0 Views

บทที่ 62

คุณเจียงอยู่ไหน?

 

ตัวตนที่น่าสะพรึงแต่ละภูมิภาคเริ่มปรากฏตัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อพวกเขาเหล่านี้ปรากฏตัว มันจะสร้างความวุ่นวายได้มากขนาดไหน บางคนรู้สึกตื่นเต้น บางคนรู้สึกตกใจ และบางคนรู้สึกเกลียดชัง พวกเขาเป็นนายเหนือหัวในแต่ละภูมิภาคที่พวกเขาอาศัยอยู่ ผู้ซึ่งมีอิทธิพลที่จะทำอะไรที่นั่นก็ได้

 

“พวกเขาทุกคนมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะเป็นอันดับ 1 ของเมืองเจียง?”

 

นี่เป็นสิ่งที่ฝูงชนทุกคนเข้าใจ การพบปะผู้รับใช้เต๋าเสื่อมโสรมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และแม้แต่ชนพื้นเมืองของดงซง ก็ยังไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีตัวตนอยู่จริงๆ บนโลกนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่แสวงหาสิ่งที่ไร้ตัวตน อย่างเช่นผู้รับใช่เต๋า

 

“ตระกูลถัง นายน้อยคนโต…”

 

ถังเหวินชง ถังเต๋า และส่วนที่เหลือ ก็เข้ามาที่นี่ สำหรับตระกูลถังนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ที่พวกเขาจะมาเพื่อแย่งชิงอำนาจสูงสุด พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะไล่ตามประตูที่เปิดไปสู่โลกอมตะแต่อย่างใด

 

“มีใครเห็นคุณเจียงบ้างไหม?”

 

“ทำไมเขาถึงยังไม่มา?”

 

เขาพยายามโทรหามิสเตอร์เจียงตั้งแต่เช้าตรู่ แต่สายก็ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ เขาสันนิษฐานว่าโทรศัพท์ของเขาอาจจะแบตหมดก็เป็นได้ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เจียงซิ่วไม่ได้นำเต้าชาตแบตมา และโทรศัพท์ของเขาก็ยังเป็นรุ่นเก่า ดังนั้นแบตมันก็เลยหมดลงไปอย่างรวดเร็ว

 

“ทำไมตระกูลถังถึงนำกุ้งตัวเล็กๆ มา ในช่วงเวลาแบบนี้?”

 

“ฮี่ฮี่!”

 

คนที่กล่าวสิ่งนี้คือบอสซง

 

เขาตระโกนไปยังสมาชิกตระกูลถัง “คนเหล่านี้แม่งเลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก ทุกคนต่างบอกว่าตระกูลถังได้ทรุดโทรมลง ตั้งแต่ที่พ่อแก่ถังกลายเป็นคนแก่ ดูเหมือนว่าพวกเขาพูดความจริงไม่มากก็น้อย”

 

สมาชิกของตระกูลถังเลิกคิ้วขึ้น

 

“แกพยายามจะพูดอะไร?”

 

“ยิ่งใหญ่เหล่ย กาลก่อนแกถูกคุ้มครองจากตระกูลถังอยู่เสมอๆ แต่เนื่องจากสถานการณ์ของตระกูลถัง กลายเป็นย่ำแย่ ฉันจะรอ ที่จะจัดการกับแกในวันนี้!”

 

บอสซงพยักหน้าเล็กน้อยให้กับชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้าง

 

เขาพุ่งออกมาจากฝูงชน และกระโดดข้ามคนหลายคน ราวกับว่าเขากำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมๆกับสายลม ร่อนลงไปด้านบนของเวที

 

ใบหน้าของยิ่งใหญ่เหล่ยแปรเปลี่ยนไป ในฐานะที่เขตชาหู่อยู่ใกล้กับเขตฉิงเซิน มันจึงมีการกระทบกระทั่งระหว่างพวกเขาอยู่บ่อยๆ ความเกลียดชังของพวกเขามันได้ฝังลึกลงไปถึงระดับที่ต้องการชีวิตของกันและกัน ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายตระกูลถัง ก็เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญชวูเที่ยนหนาน ได้สนับสนุนพวกเขาอยู่จากด้านหลัง แต่ตอนนี้… มันไม่มีอีกแล้ว

 

ชายที่อยู่ข้างๆถังเต๋ากล่าว “ให้ฉันไป!”

 

“หมาป่าประจัญบานที่7 นายมั่นใจ?”

 

หมาป่าประจัญบานที่7 กวาดสายตาผ่านคู่แข่ง “เขาฝึกทักษะการเคลื่อนไหวแห่งแสง และทักษะกรงเล็บอินทรีย์ มันเป็นเพียงทักษะเล็กจ้อย ถ้าไม่ใช่ทักษะกรงเล็บอินทรีย์โบราณ ซึ่งต้องบ่มเพาะกำลังภายในควบคู่ไปกับพลังภายนอก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉันจะต้องชนะ”

 

กล่าวได้แบบนั้น เขาก็กระแทกพื้นและพุ่งขึ้นไปบนเวทีประดุจลูกศร

 

ทั้งสองเริ่มแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันทันที

 

ปัจจุบันไม่มีใครอยู่บนเวที ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มต่อสู้กัน

 

มันค่อนข้างเป็นฉากที่น่าตื่นเต้น

 

เพียงแค่การแลกเปลี่ยนกระบวนท่า ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของถังเต๋าเศร้าสลดลง ฝ่ายตรงข้ามใช้ทักษะกรงเล็บอินทรีย์ ในกรงเล็บนั้น แม้แต่กระทั่งมีเรืองแสงออกมาลางๆ นี้คือการใช้พลังภายในออกมาข้างนอก มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพลังภายในใกล้เข้าสู้ขั้นสุดยอดกำลังแล้ว พลังที่เขาครอบครองอยู่ ก็เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้หินให้เป็นชิ้นๆ ในพริบตา

 

ผู้คนยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

“มันเป็นตระกูลเย่…”

 

“เย่ยี่เหลียงได้มาถึงแล้ว”

 

ชื่อเสียงของเย่ยี่เหลียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เขามีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองเจียง ในปัจจุบันนี้ ที่ด้านหน้า เขาเป็นประธานกลุ่มบริษัทที่มีทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าหลายพันล้าน แต่ในความเป็นจริง เขาเป็นลูกหลานของตระกูลเย่ สิบปีก่อน พวกเขาปกครองเมืองเจียง แต่แล้วก็ถอยออกไปอย่างกะทันหัน และก็กลับมาหลังจากผ่านไปหลายปี

 

“เมืองชาหู่ และตระกูลถัง ได้เริ่มต่อสู้กันแล้ว”

 

เย่ยี่เหลียงส่ายหัว “ศัตรูที่แท้จริงยังมาไม่ถึง และพวกเขาก็แฝงตัวอยู่ในนี้”

 

การแสดงออกของเฒ่าหลินกลายเป็นเคร่งขรึม

 

“มี่มี่ เธอพูดถูก ดูเหมือนว่าจะมีการแสดงดีๆ ที่น่าดูชมอยู่ด้วย”

 

หญิงสาวที่สวมหมวกกำลังเดินเข้ามาภายใน ตามมาด้วยกลุ่มคน มันเป็นหญิงสาวคนโตของตระกูลหลิน หลินมี่ เหตุผลที่เธอมาถึงดงซง คือเพื่อมาเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้

 

“มังกรและงู ปะปนกันอยู่ภายในเมืองเจียง การพัฒนาทางเศรษฐกิจของเมือง ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้น คนที่อยู่ที่นี่ จึงจ้องหมายตาอย่างรอคอย หลายคนที่มีอำนาจแทรกซึมตัวเข้าที่นี่ในวันนี้แล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นวันที่ยอดเยี่ยม”

 

“นายหญิง ดูตรงนั้น มันเป็นไอสารเลว!”

 

ห่างออกไป เจียงซิ่ว ชวูเชียนเฉิง ต้าเนียน เฉินเซี่ย และหมิ๋นน้อย พวกเขากำลังมองไปที่ฝูงชนอย่างร่าเริง พวกเขาช่วยหมู่บ้านเร่ขายของอยู่บางเป็นครั้งคราว

 

หลินมี่หัวเราะด้วยความรังเกียจ “ก็แค่คนเดินถนน!”

 

เขารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร เมื่อหลินมี่เห็นเจียงซิ่วห่างออกไปกับเหล่าเพื่อนๆ ก็เพราะเขาก็มาขายของด้วยเช่นกัน เธอจึงจ้องมองไปที่เวทีแทน

 

เจียงซิ่วพึมพำ “37 กระบวนท่า พ่ายแพ้!”

 

เขาหมดความสนใจหลังจากนั้น และไม่จำเป็นที่ต้องชมดูอีก

 

“พวกนั้น… โปหลิงเยียน และเป๋ยชวย!” เจียงซิ่วพบคนรู้จักอีกสองคน

 

ใบหน้าเล็กๆของหมิ๋นน้อย หันตามไปอย่างน่าเกลียด “อย่าสนใจพวกเขาเลย”

 

“ทั้งสองคนนั้นมันขยะ!”

 

โปหลิงเยียน และเป๋ยชวยสังเหตเห็นพวกเขา และเดินเข้ามา รอยยิ้มเล็ดลอดออกมาจากใบหน้าของโปหลิงเยียน “ทำงานหนักกันเลยไม่ใช่หรือ? หมิ๋นน้อย เฉินเซี่ย เท่าไหร่กันที่เธอสองคนเดินไปมา และขายมาได้? ตามพี่ชายคนนี้มา และฉันจะทำให้แน่ใจเอง ว่าเธอจะมีชีวิตเป็นอยู่ที่ดี” เขายื่นมือไปยังนักเรียนสาวที่สวมเสื้อผ้าอย่างเซ็กซี่ เขาดึงกระเป๋าเงินของเธอออกมา และก็กล่าว “มันเป็นแบรน Chanel(ชาแนล) 30,000 หยวน ต่อหนึ่งชิ้น” อายุของนักเรียนหญิงคนนั้นไม่ได้มากนัก เธอแต่หน้าฉูดฉาด และก็กำลังแสดงความภาคภูมิใจออกมา

 

“3-30,000…”

 

ผู้คนรอบๆ เบิกตากว้าง ด้วยความตกใจ ผู้คนเหล่านี้ อาศัยอยู่บนภูเขาได้ด้วยเงินมา 3000 หยวนต่อปี 30,000 หยวนก็เพียงพอที่จะให้พวกเขาใช้มันได้เป็นเวลา 10 ปี แต่จำนวนเงินดังกล่าว ถูกนำมาใช้เพื่อซื้อกระเป๋าเงิน นี่เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน ว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่ร่ำรวยมาก

 

“พวกเราไม่ต้องการมัน!”

 

แม้ว่าพวกเธอจะกล่าวแบบนั้น แต่การสายตาของสาวๆก็ดูหม่นหมองลง นี่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของจิตใจพวกเธอ สิ่งของที่มีมูลค่า 30,000 หยวน มันเป็นสิ่งที่สามารถแสดงความหรูหารของบุคคลออกมาได้เป็นอย่างดี แต่พวกเธอเองยังต้องมากังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการทอนเงิน 30 หยวน และ 300 หยวนอยู่อยู๋เลย ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเหล่านั้นก็ดีกว่าพวกเธอที่ไม่มีอะไรเลยมาก

 

โปหลินเยียนมองไปที่เจียงซิ่ว และกล่าวด้วยเสียงประหลาดใจ “โอ้ นี่นายมัน… ลองดูสิว่าใคร นี่ไม่ใช่คนที่ไปเมืองเจียง เพื่อศึกษาต่อหรอกหรอ… อีกแล้ว ชื่ออะไรนะ…”

 

เจียงซิ่วกล่าวอย่างใจเย็น “เจียงซิ่ว”

 

“ใช่! ฉันจำได้แล้ว เจ้าขยะที่ส่งตูดมาให้ฉัน”

 

เจียงซิ่วยังค่อนข้างเด็กอยู่ในเวลานั้น และก็ได้พบกับเขาที่เป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว เขามีร่างกายที่ใหญ่กว่า และเขาก็มักจะเข้าต่อสู้กับเด็ก ตามเรื่องราวเจียงซิ่วย่อมไม่มีพลังที่จะตอบโตในตอนนั้นได้

 

เขายังไปตีชวูเชียงเฉิง และต้าเนียนในภายหลังอีกด้วย และแผลบนใบหน้าของพวกเขา ก็มีที่มาจากสิ่งนี้เอง

 

ความเกลียดชังระหว่างพวกเขา ถูกกำหนดขึ้นมา

 

กลุ่มของเจียงซิ่ว เคยมีหญิงสาวคยนึงที่ชื่อ ฉีหลัน เธอเป็นหญิงสาวที่เบาะบาง เท่าที่เจียงซิ่วยังคงจำได้อยู่ ในเวลานั้น โปหลิงเยียนมักเพ้อฝันหาถึงเธอ เวลานั้น ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น พวกเขาไม่ได้มาพร้อมกับเธอ และนั้นก็ทำให้เธอก็ถูกจับตัวไป ผลก็คือ สาวน้อยได้หายออกไปจากโรงเรียนขณะที่กำลังเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 และก็พบเธอหลังจากนั้น ว่าเธอไดจมลงไปสู่ความตายแล้ว

 

ตั้งแต่นั้นมา ความเกลียดชังของพวกเขาก็ฝั่งลึก พวกเขาก็กลายเป็นไม่ถูกกันดั้งเช่นไฟกับน้ำ

 

ชวูเชียงเฉิงคำราม “พอแล้ว โปหลิงเยียน ไม่มีใครต้องการเงินสกปรกของแก”

 

“แกไม่ต้องการมัน?”

 

โปหลิงเยียนเอากระดาษออกมา ไม่จำเป็นต้องพูด มันเป็นเช็คเงินสด 10,000 หยวน เขาโยนมันลงพื้น เขาดึงหญิงสาวข้างตัวเข้ามากอด และก็เดินออกไปพร้อมกับพี่น้องของเขา ทิ้งเช็คนั้นไว้บนพื้นดิน ราวกับว่าเขากำลังทำบุญให้กับขอทาน

 

“เป๋ยชวย ไปกันเถอะ!”

 

เจียงซิ่วรู้สึกทึ่งมาก เป๋ยชวยเคยเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขามาก่อน เขาไม่ได้คาดหวังว่า เจ้านั้นจะไปเข้าร่วมกับคนอย่างโปหลิงเยียน

 

“คนทรยศ” ชวูเชียนเฉิงเป็นคนกล่าว

 

เป๋ยชวยหยุดเดิน และก็ยกยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจ “อย่าโง่ไปหน่อยเลย ถ้าแกมาติดตามโปหลิงเยียน แกก็จะมีเงินและก็ผู้หญิง แกวางแผนที่จะอาศัยอยู่ในภูเขายาจกนี้ไปตลอดชีวิต อยู่เป็นขอทานตลอดไป?”

 

และพวกเขาก็เดินออกไปเหมือนกับนายพลที่ชนะการรบ

 

สถานที่ที่พวกเขาไป ก็คือกลุ่มของบอสซงแห่งเมืองชาหู่

 

ชวูเชียนเฉิงกลายเป็นโกรธ “ที่แกมีเงินก็ไม่ใช่เพราะติดตามเจ้านายรึไง? แกจะแสดงความหยิ่งเพื่อ?”

 

หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาคิดว่าเจียงซิ่วไม่ควรที่จะปฏิเสธตระกูลหลิน เขาอาจจะกลายเป็นนายเหนือหัวในเขตนี้เลยก็ได้ ชื่อเสียงและเงินทอง จะมากับการเขาที่เป็นเจ้านาย พวกเขาสามารถทำให้ขยะเหล่านั้นก้มศีรษะลงได้ นับประสาอะไรกับตระกูลหลินที่เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศอีกด้วย อำนาจมันคนละระดับกัน

 

มันน่าเสียดายจริงๆ

 

ต้าเนียนกล่าว “สารเลวนั้นมันเล็งหมิ๋นน้อยไว้เมื่อเร็วๆนี้ และพวกมันก็มายังร้านบาบีคิวบ่อยๆ”

 

“เขาต้องการให้ต้าเนียนและฉันถูกทำลายโดยสมบูรณ์”

 

ผิวของชวูเชียนเฉิงเปลี่ยนสี

 

อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วเพียงยิ้มออกมาอย่างเฉยเมย “อย่าเป็นกังวล หลังจากวันนี้ เขาจะต้องให้เกียรติฉันในฐานะเทพ”

 

ปั๊ง!

 

หมาป่าประจัญบานที่7 กรีดร้องออกมา หลังจากที่ได้รับความเจ็บปวด เขาโดนกรงเล็บข่วน เสื้อผ้าของเขาฉีกขาด และรอยแผลเป็นจากเล็บ ถูกทิ้งไว้ที่เนื้อหนังของเขา เขาหมุนตัวขึ้นไปในท้องฟ้าสองสามครั้ง และในที่สุดก็ตกลงมาบนพื้น

 

เวลานี้ ผู้คนเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ามีหลุมอยู่บนทรวงอกเขา 5 หลุม และเลือดก็ได้ไหลออกมาจากหลุมนั้น

 

การโจมตีของกรงเล็บนี้ ทะลุเข้าเนื้อไปถึง 3 ซม.

 

“ฉันยอมแล้ว!”

 

ผิวของเขากลายป็นซีด และถ้าเขาไม่ยอม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องตาย

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า คนจากตระกูลถังเป็นขยะทั้งหมด พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะต่อสู้ได้”

 

บอสซงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ยิ่งใหญ่เหล่ย ตระกูลถังไม่สามารถปกป้องแกได้แล้วในขณะนี้ เขตแดนของแกในฉินเซิง ตอนนี้จะกลับมาหาฉัน”

 

ผิวของยิ่งใหญ่เหล่ยกลายเป็นซีดดุจขี้เถา เขามองไปยังถังเหวินชงและถังเต๋า

 

เขาเป็นตัวแทนของตระกูลเหล่ยในโลกอาชญากร และดูผิวเพินเหมือนกันว่าการปราฏกตัวของเขานั้นค่อนข้างที่จะทรงพลัง แต่ในความเป็นจริง เขาเชื่อฟังตระกูลถังอย่างมาก แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของเขา แต่เจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากตระกูลถัง

 

ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นกลายเป็นปั่นป่วน

 

เมืองสถานบังเทินฉินเซิง และอุตสาหกรรมโดยรอบทั้งหมด รวมเป็นจำนวนเงินที่มากมาย

 

“ไหนหล่ะ เจ้าคนสกุลเจียง?”

 

ถังเต๋ามองไปยังอาการบาดเจ็บของผู้ใต้บังคัญบัญชา เขาพยายามที่จะห้ามปรามความรู้สึกโกรธที่มีอยู่ “เขากินเงินของตระกูลถัง และก็ใช้อำนาจตามที่เขาต้องการ แต่เขายังคงซ่อนตัวอยู่แม้ในสถานการณ์ที่สำคัญเช่นนี้”

 

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 286 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel