0 Views

บทที่ 40

ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย

 

ทีมงานด้านวิศกรรมของชิงเหว่ยผิงทำงานมาหลายโครงการ และมีประสบการณ์มากมาย พวกเขาไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบ และแม้แต่ไม่กล้าสัมผัสมัน พวกเขาแยกหมวดหมู่พวกมันออกมา และจัดการเป็นอย่างดี

“นี่มันไห่วิญญาณ!”

 

หมอผีวัยกลางคนกล่าวขึ้น วัตถุพวกนี้ดูแปลกแยกจากหมู่คนธรรมดา แต่พวกมันกลับดูคุ้นเคยกับหมอผี

 

เขาจ้องไปที่อักษระโบราณซึ่งอยู่บนตัวมันและก็บ่นพึมพัม “ให้อภัย… แผ่นดิน… สายฟ้า… โดดเดี่ยว… ฟกฟก ดกดก ประทับตราเต๋า!”

 

บางอักษระโบราณก็ไม่สามารถอ่านออกได้

 

เจียงซิ่วอยากรู้อยากเห็น และก็เดินเข้าไปใกล้ๆ เขาสวมชุดของข้างถนน และมีใบหน้าที่เยาว์วัย ไม่น่าแปลกใจ ที่เขาจะดูโดดเด่นมาก เมื่อมายืนอยู่ท่ามกลางหมอผีที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวแต่ละบุคคล

 

หนึ่งในของพวกเขาขมวดคิ้ว “อาวุโสสี่ถังบ้ารึไงกัน? เขานำคนที่ยังไม่แม้แตะจะหย่านม มาตรวจสอบสิ่งประดิษฐ์?”

 

เสียงของเขามีความชัดเจนมากพอที่เจียงซิ่วจะได้ยิน และถังเฉิ่นเชียนที่อยู่ไกลออกไปก็ยังได้ยินอีกด้วยเช่นกัน

 

ถังเฉิ่นเชียน เขาค่อนข้างรู้สึกกระอักกระอวน

 

“หยุดพูดได้แล้ว เจ้าโง่!”

 

ชายชราคนนึง นั่งอยู่ประดุจเซียนที่พึ่งส่งคำตำหนิลงไปจากสวรรค์ เขาปิดดวงตาอยู่ และแม้แต่เมื่อเจียงซิ่วได้เข้าไปภายในแล้ว ดวงตาของเขาก็ยังปิดอยู่ “พ่อแก่ถัง หวังว่าคงจะไม่รังเกียจปากสอพลอของลูกศิษย์ฉัน”

 

บุคคลนั้นดูเหมือนจะมีสถานะสูงส่ง ถังเฉิ่นเชียนตอบกลับด้วยความระมัดระวังสูงสุด “สุภาพมากเกินไปแล้ว ท่านหวูหลง”

 

ถังเหวินชงให้คำอธิบายแก่เจียงซิ่วด้วยเสียงที่เบาราวกับกระชิบ “นี่คือท่านหวูหลง เป็นหมอผีที่มีชื่อเสียงในเจียงหนาน แม้แต่บุคคลที่ยิ่งใหญ่ในเจียงหนาน ก็ยังต้อนรับเขาด้วยความเคารพอย่างสูง”

 

หลังจากที่หมอผีรอบๆได้ศึกษาไห่วิญญาณอย่างรอบครอบ พวกเขาทั้งหมดก็เผยความทุกข์ออกมา อดที่จะกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “พลังมนตร์คาถาของพวกเราน้อยเกินไป เราสามารถอธิบายได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับไห่วิญญาณนี้ แต่ไม่สามารถหาเหตุผลมันได้ ผู้เชี่ยวชาญหวูหลง ได้โปรดให้ความกระจ่างแก่เราด้วย”

 

“อย่างไรก็ตาม คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นพลังงานหยินจึงอยู่ในช่วงเวลาสูงสุดของมัน แสงจันทร์จะต้องไม่ตกลงบนไห่วิญญาณนี้เด็ดขาด นำผ้าสีแดงมาเพื่อปกปิดมันไว้”

 

พนักงานทำตามคำสั่ง และปิดไห่จิตวิญญาณอันี้ด้วยผ้าสีแดง

 

“ทักษะเต๋าของพวกแกยังอ่อนแอ่ แต่มันก็ยังค่อนข้างน่าชื่นชม ที่พวกแกค้นพบว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติสำหรับไห่วิญญาณใบนี้ และยังรู้อีกว่าจำเป็นต้องใช้ผ้าสีแดงเพื่อปกปิดมันจากพลังงานหยิน” ผู้เชี่ยวชาญหวูหลงพูดในลักษณะที่ดูเหมือนจะแปลกใจนิดหน่อย นั้นทำให้พวกเขาบางส่วนใบหน้ากลายเป็นน่าเกลียด พวกเขาก้มหัวลงด้วยความอัปยศ

 

มีเพียงสองหมอผีที่อยู่ตรงมุมเท่านั้นที่ดูเหมือนจะสงบ

 

ถังเหวินชงให้ข้อมูลแก่เจียงซิ่ว “คนผิวขาวที่ดูอ่อนวัย สวมรองเท้าฟาง และก็ถือน้ำเต้านั้น เขาคือหมอผีหนานกุ๋ย!”

 

“เหมือนในกวางตุ๋งจะรู้จักเขาในนาม หมอผีผู้ยิ่งใหญ่อันดับ1”

 

ถังเหวินชงชี้ไปยังชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาที่มีใบหน้าเป็นเอกลักษณ์ เขาสวมเสื้อคลุมสีดำ เขาดูผ่อนคลายและมีประสบการณ์ “นั้นคือ เหมาฟาง จากหลิ๋งหนาน เขามีฉายาที่ค่อนข้างฉีกแนวจากปกตินิดหน่อย เขาถูกเรียกว่า ท่านอาจารย์น้อย!”

 

“สามคนนี้ รู้จักกันในนาม สามมิตรภาพทิศใต้”

 

หมอผีหวูหลงเดินมาตรงหน้าของไห่วิญญาณ

 

“หึ่ม!”

 

เขาประทับตาลงโดยฉับพลัน เขาประทับตาลงโดยดัชนีของเขา(เหมือนวาดยัตน์อะนึกภาพมันวาดอากาศและมีแสงออกมา แต่จริงๆไม่มีนะ) ส่งผลให้ทั้งสองตราประทับนั้นเกิดรอยแดงขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ชี้นิ้วจิ้มไปที่ไห่จิตวิญญาณโดยตรง ซึ่งทำให้เกิดเสียงกระหึ่มภายใต้ผ้าสีแดง อย่างเลือนลาง ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้ผ้าแดงนั้น กำลังถูกกระตุ้น

 

แสงเปล่งประกายออกมาจากภายในไห่จิตวิญญาณ ซึ่งทำให้ห้องโถงเย็นลง อุณหภูมิลดลงเหลือราวๆ 5-6 องศา มันรู้สึกเหมือนกับว่าพาตัวเองเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า หลังจากเพิ่งเดินเล่นตามถนนช่วงฤดูร้อนมาหมาดๆ

 

“นี่…”

 

หมอผีทั้งหมดอุทานด้วยความตกใจ ตาของพวกเขาเบิกกว้าง พวกเขารู้สึกถึงกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวได้อย่างเลือนลาง เมื่อเสียงบางอย่างเกิดขึ้นเพราะไห่วิญญาณใบนี้ มันถึงทำให้พวกเขาขนลุก

 

สำหรับถังเฉิ่นเชียนผู้ไม่เข้าใจมนตร์คาถา เขาถึงกลับกลายเป็นโง่

 

“อะ อะไรอยู่ข้างใน?”

 

พวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างภายในไห่วิญญาณ และมันก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ไห่วิญญาญใบนี้ ถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานหลายร้อยปีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยว่าตัวอะไรกัน ที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนี้

 

หมอผีหวูหลงในที่สุดก็ยิ้มจางๆ อาการดูถูกกระพริบผ่านสายตาของเขา เขาดึงนิ้วของตัวเองกลับมา หลังจากนั้น ไห่วิญญาณก็ส่งเสียงออกมาสองถึงสามครั้ง ก่อนที่จะสงบลงไป

 

สภาพแวดล้อมกลับมาสู่สภาพปกติ

 

คนที่เยาะเย้ยเจียงซิ่วก่อนหน้านี้ เป็นคนกล่าว “แกเห็นั้นไหม? นั้นแหละคือหมอผีที่แท้จริง”

 

คนอื่นๆไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการตกใจได้เป็นเวลานาน

 

ชื่อเสียงของหมอผีหวูหลงไม่ได้ไร้ประโยชน์ เขามีทักษะที่แท้จริง เจียงซิ่วมองเขาอย่างรอบครอบ พลังมนตร์คาถาของหมอผีหวูหลงคนนี้ มีอยู่จริง ตามหน่วยที่วัดกันในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ เขาน่าจะอยู่ในขอบเขตสกัดกลั่นฉีระดับ1 ระดับการบ่มเพาะระดับนี้ เป็นระดับของเด็กๆในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ แต่บนโลก มันก็เพียงพอแล้ว ที่เขาจะถูกพิจราณาว่าเป็นหมอผีชั้นยอด

 

“ทักษะวิเศษของท่านหวูหลงได้ขยายขอบเขตการรับรู้ของชายชราคนนี้ไปแล้ว” ถังเฉิ่นเชียนโค้งคำนับด้วยความเคารพต่อหมอผีหวูหลง เห็นได้ชัดว่าพ่อแก่ถังนั้นจะเคารพต่อผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง “ชื่อเสียงหมอผีอันดับ1ของเจียงหนาน ดูท่าจะเป็นของจริง!”

 

หมอผีหวูหลงส่ายหัว “ฉันไม่กล้าที่จะใช้ชื่อนั้น มีอีกสองคนและอีกครึ่งคน ที่แข็งแกร่งกว่าฉันอยู่”

 

“โอ้ มันมีอีกสองและก็อีกครึ่ง?”

 

ถังเฉิ่นเชียนค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่อยู่ในแวดวงมนตร์คาถา แต่เขาก็ค่อนข้างที่จะสนใจ และชอบที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพวกเขา

 

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ศิลปะการต่อสู้นั้นอยู่คู่กับมนุษย์เสมอมา!

 

“คนแรกย่อมเป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถือ ด๊งชง หลิวตื่อเหวิน ผู้หยั่งรู้หลิว”

 

ทุกคนในปัจจุบันของหมอผีรู้สึกตื่นเต้นหลังจากได้ยินชื่อนี้ แม้แต่ถังเฉิ่นเชียนก็ยังแสดงปฏิกิริยากับชื่อเหล่านี้ หลิวตื่อเหวินเป็นบุคคลที่สืบทอดมาจากตระกูลต้นกำเนิด บรรพบุรุษของเขาเคยช่วยวางรากฐานและช่วยสถาปนาประเทศ แม้แต่ตัวเขาเองก็มีทักษะที่เหนือธรรมชาติมาก เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะ 1 ใน 10 หมอผีผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศ

 

“คนที่สองคือ เคราขาวไบ๋ ในเทือกเขา เถาหยวน”

 

ทั้งหมดของหมอผีพยักหน้า หลังจากได้ยินชื่อนี้ เคราขาวไบ๋ เป็นหมอผีผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง มันเพียงแต่เขาอาศัยอยู่ในภูเขาด้วยความสันโดษมาหลายปีแล้ว และเขาก็ไม่ได้แสดงตัวเองให้ใครเห็นเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

หมอผีที่ด้านข้างถาม “และอีกครึ่งนึงใครกัน?”

 

หมอผีหวูหลงกล่าว “สำหรับอีกครึ่งนึงที่เหลือ…”

 

“ฉันได้ยินมาจากหัวหน้าของอนันทรัพย์ ชิงเหว่ยผิง ว่าโครงการอนันทรัพย์พราซ่า ประสบกับเหตุการณ์แปลกๆ หมอผีคนนึงได้ไปที่นั่น และหมอผีคนนั้น ก็ได้เชื่อมตัวตายตัวแทนระหว่างตุ๊กตาพิธีศาสนาเทพารักษ์กษัตริมังกร เข้ากับตัวเทพารัก์กษัติย์มังกรตัวจริง จากนั้น เขาก็เผาตุ๊กตาตัวนั้นให้ตกลงไปสู่เปลวเพลิง เทพารักษ์กษัตริย์มังกรจึงจำเป็นต้องทำให้ฝนตกทั่วเมืองเจียงซิ่ว และนี่เองก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติเกินไป พวกเราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ชื่อทางเต๋าของคนๆนี้คือ โหลวเซี่ย ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย”

 

หมอผีหนานกุ๋ย และท่านอาจารย์น้อยที่สงบมาตลอด ตอนนี้กลับกลายเป็นตกใจ

 

บึ้ม!

 

หมอผีทั้งหมดในปัจจุบันกลายเป็นวุ่นวาย

 

หนึ่งในพวกเขากล่าว “นี้มันไม่ใช่เป็นมนตร์ลี้ลับที่เป็นวิธีในตำนาน?”

 

หมอผีหวูหลงทำหน้าเคร่งขรึม “ใช่!”

 

แม้ว่าถังเฉิ่นเชียนจะไม่เข้าใจทั้งหมดนี้ แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง “เนื่องจากเขาเป็นแบบนั้นแล้ว ทำไมท่านหวูหลงถึงบอกว่าเขามีแค่ครึ่งเดียว?”

 

“เพราะว่าฉันไม่เห็นมันเป็นการส่วนตัว มันเป็นเพียงคำบอกเล่า นั่นก็คือทั้งหมด ถ้าฉันยืนยันด้วยสายตาของฉันเองได้ นั้นก็คงจะหมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นความจริง ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ยคนนี้ ก็คงจะแข็งแกร่งกว่าชั้นซัก100เท่าได้”

 

“นั้นสมควรแล้ว!”

 

ถังเฉิ่นเชียนพยักหน้าแสดงความเห็นด้วยของเขา

 

“โอ้ใช่แล้ว ผู้อำนวยการชิงไปไหน?”

 

นี้เป็นเวลาที่ค่อนข้างนานมากเลยที่เดียว เจ้างานที่แท้จริงของงานนี้ คือชิงเหว่ยผิง แต่ตอนนี้เขากลับไม่อยู่ บางคนกล่าว “พ่อแก่ ผู้อำนวนการชิงคงโทรศัพท์อยู่ในตอนนี้ มันดูเหมือนว่าเขาจะได้รับสายมาจากนายน้อยไบ๋ ดังนั้นแล้วเขาจึงออกไปข้างนอก”

 

ถังเฉิ่นเชียนพยักหน้า ต้องเป็นเพราะเรื่องของไบ๋เฟิงที่ได้รับความทุกข์ทรมานโดยเจียงซิ่วแน่ๆ

 

หลังจากนั้น พวกเขาทั้งหมดเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ไกลออกไป พวกเขาแต่ละคนต่างก็สนใจธุระของตนเองไม่ก็การกินอาหาร เทพซิ่วอยู่ระหว่างวัยแรกรุ่น ดังนั้นแล้วเขาจึงมักรู้สึกหิวอยู่บ่อยครั้ง ความหิวของเขาอยู่ในจุดสูงสุดอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และมันก็ไม่ได้มีงานเลี้ยงใดหลังจากเข้ามาภายใน เขาไม่สามารถทนต่อมันอีกต่อไป และเดินไปด้านข้างเพื่อหาอะไรกิน เขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่คนอื่นคุยกัน

 

เจียงซิ่วเคยอยู่ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์มา3000ปี เขามีประสบการณ์ทุกชนิด ทั้งบุคคล และเรื่องต่างๆ โดยธรรมชาติแล้ว เขาย่อมไม่สนใจคอยตามดูในสิ่งที่หวูหลงคิดจะกระทำ

 

หมอผีหวูหลงสายตาจับจ้องอยู่ที่ยันต์บนมือของพ่อแก่ถังเฉิ่นเชียน ประกายแปลกๆ พาดผ่านสายตาของเขา ขณะที่เขากล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น “พ่อแก่ ให้ฉันยืมดูยันต์ได้หรือไม่?”

 

ถังเฉิ่นเชียนไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

 

หมอผีหวูหลงถือมันและมองไปที่มันอย่างระมัดระวัง หมอผีหนานกุ๋ยและท่านอาจารย์น้อยก็เข้ามาศึกษายันต์ด้วย เขาสามคนต่างก็จ้องมองกัน และก็พยักหน้าออกมา ความโลภกระพริบพาดผ่านสายตาของพวกเขา

 

จากที่พวกเขาสรุปออกมาได้ มันเป็น ‘ยันต์หวนคืนต้นกำเนิดเศษชิ้นส่วนวิญญาณ’ มันเป็นสมบัติที่หาได้ยาก

 

“พ่อแก่คุณได้ยังนี้ไม่ได้ยังไง?”

 

ถังเฉิ่นเชียนกล่าว “ทำไมคุณถึงถาม?”

 

หมอผีหวูหลงกล่าว “พูดตามความจริง ยันต์นี้คือ ‘ยันต์หวนคืนต้นกำเนิดเศษชิ้นส่วนวิญญาณ’ พวกเราสูญเสียมันไปเมื่อไม่นานมานี้เอง…”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 95 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel