0 Views

บทที่ 64

ฉากที่น่ากลัว

 

ถังเต๋าเชื่อว่าเจียงซิ่วจะปฏิบัติตามคำสั่งของตระกูลถัง เพราะว่าพวกเขาเพิ่งซื้อถนนราคาร้อยกว่าล้านไปให้เขา แต่เจียงซิ่ว ได้ใช้การกระทำของเขาเอง เพื่อที่จะบอกว่าตัวเขาเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ถ้าหากคิดว่าเขาสามารถสั่งเจียงซิ่วได้

 

“บูม!”

 

ฟ้าร้องดังขึ้นจากท้องฟ้า และควันสีขาวจางๆ ก็กระจายออกมาจากมือเขา ในชั่วพริบตาเดียว พายุก็ถูกกวาดไปยังด้านหน้าของเจียงซิ่ว

 

ถังเหวินเฉินและยิ่งใหญ่เหล่ย ที่ยืนอยู่ด้านข้างของเจียงซิ่ว ถูกผลักกลับออกไปสองสามก้าวเนื่องจากพลังนั้น พวกเขาไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป และล้มลงไปที่พื้นด้วยก้นของพวกเขา แม้แต่กระทั้งเลื่อนกลิ้ง ออกไปอีกสองสามเมตรด้วยแรงลมที่เกิดขึ้น

 

ผู้คนที่อยู่ไกลออกไป ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาดูได้ก็เนื่องจากแรงลมของพายุ ลมลอดผ่านหน้าต่าง ทำให้เกิดเสียงแหลมสูง เสียงดังมากพอที่จะทำให้แก้วหูผู้คนดับลงได้

 

ในวินาทีที่แตกหักนี้ ทุกคนรู้สึกราวกับว่าเวลาชะลอตัวลง ราวกับว่ามันได้หยุดลงไปแล้ว

 

และสิ่งเดียวกันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ก็คือเจียงซิ่วตบถังเต๋า ส่งผลทำให้เขาบินกลับเหมือนว่าวสายป่านขาด เขาลอยขึ้นสูงไปหลายเมตร บินชนเข้ากับประตูทางเข้าลานต่อสู้ ไม่พอยังทะลุผ่านจนตกลงไปบนบันได

 

ในตอนนี้ คลื่นความร้อนที่หายไปก่อนหน้านี้ก็กลับมา เช่นเดียวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ที่พุ่งลงมาบนพื้นดิน มันพุ่งผ่านด้วยแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง ส่งผลทำให้เศษกระดาษบินวอนไปมารอบๆ และเนื่องจากลมที่วุ่นวายนี้ และอาคารบ้านเรือนใกล้เคียงก็สั่นสะเทือน

 

ตกใจ มึนงง มันคือการแสดงออกที่ทุกคนเป็นอยู่

 

สถานที่ทั้งหมดกลายเป็นเงียบไป

 

นี่เป็นเพียงแค่เรื่องเด็กๆ สำหรับเจียงซิ่ว เขาเพียงแค่เหวี่ยงมือของเขาออกไปเท่านั้น และนั่นก็คือทั้งหมด

 

ถังเหวินชงถูกทิ้งไว้ให้กลายเป็นเหลอหลา เขาเพิ่งได้ยินจากถังเฉิ่นเชียนก่อนที่จะมา ว่าเจียงซิ่วนั้นแข็งแกร่งมาก ในวันนั้นที่เบลเด็น เขาได้รู้ตอนนั้นเองว่าเจียงซิ่วสามารถใช้เวทมนตร์ได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า เขาสามารถควบคุมสายฟ้าได้ด้วยฝ่ามือของเขา แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าเจียงซิ่วจะยิ่งใหญ่มากไปกว่านั้นอีกระดับ

 

สำหรับบรรดาผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเช่นเฒ่าหลินและลุงฟู พวกเขากลายเป็นตกใจขีดสุด ทั้งสองคนพยายามที่จะคิดถึงระดับทักษะการต่อสู้ที่เจียงซิ่วบ่มเพาะอยู่ กำลังภายใน? สุดยอดกำลัง? หรือเป็นขั้นเซียน?

 

พวกเขาไม่กล้าจินตนาการ และก็ไม่ได้อยากจะจินตนาการมันด้วย

 

สายตาของหลินมี่กรอกไปมา เธอก็ตกใจมากเช่นกัน มันผิดไปจากที่เธอคาดหวัง เขาเป็นคนที่มีพลังอำนาจ

 

สำหรับบอสซง เหวินซูหลิน เช่นเดียวกับเพื่อนวัยเด็กของเจียงซิ่ว พวกเขาประหลาดใจมากที่สุด ขากรรไกรของพวกเขาเกือบจะตกลงสู่พื้น

 

ชวูเชียนเฉิง ต้าเนียน หมิ๋นน้อย และเฉิงเซี่ย ไม่สามารถเชื่อสายตาของตัวเองได้ นั้นเป็นเพื่อของพวกเขาเอง เจียงซิ่ว กับคนที่พวกเขาเติบโตขึ้นพร้อมกัน จะกลายเป็นคนที่มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร

 

นะ นี่เป็นเจียงซิ่วที่พวกเรารู้จักหรือเปล่า?

 

“แกกล้าที่จะพูดหยาบคายกับเทพคนนี้?”

 

ตอนนี้เอง ผู้คนก็ตระหนักได้ว่าเป้าหมายการโจมตีของเจียงซิ่ว ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากถังเต๋าแห่งตระกูลถัง ที่เป็นคนเชิญตัวเขามาเอง พวกเขาเข้าใจแล้ว ว่าเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับตระกูลถัง และก็มีความเป็นไปได้เยอะกว่า ที่พวกเขานั้นจะเป็นคนไปขอความช่วยเหลือจากตัวเขาเอง เชิญเขามาในฐานะตัวแทนตระกูลถัง

 

ใบหน้าของถังเหวินชง กลายเป็นซีด ขณะที่เหงื่อเย็นเกิดขึ้นบนหลังของเขา “ขอบคุณ คุณเจียง ที่สอนบทเรียนให้แก่เขา”

 

เขามีความโกรธอันไร้สิ้นสุดอยู่ในหัวใจของเขา เป็นเพราะเขาก็เตือนถังเต๋าอยู่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าให้แสดงความเคารพต่อเจียงซิ่ว และไม่ให้ล่วงเกินต่อด้วยเขา แต่ผลก็คือ เขาไม่ได้ฟังคำพูดของตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว พยายามที่จะตำหนิเจียงซิ่ว ที่ตระกูลถังได้รับความพ่ายแพ้ และยังคงพูดหยาบคายกับเขาอีกด้วย บอกฉัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าแสวงหาความตาย?

 

“ตระกูลถังของเราต้องจัดการเรื่องเกี่ยวกับคุณเจียงซิ่วให้อย่างเหมาะสม แต่เขาก็เป็นผู้ที่อาวุโสกว่าฉัน ถังเหวินชงคนนี้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะลงโทษเขา โปรดรอให้ปู่ของฉันเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง”

 

เจียงซิ่วเค้นเสียง เหตุผลที่เขายังไว้ชีวิตถังเต๋าอยู่ ก็เพื่อที่จะให้ตระกูลถังหหการลงโทษที่เหมาะแก่เขาได้

 

สายตาของเขาตกลงไปที่โปหลิงเยียนและเป๋ยชวย

 

ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นซีด ก่อนหน้านี้ เมื่อเจียงซิ่วได้ก้าวขึ้นไปบนเวที พวกเขาพูดร้ายๆเกี่ยวกับเจียงซิ่วไปให้บอสซงฟังมากมาย พวกเขาบอกว่าเขาเป็นแค่คนบ้านนอกบ้านนา เล่าให้ฟังอีกว่าพวกเขาได้รังแกเขาในช่วงวัยเด็กอีกด้วย และวิธีที่พวกเขาทำ ก็คือการให้เขาคุกเข่าและขอร้องพวกเขา

 

“เทพคนนี้ท้าทายคุณ!”

 

เขาชี้ไปที่บอสซง ส่วนเหตุผลนั้นไม่จำเป็นต้องพูด

 

“ผู้เชี่ยวชาญชาง?”

 

บอสซงเปรยเป็นนัยไปให้กับเขา เขาเป็นคนที่ใช้ทักษะกรงเก็บอินทรีย์

 

ใบหน้าที่กล้าหาญของผู้เชี่ยวชาญชาง ค่อนข้างซีด พลังที่เจียงซิ่วเผยออกมาเมื่อครู่ ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถต้านทานได้ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิเสธการท้าทายระหว่างงานพบปะผู้รับใช้เต๋า ดังนั้นเขาจึงต้องขึ้นไปบนเวที

 

ถ้าคนมีฝีมือ พวกเขาอาจจะออกมาได้ แต่โดยส่วนมากของพวกนั้น พวกเขามักที่จะตายไปเสียก่อน

 

“กำลังกลัวอยู่?”

 

เขาใช้ทักษะการเคลื่อนที่แห่งแสงของเขา และบวกกับการใช้ทักษะกรงเล็บอินทรีย์ เพื่อขึ้นไปบนเวที เขามั่นใจว่ากรงเล็บของเขาต้องสร้างความเจ็บแสบให้กับเจียงซิ่วได้อย่างแน่นอน

 

“ย๊ะ!”

 

อันที่จริง เจียงซิ่วไม่รู้จักทักษะการต่อสู้ ผู้คนที่ฝึกทักษะการต่อสู้ที่นี่ เมื่อเทียบกับทักษะต่อสู้ที่อยู่ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ และก็เทียบกับผู้คนที่อยู่ในทวีปการต่อสู้นิรัดร์ ทักษการต่อสู้พวกนี้นั้นหาได้ง่ายมาก เพราะมันเป็นเพียงทักษะระดับต่ำ แม้ว่าสำหรับพวกเขามันจะเป็นทักษะระดับต่ำ แต่คนที่ฝึกทักษะการต่อพวกนี้จนถึงระดับสูงสุด ในสถานที่ระดับต่ำเช่นโลกใบนี้ พวกก็เขาจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทันที หรือแม้แต่กระทั้งเซียน แต่พวกเขาก็จะถูกสังหารอยู่ดี ถ้าพวกเขาพบกับปีศาจล้านปี หรือผู้บ่มเพาะวัยเยาว์ ที่มาจากนิกายและพกยันต์ติดตัว

 

ด้วยประการฉะนี้ เจียงซิ่วจึงเรียนรู้ทักษะเซียนต่อสู้ที่ใช้พลังออกมาจากร่างกายแทน และตอนนี้ เขาก็กำลังใช้พลังงานศักดิ์สิทธิ์เพื่อขับเคลื่อนพวกมัน

 

มือของเขาเป็นคลื่นควันสีขาวเหมือนก่อนหน้านี้

 

บูม!

 

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องอยู่ในบริเวณนี้อีกครั้งนึง ตาของเจียงซิ่วกระพริบด้วยความเย็นชา ขณะที่เขาส่งฝ่ามือออกไปข้างหน้า ภายใต้การจ้องมองที่ตกใจของทุกคน ควันสีขาวกระจายตัวออก และเข้าไปปะทะกับร่างกายผู้เชี่ยวชาญชาง ซึ่งอยู่ห่างออกไป 2-3 เมตร ร่างกายของเขาบินกลับออกไป ราวกับว่าโดนรถบรรทุกหนักหลายตันชนเข้า

 

เขาบินผ่านลาน และบินออกไปข้างนอก โอบกอดความตายไว้ ขณะที่ออกไปกับเที่ยวบินนั้น ครั้นเมื่อเขาตกลงสู่พื้นดิน เขาก็ไม่สามารถตายซ้ำซ้อนได้อีกแล้ว

 

สูด!

 

ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจเย็นๆ เขาไป ขณะที่พวกเขามองไปยังเจียงซิ่ว ราวกับว่าเขากำลังมองปีศาจอยู่ พวกเขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลังของตัวเอง พะ พลังนี่มันอะไรกัน?

 

ในขณะนี้ ถังเหวินชงได้สังเกตเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับเจียงซิ่ว

 

เขาแข็งแกร่ง แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว

 

ใบหน้าของบอสซงกลายเป็นขี้เถ้า โปหลิงเยียนและเป๋ยชวย ขากลายเป็นอ่อนแอ่เนื่องจากความหวาดกลัว พวกเขาตัวสั่นจนไม่สามารถยืนได้อย่างถูกหลัก ห่างออกไป เพื่อนวัยเด็กของเจียงซิ่ว กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เบิกกว้าง อารมณ์พรั่งพรูออกมาจากหัวใจของพวกเขา นายน้อยซิ่ว นายน่ากลัวเกินไปแล้ว!

 

พวกเขารู้สึกว่าอารมณ์นั้น มันกำลังทำให้ดวงตาของพวกเขาชื้นขึ้น พวกเขาอยากจะร้องไห้ ในที่สุด พวกเขาก็เข้าใจเหตุผลที่ว่าทำไม เจียงซิ่วจึงบอกกับพวกเขา ว่าทั้งสองคนนั้นจะต้องเคารพบูชาเขาเหมือนเป็นเทพ

 

เจียงซิ่วคล้ายคลึงกับเทพเจ้าในตอนนี้ เทพเจ้าแห่งความตาย ผู้ที่ถือชีวิตของผู้คนไว้ ด้วยเงื้อมมือของตัวเขา

 

หลังจากบรรลุการฆ่าที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว เจียงซิ่วก็หันไปทางเย่ยี่เหลียง

 

เย่ยี่เหลียงเลิกคิ้วขึ้น เขากำลังตื่นตัวเต็มที่ ในขณะที่เขามองโต้กลับไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ เขาเย้ยหยันในใจของเขา เด็กเหลือขอ เธอกำลังคิดที่จะท้าทายฉันใช่ไหม?

 

ความแข็งแกร่งของเจียงซิ่ว มันเกินจินตนาการของเขาไปจริงๆ ตอนแรก เขาเชื่อว่าเจียงซิ่วอาจอยู่ช่วงต้นของการฝึกกำลังภายใน แต่ตอนนี้ เขาคิดว่าตัวเขานั้นอาจจะถึงขั้นสุดยอดกำลังแล้วก็เป็นไปได้

 

“เทพคนนี้ขอท้าทายคุณ!”

 

น่าอัศจรรย์ เขาชี้ไปที่เย่ยี่เหลียง ใบหน้าของเย่ยี่เหลียงหันกลับมาอย่างซีดจาง ขณะที่เขาสาปแช่งอยู่ในใจของเขา เขาเผยมือออกมาอย่างมุ่งร้าย “เธอกำลังถามหาความตาย!”

 

“เฒ่าหลิน!”

 

เฒ่าหลินเป็นบุคคลสำคัญของตระกูลเย่ที่ถูกสงวนไว้ให้กับเขา เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะปลอดภัยและจะไม่มีเรื่องที่เกิดขึ้น 10 ปีก่อน ต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมอีก ตอนนั้นเขาต้องขอความช่วยเหลือจากถังเฉิ่นเชียน เพื่อที่จะจัดการกับผู้เชี่ยวชาญอย่างเช่นหลินเฉิ่นไบ๋ เขาต้องถอยหนีออกมาจากเมืองเจียง เมื่อหลินเฉิ่นไบ๋ได้กลับมาอีกครั้ง และยังตัดแขนของถังเฉิ่นเชียนไปอีกด้วย ความใฝ่ฝันที่จะครองโลกใต้ดินของเมืองเจียง ก็เพื่มขึ้นในหัวใจของเย่ยี่เหลียง

 

เขาวางแผนที่จะทำให้เฒ่าหลินจัดการกับหลินเฉิ่นไบ๋ และก็ทำให้เขาตกลงไปสู่ความตาย เย่ยี่เหลียงต้องการยืนอยู่ที่ปลายสุดแห่งเมืองเจียง อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคาดหวังว่าเฒ่าหลินต้องออกไปก่อนเวลา

 

แม้ว่าเขาจะแฝงตัว และปกปิดความแข็งแกร่งของเขาไว้ได้ แต่ก็เขาไม่ต้องการที่จะให้มีตัวแปรใดๆ มาขัดขวางการจุดจบ ที่เขาคาดการณ์ไว้

 

“โอเค!”

 

เฒ่าหลินตอบกลับอย่างเฉยเมย และค่อยๆเคลื่อนไปทางเวที เขาไม่เคยคิดว่าเจ้าหนุ่มที่เขาเคยลอบยกย่องอยู่ชั่วขณะ ในตอนที่พวกเขาพบกันตรงพื้นที่ชายเลน ตอนนี้ กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขา และยังเป็นฝ่ายตรงข้ามของเขาอีกด้วย

 

“เธอค่อนข้างดี ที่บ่มเพาะแบบนั้นได้ตั้งแต่ยังเด็ก”

 

เฒ่าหลินพูดด้วยน้ำเสียงที่เอาจริงเอาจัง

 

“แต่น่าเสียดาย ที่เธอได้ท้าทายผิดคน”

 

เฒ่าหลินล่อนลงมา เกิดอ่อร่าบางอย่างที่ล้อมรอบร่างกายเขา ดูแล้ว ราวกับว่ามันจะเป็นเส้นใยอะไรบางอย่าง

 

“ทักษะไหมสวรรค์แปรเปลี่ยน!”

 

คนอื่นๆ ไม่สามารถใจเย็นได้อีกต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักทักษะที่เจียงซิ่วใช้ แต่พวกเขาทั้งหมดรับรู้ความแข็งแกร่งของเฒ่าหลินได้ “โอ้พระเจ้า มันเป็นขั้นสุดยอดกำลัง!”

 

เจียงซิ่วส่ายหัวอย่างเฉยเมย “มันเป็นเพียงเคล็ดลับขั้นต่ำไว้หลอกเด็กๆ นั่นก็คือทั้งหมดแล้ว”

 

“มา เทพคนนี้จะสอนให้คุณได้รู้ ว่าทักษะการต่อสู้ที่แท้จริงนั้นคืออะไร”

 

เขายกแขนขึ้นเล็กน้อย ประกบฝ่ามือเข้าหากัน และทำสัญลักษณ์มือมากมายโดยใช้นิ้วของเขา เขากำลังเริ่มต้นใช้ทักษะเซียนต่อสู้

 

ประทับชีพจรหัวใจ ประทับปีศาจต้นกำเนิด สวรรค์คำราม อัศนีร่ำร้อง จินตะแปรพลัน…

 

ในบรรสัญลักษณ์มือที่เขาก่อขึ้น มันมีมากกว่าร้อยอันที่เขาก่อ แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะสามารถสกัดกั้นการโจมจีแรกได้ แต่อันสองก็จะตามไป แต่ถ้ามันยังถูกสกัดกั้นไว้ได้อีก เขาก็คงจะไม่สามารถสกัดกั้นอันที่สามได้

 

“ทักษะสุดยอดของเทพซิ่ว!”

 

“ระเบิดคลื่นตราปะทับ!”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 286 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel