0 Views

บทที่ 49

การซื้อถนน

 

ขณะที่พี่สาวเอ๋อหลิน กำลังมองไปที่หลินเยี่ยหลิง ซึ่งกำลังที่จะคุกเข่าลง ตอนนั้นเองเธอก็เกิดความคิดที่น่ารังเกียจบางอย่าง ความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นพุ่งขึ้นไปที่หน้าเธอ แม้ว่ายัยนั้นจะคุกเข่าก็ตาม แต่มันก็ไม่จำที่เธอจะต้องปล่อยเช่าต่อ

 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่หลินเยี่ยหลิงกำลังจะคุกเข่าลง ก็มีมือยื่นเข้ามาจับแขนเธออย่างฉับพลัน

 

การจับนั้นหนักแน่นและมั่นคง ป้องกันเธอจากการคุกเข่าลง หลินเยี่ยหลิงหันกลับไปด้วยความประหลาดใจ และได้เห็นใบหน้าที่คมเข้าดุจเหล็กกล้า กับการจ้องมองอย่างเย็นชา ที่อาจจะทิ่มแทงเข้าไปในกระดูกได้ เขามีกลิ่นอายที่ไม่แยแส ซึ่งดูแล้วไม่มีใครเทียบเทียนได้เลย อย่าไรก็ตาม มือที่คว้าแขนของเธอนั้นมันดูสั่นเท้า แสดงให้เห็นถึงอารมณ์รุนแรง ที่เขากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้

 

“เทพคนนี้กล่าวแล้วว่าแม่จะต้องเป็นผู้หญิงที่หน้านับถือที่สุดในโลก”

 

“ไม่มีใครสามารถทำให้แม่คุกเข่าได้!”

 

“ไม่มีใคร!”

 

ดูราบกับว่าเสียงของเขาถูกส่งลงมาจากสวรรค์ แต่ละคำเต็มไปด้วยพลัง มันได้ส่ายแก่นกลางของผู้คนที่อยู่ที่นั้น ในขณะที่เสียงถูกเปล่งออกไป

 

“ลูก!”

 

หลินเยี่ยหลิงไม่เคยเห็นท่าทีที่ดูสง่างามจากลูกเธอมาก่อน อารมณ์ของเธอตกอยู่ในความยุ่งเหยิงเนื่องจากอาการตกใจ

 

เจียงซิ่วหันมามองแม่ของเขา เขามองไปเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง มันเป็นความลึกที่ไม่มีก้นบึ้ง “นับประสาอะไร กับการคุกเข่าให้หญิงขี้โมโหหยาบคายนี่!”

 

หลินเยี่ยหลิงสั่นสะท้าน เธอจดจำได้ว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยมีเกียรติ!

 

พี่สาวเอ๋อหลินเริ่มพ่นคำสาปแช่ง “สารเลวน้อย! ใครเป็นหญิงขี้โมโห?! แกมันไอลูกสำสอน หญิงชราคนนี้เป็นคนตาบอด ที่ปล่อยการเช่าร้านไปยังกลุ่มคนที่ไม่เห็นคุณค่า”

 

เจียงซิ่วกล่าว “แกเชื่อว่าเราชอบมากที่จะเช่าร้านของแก? หยุดล้อเล่นได้แล้ว แกไม่ได้เก็บไว้ให้พวกเราเช่าโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเราไม่ได้มีหนี้บุญคุณต่อกัน”

 

“นอกจากนี้ อย่ามัวแต่คิดว่าครอบครัวของเราจะใช้ชีวิตได้โดยแค่อาศัยการขายผลไม้ นั้นไร้สาระ แกคิดอีกสินะว่าแม่ของฉันไม่สามารถเสี่ยงต่อการศึกษาฉันได้ แกก็เลยหาประโยชน์จากพวกเรายังไงก็ได้?”

 

พี่สาวเอ๋อหลินกล่าว “ใช่ หญิงชราคนนี้หาประโยชน์พวกแก แกจะทำยังไงต่อหล่ะ?”

 

“แกมันไอ้ขอทานยากจน”

 

ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ น้ำลายบินพุ่งไปมาขณะที่เธอพูด “หญิงชราคนนี้ ชัดเจนเกี่ยวกับรายได้ที่พวกแกขายผลไม้ แกไม่มีทางเลือกอื่นแล้วในตอนนี้ ด้วยความยากจนนี้ ออกไปกับคงจะไปแต่นรก!”

 

“เนื่องจากมันเป็นแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันอีกต่อไป!”(เทพซิ่ว)

 

“ยอมรับผิดแล้วตอนนี้? แกกลัว? แกต้องการขอโทษหญิงชราคนนี้?”

 

“ขอโทษ?”

 

“แกเข้าใจผิดแล้ว…”

 

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างสงบ สายถูกเชื่อมต่อในเวลาต่อมา เป็นถังเฉิ่นเชียนที่รับ เขาตื่นเต้นมากเมื่อได้รับสายจากเขา “มิสเตอร์เจียง เป็นเรื่องสำคัญหรือไม่?”

 

เจียงซิ่วกล่าวอย่างไม่แยแส “ซื้อถนนสายธารเมฆาทางใต้ทั้งหมด ให้เทพคนนี้!”

 

ถังเฉิ่นเชียนรับคำสั่ง “เข้าใจแล้ว!”

 

ที่ด้านข้าง พี่สาวเอ๋อหลินช่วยไม่ได้ที่จะต้องจับเอวและหัวเราะ โคชุ๋ยโหยง และก็เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านรอบตัวพวกเขา พวกนั้นหัวเราะเหมือนกันทั้งหมด

 

เรื่องตลกอะไร! ก่อนอื่น แกบอกว่าคุณจะซื้อร้านให้แม่ของแก และตอนนี้ แกบอกว่าแกจะซื้อถนนทั้งสาย? แน่นอน ว่าเรื่องดังกล่าวย่อมเป็นเรื่องที่เป็นเท็จ แกคิดว่าแกเป็นพระเจ้าหรือไร?

 

เจียงซิ่วเหลือบไปทางพี่สาวเอ๋อหลิน “ไม่จำเป็นต้องซื้อแผงขายผลไม้ที่ครอบครัวของฉันทำงาน”

 

ถังเฉิ่นเชียนตอบกลับ “เอาหล่ะ”

 

เจียงซิ่วกล่าวราวกับว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไร และเมื่อสิ้นสุดการโทร พี่สาวเอ๋อหลินก็เริ่มยิงคำดูถูก “แกนี่ไร้ยางอายจริงๆ แม่ง แกเป็นแค่คนขายผลไม้ ได้ยินแค่นี้ก็ต้องร้องไห้ออกมาด้วยความยากจนแล้ว แม้แค่เพิ่มค่าเช่าขึ้นอีก400 หยวนต่อเดือน แกก็ไม่สามารถหามันมาได้แล้ว แต่แล้ว แกก็กำลังพยายามวางตัวหมือนเจ้าพ่อใหญ่ นี่แกยังหลอกลวงไม่พอ? จริงๆแล้วมันก็คงจะถูกแล้ว สำหรับพวกยากจน…”

 

“ไอ้สารเลวโง่งี่เง่า!”

 

สายตาอันคมกริบปรากฏขึ้นที่เจียงซิ่ว กลิ่นอายสังหารอันน่าหวาดกลัวไหลออกมา

 

หัวใจของพี่สาวเอ๋อหลินแทบหยุดเต้นเนื่องจากความกลัว และมื่อเธอตระหนักได้ว่าเธอตกใจเพราะสายตาของเขา เธอจึงโกรธ “อะไร? แกต้องการที่จะตีหญิงชราคนนี้? สามารถลองดูได้…”

 

“เข้ามาตีฉันซะสิ…”

 

หน้าตาของเธอดูเปลี่ยนไป ขณะที่เจียงซิ่วเหมือนกำลังเดินเข้ามาเพื่อที่จะมาทำร้ายทาง เทพซิ่วไม่ได้แม้แต่จะตะขิดตะขวงเมื่อต้องฆ่าคน การมีคำบางคำอย่างเช่น ‘ผู้หญิง’ ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหยุดยั้งเขาได้ และไม่มีเหตุผลที่ห้ามให้เด็กต้องไม่เอาชนะผู้สูงอายุได้

 

เพี๊ยะ!

 

ตบหน้าไปยังพี่สาวเอ๋อหลิน มันทำให้ร่างกายอ้วนๆของเธอ ลอยขึ้น และตกกระแทกลงไปกับโต๊ะอาหาร ส่งผลให้ขวดซอสถั่วเหลืองและน้ำส้มสายชูของแบรนด์ ‘แม่อุปถัมภ์’ แตกเป็นชิ้นๆ โต๊ะอาหารทั้งโต๊ะรองรับร่างของเธอไว้

 

“อ๊าาาา!”

 

เพื่อนบ้านที่เฝ้ามองจากด้านข้าง กรีดร้องขึ้น ก่อนที่หลินเยี่ยหลิงจะสามารถตอบสนองได้ เจียงซิ่วก็เดินไปที่นั่น และก็คว้าผมของเอ๋อหลิน จากนั้นก็ตบไปที่เธอ ทำให้เธอกระเด็นไปที่อื่น

 

“ตบนี้ คือการเตือนแกว่าเงินที่พ่อแม่ของฉันหามาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่สิ่งที่แกสามารถกรรโชกออกไปได้ แกไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดชะตากรรมของครอบครัวฉันได้”

 

“ตบนี้คือการสอนให้แกว่าแกไม่ควรลืมรากเง้าของตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของฉัน ที่สร้างร้านใหม่ คอกผลไม้ตรงนั้นก็ยังคงจะเป็นที่ตั้งทิ้งขยะ ซึ่งมันไม่ต้องเช่า ไม่งั้นแล้วแกก็คงไม่มีวันที่ง่ายดายเช่นนี้!”

 

“ตบนี้เป็นสำหรับแม่ ไม่มีใครได้รับอนุญาตทำให้เธอขายหน้า ไม่มีใคร!”

 

“ตบนี้…”

 

เจียงซิ่วให้เหตุผลอีกหนึ่งไปอีกหนึ่ง ตบเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก หลังจากที่ตบไปอย่างต่อเนื่องมากกว่าสิบครั้ง ใบหน้าพี่สาวเอ๋อหลินก็บวมขึ้น และมีเลือดไหลออกมาจากปากของเธอ เธอสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว “โคชุ๋ยโหยง ทะ โทรเรียกพี่ชายเฮา…”

 

เมื่อโคชุ๋ยโหยงได้ยิน เขาก็ตอบกลับทันที “ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้…”

 

“สารเลวแกตายแน่”

 

เพื่อนบ้านคนหนึ่งถามว่า “ใครคือพี่ชายเฮา?”

 

“เจ้าชายแห่งแก๊งเลิศเล่อตะวันออก ใครจะไปรู้ว่าพี่สาวเอ๋อหลิง จะไปรู้จักเจ้าพ่อใหญ่อย่างคนนั้นเข้า”

 

เพื่อนบ้านถามว่า “เป็นความจริงหรือ? นั้นคือแก๊งเลิศเล่อตะวันออก! พวกเขาเป็นเจ้าของบาร์หลายแห่ง ห้องคาราโอเกะ และลานจอดรถในธารเมฆาอีกหลายๆแห่ง จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตระกูล ถ้าไม่มีการอนุมัติจากเขา พี่สาวเอ๋อหลิน รู้จักกับบุคคลดังกล่าวจริงๆหรือเนี่ย?”

 

“แกไม่รู้? พี่สาวเอ๋อหลินเคยทำงานที่บ้านเขาตั้งแต่เขายังเด็ก ได้พบกับเขาหลายครั้ง”

 

สูด!

 

เพื่อนบ้านแถวนั้นหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ เจียงซิ่วจบสิ้นแล้วในเวลานี้ เขาวิ่งเข้าไปหาหายนะ

 

เมื่อสายได้เชื่อมต่อ พี่สาวเอ๋อหลินก็เริ่มเริ่มร้องไห้ “ตักกละน้อย แกรู้ไหมว่ามีบางคนตีพี่สาวของแก? เขาตบฉันหลายครั้ง ใบหน้าของฉันถูกทำลายอย่างสมบูรณ์  อืมม ที่ถนนสายธารเมฆา หน้าร้านของฉัน โอเค ฉันจะรอนาย…”

 

การแสดงออกของเพื่อนบ้านรอบข้าง ที่มองไปยังเจียงซิ่วนั้นเปลี่ยนไป

 

“สารเลวน้อย แกเพียงแค่รอ!”

 

เมื่อหวังเฮาได้รับโทรศัพท์ เขาก็เพียงแค่อยู่อีกฝากของถนนสายธารเมฆาเท่านั้น เขาวิ่งเข้าไปในรถของเขา ไม่นาน ก็มีผู้ชายสามคนลงมาจากรถตรงนั้น พี่สาวเอ๋อหลินวิ่งไปที่นั้นทันที เมื่อเห็นว่ามีผู้ชายคนนึงเดินนำหน้าพวกเขามา แม้ว่าเธอจะอ้วนและเตี้ย แต่เธอก็วิ่งเร็วมากทีเดียว

 

“มันเป็นหวังเฮาจากเลิศเล่อตะวันออก?”

 

รถรุ่น Mercedes-Benz(มอซิเดส-เบน) นี่มันดูสะดุตาจริงๆ ในถนนที่ขายของมือสองเช่นนี้ ทะเบียน 8888 นั้น แสดงให้เห็นว่าเจ้าของมีทรัพยากรทางการเงินและมีอำนาจทางการเมืองที่ดีขนาดไหน

 

“เขาคือหวังเฮา?”

 

“เลิศเล่อตะวันออกหวังเฮา ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นใต้บังคับบัญชาของพ่อเฒ่าเหล่ย ซึ่งเป็นหัวหน้าแก็งในสายธารเมฆา”

 

สีผิวของหลินเยี่ยหลิงจากหายไปทั้งหมดว เธอไม่ได้ตำหนิซิ่วน้อยจากเหตุการณ์ในตอนนี้ ขณะเดียวกันเธอก็ไม่เชื่อว่าลูกชายของเธอทำอะไร ถ้าลูกชายของเธอไม่ทำตัวไม่แยแสในตอนที่เธอกำลังจะสร้างความอัปยศให้ตัวเอง เมื่อผ่านไปแล้วมันก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี เนื่องจากผลกระทบในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอสามารถทนรับได้

 

“มันอยู่ที่ไหน?”

 

หวังเฮาอายุประมาณ 30ปี เขามีใบหน้าเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตาเล็กแคบ และใบหน้าหยาบกราน แต่เขาสวมชุดสูทดูเรียบร้อย เขาดูโง่เขลา แต่ก็ดูสุภาพเรียบร้อย คนประเภทนี้เป็นคนธรรมดาอยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด

 

“นั้น! สารเลวน้อยตรงนั้น!”

 

พี่สาวเอ๋อหลิงชี้ไปทางเจียงซิ่ว

 

“นายคือเจียงซิ่ว? นายคือคนที่ตีพี่สาวหลิน?”

 

“อันที่จริงแล้ว นี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างพวกนาย และนายเองก็ยังเป็นเพียงแค่นักเรียน ฉันอยากที่จะรังแกนาย แต่พี่สาวเอ๋อหลินดูแลฉันมาตั้งแต่วัยเด็ก ฉันเกือบถือเธอเป็นแม่บุญธรรมของฉันด้วยซ้ำ นายตีคนที่สนิมกับฉัน  บอกฉัน ฉันควรจะทำอย่างไร?”

 

หลินเยี่ยหลิงโดยธรรมชาติแล้ว เธอย่อมออกไปเพื่อที่จะปกป้องลูกชายเธอ แต่เจียงซิ่วก็ดึงเธอกลับมา มือของเขาลูบหลังเธอเบาๆ ในขณะที่เขาสวมรอยยิ้มดูลึกซึ้ง “ทำอย่างไร?”

 

“มันเป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่ว่าเธอต้องการให้แม่ของฉันคุกเข่า? ก็บอกเธอให้คุกเข่าต่อหน้าแม่ฉัน”

 

“นายพูดอะไรนะ?”

 

หวังเฮาถามขณะหัวเราะ ทำตัวราวกับว่าเขาไม่เคยพบเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน

 

เพื่อนบ้านที่อยู่รอบตัวก็ซีดจางลงไปด้วยความกลัว มองไปที่เจียงซิ่วราวกับกำลังมองไปยังคนงี่เง่า เขารู้หรือไม่ ว่าเขาใครกำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร?

 

“เขาบ้าไปแล้ว ใช่มั้ย?”

 

“เขากล้าพูดกับพี่ชายเฮา ด้วยน้ำเสียงแบบนั้นได้อย่างไร!”

 

หลินเยี่ยหลิงเกือบจะเป็นลมด้วยความกลัว เธออยากจะพูดออกมา แต่ก็ถูกขัดจังหวะโดยหวังเฮา เขารู้สึกสนใจ และมองไปที่เจียงซิ่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย “ให้เขาพูด มันจะไม่มีอันตรายใดๆแน่นอน ฉัน หวังเฮา เป็นคนที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผล”

 

“แกควรเตรียมตัวให้ดี ถ้าหากแกวางแผนที่จะปกป้องเธอ ออกไปจากที่นี่ ก่อนที่เทพคนนี้จะเกิดอารมณ์อยากฆ่าขึ้นมา”

 

บึ้ม!

 

เพื่อนบ้านตกใจมาก ลูกชายของเยี่ยหลิงบ้าไปแล้ว เขาไปพูดคำแบบนั้นกับพี่ชายเฮาได้อย่างไร?

 

หวังเฮาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป “สารเลว นับตั้งแต่ฉัน หวังเฮา เริ่มทำงานกับพ่อเฒ่าเหว่ยมา ไม่มีใครในสายธารเมฆา กล้าพูดกับฉันในลักษณะเช่นนี้”

 

“แกกำลังถามหาความตาย”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 104 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel