0 Views

บทที่ 38

แกไม่ควรวิ่งหนีเมื่อชั้นเรียนจบลง

 


แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

ไร้สาระเกินไปแล้ว มันเป็นสถานการณ์ที่ไร้สาระอย่างแท้จริง แม้แต่นายน้อยกู่เจียงซิ่วก็ไม่คิดละเว้น พวกเขาทั้งสี่คนก็ต่างถูกทำให้อับอายด้วยการตบ

 

มันก็ยังรู้สึกไม่น่าเชื่ออยู่ดี หลังจากที่ทุกคนเริ่มหายตกใจกันแล้ว พวกเขาก็เริ่มคิด คนผู้น้อย หาญกล้าที่จะทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ต้องอับอาย

 

แค่คิดถึงเรื่องนี้ มันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกโศรกเศร้าขึ้นมาแล้ว

 

ทุกคนคงจะเป็นบ้า ถ้าสิ่งดังกล่าวมัยได้เกิดขึ้นกับพวกเขาเอง

 

เจียงซิ่วยังมีทัศนคติที่ไม่แยแสดังเดิม ดวงตาของเปล่งประกายแวววับ ราวกับบ่อน้ำลึกสีดำยามราตรี มันแลดูคล้ายกับสัตว์อสูรโบราณ ที่กำลังจ้องมองลงไปบนตัวมด “เทพคนนี้ตีนายไปแล้ว นายจะทำอย่างไรต่อหล่ะ?”

 

โอ้พระเจ้า! ถ้าหลีกเลี่ยงความจริงที่เขาเพิ่งตบนายน้อยทั้งสี่มา แต่เขาก็ยังกล้าแม้แต่กระทั่งเหน็บแนมนายน้อยพวกนี้! เขาคงคันไม้คันมือ ที่จะทำให้ตัวเองล้มจมแล้ว

 

โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่พวกพื้นหลังสูงส่งเช่นายน้อยพวกนนี้ ถูกทำให้ขายหน้า ง่ายๆเช่นนี้?

 

“แก… ดี… ดีมาก…”

 

รอยนิ้วทั้ง5 ปรากฏขึ้นอย่างสมจริงอยู่บนใบหน้าของนายน้อยกู่ หน้าอกของเขาพองขึ้นพองลงด้วยความโกรธ ขณะที่ดวงตาของเขากำลังมองตรงไปดุจหมาป่ากระหายเลือด

 

“โทรหาพวกนั้น!…”

 

นายน้อยกู่แผดเสียงลั่น คล้ายควบคุมตัวเองไม่ได้

 

ไบ๋เฟิง หลินเจี๋ยด๊ง หลี่เฉิ่นฟง หยิบโทรศัพท์มือถืออกมา พวกเขาเชื่อว่าเจียงซิ่วมีทักษะที่ดีจริงๆ แต่เขาก็มั่นใจตัวเองมากเกินไป ความแข็งแกร่งตระกูลของพวกเขาย่อมมีมากกว่าเขามาก อำนาจของตระกลูเพียงเขา เพียงพอที่จะสับมันให้เป็นชิ้นๆ

 

นายน้อยทั้งสี่กลายเป็นบ้าคลั่ง!

 

บรรยากาศอารมณ์ กลายเป็นตึงเครียด ความจริงที่ว่านายน้อยไบ๋เฟิงถูกตบและล้มลงไปคว่ำกับพื้น แล้วก็ยังมีสามนายน้อยระดับต้นๆของเจียงหนาน หนึ่งในนั้นยังมีนายน้อยหมายเลข1อยู่ด้วย พวกเขาทุกคนได้รับบาดเจ็บ จากการตบของเจียงซิ่ว นี้มันมากเกินไปแล้ว!

 

พายุที่กำลังจะพัดมา มันแทบจะนึกฝันเป็นรูปร่างได้

 

ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าสารเลวตัวนี้ต้องจบสิ้นแน่ๆ

 

แม้ว่าตระกลูถังพยายามปกป้องเขาอย่างเต็มที่ พวกเขาก็ต้องล้มเหลวอยู่ดี ไม่มีใครในโลกนี้สามารถช่วยเขาได้ และที่สำคัญที่สุด นายน้อยกู่เองก็ได้เป็นหนึ่งในคนที่ถูกทำร้ายด้วย

 

ใบหน้าของถังเหวินชงซีดจางลงเนื่องจากความกลัว “คุณเจียง คะ คุณห่ามเกินไปแล้ว ภัยพิบัติเกิดขึ้นกับพวกเราแล้ว”

 

เสียงของเขาสั่นอยู่

 

เจียงซิ่วไม่สนใจคำพูดของเขา “ฉันหวังว่าจะมีคนที่เหมาะสมปรากฏตัวขึ้น”

 

“คุณเจียง ทำไมเราไม่รีบหนีไปก่อนที่คนของเขาจะมาถึง?”

 

“หนี?”

 

ถังเหวินชงเกือบจะร้องไห้ออกมา เนื่องจากความวิตกกังวล “ฉันคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก เมื่อคนของพวกเขามาถึงที่นี่แล้ว”

 

“โอ้”

 

“เทพคนนี้ต้องการเห็นคนเหล่านั้นเป็นอย่างมาก”

 

เมื่อเห็นว่าเจียงซิ่วไม่มีเจตนาที่จะจากหรือออกไป ถังเหวินชงก็เหงื่อเปียกโชกกาย นายน้อยทั้งสี่คนได้โทรศัพท์ออกไปแล้ว มันไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อมั่นในตัวเจียงซิ่ว แต่เป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งมากเกินไป ไม่ว่าความแข็งแกร่งของเจียงซิ่วจะสูงส่งแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไปสู้กับอีกสี่ตระกลูได้

 

สิ่งนี้มันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากหยิบมือถือขึ้นมา เพื่อที่จะโทรหาถังเฉิ่นเชียน

 

เสียงของพ่อแก่ถังดังขึ้นจากปลายสาย “เหวินชง เป็นไง? แกสามารถเชิญมิสเตอร์เจียงมาได้ไหม?”

 

พ่อแก่ถังรู้สึกหงุดหงิดในขณะที่ถามเรื่องนี้

 

เขาดูเบาความแข็งแกร่งเจียงซิ่วมากเกินไป เขาจึงสูญเสียโอกาสที่จะทำความคุ้นเคยกับเจียงซิ่ว ผู้เชี่ยวชาญเช่นเจียงซิ่ว มักจะมีความภาคภูมิใจเป็นของตัวเอง ดังนั้นแล้ว เขาจึงเชื่อว่าโอกาสที่ถังเหวินชงจะชวนเขามาได้ มีโอกาสเล็กน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

 

“ฉันสามารถเชิญเขามาได้…”

 

“แกทำได้?!”

 

ถังเฉิ่นเชียนตัวสั่นไปด้วยความตื่นเต้น ดีมากเหวินชง สารเลวน้อย ครั้งนี้แกทำได้ดีจริงๆ

 

“ปู่ แต่…”

 

“ไบ๋เฟิง หลินเจี๋ยด๊ง หลี่เฉิ่งฟง และแม้แต่นายน้อยกู่ ก็ถูกทุบตีโดยเขา”

 

ถังเหวินชงรู้สึกอึมครึม อาการดีใจที่ชวนเขามาได้ รู้สึกว่าจะอันตรธานหายไปนานแล้ว

 

“อะไรนะ?”

 

ถังเฉิ่นเชียนรู้สึกตกใจ “ตอนนี้แกอยู่ไหน?”

 

“ที่สโมสร!”

 

ถังเฉิ่นเชียนกล่าว “งานกำลังจะเริ่มแล้ว ฉันจะแจ้งให้ผู้ใหญ่ของพวกเขา บอกเด็กเหล่านั้นว่าให้หยุดยั้งตัวเอง เจ้าพวกตัวไร้ประโยชน์นั้น”

 

ถังเหวินชงรู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้ยินคำเหล่านั้น

 

พ่อแก่เป็นคนที่ทำตามสัญญาของเขาเสมอ ตั้งแต่ที่เขากล่าวว่าจะทำให้นายน้อยทั้ง4หยุดการกระทำของตัวเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน

 

ถังเฉิ่นเชียนวางสาย หลังจากนั้นก็โทรไปหาผู้อุปการะของนายน้อยทั้งสี่ทันที นั่นก็คือ บรรพบุรุษของพวกเขา(ปู่ย่าตายาย) ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความเย่อหยิ่งของพวกเขา ถ้าเจ้าพวกตัวปัญญาเหล่านี้ ไม่มีบิดาที่ดี กลุ่มคนพวกนี้ก็คงจะไม่ต่างจากขอทานข้างถนนนัก แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง ใครจะเรียกพวกเขาว่าเป็นคนสร้างความเดือดร้อน? คงจะไม่มีใครทำอย่างนั้นแน่

 

เป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับตระกูลไบ๋ และตระกูลหลี่ ดูเหมือนว่าถังเหวินชงที่อยู่ที่นั้น กำลังลำบากก็เพราะนายน้อยกู่ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรีกู่ อย่างไรก็ตามสำหรับถังเฉิ่นเชียนแล้ว มันเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับนายน้อยกู่ เพราะรัฐมนตรีกู่ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดทางสังคมของเขา และเขาก็เข้มงวดกับพวกเด็กๆมาก

 

“รอดูการแสดงดีๆ ที่กำลังจะเริ่มขึ้น เจียงซิ่วหมดโชคแล้วในครั้งนี้” เย่เหวินเฉินไม่สามารถระงับความตื่นเต้นตัวเองเอาไว้ได้

 

“ใช่!” โอหยางเชียนเองก็ดูเหมือนจะรอคอยอยู่เช่นกัน

 

เธอลืมไปอย่างสิ้นเชิงว่าเจียงซิ่วเคยช่วยพวกเธอในเมืองสถานบังเทิงมาก่อน

 

“สารเลวตัวนี้แม่งคิดว่าตัวเองกำลังฮ็อต เพราะเห็นว่าตัวเองได้ทำเรื่องใหญ่โตขึ้นมาสองเท่า”

 

“มันจะยอดเยี่ยมมาก ถ้าเกิดภัยพิบัติกับเขาขึ้นในตอนนี้เลย”

 

แกต้องการให้นายน้อยคนนี้ออกไป และพยายามที่จะไล่ลุงสองของฉันออกไปด้วย คิดให้ดีๆหล่ะ เพราะตอนนี้แกยังสามารถออกไปจากสโมสรได้อยู่

 

ทุกคนกำลังรอการแสดงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่สถานการณ์ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน

 

“อะไรนะ? ทำไมฉันไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้?”

 

นายน้อยกู่ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวบางอย่าง เขาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่มีที่ไหนให้เขาระบาย ตอนนี้เขาถูกบอกมาว่า เขาไม่สามารถทำอะไรกับผู้ชายคนนี้ได้ “ทำไมกัน?!”

 

นายน้อยกู่ตระโกนออกมาด้วยความโกรธ

 

“มัน ลูกชายคนขายผลไม้ มันได้มาทำร้ายฉัน และตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้?”

 

เมื่อผู้คนได้ฟังเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ตรัสรู้ในเรื่องบางอย่าง มองดูรูปลักษณ์ของเจียงซิ่วที่ดูเหมือนจะสบายๆ พวกเขาคิดว่าเจ้านี้คงจะเป็นเนื้องอกในสมองแน่ๆ แต่ทว่าตอนนี้ ดูเหมือนว่าความรู้สึกของพวกเขาจะแตกต่างไปก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เรื่องนี่มันดูคล้ายกับสิ่งลึกลับจริงๆ

 

นี้มันเป็นเรื่องตลกประเภทไหนกัน? แม้แต่นายน้อยอันดับ1ของเจียงหนาน ก็ไม่สามารถทำร้ายอะไรเขาได้

 

“แต่…”

 

ก่อนที่นายน้อยกู่จะได้กล่าวคำพูดของตัวเองอีก ปลายสายอีกด้านนึงก็ตัดสายลงไปทันที เจตนาของเขาค่อนข้างชัดเจน เรื่องนี้จะไม่มีการถามความเห็นใดๆ ผิวของนายน้อยกู่เปลี่ยนสี วันนี้เขาเสียหน้าโดยสมบรูณ์

 

ประการแรก เขาถูกตบโดยไอ้สารเลวผลไม้นี้ แล้วเขาก็ยังถูกตำหนิประดุจสุนัขโดยพ่อแก่

 

“สารเลว ฉันจะปล่อยให้แกเข้าไปในงานที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!”

 

นายน้อยกู่แต่เดิมไม่ได้เป็นเด็กที่เชื่อฟัง แต่ทว่าแม้แต่ตระกูลถังและชิง ก็เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ นั้นจึงทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เขาจะไม่ปล่อยให้เจียงซิ่วออกไปหลังจากงานนี้สิ้นสุดลง เขาแม้แต่กระทั้งส่งคำพูดออกไป “พี่น้อง โปรดให้หน้าแก่ฉัน ระงับความโกรธลงไปก่อน เราจะดูแลเรื่องนี้ให้ดี หลังจากที่งานสิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องให้เกียรติแก่เจ้าบ้านไปก่อน”

 

คำพูดเหล่านี้ดูมีเหตุผล และยังเป็นการเพิ่มชื่อเสียงให้กับนายน้อยทั้งสี่คนด้วย พวกเขาในที่นี้ ไม่มีใครซักคน ที่จะเชื่อว่าพวกนายน้อยกลัวเจียงซิ่ว มันก็เนื่องจากใบหน้าของพวกเขาค่อนข้างที่จะเย็นชา สุดยอดมาก เพียงทนรอจนกว่างานเลี้ยงจะสิ้นสุดลง ความเมตตานี้มันอะไรกัน!

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างใจเย็น “จะรอเมื่อถึงเวลานั้น และหวังว่า นายคงจะไม่ทำให้เทพคนนี้ผิดหวัง”

 

ถังเหวินชงรู้สึกถึงเหงื่ออันเย็นเยียบได้ไหลตกลงไป คุณเจียงคนนี้ค่อนข้างเป็นคนที่จัดการได้ยากมากทีเดียว

 

ถ้าไม่ใช่เพราะปู่ของฉัน ใครจะรู้ว่ามีกี่ชีวิตที่ต้องจบลง? เขายังกล้าที่จะทำหน้าหยิ่งอยู่แบบนั้น

 

ฝูงชนโดยรอบกลายเป็นสับสนวุ่นวาย

 

เจ้าเพื่อนยากนี่ยังไม่หยุดพูดอีก นายน้อยกำลังไปเผชิญหน้ากับเจ้าบ้าน และแกก็ยืนค้ำหัวพวกเขาอยู่ พวกเขาควรที่จะจัดการกับเขาตั้งแต่ตอนนี้แล้ว

 

“อย่าเป็นกังวล นายน้อยคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อถึงเวลา”

 

“เพียงแค่รอ!”

 

นายน้อยทั้งสี่คนดูค่อนข้างมืดมน นายน้อยระดับต้นๆอย่างพวกเขา สามารถทำให้เจียงหนานสั่นสะเทือนได้สามถึงสี่ครั้ง แม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องระดับประถมก็ตาม

 

แกไม่ควรวิ่งหนี เมื่อชั้นเรียนจบลง!

 

นายน้อยทั้งสี่ รู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาได้รับความอัปยศอดสู่มามากมาย

 

“พวกเราไป!”

 

นายน้อยทั้งสี่มีรอยนิ้ว5รอยอยู่บนใบหน้า  ไม่ว่าใครก็ตามที่มองดูลักษณะของพวกเขา ก็ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะอ่อนปวกเปียกไปในทันที ไบ๋เฟิงเหมือนจะน่าสงสารมากที่สุด เจียงซิ่วทำกับเขาอย่างโหดร้ายทารุณ ครึ่งนึงของใบหน้าบวมขึ้น และฟันเขาเอง ก็ยังหลุดไปอีกสองซี่

 

แขกที่อยู่ในที่นี่ มองเงาที่จากไปด้วยความงุนงง  พวกเขาเป็นนายน้อยระดับต้นๆของเจียงหนานจริงหรือ? เหตุใดพวกเขาจึงรู้สึกเสียใจและเศร้าหมองขนาดนั้น?

 

“โปรดมาทางนี้ คุณเจียง!”

 

ถังเหวินชงเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของเขา ความวุ่นวายเหมือนจะสงบลงชั่วคราว

 

หลังจากที่ผู้คนทยอยเข้าไปภายใน เจียงซิ่วเองก็เข้าไปข้างในด้วยเช่นเดียวกัน แต่เขากลับถูกขวางโดยคนๆนึง.. เฉิงหลิงซู ดูเหมือนว่าจะมีชั้นน้ำแข็งปกคลุมใบหน้าของเธอ มันส่งผลทำให้เธอดูเหมือน คนที่ดูไร้ความรู้สึก เหมือนกับว่าเธอมีอะไรจะพูดกับเขาอีกครั้ง

 

เจียงซิ่วกล่าว “เข้าไปก่อน เทพคนนี้จะตามไปภายในไม่ช้านี้”

 

ถังเหวินชงเป็นบุคคลที่ค่อนข้างหลักแหลม เมื่อได้เห็นว่ามีสาวสวยได้มายืนขวางทางคุณเจียงไว้ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ภายในหนึ่งวิ นี้เหมือนจะเป็นเรื่องของความรู้สึก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ เขาพยักหน้าและเข้าไปข้างใน แต่เขาได้เรียนรู้มาจากบทเรียนก่อนหน้านี้แล้ว เวลานี้ เขาไม่กล้าที่จะปล่อยให้เจียงซิ่วอยู่คนเดียว หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก เขาก็ยืนรออยู่ใกล้ๆที่แห่งนั้น

 

“มีอะไร?”

 

เฉิงหลิงซูจ้องมองไปยังถังเหวินชงที่อยู่ห่างไปไม่ไกล เธอไม่รู้ว่าเจียงซิ่ว ไปรู้จักเขาได้ยังไง และเธอก็ไม่สนใจใคร่รู้ด้วย เธอรู้ว่าถังเหวินชงโทรศัพท์ตัดสินที่จะช่วยเจียงซิ่วให้พ้นจากความอันตราย “ตระกลูถังสามารถปกป้องนายได้แค่ชั่วขณะนึง แต่มันไม่ใช่ตลอดไป”

 

“นายควรออกไปเดี๋ยวนี้ะ ที่นี่ไม่เหมาะสมกับนาย!”

 

“กลับไปยังที่ๆคนงี่เง่าอย่างนายควรอยู่ และก็ใช้ชีวิตของนายต่อไปอย่างสงบสุขซะ”

 

 

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 95 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel