0 Views

บทที่ 46

สะสาง

 

“แกไม่ใช่มนุษย์” ตาของเจียงซิ่วหรี่ลงเป็นเส้นบางๆ ภายใต้การจ้องมองของเขา สวรรค์และโลกทั้งหมดล้วนเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ ขณะที่เขาจ้องมองพาดผ่านวัดแห่งนี้ รูปปั้นเทพเจ้าได้เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ายกับการลุกของเปลวไฟ

 

เขายิ้มบางๆ “แกจะไม่ออกมา? หรือแกต้องการให้เทพคนนี้ ลากแกออกมาเอง?”

 

“คึกๆ” สิ่งนั้นเปล่งเสียงที่น่าขนพองสยองเก้าออกมา “แกต้องการให้ข้าปรากฏตัว? นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถที่แกมี อย่าทำตัวเหมือนลูกแกะ ที่ส่งตัวเองเข้าไปในปากหมาป่า”

 

“แกกำลังมองหาการฆ่าฟัน!”

 

เจียงซิ่วมีท่าทีที่ดูปราดเปรียว ร่างของเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะที่หมอกสีดำมืดมิดปรากฏขึ้นที่หลังเขา เขาพุ่งเข้าตรงไปหารูปปั้นเทพเจ้า และทำท่าลักษณะไขว้คว้าไปข้างหน้า

 

ฝ่ายตรงข้ามประหลาดใจ เพราะไม่ได้คาดหวังว่าเจียงซิ่วจะรู้ตำแหน่งของตน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มือของเจียงซิ่วกำลังจะไปถึงรูปปั้นนั้น ละลอกคลื่นที่คลายกับน้ำ ก็พุ่งเข้ามากระทบฝ่ามือเขา

 

“บุปผากระจกเงาทะเลสาบสะท้อนจันทร์?”

 

วิญญาณปีศาจน้อยนี้มีทักษะจริงๆ!

 

“โง่เง่า สิ่งนี้ไม่ใช่ ‘บุปผากระจกเงาทะเลสาบสะท้อนจันทร์’ มันถูกเรียกว่า ‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ สารเลว แกจะไม่สามารถหนีไปได้ เมื่อแกเข้ามาในขอบเขตมันแล้ว คึกๆ”

 

เจียงซิ่วตกใจมาก ‘บุปผากระจกเงาทะเลสาบสะท้อนจันทร์’ คือทักษะภาพลวงตา หนึ่งจริงและอื่นๆที่แหลือล้วนเป็นของปลอม มันเป็นทักษะที่ไม่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็น ‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ แล้วละก็ นั้นก็หมายความว่ามันเป็นปัญหาแล้ว เนื่องจากมีโลกภาพลวงตามากกว่าสามพันชั้นอยู่ด้านใน และมีเพียงหนึ่งเท่านั้นที่จะเป็นของจริง มันเป็นเรื่องยากที่จะทำลายมัน

 

ถ้าเป็นเจียงซิ่วเมื่อกาลก่อน เขาจะไม่แม้แต่จะระหยี่มัน ไม่ว่าความผันผวนของเทคนิคของฝ่ายตรงข้ามจะเป็นอย่างไร เพียงแค่การลงมือด้วยดาบเดียว คมดาบแสงนับไม่ถ้วนก็จะเข้าไปทำลายมนตร์นี้ได้ในพริบตาเดียว

 

แต่ทว่าตอนนี้ เทพซิ่วยังเป็นบุคคลที่อ่อนแอ่ การบ่มเพาะทักษะศักสิทธิ์ได้เพียงแค่เล็กน้อย

 

เขาเพิ่งปลุกตื่นทารกน้อยขึ้นมาได้เร็วๆนี้

 

เขาไม่ได้มีอำนาจมหาศาลอะไร

 

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

วิญญาณปีศาจหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว เขากำลังรอให้เจียงซิ่วรู้สึกสำนึกเสียใจ แต่เขากลับได้ความเย็นชา และความไม่แยแสกลับมาแทน “แกเชื่อว่าฉันไม่สามารถทำลายเทคนิคของแกได้?”

 

“ขลาดเขลา! โง่เง่า!”

 

เขาทำสัญลักษณ์หลายสิบลักษณะ ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด และก็พูดคำๆนึงออกมา “หนึ่งคำนึงสามพันโลกา!”

 

บูมมมม!

 

เจียงซิ่วได้รวบรวมศิลปะการต่อสู้มาอย่างมากมายในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ ทักษะภาพลวงตา ‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ ในโลกนั้น มันก็เป็นเพียงทักษะเต๋าระดับต่ำ และไม่มีพลังมากพอที่จะไปปรากฏอยู่ชั้นระดับที่สูงกว่านี้ เขามักรู้สึกรังเกียจเมื่อต้องใช้มัน อยู่เสมอๆ ทักษะภาพลวงตาเป็นสิ่งที่นับว่าได้ไม่มีอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นประโยชน์ในการต่อสู้ระหว่างพวกที่มีขอบเขตต่ำๆ ไม่เช่นนั้นแล้ว พวกมันก็ย่อมไม่มีค่าอะไรเลย

 

“ไม่ นี่มันเป็นไปไม่ได้ แกจะใช้มันได้อย่างไร?!”

 

‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ สู้กับ ‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ ถ้าทั้งสองฝ่ายมาปะทะกัน ก็จะทำให้เกิดการชนกันระหว่างโลกที่แท้จริง

 

ปั๊งงง!

 

แสงสีทองสว่างเกิดขึ้นภายในวัด

 

“จงออกมาหาเทพคนนี้ อย่างเชื่อฟัง!”

 

ดวงตาของเจียงซิ่วเริ่มเปล่งประกาย ขณะที่เขาทำสัญลักษณ์มืออย่างรวดเร็ว ทำให้แสงสีทองเปล่งประกายจากอักษระเต๋าโบราณที่ปรากฏออกมา ร่างกายของเขาก้มต่ำลง มันเกิดเสียงดัง ปั๊ง ตราประทับสีทองถูกกระแทกลงพื้นดินโดยเขา จำนวนพลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาล ปะทุออกมาจากพื้นดินอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่มันกระจายไปในทุกทิศทาง สภาพแวดล้อมคล้ายกับเต้าหู้ พวกมันทั้งหมดถูกบิดเบี้ยว และระเบิดออก โดยพลังระเบิดที่ปะทุขึ้นในอากาศ ผลที่ตามมาก็คือ วัดได้หายตัวไป

 

“ดูนั้น มันเป็นคุณเจียง!”

 

เมื่อภาพลวงตาได้หายไปแล้ว ถังเหวินชงเอง ก็สามารถมองเห็นเจียงซิ่วได้จากระยะไกล และคนอื่นๆเองก็เช่นกัน

 

ในเวลาเดียวกัน พวกเขายังสามารถมองเห็นเงามหึมาที่ลอยตัวอยู่ในความมืดอันไกลโพ้นนั้น

 

“มันออกมาแล้ว!”

 

ปีศาจร้ายขนาดยักษ์ สามารถมองเห็นมันได้ที่ท้องฟ้าเมื่อมองผ่านความมืด หนานกุ๋ยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “กลิ่นอายน่าสะพรึงเช่นเดียวกับพลังทางจิตที่มหาศาล มะ มันคือราชาวิญญาณ!”

 

แม้แต่ท่านอาจารย์น้อยก็ตกใจ อกสั่นขวัญหายเช่นเดียวกัน “ใช่!”

 

สิ่งที่เรียกว่าราชาวิญญาณ ก็คือการดำรงอยู่ในขอบเขตที่เหนือไปกว่าขอบเขตของผีสามัญ และมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับอมตะ

 

วูสส!

 

“แกกล้า!” ราชาวิญญาณตะคอกออกมาด้วยโทสะ ร่างของมันดูเหมือนจะผสานกับท้องฟ้าที่มืดมิด ขณะเดียวกันมันก็กระโจนเข้าหาเจียงซิ่ว ดูแล้วมันเป็นฉากที่น่าสยดสยองพองเกล้า ราวกับว่าชั้นฟ้าทั้งหลายกำลังจะถล่มลงมา

 

“คุณเจียง!”

 

เจียงซิ่วยืนตัวตั้งตรง ขณะเดียวกันเขาก็นำมือไปไพร่หลัง ผมของเขาถูกพัดไปมาด้วยแรงลม และเสื้อผ้าของเขากระพือพัดเช่นดัน แม้แต่กระทั่งเผชิญหน้ากับการดำรงอยู่ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เขาก็ยังยืนต้านทานอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ เงยหน้าขึ้นมองไปที่มัน ด้วยสายตาที่เผยความภาคภูมิใจอันไร้ขอบเขต และแววตาเดียวกันนั้น มันก็แฝงไปด้วยความดูหมิ่น!

 

“หลบมัน!”

 

ขณะนี้เอง ทุกคนรู้สึกกังวลมาก

 

บูมมมมมมม!

 

ขณะที่ราชาวิญญาณอยู่ห่างจากเจียงซิ่วไปเล็กน้อย ในฉับพลัน เขาก็กระแทกหมัดลงไปที่พื้นดิน พื้นดินไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้ และมันก็แยกออกจากกันทันที แสงทรงพลังพุ่งออกมาจากใต้ดินพื้นดิน พุ่งออกมาประดุจน้ำพุ่ ดูแล้วราวกับว่าไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ ตกอยู่ในช่วงเวลากลางวัน

 

ค่ายกลที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นอยู่ในสายตาของราชาวิญญาณ

 

ค่ายกลบางอย่างนี้ เจียงซิ่วได้วางมันไว้ก่อนที่จะเข้าไปในภาพลวงตา การบ่มเพาะของเขาในตอนนี้อ่อนแอ่เกินไป และเจียงซิ่วเองก็ไม่สามารถจัดการมันได้ด้วยพลังของเขา มันยากมากที่จะทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้นแล้ว เจาจึงสร้างค่ายกลปิดผนึกไว้ก่อนล่วงหน้า

 

เช่นเดียวกับนักล่าที่จัดแจงกับดักอย่าง และใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เพื่อที่จะให้เป้าหมายเข้ามา

 

ราชาวิญญาณตะโกนด้วยความตื่นตกใจ “แกเป็นใครกันแน่?”

 

วูสส อำนาจที่ทรงพลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาจากค่ายกลปิดผนึก ซึ่งมันกำลังดูดราชาวิญญาณเข้าไปภายใน ค่ายกลสว่างขึ้นหลังจากนั้น และสถานที่ทั้งหมดก็ตกคืนสู่ความมืดมิดของมัน

 

ลูกบอลแสงที่ริบหรี่กระพิบอยู่กลางอากาศ แล้วก็ตกลงมา ราบกับว่ามันไปหายไปในทันทีเมื่อมันเสียอำนาจทั้งหมดไปแล้ว

 

เจียงซิ่วยื่นมืออกไป และเล่นไข่มุกที่อยู่ในมือของเขา “พลังงานนี้ค่อนข้างบริสุทธิ์ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น มันเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่การปลุกตื่นระดับ 2 ขอบเขตในตำนาน หลังจากที่ดูดซับมันเสร็จแล้ว…”

 

“หืมม?”

 

ไข่มุกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง “นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”

 

เจียงซิ่วคาดไม่ถึงกับเรื่องนี้ มันยังสามารถส่งเสียงของตัวเองออกมาได้ หลังจากที่ฉันปิดผนึกมันไว้แล้ว ในตอกแรกยังมี ‘หนึ่งคำนึงสามพันโลกา’ อีก และตอนนี้มันก็ยังสามารถที่จะส่งผ่านเสียงผ่านตราประทับปิดผนึกมาได้ ดูเหมือนว่า เจ้านี้ จะไม่ใช่บางอย่างที่สามัญธรรมดา

 

“ใครเป็นคนสอนมนตร์คาถาแก?”

 

“พระมหากษัตริย์ที่แท้จริงสอนมนตร์คาถาแก่ข้า ได้โปรด นายท่าน ไว้ชีวิตข้าด้วย!”

 

“ทำไมเขาถึงสอนแก?”

 

“ข้าปกป้องวิหารของพระมหากษัตริย์ที่แท้จริงมามากกว่า500ปีแล้ว และเกือบที่จะตรัสรู้ นายท่าน โปรดให้ความโปรดปรานแก่เรื่องนี้ด้วย พิจารณาเรื่องนี้ด้วย!”

 

“งั้นถ้า เมื่อแกตรัสรู้เรียบร้อยแล้ว แกก็คงจะกลายเป็นอมตะวิญญาณ?”

 

ราชาวิญญาณงงงวย โทนเสียงนั้นดูยิ่งใหญ่เกินไป ปรากฏว่าเจียงซิ่วไม่ได้ให้ความสนใจ อมตะวิญญาณ ซึ่งนั่นคือระดับที่ราชาวิญญาณปรารถนาที่จะเข้าถึงตลอดชีวิตของเขา

 

“นายท่านครอบครองอำนาจที่น่าเลื่อมใส ดังนั้นแล้ว โดยธรรมชาติอมตะวิญญาณย่อมไม่นับเป็นอะไรในสายตาของท่าน ข้าบ่มเพาะมาหลายร้อยปีแล้ว ทำมันด้วยความปรารถนาที่ซักวันนึง ข้าจะต้องเป็นอมตะวิญญาณให้ได้ ข้าขอโปรดให้นายท่านพิจรณาเรื่องนี้ด้วย และโปรดไว้ชีวิตข้า”

 

เจียงซิ่วพึมพำกับตัวเอง แต่เมื่อเห็นว่ามีควันดำออกมาจากไข่มุก และก็มันพุ่งออกไปอีกฝั่ง เสียงของเจียงซิ่วกลายเป็นเย็นชา “แกต้องการที่จะหลบหนี?”

 

เขาทำสัญลักษณ์มืออกไปที่ควันดำโดยทันทีหลังจากนั้น ชั่วเวลาเดียวกันก็มีแสงศักดิ์สีทองไล่ตามมันไป ส่งผลทำให้เกิดเสียงกรีดร้องที่น่าโศกเศร้าดังขึ้นทั่วทุกพื้นที่

 

บิสสสซ์

 

ดูเหมือนว่าควันสีดำค่อยๆ หายไปเนื่องจากแสงที่ไร้รูปร่างนั้น

 

เจียงซิ่วยกไข่มุกขึ้นมาด้วยมือซ้าย ขณะที่มือขวาของเขาโบกมือไปมาในอากาศ ซึ่งทำให้ควันดำกระจายตัวออกไปจากภายในไข่มุก

 

“แกใจร้อนมากเกินไป ถ้าแกรออีกนิด เทพคนนี้ก็อาจจะปล่อยแกไป”

 

“แกทำให้ตัวเองต้องสูญเสียชีวิตไปโดยสูญเปล่า”

 

บรรดาหมอผีทั้งปวงต่างพากันมึนงง

 

“มันถูกฆ่าตาย?”

 

“นะ นี้มัน…”

 

พวกเขาถูกทำให้กลายเป็นไร้คำพูด มันเป็นราชาวิญญาณ การดำรงอยู่ของมันต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก่อรากฐานเท่านั้น ที่จะสามารถผนึกมันได้ เขาเพียงแค่ชี้นิ้วก็กำจัดมันได้ เขาไม่ต้องการให้มันดูน่ากลัวมากเกินไป ใช่มั้ย?

 

หนานกุ๋ยและท่านอาจารย์น้อยก็ตื่นตกใจและมีหน้าน่าเหลือเชื่อ

 

พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการถึงระดับชั้นที่เจียงซิ่วมีได้ มันไม่มีทางที่จะเป็นก่อรากฐานหรอก ใช่มั้ย?

 

พวกเขาไม่เคยได้ยินว่ามีคนที่เข้าถึงระดับก่อรากฐานมาก่อนตั้งแต่ก่อนยุคสมัยที่ผ่านมา แม้แต่หมอผีที่ถูกพิจารณาว่ายอดเยี่ยมที่สุด ก็ยังไปถึงแค่ระดับสกัดกลั้นฉี

 

นับประสาอะไรกับเจียงซิ่วที่ยังดูเยาว์วัยอยู่

 

ชิงเหว่ยผิงสามารถพูดออกมาได้ไม่กี่คำหลังจากนั้น “มันทำเช่นนั้นได้ด้วยหรือ?”

 

เพื่อนร่วมชะตากรรม ผู้อำนวยการชิง จิตใจเขาพังทลายลงมาแล้วในตอนนี้

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

ฉันต้องให้ 70% ของหุ้นฉัน ไปให้เขาทั้งแบบนี้?

 

เจียงซิ่วย้อนกลับมา “เสร็จสิ้นแล้ว ไซต์ก่อสร้างสามารถเริ่มทำงานต่อได้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป…” กล่าวได้แบบนั้น เขาก็ไม่สนใจชิงเหว่ยผิงอีก และก็เดินจากไป

 

“มิสเตอร์เจียง ได้โปรดให้ฉันได้ช่วยคุณ!”

 

ถังเฉิ่นเชียนขับรถพาเจียงซิ่วไปส่งที่โรงเรียน ขณะที่เจียงซิ่วลงมา ถังเหวินชงมอบการ์ดธนาคารให้แก่เขา “คุณเจียง นี่คือค่าตอบแทนของคุณ”

 

โดยธรรมชาติเจียงซิ่วย่อมไม่สุภาพเมื่อเขารับมันมา แม้ว่าเขาจะได้รับหุ้น 70% ของอนันทรัพย์ เงินปันผลก็สามารถรับได้หลังจากทำกำไรได้แล้วเท่านั้น เมื่อเป็นแบบนี้มันก็ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่หมดหวัง

 

“แล้วเจอกัน คุณเจียง”

 

ตอนที่เจียงซิ่วกลับมาถึงหอพัก ก็เป็นเวลา 23:30 น. แล้ว ไม่มีใครอยู่ในหอพักซักคน ก็เนื่องมาจากพวกเขาไปอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตกันหมด เมื่อเขากำลังจะเริ่มบ่มเพาะ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขามองหน้าจอ และสังเกตเห็นสายที่ไม่ได้รับสายกว่า 10 ครั้งจากแม่ของเขา ดังนั้นเขาจึงรีบหยิบมันขึ้นมา

 

“ฮัลโหลแม่!”

 

“ซิ่วน้อย ทำไมลูกไม่รับโทรศัพท์หล่ะ?”

 

“ผมกำลังเรียนอยู่ และไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป” เจียงซิ่วสร้างเหตุผลขึ้นมาแบบสุ่มๆ “แม่ ทำไมถึงโทรมาหาผมดึกๆ แบบนี้หล่ะ?”

 

“ซิ่วน้อย ลูกได้ทะเลาะกับซูซูรึเปล่า?”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 102 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel