0 Views

บทที่ 58

พบคนที่คุ้นเคยอีกครั้ง

 

ขอเปลี่ยน พิธีกรรมเต๋าไร้สิ้นสุด เป็น เทศการเต๋าไร้สิ้นสุด

 

 

 

เจียงซิ่วยิ้มให้กับเพื่อนในวัยเด็กของเขา และไม่ได้มีความตั้งใจที่จะตอบกลับไป เย่ยี่เหลียงรู้สึกโกรธ เมื่อเห็นเจียงซิ่วทำตัวหยิ่งจองหอง เขาต้องการสอนบทเรียนให้แก่เขา แต่เขาจะต้องพิจารณาถึงสถานะของตัวเอง เมื่อจะแสดงอะไรออกไปในที่สาธารณะ “นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับคนเขลาอย่างเธอ อย่าตายไปก่อนซะหล่ะ”

 

ในวันนี้ มหาอำนาจทั้งหลายจะแย่งชิงอำนาจกันระหว่างเทศการเต๋าไร้สิ้นสุด มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนตาย และนี่ก็ยังเป็นเหตุผลที่พวกผู้ใหญ่ของหมู่บ้าน ไม่อนุญาตให้เด็กๆ ออกมาชมเทศการนี้

 

เฒ่าหลินยืนอยู่ด้านหลังของเย่ยี่เหลียง พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญหลายคน ทุกคนมีกลิ่นอายฆ่าฟันอันน่าสะพรึงกลัว เพียงแค่การจ้องมองของพวกเขา ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายของผู้คนต้องสั่นสะท้าน

 

เมื่อเห็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ ชวูเชียนเฉิงและที่เหลือ กลายเป็นเงียบสงบ ราวกับเป็นจักจั่นในฤดูหนาว(เงียบ) ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

 

“ดูแลตัวเอง!”

 

เย่ยี่เหลียงไม่ได้มองย้อนกลับมาที่เจียงซิ่วอีก ขณะที่เขาเดินสวนผ่านไป กิริยาอาการของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง คนอื่นๆได้แต่มองมันด้วยความเรียบร้อยแต่เพียงเท่านั้น

 

“ผู้อำนวยการเย่ เขาเป็นสมาชิกของตระกูลเย่?”

 

เย่ยี่เหลียงแดกดันด้วยความดูแคลน “เขา? แกคิดว่าเขาจะมีวาสนาแบบนั้น?”

 

“เขาไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะมองประตูของตระกูลเย่ด้วยซ้ำ!”

 

ทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ทันที และก็ตามหลังเย่ยี่เหลียงไป เมื่อตระกูลเย่กลายมาเป็นผู้ชุบเลี้ยงพวกเขา พวกเขาจึงต้องกระจ่างแจ้ง ระหว่างความสัมพันธ์ของเจียงซิ่วกับตระกูลเย่ ตั้งแต่ที่เย่ยี่เหลียงได้ประกาศออกไปแล้ว พวกเขาก็เข้าใจว่าจะต้องแสดงท่าทีกับเขาอย่างไร

 

เขาเป็นบุคคลที่ไม่มีความสำคัญ เป็นบางคนที่ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจของเย่ยี่เหลียง

 

หลังจากที่พวกเขาจากไปไกลแล้ว ชวูเชียนเฉิงและพวกที่เหลือ ก็หายจากอาการตกใจ ต้าเนียนถาม “นายน้อยซิ่ว นายรู้จักพวกเขา?”

 

“ฉันเคยเจอเขามาก่อน”

 

“มันน่าเสียดาย…”

 

ต้าเนียนถอนหายใจ ในขณะที่ชี้ไปยังคนที่ติดตามเย่ยี่เหลียง “นายเห็นคนท้ายสุดตรงนั้นไหม? เขาคือ ออเฟ่ย อยู่ในดงซง แซ่หลี่ เขาเป็นอาชญากรแนวหน้าของดงซง”

 

ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป เมื่อเขากล่าวถึงเรื่องนี้

 

“งั้นเขาคือ ออเฟ่ย?”

 

เจียงซิ่วประทับตัวตนของเขาไว้ในใจ ตั้งแต่ตอนที่เขายังเรียนอยู่ที่นี่ ออเฟ่ยเป็นผู้ร้ายที่มีชื่อเสียง ในยุคนี้ เยาวชนมักกลัวและสงสัยเกี่ยวกับบุคคลประเภทนี้

 

ต้าเนียนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “นั่นคือเขา เมื่อตอนที่ฉันเห็นเขาก่อนหน้านี้ เขามักจะมีใครบางคนคอยตามรับใช้เสมอ และก็เรียกร้องให้คนผู้นั้นทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่ตอนนี้ เขากำลังตามหลังชายคนนั้นราวกับอันธพาล!”

 

“ชายคนนั้นแข็งแกร่ง?”

 

พวกเขาทุกคนกลายเป็นตกใจ

 

ต้าเนียส่ายหัวอย่างโศกเศร้าใจ “นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมฉันถึงบอกว่ามันน่าเสียดาย ถ้านายน้อยซิ่วเป็นเพื่อนของชายคนนั้นได้ แม้เส้นทางแห่งความสำเร็จจะอันตรายไปเล็กหน่อย แต่ก็รับประกันได้ ว่าสำเร็จที่จะได้กลับคืนมา มันไม่อาจนับได้ไหว”

 

เจียงซิ่วยิ้ม และปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น

 

ชวูเชียนเฉิงเองก็ยังเห็นด้วย “นายน้อยเนียนพูดถูกแล้ว ในปัจจุบันนี้ มันสำคัญมากและจำเป็นมาก ที่จะต้องมีผู้สนันสนุน”

 

“นายพร้อมที่จะรวยแล้วรึยัง?”

 

เจียงซิ่วหันกลับไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่ชวูเชียนเฉิงเพียงขยิบตาให้เขาอย่างมีลับลมคมใน เพื่อเป็นการตอบกลับแก่เขา ซึ่งมันก็ทำให้เจียงซิ่วกลายเป็นรู้สึกสับสนมากขึ้น อีกสามคนก็แสดงท่าทางออกมาอย่างแปลกประหลาดเช่นเดียวกัน “นายแค่เตรียมใจไว้ให้ดีก็เท่านั้น”

 

“นายหมายถึงอะไร?”

 

ต้าเนียนทำท่าทางราวกับว่าไม่ได้ยินมัน และตั้งใจทำธุระของตัวเอง สำหรับหมิ๋นน้อยและเฉินเซี่ย ใบหน้าของพวกเธอซีดลง หมิ๋นน้อยกล่าว “อย่าเอาเด็กน้อยไปที่นั่นเลย เขาคงจะทนมันไม่ได้”

 

หมิ๋นน้อยมองไปทางเจียงซิ่ว และมองเขาอย่างจริงจัง เธอค้นพบว่าเขาสูงกว่าเธอครึ่งหัวเมื่อเทียบกับในอดีต เจียงซิ่วสูงกว่าชวูเชียนเฉิงและก็สูงกว่าต้าเนียน เขาดูหล่อหเหลาขึ้น ใบหน้าของเขาเปล่งประกายออกดุจลูกแก้วหินอ่อน และสายตาของเขาก็ยังดูลึกซึ้งไร้ก้นบึ่ง เขาจะต้องเป็นพวกเจ้าชู้ค่อยเกี้ยวพาราราหญิงสาวอย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะรู้สึกแปลกๆ ในใจของเธอ แต่มันก็ไม่สามารถช่วยได้ ที่เธอจะลอบมองเขา

 

เจียงซิ่วถาม “พวกเราจะรวยได้อย่างไร?”

 

ชวูเชียนเฉิงมอบไปรอบๆ เพื่อทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครมีอยู่ใกล้ๆนี้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “นายเคยเห็นการฆาตกรรมหรือเปล่า?”

 

เพ้ง!

 

ถ้วยน้ำชาในมือของเฉินเซี่ย ตกลงไปที่พื้น และแตกออกเป็นชิ้นๆ

 

ใบหน้าของเธอซีดลง ขณะที่เธอรีบไปรวมเศษแก้วที่แตก หมิ๋นน้อยก็รีบไปช่วยเธอ

 

“หมายถึงการฆ่าตกรรมแบบไหนหล่ะ?”

 

ชวูเชียนเฉิงตอบกลับ “เทศการเตาไร้สิ้นสุด มีการประลองแย่งชิง เพื่อที่จะได้อยู่ในบนจุดสุดของโลกอาชญากรอยู่ สู้โดยไม่คำนึงถึงชีวิตและความตาย บนสังเวียน จำนวนเงินเดิมพันเป็นจำนวนที่น่ากลัว ตั้งแต่หนึ่งล้าน จนถึงหนึ่งร้อยล้าน นายสามารถเดิมพันได้ด้วยจำนวนเงินน้อยๆก่อนได้ และมันก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาถึง 100 เท่า เมื่อถึงตอนท้ายของวัน”

 

เจียงซิ่วคิด ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เขาหมายถึง

 

“นายเห็นรถของนายน้อยต้าเนียนคันนั้น ใช่ไหม? นายต้องคิดว่าพ่อเขาซื้อมาให้แน่ๆ แต่จริงๆแล้ว เขาซื้อมันมาด้วยตัวเอง” ดวงตาของชูวเชียนเฉิงวาวโรจ เมื่อเขาพูดถึงสิ่งนี้

 

เจียงซิ่วกล่าว “ลองไปดูที่นั้นกันซักหน่อย”

 

จากปฏิกิริยาของพวกหญิงสาว เขาก็คาดเดาได้แล้ว ว่าฉากพวกนั้นน่าจะเป็นการนองเลือดที่เหี้ยมโหด ด้วยจำนวนเงินเดิมพัน มันจึงทำให้พวกเขากลายเป็นคนบ้าคลั่ง พวกเขาจึงพร้อมที่จะเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเอง

 

“นายน้อยเนียน นายจะไม่มาด้วยกันในครั้งนี้?”

 

ต้าเนียนส่ายหัว “ไม่ ถึงเวลาแล้วที่เทคกาลเต๋าไร้สิ้นสุดจะต้องเริ่มขึ้น ตาเฒ่าตามหาฉันอยู่ เพื่อให้ไปจัดการเรื่องแผงลอย ดังนั้นนายก็ไปกับเจียงซิ่ว และมาที่บ้านของฉันเพื่อดื่มกิน หลังจากที่ทำอะไรกันเสร็จแล้ว”

 

หมิ๋นน้อยก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเหมือนกัน กล่าวว่าเธอมีงานทำที่บ้าน

 

“ไม่จริงน่า!”

 

เจียงซิ่วมองไปที่เฉินเซี่ย และก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เธอสวยขึ้นมากจากเมื่อสามปีที่ผ่านมา เปลี่ยนจากดอกลิลลี่ที่อยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน กลายเป็นดอกลิลลี่ที่ผิลบานแล้ว ล่อตาล่อใจกว่าเดิม เพียงแต่ว่า ตอนนี้ใบหน้าของเธอค่อนข้างซีด

 

“ฉันต้องการเงิน!”

 

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ กลุ่มชายสองและหนึ่งหญิง ก็เริ่มออกเดินทางกัน การประลองจะถูกจัดขึ้นภายในวัดหมู่บ้าน มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้ มันได้กลายเป็นดินแดนแห่งการฆ่าฟันไปแล้ว

 

“เฮ้ มันอยู่ข้างหน้านายไม่ไกลแล้ว!”

 

ขณะที่พวกเขากำลังเดินไปทางนั้น กลุ่มของเจียงซิ่วก็ได้ยินคนตะโกนมาทางพวกเขา เขาหันกลับไปมอง มันเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว เต็มไปด้วยทั้งชายและหญิง พวกเขาสวมเสื้อผ้าออกแนวแฟนตาซี พวกเขากล่าวมันเป็นเสื้อผ้าที่ทันสมัยและตรงตามแฟร์ชั่นในปัจจุบัน มองไปที่พวกเขา ก็รู้ทันทีว่าพวกเขาน่าจะเป็นบุคคลภายนอก และพวกเขาก็น่าจะมาวางเดิมพันเช่นกัน

 

“นายเป็นคนพื้นเมือง ใช่มั้ย?”

 

เสียงเป็นของผู้หญิงที่พูด เสียงของเธอกระจ่างใสและร่าเริง เสียงนั้น มันช่วยประเล่าประโลมหูของพวกเขาได้ ดูเหมือนเธอจะมาจากทางเหนือ เนื่องจากสำเนียงของเธอ คล้ายคลึงกับผู้ที่มาจากเมืองหลวงแห่งจักรพรรดิ

 

เจียงซิ่วตกอยู่ในอาการมึนงงหลังจากมองย้อนกลับไป เธอสูงประมาณ 170 ซม. เธอมีผมยาวและสวมหมวกสีขาว เธอมีอ่อร่าของนักกีฬา บวกใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอเพิ่มเข้าไป มันจึงทำให้ผู้ชายมากมายหลายคนต้องจ้องมองมาที่เธอ

 

มันคือเธอ!

 

“ฉันไม่ได้คาดหวังว่าฉันจะพบเธอที่นี่”

 

หลินมี่!

 

ลูกสาวคนโตของตะกูลหลินแห่งเมืองจักรพรรดิ ลูกสาวของลุงของเจียงซิ่ว เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา เขาเจอกับเธอเมื่อตอนที่เขาไปเยื่อนเมืองหลวงจักรพรรดิในระยะเวลาก่อนหน้านี้

 

ชวูเชียนเฉิงตอบกลับ “ใช่ มีอะไรรึเปล่า?”

 

หลินมี่กวาดสายตาผ่านกลุ่มของเจียงซิ่ว “รู้ไหมว่างานประลองจุดสูงสุดของโลกอาชญากรอยู่ที่ไหน?”

 

งานประลองจุดสูงสุดของโลกอาชญากร คือการต่อสู้กันระยะประชิด เพื่อหานายเหนือหัวของเหล่าอาชญากร ก่อนหน้านี้ มันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ การพบปะผู้รับใช้เต๋า แต่แล้ว โดยธรรมชาติ มันย่อมเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปจนกระทั่งกลายมาเป็นงานประลองจุดสูงสุดของโลกอาชญากร

 

การประลองครั้งนี้ อนุญาตให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือมือขวาของพวกเขาเหล่านั้น เข้าร่วมในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวนี้ได้ มันจะดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือแค่ผู้ยืนหยัดเพียงแค่คนสุดท้าย

 

“ฉันรู้!”

 

“นำทางไปเลย และนายจะได้เงินก้อนโต!”

 

“เอาเงินมาก่อน!”

 

หลินมี่พูดบางอย่างกับคนที่อยู่ข้างหลังเธอ มีบุคคลหยิบเงินออกมา ดูจากความหนาของมันแล้ว น่าจะเป็นเงินมูลค่า 2000 หยวน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชูวเชียงเฉิง ขณะที่เขานำเงินมา เขาโบกมันด้วยมือของเขา “ตามฉันมา!”

 

คนที่ส่งเงินให้หัวเราะอย่างเย็นชา “คนป่าพวกนี้ ด้วยเงินจำนวนนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขามีความสุขแล้ว”

 

“มี่มี่ งานประลองจุดสูงสุดของโลกอาชญากรนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าแก่กล่าวถึง มันเป็นการต่อสู้ที่แปลกประหลาด ไม่จำเป็นที่ต้องให้เธอมาถึงที่นี่เพื่อชมดูมัน เนื่องจากมีการแข่งขันที่คล้ายกันอยู่มากมายในเมืองหลวงจักรพรรดิ”

 

“ฉันกลัวว่าเธอจะต้องผิดหวังกับที่นี่แล้ว”

 

เยาวชนอีกคนหนึ่งพูดขึ้น “ใช่ ที่ไหนบ้าง ที่ไม่มีการสู้กันระหว่างโลกใต้ดิน? พวกระดับสูงๆมักจะเกินขึ้นที่เมืองจิงเหมิ๋น พวกเขาแม้แต่กระทั่งดูหมิ่นทักษะการต่อสู้ของที่นี่”

 

“เพื่อน สอนบทเรียนให้พวกเขารู้ เมื่อขึ้นไปบนลานประลองแล้ว”

 

เจียงซิ่วกวาดสายตาไปยังสองชายหนุ่ม พวกเขาไม่ได้บ่มเพาะกำลังภายใน และบางทีอาจจะเป็นพวกที่ต่อยมวยสากลมา และไม่ได้รู้ว่าผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

 

พวกเขาคงนึกไม่ถึงว่าที่นี่จะเป็นดินแดนแห่งการฆ่าฟัน

 

หลินมี่กล่าว “ประวัติงานประลองจุดสูงสุดของโลกอาชญากรในดงซง มีชื่อเสียงมากในโลกใต้ดิน มันเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะได้สัมผัสกับมัน”

 

“ยิ่งไปกว่านั้น นี้ก็มีเงินเป็นจำนวนมากมาเกี่ยวข้องด้วย”

 

ที่ด้านหน้า ชวูเชียนเฉิงนำทางขณะที่กำลังนับเงินไปด้วย เขาแบ่งให้กับเจียงซิ่วและเฉิงเซี่ย ให้คนละ 500 หยวน เจียงซิ่วให้ส่วนแบ่งของเขากับเฉิงเซี่ยอีกที ซึ่งมันก็ทำให้เธอต้องถามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ “ทำไมนายถึงให้ฉัน?”

 

“เธอไม่ได้ต้องการเงิน?”

 

เฉิงเซี่ยลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็รับมันมาขณะที่กัดริมฝีปากของเธอ “ขอบคุณค่ะ!”

 

หลินมี่สังเกตได้ถึงสิ่งเหล่านั้น เธอเหลือบมองไปที่เจียงซิ่ว เธอไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และก็ไม่มีทางที่เธอจะคิดได้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นลูกชายของป้าเธอที่ออกจากบ้านไป

 

พวกเขาได้เข้าใกล้วัดในหมู่บ้านมากขึ้น และที่มาพร้อมกันนั้น ก็คือเสียงเชียร์จากภายในเริ่มดังขึ้นตาม

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 286 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel