0 Views

บทที่ 37

นั้นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าถามหาความตาย

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

นายน้อยไบ๋ ไม่ใช่คนที่จะไปยุ่งด้วยได้ง่ายๆ แต่เจียงซิ่วกลับหาญกล้าไปตบเขา อาการตื่นตึกใจปรากฏขึ้นมาในหัวใจทุกคน สิ่งนี้มันทำให้ตัวพวกเขาสั่นสะเทิ้ม นะ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!

 

แม้แต่ถังเหวินชงเองก็ตกอยู่ในความมึนงง

 

ไบ๋เฟิงล้มลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง ตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมา เขาไม่กล้าเชื่อหรือแม้แต่จะกล้าคิด ว่าลูกคนขายผลไม้ กล้าตบเขา

 

เขานำมือไปเช็ดที่ปากของตัวเองพร้อมกับแขนที่กำลังสั่น มันเต็มไปด้วยเลือด เขาพ่นมันเลือดออกมา แต่มันก็ออกมาพร้อมกับฟันหน้าสองซีก “แก… กล้าตีฉัน?”

 

“แกคิดว่าตัวแกเป็นใคร?”

 

ความโกรธที่อยู่ในใจเขา มันก็น่าจะคาดเดาได้ การกระทำนี้ มันพอที่จะทำให้เขาตกลงไปในเปลวไฟแห่งความเกรี้ยวโกรธ

 

เขา ไบ๋เฟิง ถูกใครบางคนตบ

 

“สารเลวน้อยนั้น ได้ตายไปแล้ว”

 

“ไม่ใช่แค่เขา แค่มันจะเป็นครอบครัวเขา หรือแม้แต่กระทั่งญาติเขาทั้งหมด พวกเขาทั้งหมดจะต่องพบกับหายนะ” มันเป็นเรื่องง่าย สำหรับนายน้อยที่ร่ำรวย ตระกลูของเขามีอำนาจเพียงพอที่จะทำลายใครก็ตามลงไปได้ เนื่องจากพวกเขามีลูกน้องจำนวนมากที่ยินดีที่จะทำเช่นนั้นให้

 

ซันเสี่ยวหงบรรยายให้เฉิงหลิงซูฟังอย่างลำบากใจ “ยิกเลิกการหมั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เจียงซิ่วตัวนี้ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว ตัวเขาคงไม่สามารถทนกับความเกรี้ยวโกรธนี้ได้ นับประสาอะไรกับการที่สภาพครอบครัวของเขาเลวร้ายมาก แม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับลูกที่มีตระกูลทรงอิทธิพล แต่ตัวเขาจริงๆแล้วนั้นไม่มีอะไรดีเลย”

 

เฉิงหลิงซูยังไม่ได้บอกกับซันเสี่ยวหงว่ าเจียงซิ่วได้ลงนามข้อตกลงยกเลิกการหมั้นแล้ว

 

ความรู้สึกตื่นตระหนกปรากฏขึ้นเต็มไปทั่วใบหน้าของเธอ มันส่งผลให้ริมฝีปากของเธอซีดจางลง

 

ผีน้อย.. นายไม่หุนหันเกินไปแล้ว?

 

อีกฝ่ายคือนายน้อยอันดับ1ในเมืองเจียง แค่การกระทืบเท้าครั้งหนึ่งของตระกูลไบ๋ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้เมืองเจียงสั่นสะเทือนไปซักสองสามครั้ง และนาย ก็ยังกล้าที่จะโจมตีลูกชายของตระกลูไบ๋ไปอีก นายไม่เห็นรึไง แม้แต่ถังเหวินชงก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ?

 

นายเป็นแค่นักเลง ที่มีที่พึ่งพิง เป็นถังเหวินชง

 

นายคิดถึงผลที่จะตามมาได้ไหม?

 

ไบ๋เฟิงโกรธมาก “พ่อคนนี้ จะทำให้แกพิการในวันนี้…”

 

ตระกลูไบ๋เป็นตระกลูที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ ตามเรื่องราวแล้วไบ๋เฟิงก็ย่อมต้องเป็นนักสู้เช่นกัน ความแข็งแกร่งของเขา อยู่เหนือกว่าสิ่งที่เรียกว่าทหารหน่วยรบพิเศษมังกรประจัญบาณ เขาไม่ได้ทันตั้งตัวเมื่อสักครู่นี้ เนื่องจากเขาไม่ได้หวังว่าเจียงซิ่วกล้าที่จะโจมตีเขา

 

ถังเหวินเฉินกล่าว “ไบ๋เฟิง เรื่องราวในวันนี้เกิดขึ้นต่อหน้าบุคคลสำคัญจำนวนมาก ถ้ามันเกิดเรื่องขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น ไม่เพียงแต่นายจะสูญเสียใบหน้า ทั้งตระกลูนายจะเสียใบหน้าไปด้วย”

 

ไบ๋เฟิงเมินถังเหวินชงไปอย่างสมบรูณ์ จิตใจของเขาตอนนี้มีเพียงแต่สิ่งเดียว นั้นก็คือความคิดที่จะฆ่าเจียงซิ่ว “สารเลว ฉันไบ๋เฟิงจะไม่เอาเปรียบแก มาต่อสู้แบบตัวต่อตัว พ่อคนนี้จะให้แกเป็นฝ่ายโจมตีก่อน”

 

เจียงซิ่วหัวเราะเบาๆ สายตาเย็นชาของเขากวาดขึ้นลง “นายไม่มีคุณสมบัติ!”

 

หยิ่งเกินไป หยิ่งเกินไปแล้ว! เขาบอกว่านายน้อยไม่มีคุณสมบัติ!

 

“มีความกล้าที่ดี!”

 

มีเสียงดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ แต่ทว่าเสียงนั้นมันก็เข้าไปในหูของทุกคนและชัดเจนอย่างมาก มันพาดผ่านทุกๆ คนราวกับฝนฟ้าคะนองผ่า ดูราวกับว่า พื้นที่ทั้งหมดในตรงนี้ กำลังแห้งแล้ง และลมก็หยุดพัด

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีขาวเรียบง่าย แต่ทว่าดูหรูหรา ก็เดินเข้ามาในสถานที่แห่งนี้

 

“นายน้อยหลิน!”

 

ฝูงชนแยกออกจากกัน เพื่อเปิดเส้นทางให้เขา คนที่อยู่ด้านข้างมองเขาด้วยความสุภาพ เขาค่อนข้างผอม แต่ขณะที่เขาเดิน ก้าวทุกก้าวของเขาเผยกลิ่นอายบางอย่างออกมา ทุกคนถูกสะกดข่มลง และพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก

 

“เขาเป็นใคร?”

 

หลายคนไม่รู้ว่าคนที่มาเป็นใคร แต่เขาก็มีลักษณะท่าทางที่สง่างามมาก พวกเขารู้สึกได้เลย ว่าเขาต้องเป็นคนที่น่าทึ่งแน่ๆ

 

“ตระกูลหลิน 1ใน4ตระกลูชั้นนำของเจียงหนาน!”

 

“หลินเจี๋ยด๊ง!”

 

โอหยางเชียนปิดปากของเธอ สาวน้อยคนนี้ขี้ตกใจมากเกินไป ตระกูลถังและตระกูลไบ๋ที่ปกครองเมืองเจียง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนหวาดกลัว แต่ในตอนนี้ แม้แต่1 ใน 4 ตระกลูที่โดดเด่นที่สุดของเจียงหนานก็มาถึงแล้ว เรื่องนี้ สุดท้ายแล้วมันจะจบยังไงกันแน่?

 

“นายน้อยคนนี้มีคุณสมบัติพอหรือเปล่า?”

 

บึ้ม สถานที่ทั้งหมดตกอยู่ในความโกลาหล

 

หลินเจี๋ยด๊งมีตระกลูหลินสนับสนุนหลังเขา เห็นได้ชัดที่เขาพูดเมื่อกี้ ก็เพื่อเป็นตัวแทนของไบ๋เฟิง นั้นจึงแสดงให้เห็นว่าตระกูลไบ๋และตระกูลเฟิงนั้นร่วมมือกัน

 

เจียงซิ่วส่ายหัว “ไม่มีคุณสมบัติ!”

 

“แล้วถ้าเป็นฉันหล่ะ?”

 

มาพร้อมกับคำนั้น นายน้อยอีกคนก็เข้ามาร่วมการต่อสู้ คนพวกนี้ลึกลับเกินไปแล้ว และเมื่อคนเห็นเขา พวกเขาก็แทบร้องไห้ออกมา

 

“มันเป็นหลี่เฉิงฟง จาก4ตระกูลที่โดดเด่นที่สุดในจังหวัดเจียงหนาน ตระกูลหลี่!”

 

ทุกคนก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่พวกเขามองไปยังเขา ทุกคนเรียกเขาว่า หลี่ฟง ผู้ฝึกสอนมังกรสวรรค์ เขาเป็นผู้ฝึกสอนในกองทหารมังกรสวรรค์ แต่เขาก็อายุน้อยกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ซะอีก การเพิ่มตัวตนอย่างนายน้อยตระกลูหลี่เข้ามา นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้ต้องจบลงอย่างคาดเดาไม่ได้แน่นอน

 

“เขามาที่นี่ได้ยังไง? เขาไม่ได้อยู่ในกองทหาร?”

 

พวกเขาไม่เคยเห็นสถานการณ์ที่มีบุคคนชั้นผู้น้อยถูกรุมรังแกมากก่อน เขาเป็นลูกคนขายผลไม้ นายน้อย คุณต้องการทำให้เขาตกใจจนตายเลยหรือไม่?

 

แต่เจียงซิ่วก็ยังให้คำตอบแบบเดียวกัน “ไม่มีคุณสมบัติ!”

 

“ชิชะ…”

 

อีกเสียงนึงก็ดังขึ้นมา “แล้วฉันหล่ะ?”

 

ทุกคนก็สะดุ้งอีกครั้ง ดวงตาของพวกเขาแทบจะกระดอกออกมาด้วยจากความตกใจรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้

 

“นายน้อยกู่!”

 

เมื่อมีคนร้องออกมา ความวุ่ยวายก็เริ่มต้นขึ้น

 

“นายน้อยอันดับ1ของจังหวัดเจียงหนาน!”

 

ผู้หญิงทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ลูกชายเพียงคนเดียวของกู่ยี่ฮาว ผู้นำวงวารของผู้ดีในจังหวัดเจียงหนาน เกิดอะไรขึ้นในวันนี้? แม้แต่นายน้อยกู่ก็มาถีงที่นี่

 

ด้วยทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ เวลานี้เหมือนมันจะไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลกแล้ว

 

ด้วยการที่เหล่านายน้อยพวกนี้ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมๆกัน มันอาจจะเป็นไปได้ ที่ว่าทั้งจังหวัดเจียงหนาน อาจจะถูกพลิกคว่ำตลบขึ้นฟ้าบนสักหลายๆครั้ง พวกเขาแต่ละคนเลือกที่จะจัดการลุกคนขายผลไม้คนนี้พร้อมๆกัน

 

ทั้งหมดของพวกเขากลาเป็นโง่งมแบบสมบรูณ์

 

ตระกลูไบ๋ของเมืองเจียง หลินและหลี่ ตระกลูที่โดดเด่นที่สุดในเจียงหนาน และแม้แต่นายน้อยอันดับหนึ่งของจังหวัดเจียงหนานก็มา ฮาห์ พวกเขาต้องกาทำให้ผู้คนเสียชีวิต ดูเหมือนเด็กหนุ่มคนนี้อาจพบได้พบพระเจ้าแล้วในวันนี้

 

“นายก็ยังไม่มีคุณสมบัติ!”

 

สารเลวตัวนี้…

 

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการสะกดข่มที่น่ายกย่องสรรเสริญ แต่อำนาจนี้มันกลับเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะนำไปใช้กับคนโง่เง่า ที่สมองเหมือนจะเป็นเนื้องอกคนนี้

 

เฉิงหลิงซูใบหน้าของเธอซีดเผือกยิ่งขึ้นไปอีกครั้ง

 

เธอต้องการที่จะช่วยเขาออกจากการต่อสู้ครั้งนี้ ในเมื่อมันเริ่มต้นเพราะนายน้อยไบ๋ และหลังจากที่ช่วยไปแล้ว เธอและเขาจากนี้ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกันอีก แต่เรื่องนี้มันได้อยู่เหนือการควบคุมของเธอไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเจียงซิ่วได้แล้ว

 

เจียงซิ่วไม่ควรที่จะต่อต้านไบ๋เฟิง การดำรงอยู่ของไบ๋เฟิงหมายความว่ายังไง? ฉากปัจจุบันแสดงให้เห็นได้ชัดมาก เพื่อนของเขาทั้งหมดเป็นอิทธิพลของนายน้อยคนนี้เอง

 

ถังเหวินชงเองก็หมดปัญญาแล้ว เขาไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร

 

“สารเลวน้อย ฉันรู้ว่าแกกำลังกลัว” หลินเจี๋ยด๊งหัวเราะเยาะ เขาไม่เชื่อว่าเจียงซิ่วจะกล้าท้าทายพวกเขาสี่คน

 

“เป็นเช่นนั้น?”

 

เจียงซิ้วคิดกับตัวเอง เทพคนนี้ถูกโจมตีประสานจากเก้ามหาผู้ยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังคงลอยไปมาพร้อมคุยกับพวกเขาไปด้วยรอยยิ้มได้อยู่ และนาย?

 

เพี๊ยะ!

 

เจียงซิ่วตบใบหน้าของหลินเจี๋ยด๊งอย่างโหดร้าย และตบอย่างเสียงดังฟังชัด มันดังมากก็เนื่องมาจากที่รอบข้างกำลังสงบ รอยยิ้มของหลินเจี๋ยด๊งหายไป ขณะที่หน้าของเขากำลังเผยความมึนงงออกมา ใบหน้าเขามีรอยแดงปรากฏขึ้นมา5ดวง เขาถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความงุนงงอย่างแท้จริง

 

คนอื่นก็ตะลึง ปากของพวกเขาแทบจะเป็นเหมือนรูป ‘O’

 

โอ้ พระ เจ้า!

 

เชี่ย!

 

แม่งเอ้ย!

 

คำสถบถูกลั่นขึ้นในใจของทุกคน ลูกคนขายผลไม้คนนี้ เหมือนจะต้องการพลิกคว่ำสวรรค์

 

“นี้.. อะไรกัน?”

 

เจียงซิ่วถามอย่างไม่แยแส “นายยังคิดอยู่ไหมว่าเทพคนนี้กลัวอยู่ไหม?” เทพซิ่วใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการพิสูจน์ตัวเอง เขาไม่กลัวพวกเขาทุกคน

 

หลินเจี๋ยด๊งยังคงมึนงงอยู่สักพักนึง เขาไม่อาจยอมรับได้ว่ามีใครบางคนกล้าที่จะตบเขาและยังตบต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ความรู้สึกแสบร้อนบนใบหน้าของเขา เป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจน ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริง ไอ้ตัวสารเลวขายผลไม้นี่ กล้าตบเขา

 

เขาจะมอบตบนี้กลับคืนไป!

 

“แกกล้าตีฉัน?”

 

หลินเจี๋ยด๊งในที่สุดก็ตอบโต้ได้

 

ในฐานะที่มีประสบการณ์ส่วนตัวกับมัน ไบ๋เฟิงเข้าใจดีว่าหลินเจี๋ยด๊งตอนนี้รู้สึกอย่างไร ความคิดแบบไหนที่จะเกิดขึ้น เมื่อคนที่ถูกพวกเขามองว่าเป็นมด มาตบพวกเขา? มันเริ่มต้นด้วยการไม่เชื่อ ตามมาด้วยความโกรธ มันส่งผลทำให้พวกเขาคล้ายกับจะเป็นคนบ้า

 

หลี่เฉิ่งฟงเองก็ตกใจ เขาตะโกน “สารเลว ฉันก็คิดว่าแกไม่ได้หวาดกลัว แต่ดูเหมือนแกจะกลัวจนขาดสติไปแล้ว!”

 

เจียงซิ่วได้ล่วงเกินตระกลูไบ๋ไปแล้ว และเขาก็ยังกล้าที่จะรุกรานตระกูลหลิน หนึ่งในสี่ตระกลูที่โดดเด่นที่สุดของจังหวัดเจียงหนาน ไม่มีเหตุผลใดที่คนปกติธรรมดาๆจะทำแบบนั้น ดังนั้นหลี่เฉิ่งเฟิง จึงเชื่อว่าเจียงซิ่วรู้สึกกลัวมากจนขาดสติ

 

“โอ้ว?”

 

เพี๊ยะ!

 

มันค่อนข้างตรงไปตรงมา เจียงซิ่วให้ตบไปกับเขา มันเกิดเสียงสะท้อนดังชัดเจนมาก นี้สำหรับคำพูดที่ว่าเขากลัวจนขาดสติ

 

นายน้อยตระกลูหลี่ก็ถูกตบเช่นเดียวกัน

 

นี้…

 

แค่คำพูด มันคงไม่พอที่จะอธิบายความรู้สึกของคนที่อยู่ในที่เหตุการณ์ พวกเขาทั้งหมดเหวอหว๋อและงงงัน พวกเขาสถบคำสาปแช่งในใจตลอดเวลา

 

สารเลวผลไม้นี้ ตบเขา เขาได้ตบนายน้อยทั้งสามไปแล้ว

 

เพียงแค่การกระแทกครั้งนึงจากหนึ่งในบุคคลเหล่านั้น ก็เพียงพอแล้ว ที่จะก่อให้เกิดคลื่นลูกยักษ์ถล่มจังหวัดเจียงหนานพลังทลายไปครึ่ง

 

นายน้อยกู่ อยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ ขณะที่อีกทั้ง 3 นายน้อยที่ร่วมมือกันจัดการเขา พวกนั้นได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ตอนนี้เหลือแค่เขาแล้ว ผิวของเขากลายเป็นซีด เมื่อเขาค้นพบว่าเจียงซิ่วกำลังจ้องมองมาทางเขา แต่เขาก็ไม่กลัวหรอก ไม่มีใครกล้าทำอะไรกับเขาแน่ นายน้อยหมายเลข1ของเจียงหนาน ลูกชายเพียงคนเดียวของรัฐมนตรีกู่ นึกได้ดังนี้ เขาจึงโกรธมากที่มีบางคน มาตบหน้าพี่น้องของเขาต่อหน้าเขา

 

เขาทำมันโดยโดยไม่มีการไว้หน้าใคร!

 

“นายน้อยคนนี้ไม่เชื่อว่านายกล้าตีฉัน”

 

“ทำไมไม่ลองดู?”

 

เพี๊ยะ!

 

นะ นี่สารเลวผลไม้แม่งทำจริงๆ นี่ไม่เท่ากับว่าเป็นเขาถามหาความตาย?

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 83 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel