0 Views

บทที่ 6

โทสะของเจียงซิ่ว ทำตัวเหมือนไอ้ชั่วหัวร้อน

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

“เธอ…” หลิวยุ่ยหยางไม่ได้คาดว่าเจียงซิ่วผู้ที่มักจะมีมารยาทดีในชั้นเรียน จะไม่ได้เอาหน้าของตัวเองมาในวันนี้ เขาเห็นดวงตาของ เจียงซิ่วเปิดออกกว้างด้วยความโกรธ(หลิวยุ่ยหยางเป็นผู้นะ)

 

“โว้ว พี่ชายซิ่วดูน่ากลัวมากในวันนี้ เขาไม่ได้ตอบคำถามแม้แต่ข้อเดียว และแม้แต่กำลังจะตัวต่อตัวกับผู้คุมชั้นเรียน”

“เขาคลั่งไปแล้ว?”

 

อาจารย์เหม่ยจิ๋วไม่ได้มองไปที่เจียงซิ่วเพียงแค่ชั่วขณะ หรือสองชั่วขณะ แต่แค่แวบเดียวจริงๆ ปืนใหญ่สงครามขนาดใหญ่ ได้ถูกส่งกลับมาที่เธอ

 

“มีเรื่องอะไรกัน?”

 

หลิวยุ่ยหยางพ่นถั่วออกจากปากเขาในทันที “อาจารย์ครับ เขาไม่ได้ตอบคำถามเลยแม้แต่สักข้อเดียว”

 

นักเรียนทุกคนเริ่มปรากฏให้เห็นถึงความปั่นป่วน

 

อ๊าาา พี่ชายซิ่วต้องการจะหาเรื่องซะแล้ว

 

การสอบอังกฤษนี้เป็นการสอบแบบ MCQs(เป็นคำถามที่เป็นตัวเลือก ก็เหมือน กขคง บ้านเรา) แม้ว่าเจียงซิ่วจะแย่ในเรื่องนี้ แต่เขาก็มีโอกาสในการคาดเดาคำตอบได้ หรือติ๊กพวกมันแบบสุ่มๆไปก็ยังได้ นี่เป็นการท้าทายอำนาจอย่างเห็นได้ชัด เขาท้าทายอำนาจขออาจารย์

 

“อะไร!” ท่าทางของอาจารย์เหม่ยจิ๋วเริ่มมืดมนลง แสดงให้เห็นถึงเค้าลางของความวุ่นวายที่จะตามมา เธอหยิบกระดาษทดสอบขึ้นและโยนกระดาษทดสอบออกไป ในแผ่นกระดาษมันขาวสะอาด ไม่มีคำถามใดที่ได้รับการใส่คำตอบ ตลอดจนไปถึงคำถามแบบ MCQs ก็เช่นกัน

 

“ทำไมเธอถึงไม่ตอบคำถามเลยแม้แต่คำถามเดียว แม้แต่ MCQsก็ด้วย?”

 

“เธอกลัวความล้มเหลวและเสียหน้า?!”

 

“เธอคงคิดได้แค่นั้นแหละ มันคงดีกว่าที่ไม่ตอบอะไรถูกไหม?”

 

อาจาย์เหม่ยจิ๋วมองไปที่เจียงซิ่วด้วยความรังเกียจสุดขีด เธอเชื่อว่าระดับอย่างเจียงซิ่ว แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างดีที่สุดในการทำแบบทดสอบ เขาก็จะทำคะแนนออกมาได้ไม่ดีนัก

 

“เอาปากกามา!”

 

เจียงซิ่วยกยิ้มอย่างเย็นชา หลังฝ่ามือของมือซ้าย ถูกนำมาไว้ข้างหลัง ขณะที่เขาเหยียดมือขวาออกไป เพื่อนร่วมโต๊ะเองก็อยากรู้อยากเห็น เขาจึงมอบปากกาของตัวเองให้ เพื่อที่จะได้ดูเจียงซิ่วกาเครื่องหมายกากระบาทบนกระดาษทดสอบยังไง

 

เขาไม่จำเป็นต้องกามากนัก เนื่องจากมี MCQs แค่12ข้อ

 

หลังจากทำเสร็จสิ้น เขาก็วางมือกลับไปข้างหลังเขา(เหมือนจะไพร่หลังมั้ง) แสดงความไม่แยแสออกมา

 

เต็มไปด้วยความสงสัย อาจารย์เหม๋ยจิ๋วพูดกับหลิวยุ่ยหยาง “ไปเอาเฉลยมาจากโต๊ะ”

 

“คำถามที่1 ถูกต้อง!”

 

“คำถามที่2 ถูกต้อง!”

 

“คำถามที่3 ถูกต้อง!”

 

ขณะที่พวกเขาเห็นอาจารย์เหม่ยจิ๋วเขียนวงกลมสีแดงลงบนกระดาษคำตอบ นักเรียนทุกคนที่อยู่ด้านข้างก็กลายเป็นโกลาหล และอาจารย์เหม่ยจิ๋วเอง ยิ่งเช็คมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลัวมากเท่านั้น

 

“คำถามที่4 ถูกต้อง!”

 

“คำถามที่5 ถูกต้อง!”

 

นักเรียนเหมือนจะเป็นบ้า และอารย์เหม่ยจิ๋วก็หน้าซีดลงเรื่อยๆ

 

“คำถามที่6 …”

 

“7…”

 

ถูกต้อง ทั้งหมดมันถูกตอบอย่างแม่นยำ สิ่งที่เจียงซิ่วตอบไปนั้น มันทั้งถูกต้องและมีความแม่นยำ มีคำถามทั้งหมด12ข้อ ไม่มีข้อผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว หยาดเหงื่อหยดลงบนใบหน้าที่ขาวซีดของอาจารย์เหม่ยจิ๋ว

 

แต่ละ MCQs ได้ข้อละคะแนน 5คะแนน 12ข้อคะแนนทั้งหมดก็ 60 คะแนน

 

“เจียงซิ่ว เขาผ่าน?”

 

นักเรียนทุกคนในปัจจุบันตกใจมาก หัวข้อในวันนี้มีความยากแล้วซับซ้อนมาก มันแม้แต่กระทั่งนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเก่งและดีมากๆ ยังรู้สึกว่าพวกเขาทำถูกเพียงประมาณครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด แต่เจียงซิ่วก็ทำพวกมันถูกทั้งหมดอย่างอัศจรรย์

 

ส่วนที่น่ากลัวที่สุดก็คือเขาได้คะแนน 60คะแนน ไม่น้อยกว่าหรือมากไปกว่านั้น เพียงแค่ตอบคำถามใน MCQs ก็ได้คะแนนผ่านเกณแล้ว

 

อาจารย์เหม่ยจิ๋วบอกว่าเขากลัวที่จะล้มเหลว แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องที่คะแนนผ่านแต่เพียงเท่านั้น เขาได้ใช้วิธีที่โดดเด่น พี่ชายซิ่ว ได้ตบหน้าอาจารย์ไปฉาดใหญ่จริงๆ

 

อาจารย์เหม่ยจิ๋วรู้สึกว่าหน้าของเธอกำลังร้อน นี่มันเหมือนกับการถูกตีติดคริติคอลสำหรับเธอ!

 

“เป็นไปไม่ได้ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? นักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ดี จะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างไร?” ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่กล้าเชื่อความจริง เหมือนมันจะไม่มีผลอะไรนัก เพราะก่อนหน้านี้ เธอก็ได้เห็นเรื่องทั้งหมดด้วยตาของเธอจริงๆ

 

เขาไม่ได้กลัวการเสียหน้า แต่กลับกันเขารังเกียจที่จะทำแบบทดสอบ!

 

“ไฟอาถรรพ์เสริมจินตภาพ นั้นคือทั้งหมด” (ก่อนหน้านี้ผมแยกเป็นสองอันแต่จริงๆแล้วมันคืออันเดียวกัน ดูเหมือนว่าทางต้นฉบับจะชอบชื่อยาวๆ)

 

คนโง่ที่ขาดเขลา!

 

เจียงซิ่วไปหยิบกระดาษทดสอบกลับคืน และเขาก็ยังฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าอาจารย์เหม่ยจิ๋ว เขาพับและก็ฉีกมันอีกครั้ง  และก็อีกครั้ง ฉีกจนมันเหลือแค่เพียงเศษเล็กๆน้อยๆเท่านั้น “ภาษาผิวเผินแบบนี้ มันจะเป็นปัญหาอะไรนัก เมื่อเทียบกับแนวคิดทางภาษาจีนที่โอ่อ่าของฉัน มันก็เหมือนกับเด็กทารกที่พยายามจะพูด”

 

“เสียเวลาเปล่า!”

 

ไม่มีใครกล้าที่จะกล่าวว่าเจียงซิ่วที่อวดดีและโหดร้าย เนื่องจากปัจจุบัน เขามีคุณสมบัติที่จะพูดแบบนั้น

 

เทพคนนี้ได้ฟื้นคืนพลังอันเล็กน้อยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอคิดว่าฉัน จะให้สามัญชนอย่างเธอ ข่มขู่ฉันได้?

 

ผมของเทพซิ่วลุกขึ้น และดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย ขณะที่เขาโยรกระดาษทดสอบที่ฉีกขาดออกไป ชิ้นส่วนทั้งหมดกระจายไปทั่วห้องเรียน เหมือนหิมะตกในฤดูหนาว

 

“เหม่ยจิ๋ว จำคำพูดเหล่านี้ไว้ หลังจากนี้ เทพคนนี้จะไม่เข้าชั้นเรียนภาษาอังกฤษ”

 

บูมม ทั้งชั้นเรียนเหมือนตกอยู่ในการสิ้นสติ

 

เสียงปรบมือดังกึกก้องตามมาไม่นานหลังจากนั้น

 

นักเรียนทุกคนปรบมืออย่างบ้าคลั่ง

 

หน้าของอาจาย์เหม่ยจิ๋วเปลี่ยนสี “ธะ เธอ” เธอไม่มีหน้าเหลืออยู่ในห้องเรียนนี้อีกแล้ว เธอเหนื่อยหอบจากความโกธรและต้องการออกไป เธอสบัดเสื้อยาวๆของเธอและวิ่งหนีไป เมื่อเธอไปถึงหน้าประตู เธอก็เกือบลื่นและเกือบล้มลง…

 

“สุดยอด เจียงซิ่ว!”

 

“นี้มันน่ากลัวมาก!”

 

“พี่ชาย ก่อนหน้านี้ฉันเข้าใจผิด คุณนี่น่ากลัวจริงๆ…”

 

ถ้าเจียงซิ่วไม่ได้จัดการกับอาจารย์เหม่ยจิ๋ว ปีศาจนั้นก็จะคอยกดขี่ข่มเหงพวกเขา ถ้าเขาไม่ได้ฉีกกระดาษคำตอบ ภูเขาที่เขาใหญ่มหาศาลก็จะยังกดทับพวกเขาไว้อยู่ มันทำให้พวกเขากระหืดกระหอบอย่างมาก และเรื่องนี้ก็ได้ละลายความโกรธที่พวกเขาอัดอั้นเอาไว้ได้

 

“จริงๆแล้ว เจียงซิ่วเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง” หลิวเซียวหยิ่นแสดงความคิดเห็นอย่างเงียบๆ

 

ความตกใจในหัวใจของเย่ปิงไม่ได้เล็กเลย เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

 

หลิวเซียวหยิ่นโผ่ลออกมาจากด้านข้าง และพูด “ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ไม่ดี เหมือนที่เธอกล่าวก่อนหน้านี้ ทำไมเธอไมคิดถึงการกลับมาอยู่ด้วยกันละ? ยังไงก็ตาม เธอได้ทำเรื่องแบบนั้นแล้วใช่ไหมละ ใช่ไหม?”

 

เย่ปิงผวา “เธอต้องการที่จะตาย? ลดเสียงลงหน่อย”

 

“เซียวหยิ่นตัวเหม็น หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้วหน่า ไม่มีอะไรระหว่างเขากับฉัน”

 

เจียงซิ่วได้ปรากฏตัวขึ้นในห้องของเธอ แต่เธอรู้ว่าเรื่อง ‘นั้น’ ไม่เคยเกิดขึ้น “หยุดพูดสิ่งไร้สาระได้แล้ว ถ้ามีคนได้ยินมัน เลดี้คนนี้จะยอมตายไปพร้อมๆกับเธอ”

 

ตอนนี้เธอกังวลมาก เธอกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านจะถูกค้นพบในโรงเรียน ถ้าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอรู้เรื่องนี้ เธอคงจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป

 

หลิวเซียวหยิ่นล้อเลียนเธอ “มองไปที่เธอสิ เธอหน้าแดงมาก”

 

เย่ปิงสัมผัสไปที่แก้มของเธอ พวกมันร้อนจนแทบลวก

 

“ทำไมพวกแกถึงพูดเสียงดังมาก? มีอะไรเกิดขึ้นในชั้นเรียนของพวกแก?!”

 

เวลาอันสั้น ไออ้วนหน้าดำคล้ำได้เข้ามาในชั้นเรียน มือของเขาประสานกันอยู่ด้านหลัง มองดูตาที่เหมือนเม็ดถั่วของเขามันช่างดูอำมหิต และด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขา เหมือนเขากำลังสื่อออกมาว่า ‘ฉันจะไม่ให้เหตุผลกับใคร’

 

“ผู้อำนวยการหวัง!”

 

เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา ผู้คุมสอบหลิวยุ่ยหยางเปิดเผยความจริงแก่เขาทันที “ผู้อำนวยการหวัง ผู้อำนวยการหวัง เด็กสารเลวเจียงซิ่วคนนี้บ้าไปแล้ว เขาทำให้ครูของเราโกรธ จนเธอออกจากห้อง และก่อให้เกิดความวุ่นวายในห้องเรียน”

 

ในทันทีขณะที่เขากล่าวคำเหล่านี้ นักเรียนหลายคนยิ้นคิ้วของพวกเขา เขาได้สร้างรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวนี้ พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลิวยุ่ยหยางจะเป็นคนที่ชอบสร้างปัญหา

 

เจียงซิ่วมองคนที่มาถึง เขาจำใบหน้านี้ได้ หวังซือบิ๋น(Wang Xuebin ผมไม่ค่อยเมกเซนเรื่องชื่อแนะนำได้นะครับ) เหตุผลที่ทำให้เขาจำใบหน้านี้ได้อย่างชัดเจน ก็เพราะมันได้ทิ้งความประทับใจไว้ที่เขาอย่างลึกซึ้ง คนๆนี้เป็นเพียงแค่ขยะ

 

ครั้งหนึ่งเขาได้บังเอิญเห็น หวังซือบิ๋นล่วงละเมิดนักเรียนหญิง แต่เจียงซิ่วเป็นคนขี้ขลาดในเวลานั้น ด้วยเหตุผลนี้ เจียงซิ่วเขาจึงรู้สึกผิดมาก ประมาณช่วงหนึ่งหลังจากที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สิ้นสุดลง มันก็ถูกจับได้ในที่สุด เขาถูกสงสัยว่านักเรียนหญิงหลายคน ถูกคุกคามโดยเขา และมีคนถึง7คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

 

สารเลว!

 

ผู้อำนวยการหวังกล่าวอย่างโหดร้าย “เจียงซิ่ว ออกมาข้างนอก!”

 

นี่ใกล้เคียงกับคำสั่งที่ได้รับมา และไม่ต้องถูกสอบสวนด้วย

 

เขาเหมือนจะเป็นหัวหน้าของนักเรียนรอบๆ และเขาคนนี้เหมือนจะเป็นที่ประทับใจของนักเรียนส่วนใหญ่  จ่องเจียงซิ่วอย่างจดจ่อ สถานการณ์นี้คืออะไร? แกต้องการประท้วง? แกทำให้ฉันเป็นประสาทจริงๆ สิ่งที่นักเรียนเหล่านี้ขาดไปก็คือการลงโทษ ถ้าไม่ทำแบบนั้น พวกมันจะไม่พลิกผืนฟ้าเลยรึไง?

 

ทุกคนไม่สามารถช่วยได้ ก็ได้แต่เห็นใจกับเจียงซิ่วในขณะนี้

 

นี้ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ศัตรูธรรมชาติของนักเรียน ความบิดเบี้ยวของคนคนนี้มากเกินไป ถ้าครูเหม่ยจิ๋วเป็นครูที่วิปริตลำดับ1 งั้นเขาก็คงเป็นคนที่เลวทรามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

อย่างเมื่อพูดถึงเขา เพียงแค่กล่าวถึงก็ทำให้นักเรียนจำนวนมากรู้สึกหนาวในหัวใจของพวกเขา มันทำให้ท่าทางของพวกเขาแย่ลง และเท้ากลายเป็นเย็นเฉียบ แม้ว่าใครจะวิ่งเข้าไปหาเขา โดยบังเอิญ พวกเขาก็จะหันกลับและวิ่งหนีออกมาทันที

 

เขาเป็นพวกสัตว์กินเนื้อ

 

เจียงซิ่วรู้สึกว่าตัวเองน่าสงสารหรือเกินในตอนนี้ เหมือนเขาจะตกอยู่ในมือของมัน

 

“ข้างนอก น้องสาวแกเถอะ!”

 

ถ้านี่เป็นที่โลกของการต่อสู้เพื่อความอมตะ เจียงซิ่วคงจะฆ่าเจ้าสารเลวนี้ด้วยการชกต่อย “แม่ง จงไปให้พ้นจากเทพคนนี้!”

 

เงียบสงบ ห้องเรียนเหมือนจะเงียบไปแล้ว

 

แม่งง พี่ชายซิ่วเป็นคนที่ไร้ที่ติจริงๆในวันนี้ พร้อมที่จะฆ่าใครก็ตามที่อยู่ในเส้นทางของเขา!

 

ผู้คุมชั้นเรียน และนักเรียนคนอื่นๆ ทั้งหมดตกใจ

 

พวกเขาพร้อมที่จะคุกเข่าลงด้วยความนับถือ

 

“โอ้พระเจ้า!”

 

“ฉันไม่ได้ยินมันผิดไป ใช่ไหม? เจียงซิ่วเพิ่งสาปแช่งขี้เหนียวหวังต่อหน้าของเขา!”

 

บางครั้งบางคนจะสาปแช่งลับหลังพวกเขา แต่ใครบ้างหล่ะที่จะกล้าสาปแช่งต่อหน้าของขี้เหนียวหวังคนนี้?

 

หวังซือบิ๋งกลายเป็นมึนงง งงงวยอย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลาที่เขารู้สึกตัว เขาก็พร้อมที่จะกระแทกกลับด้วยความโกธร เขาคำราม “แกกล้าท้าทาย และสบประมาทครูในที่สาธารณะหรอ ห้ะ!”

 

“กะ แก…”

 

หวังซือบิ๋ง จะสามารถรับความอับอายนี้ได้อย่างไร ต่อหน้าของเขาจะมีนักเรียนคนไหนกล้าลบหลู่อำนาจของเขา?

 

ผิวของเขากลายเป็นขาวซีด ในขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ วิ่งเข้าไปในชั้นเรียนเพื่อที่จะลากเจียวซิ่วออกไปข้างนอก

 

ขณะที่มือของเขายืนออกไป เขาเห็นรอยยิ้มที่เย็นชาของเจียงซิ่ว ตบ! เจียงซิ่วได้ตบหน้าของหวังซือบิ๋งโดยตรง ในสายตาของเทพซิ่ว หวังซือบิ๋งคนนี้เป็นเพียงมด ในทันที เขาถูกส่งกลับลงไปบนพื้นด้วยการตบเพียงครั้งเดียว

 

“แกต้องการที่จะโจมตีเทพคนนี้? โง่เขลา!”

 

มันมากเกินไป มากเกินไปอย่างแท้จริง คนทั้งชั้นได้เงียบไปอีกแล้ว

 

แม้หลังจากที่ตบเขา เจียงซิ่วก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ดั้งนั้นเขาจึงเดินตรงไปยังหวังซือบิ๋งที่กำลังนอนอยู่บนพื้น และได้เตะเขาไปอีกสองถึงสามครั้ง

 

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel