0 Views

บทที่ 42

คุณกล่าวโทษฉันเรื่องอะไร?

 

ณ ตอนนี้ ชิงเหว่ยผิงพร้อมด้วยไบ๋เฟิง หลินเจ๋ยด๊ง พร้อมด้วยนายน้อยกู่ เข้าไปโถงด้านใน ระหว่างทาง ไบ๋เฟิงได้อธิบายเรื่องที่พวกเขาถูกทุบตีอย่างไร้ความยุติธรรม ซึ่งทำให้ท่าทางของชิงเหว่ยผิงเปลี่นไป มีคนมาทำร้ายลูกของลูกพี่ลูกน้องเขา และที่สำคัญ เขาได้ทำให้นายน้อยอย่างเขาได้ถูกทำร้ายในเขตตัวเอง นี้มันทำให้พวกเขาสูญเสียใบหน้าเกินไปแล้ว

 

นายน้อยทั้งสี่คนพวกเขาฉลาดอย่างมาก พวกเขาไม่ได้เปิดเผยว่าตระกูลถังปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อปกป้องเขาคนนั้น และยังก็กดดันให้พ่อแม่ของพวกเขาต้องทำให้พวกเขาหยุดการกระทำอีก เมื่อพูดถึงมัน จริงๆ แล้วพวกเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของชิงเหว่ยผิงพอสมควร เนื่องจากมันจะไม่ดีเท่าไหร่ ที่จะทำให้สถานที่ของเขาแย่ลงไปอีก

 

ชิงเหว่ยผิงรู้สึกว่าเขาต้องทุ่มความพยายามลงไปในครั้งนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนรุ่นหนุ่มสาวได้เห็น ว่าเขานั้นดูสมเหตุสมผลและดูยุติธรรม

 

อย่างไรก็ตาม ไบ๋เฟิงบอกเขาว่าเจียงซิ่วถูกนำไปยังห้องโถงภายในโดยถังเหวินเชียน ชิงเหว่ยผิงเกือบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เขาไม่อาจเชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องโถงด้านใน

 

ทันทีที่พวกเขาเข้าไปข้างใน พวกเขาได้เห็นฟ้าแลบและก็ตามมาด้วยฟ้าผ่าแทบจะทันที นี้มันทำให้พวกเขาหวาดกลัว เสียงนี้คมชัดเกินไป ราวกับว่าพวกมันมาจากข้างหูของพวกเขานี่เอง และพวกเขาก็ไม่สามารถเปิดตาของพวกตัวเองได้

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

ชิงเหว่ยผิงได้ยืนยันสภาพอากาศในวันนี้แล้ว เชาเช็คก่อนที่จะจัดงานนี้ขึ้น ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงพายุฝนฟ้าคะนอง และรายงานสภาพอากาศก็พูดออกมาชัดเจนทีเดียว ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เขาก็คงจะไม่จัดงานในวันนี้ให้มันอยู่ในที่กลางแจ้งเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ แต่จะมาจัดด้านในห้องโถงแทน

 

ยิ่งไปกว่านั้น เสียงฟ้าผ่านี้ก็ยังดูค่อนข้างแปลกๆ

 

มันใกล้เกินไป มันเกือบจะถึงตัวพวกเขาแล้ว!

 

พวกเขาทั้งหมดเปิดตาของตัวเอง และถึงกับตกใจ ดวงตาของพวกเขาแทบจะทะลักออกมา พวกเขาเห็นคนที่ยกมือขึ้นท้องฟ้า ถือสายฟ้าไว้ด้วยการคว้าจับ ดูเหมือนว่าผู้คนพยายามที่จะหลบหนีจากที่นั้น เสียงฟ้าร้องสะท้อนกึกก้องอย่างน่ากลัว ประกายสายฟ้าและฟ้าแลบ ทำให้บุคคนๆนั้นดูมีลักษณะคล้ายกับเทพเจ้าในตำนาน

 

“เหลวไหล! ฉันจะต้องกำลังประสาทหลอนอยู่”

 

พวกเขาถูตาตัวเองอีกครั้ง และมองไปยังฉากที่น่ากลัวด้านหน้า คนที่สวมเสื้อผ้าข้างถนน และยังดูคล้ายกับไอสารเลวผลไม้นั้น

 

มันไม่ใช่ความเข้าใจผิด ยิ่งพวกเขาดูมากเท่าไหร่ มันดูยิ่งดูคล้าย!

 

“โอพระเจ้า ฉันต้องตาฝาดไปแน่ๆ!”

 

นายน้อยทั้งสี่กลายเป็นโง่ง่ม

 

ไม่ นี่มันเป็นไปไม่ได้ แน่นอนสินะ นี่มันต้องเป็นความเข้าใจผิดของพวกเราอย่างแน่นอน

 

เป็นไม่ได้ที่จะมีคนเก็บสายฟ้าไว้ในมือเชกเช่นเดียวกับเทพเจ้า มันควรจะเกิดขึ้นเฉพาะในภาพยนตร์หรือในเทพนิยายของตะวันตกเหล่านั้น แม้ว่าจะเป็นไปได้ก็ตาม มันต้องไม่มีทางที่จะเป็นไอสารเลวขายผลไม้สิ

 

“บิสสสสซ์ บิสซ์”

 

เจียงซิ่วถือสายฟ้า ปรากฏตัวดุจพระเจ้า เขาก้าวไปข้างหน้า และก็หยุดลง ทำให้เกิดคลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่ ถูกเคลื่อนที่ไปทางฝั่งตรงของหมอผีหวูหลง

 

“บิสสสสซ์”

 

ฟ้าแลบพุ่งเข้าหาพื้นดิน กระแทกหญ้าทั้งหมดให้จมลงดินไป เหมือนคลื่นทะเลที่แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศทาง หลอดไฟที่อยู่ใกล้กับพื้นดินแตกกระจายออก จานบนโต๊ะอาหารก็กลายเป็นเศษชิ้นเล็กๆ และพีรมิดที่ทำมาจากกระจกซึ่งใส่เหล้าแชมเปนไว้ข้างใน ก็พังทลายลงด้วยเสียงดัง ปั้ง

 

ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เคยประสบกับพบเจอกับผู้ก่อการร้ายมาก่อน พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นยุ่งเหยิง

 

“สะ สายฟ้า… ควบคุมสายฟ้า!”

ทุกคนตกตะลึง

 

หมอผีหวูหลงมองไปทางเจียงซิ่วผู้ที่ปรากฏตัวออกมาราวกับเทพเจ้า ดวงตาของเขาแทบจะโผล่ออกมา เขากระวนกระวายไปทั้งตัว น้ำอุ่นๆไหลลงมาระหว่างขาของเขา เขาไม่สามารถใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองในฐานะหมอผีผู้มีชื่อเสียงได้อีกต่อไป ขาของเขาอ่อนลงในขณะที่เขาคุกเข่าลงทันที

 

“ท่านเทพ โปรดไว้ชีวิตฉัน! ได้โปรด!”

 

“ผู้น้อยไม่กล้าที่จะทำเช่นนั้นอีกแล้ว!”

 

สายตาเย็นชาพาดผ่านสายตาของเจียงซิ่ว ขณะเดียวกันจู่ๆ เขาก็วาดสายฟ้าไปข้างหน้า มันพุ่งตรงออกไปดุจมังกร ฟ้าร้องคำรามอย่างโกรธกริ้ว ตรงเข้าไปในหมอกผีปีศาจนั้น

 

บิสสสสสสสสซ์

 

ปีศาจเกลียดสายฟ้ามากที่สุด ฟ้าแลบและฟ้าร้องเปล่งประกายพาดผ่าน ระเบิดเป็นประกายฟ้านับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นประกายที่ว่านั้นดุขฟ้าที่ผ่าออกมานับแสน ผีหลายพันดวงจิตปลดปล่อยเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาทีละดวงๆ เพียงแค่การสัมผัสเดียว ก็เพียงพอแล้วที่จะแยกร่างของมันออกจากกัน และเผามันให้มอดสิ้นไป ด้วยสิ่งนี้ทำให้เหล่าดวงวิญญาณเหล่านั้นหายไปตลอดกาล

 

บูม!

 

ฟ้าผ่าไม่ได้หยุดลง และยังคงลอยต่อไปที่หมอผีหวูหลง

 

“อ๊าาาา…”

 

หมอผีหวูหลงกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสายฟ้ากำลังวิ่งผ่านเข้ามาหาเขา เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะหลบหนี

 

แต่ทว่าความเร็วของฟ้าผ่านั้นเร็วกว่าเขามาก มันกระทบลงบนร่างกายของเขา ตามมาด้วยเสียงดัง ปั้ง สายฟ้าระเบิดออก ทำให้หมอผีหวูหลงบินออกไปเหมือนโดนชนด้วยรถบรรทุกหนัก

 

พลังนั้น มีความแข็งแกร่ง และก็ยังรุนแรง มันเกินจินตนาการของมนุษย์ไปไกลโข

 

ห้องโถงด้านในดูราวกับเป็นเวลากลางวัน

 

“โอ้พระเจ้า!”

 

พวกเขาทั้งหมดอึ่ง และตกตะลึง

 

“ขะ เขายังเป็นมนุษย์อยู่?”

 

หมอผีหนานกุ๋ย เช่นเดียวกับท่านอาจารย์น้อย ผิวของเขาเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำ ในความเป็นจริง หลังของพวกเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ และขาของพวกเขาก็สั่นไหว ถ้ามีบางคนมาแตะต้องพวกเขาในตอนนี้ พวกเขาก็คงจะล้มลงพื้นดินอย่างช่วยไม่ได้

 

พวกเขาคลุกคลีอยู่ในวงการมนตร์คาถามาเป็นเวลานาน และไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับที่ว่าจะมีคนสามารถควบคุมสายฟ้าได้ด้วยมือเปล่าได้ และนับประสาอะไรกับการที่พวกเขาเห็นมันเกิดออกมาจากความว่างเปล่าด้วย

 

มันดูเหมือนจะอยู่เหนือจินตนาการเกินไปแล้ว!

 

โลกถูกยกย่องว่าเทพเป็นที่เป็นอมตะ แต่แม่งก็เป็นจริงๆ นี่เป็นเทพเจ้าที่แท้จริง

 

โอ้แม่ยอดยาหยี่ของฉัน!

 

“มะ มิสเตอร์เจียง…” ถังเฉิ่นเชียนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เนื่องอาการตื่นเต้นสุดขีด เมื่อเจียงซิ่วปรากฏตัวขึ้น เขาก็ได้ช่วยพวกเขาในขณะที่รถกำลังจะตกลงไปในหน้าผา ดูเหมือนเขาเป็นทหารที่เคร่งขรึม อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วในขณะนี้ดูเหมือนเทพเจ้าที่กำลังเปิดเผยทักษะความสามารถเทพเจ้าของตน

 

“ท่านเทพ โปรด โปรดไว้ชีวิตฉัน…”

 

หมอผีหวูหลงไม่ได้ตาย เขากำลังอยู่ท่ามกลางระหว่างในการคืบคลานที่แสนเจ็บปวด เขาพยายามหมอบคลานด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี

 

“ฉันมีตาแต่หามีแววไม่ คุณถัง”

 

มือของเขาสั่น ขณะที่เขากำลังยื่น ‘ยันต์หวนคืนต้นกำเนิดเศษชิ้นส่วนวิญญาณ’ ที่เขาฉกฉวยจากถังเฉิ่นเชียนไป เอากลับคืนให้เขา

 

เจียงซิ่วกล่าว “คุณไม่ได้บอกว่านี้เป็นยันต์ของคุณหรือ?”

 

การแสดงออกของหมอผีหวูหลงกลายเป็นข่มขื่น “คนต่ำต้อยคนนี้ไ ด้กระทำลงไปอย่างน่าไม่อาย และไม่สมควรที่จะโลภอยากได้ยันตร์ของท่านเทพมา”

 

คิดเกี่ยวกับมัน นี่เป็นการวิจารณ์ตัวเองแบบที่ไม่ค่อยน่าพอใจสักเท่าไหร่

 

เพี๊ยะ!

 

หมอผีหวูหลงตบตัวเอง “ฉันมันไร้ยางอาย!”

 

เพี๊ยะ!

 

“ฉันมันน่ารังเกียจ!”

 

เพี๊ยะ!

 

นายน้อบทั้งสี่ที่ยืนห่างออกไป เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแจ่มชัด คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็คือสารเลวขายผลไม้ ใบหน้าของพวกเขาซีดลง ขณะที่เหงื่อเกิดขึ้นบนหน้าผากของพวกเขา

 

พวกเขารู้ว่าหมอผีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นดินนั้นเป็นใคร มันเป็นหมอผีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเจียงหนาน หมอผีหวูหลง

 

นายน้อยกู่มีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกับเขาแล้ว แม้แต่พ่อของเขา รัฐมนตรีกู่ ก็ยังต้องแสดงความเคารพต่อหมอผีหวูหลง เมื่อศิษย์ของเขาพูดหยาบคาย พ่อของเขาก็ยังคงสวมรอยยิ้มไว้ แต่ตอนนี้ เขากำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเจ้าสารเลวขายผลไม้

 

อึก นายน้อยทั้งสี่คนกลืนน้ำลายลง หลังจากที่เห็นว่าหมอผีหวูหลงตบหน้าเองอย่างเด็ดขาด เสียงเหล่านั้นดังกึงก้องไปทั่วทุกพื้นที่

 

ทั้งสี่คนมองกัน เมื่อเทียบพวกเขา กับผู้เชี่ยวชาญหวูหลงผู้นี้ พวกเขาแค่ประสบพบเจอกับการถูกตบเท่านั้น ดูเหมือนว่า… ตัวเก๋าอย่างพวกเขา… มันดูเหมือนกับไม่นับเป็นอะไรได้สำหรับเจียงซิ่ว

 

นายน้อยทุกคนถอนหายใจ เคราะดี ที่พวกเขาหยุดก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไร… ไม่เช่นนั้นผลอื่นๆที่ตามก็คงเกินจะคาดเดาได้แล้ว

 

เพี๊ยะ!

 

“ผู้ต่ำต้อยคนนี้เดรัจฉานเสียยิ่งกว่าหมา”

 

เจียงซิ่วเดินไปยังข้างหน้าของหวูหลงแล้วก็ยื่นมือไปข้างหน้า วางไว้บนหัวของเขา ส่งพลังออกจากฝ่ามือ ส่งผลให้จุดชีพจรของหวู่หลงระเบิดรั่วออกมา

 

“คุณ…”

 

หวูหลงพูดด้วยความตกใจ “ท่านทำให้พลังมนตร์คาถาของฉันหายไป?”

 

นี่ยิ่งเลวร้ายเสียยิ่งกว่าการฆ่าเขา เขามักจะถูกบางคนบูชาว่าเป็นผู้ที่มีทักษะศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้สิ่งที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุด ก็พังทลายลงแล้ว เขาสัมผัสกับความรู้สึกของคนธรรมดาได้อย่างชัดเจน

 

โดยธรรมาชาติของหวูหลง เห็นได้ชัดเจนว่าเขาล่วงเกินคนอื่นมามากมาย คนเหล่านี้ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขา ก็เพราะว่าเขาแข็งแกร่ง ด้วยพลังมนตร์คาถาของเขาที่หายไปแล้วในตอนนี้ มันก็คงชัดเจนแล้วว่า เขาจะต้องประสบพบเจอกับความตายของเขาอย่างไร

 

ใบหน้าของหวูหลงขาวซีดดุจแผ่นกระดาษ

 

ชิงเหว่ยผิงตกใจมาก ยิ่งไปกว่านั้น เขาเคยเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าไม่มีจริงอยู่เสมอ แต่เขาเองก็ได้เห็นเจียงซิ่วถือสายฟ้า และปราบปรามกลุ่มผีปีศาจลง มุมมองต่อของโลกของเขาพังทลายลงในพริบตา และที่มียิ่งไปกว่านั้นอีก เขาสังเกตเห็นว่าเจียงซ่วค่อนข้างดูคุ้นเคย เขาเดินเข้าไปหาโดยจิตใต้สำนึก และเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน เขาก็ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น “ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย มันเป็นคุณจริงๆ!”

 

“ในที่สุดฉันก็ได้พบคุณ”

 

“ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย?”

 

ทุกคนรู้สึกว่าชื่อนี้ฟังดูไม่ค่อยคุ้นเคย แต่พวกเขาก็นึกขึ้นมาได้ ว่าหมอผีหวูหลงกล่าวถึงชื่อนี้ ในหมู่พวกหมอผีสองคนและอีกครึ่งที่แข็งแรงกว่าเขาในมณฑลเจียงหนาน เขาเป็นอีกครึ่งที่แข็งแกร่ง?

 

หมอผีหวูหลงดวงตาเบิกกว้าง “ดังนั้นท่านก็คือหมอผีโหลวเซี่ย?”

 

โอ้ สวรรค์

 

หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังคราแรก และต่อมาก็เสียใจต่อความอยุติธรรมนี้ บุคคลทีเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย ได้ถูกอ่างกล่าวขวัญโดยชิงเหว่ยผิงก่อนหน้านี้อย่างเกินจริง จนทำให้มันกลายเป็นเรื่องตลก ที่เขาสงสัยไปว่าชิงเหว่ยผิงกำลังพูดความจริงอยู่หรือไม่ ในตอนนี้มันก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว ความแข็งแกร่งของเจียงซิ่วแกร่งกว่าเขามากมายนับไม่ถ้วน

 

“ชิงเหว่ยผิง!”

 

หวูหลงตะโกน “แกเป็นเหตุผลที่ทำให้หวูหลงคนนี้ต้องถึงจุดสิ้นสุด!”

 

ถ้าไม่ใช่เพราะชิงเหว่ยผิงออกไปข้างนอกก่อนหน้านี้ เพื่อที่เขาจะได้เปิดเผยทันทีว่าเจียงซิ่วเป็นผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ยตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และหวูหลงก็คงจะไม่ได้ทำอะไรบุมบ่ามแบบนั้นนา และในที่สุดจุดจบก็ได้จบลงเช่นนี้เอง

 

ชิงเหว่ยผิงงงงวย

 

คุณกล่าวโทษฉันเรื่องอะไร?

 

“เฟิงน้อย มานี่ ลุงจะแนะนำให้รู้จัก นี้คือหมอผีที่แท้จริง หมอผีโหลวเซี่ย!”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 102 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel