรากลายเป็นตื่นตระหนกมากขึ้น ร่างจำแรงศักดิ์สิทธิ์ของเขาบิดเบี้ยว และในที่สุดก็เข้าไปในปากของเจียงซิ่ว

 

แกเป็นเพียงแค่วิญญาณ แต่ก็ยังกล้าที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นเทพเซียน

 

วิญญาณของเจียงซิ่วสั่นสะเทือนหลังจากที่รับพลังงานกลุ่มใหญ่เข้าร่าง พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกใช้ออกไป ถูกฟื้นคืนขึ้นมาจนเต็มแล้ว ชีพจรเลือดและยีนของพระเจ้าเริ่มตีกันอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการปลุกตื่น

 

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การคาดการณ์ของเจียงซิ่ว

 

บูม!

 

เลือดในร่างกายของเขาดูเหมือนจะระเบิดออกมา ส่งผลทำให้เชื้อสายแห่งพระเจ้าถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มปรากฏที่แขนของเขา ทำให้พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของบุตรแห่งพระเจ้า พุ่งทะยานขึ้น

 

เขามองไปยังสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธ์ที่อยู่บนแขนของเขา มันก็ยังไม่สามารถอ่านออกได้

 

“หืม?”

 

ขณะที่เจียงซิ่วกำลังจะเดินออกไปนั้น เขาก็ค้นพบว่าดวงวิญญาณที่เขากินเข้าไป ไม่ได้ถูกดูดซึมอย่างสมบูรณ์ ส่วนนึงของพลังอำนาจก็ถูกเชื่อมติดต่อกัน ดูแล้วคลายคลึงกับประกายไฟแห่งสวรรค์ เจียงซิ่วส่งให้ประกายไฟแห่งสวรรค์ปรากฏขึ้นมาที่ผิวอย่างช้าๆ

 

ประกายไฟแห่งสวรรค์นี้ไม่ได้เป็นของจิตวิญญาณตนนั้น มันเป็นวัตถุภายนอก “อ่อร่าศักดิ์สิทธิ์ถูกยอมรับจากโลก มันอาจไม่ใช่สิ่งที่อ่อนแอ ดังนั้นแล้ววิญญาณที่อ่อนแอ่ตนนั้น จะถือครองอ่อร่าศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้อย่างไร? นี่เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ”

 

เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วก็ผสานอ่อร่าศักดิ์สิทธิ์เข้ากับร่างกายของตัวเอง อย่างช้าๆ

 

“อ่อร่าศักดิ์สิทธิ์นี้…”

 

“มันเป็นอ่อร่าของสายเลือดพระเจ้า?”