0 Views

บทที่ 36

ตบ!

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

ได้ยินเสียงนี้ ทุกคนมองหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ ยังมีคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเจ้าลูกคนขายผลไม้ผู้นี้จริงๆ เย่เหวินเฉินกำลังจะเยาะเย้ย แต่เขาก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสโมสรระดับสูง ทุกคนที่นี่มีภูมิหลังที่ร่ำรวย เขาจึงจำเป็นต้องกล่ำกลืนความโกรธกลับคืนมา

 

ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างสง่างาม เขามาพร้อมกับเปลวไฟแห่งโทสะ การแสดงออกของเขานั้น ดูประดุจกับ ภูเขาไฟที่ใกล้กำลังระเบิดขึ้น และท่าทางของเขาเองก็ยังดูเย็นชาดุจประติมากรรมรูปปั้นน้ำแข็ง คนที่มาถึงก็คือถังเหวินชง เขาเพียงแค่ไปสานมพันธ์กับเพื่อนของเขามา ซึ่งนั้นก็เป็นมารยาทสังคมที่ต้องทำ และเขาเองก็ยังอนุญาตให้เจียงซิ่วเข้ามาในสโมสรด้วยตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครบางคน พยายามที่จะขับไล่แขกที่เขาเชิญมาด้วยความยากลำบากอย่างคนๆนี้ กลับไป

 

“ชายคนนี้เป็นใครหน่ะ? เขากำลังอวดดีอยู่หรอ?” โอหยางเชียนหัวเราะ

 

สถานการณ์ในวันนี้ มันดูเป็นใจและเข้าข้างอยู่มาก และยังมีที่เขาได้รับการสนับสนุนจากลุงสองของตัวเองอีก ซึ่งเขาก็เป็นผู้จัดการสโมสรเบลเด็นแห่งนี้(ขอเปลี่ยนจากหัวหน้าเป็นผู้จัดการ) แต่ทว่าตอนนี้ ใครกัน ที่ยังกล้าลุกขึ้นมาหาเหตุผลให้เจียงซิ่ว?

 

“เขาเป็นบ้ารึไง?!”

 

ด้านข้าง ท่าทางของหลินชวูกลายเป็นซีดเผือก “นี่เธอไม่รู้จักนายน้อยถัง?”

 

โอหยางเชียนกล่าวด้วยความงงงวย “นายน้อยคนโตตระกลูถัง?”

 

“ตระกลูถังไหนกัน?”

 

หลินชวูตอบด้วยความรำคาญ “เธอถามแบบนั้นจริงๆ? มันมีตระกลูถังที่สองอยู่ในเมืองเจียงรึเปล่าหล่ะ?”

 

ถ้าใครบางคนได้เข้ามาสัมผัสวงในของเมืองเจียงแห่งนี้ แต่กลับไม่รู้ว่าถังเหวินชงมีรูปร่างและสถานะอะไร นั่นก็หมายความว่าคุณสมบัติของพวกเขายังไม่เพียงพอ แต่เหตุผลหลิวชวูรู้จักถังเหวินชงได้ มันไม่ใช่เพราะเขามีคุณสมบัติมากพอ ทว่ามันเป็นเพราะเขาเห็นนายน้อยคนระหว่างที่เดินสวนกัน แม้จะเพียงแค่นั้น แต่ตัวตนเขาก็ได้บันทึกความรู้สึกประทับใจไว้ในใจของเขาแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะรู้วจักถังเหวินชง แต่ถังเหวินชงคงไม่ทราบหรอกว่าเขาเป็นใคร

 

“นายหมายถึง… เขากับพ่อแก่ถัง…”

 

โอหยางเชียนกลัวตาย เมื่อเธอตระหนักได้ว่าผู้ที่มาถึงคนนี้เป็นใคร ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

“นายน้อยชง!”

 

“นายน้อยชง!”

 

ทุกคนทักทายเขา

 

ลุงสองของเย่เหวินเฉิน  หยันหยง เขาทักทายอย่างสุภาพ เขาดูเหมือนจะมีความเคารพมากกว่าคนอื่นๆยิ่ง เขาแม้แต่กระทั่งนอมคำนับ “คุณมาแล้ว นายน้อยชง”

 

ถังเหวินเฉินละเลยเขา และเดินไปตรงหน้าของเย่เหวินเฉิน สายตาที่แสนจะเย็กยะเยือก นั้นมันก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “เป็นนาย? นายต้องการไล่แขกของฉันออกไปใช่ไหม?”

 

บึ้ม! ทุกคนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

 

“เขาเป็นแขกจริงๆ? นายน้อยชง เชิญเขามา?”

 

เย่เหวินเฉินและหยันหยง สีหน้าของพวกกลายเป็นซีดเผือก

 

นี่เป็นไปได้อย่างไร?

 

สถานะของนายน้อย ในตระกูลถังมีอะไรบ้าง? เขาจะไปคุ้นเคยกับใครบางคนที่บ้านเข็นผลไม้ขายได้อย่างไร? คิดได้แบบนั้นเย่เหวินเฉินจึงถามเขาออกไป “นายน้อยชง คุณคงจะเข้าใจผิดไป ใช่ไหม? บ้านของเขาแค่เข็นผลไม้ขายเท่านั้นเอง”

 

เย่เหวินชงกัดฟันเชิงกรามด้วยความโกรธและความเกลียดชัง ไอเชี่ย แม่แกเถอะ ช่องปากแกได้ฟอกยาสีฟันมาไหม? แกกล้าที่จะฉีกหน้าคุณเจียงอย่างซึ่งๆหน้า จริงๆ? ดูเหมือนว่าแกจะไม่รู้ ว่าคำว่า ความตายถูกเขียนขึ้นมาแล้ว ไอที่น่ารังเกียจมากยิ่งไปอีกก็คือ แก แม่งดันทำให้ฉันต้องเกี่ยวข้องไปด้วย นี้มันดูเหมือนว่าฉันนั้นละเลยแขก ใครจะสนับสนุนฉันได้ ถ้าฉันไปอะไรทำให้คุณเจียงโกรธเข้า?

 

“แม่งเอ้ย ออกไปให้พ้น!”

 

ความโกรธของเขาระเบิดขึ้น ส่งผลทำให้เขาต้องใช้ภาษาหยาบคาย

 

คำพูดเหล่านั้น เหมือนมันเป็นการตบเข้าไปที่ใบหน้าเขาอย่างจัง สีผิวของเย่เหวินเฉินเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน มันคล้ายกับมะเขือม่วงเน่า มันน่าอับอายเกินไปแล้ว

 

หยันหยงเริ่มต้นพูดออกมา ด้วยเจตนาที่จะขอความอ้อนวอน หวังขอความโปรดปรานให้กับหลานชายของเขาคนนี้ “นายน้อยชง ทั้งหมดนี่เพราะฉัน…” เขาเชื่อว่าหลานชายของเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ แต่ถึงจะผิด แต่อีกฝ่ายก็เป็นเพียงลูกคนขายผลไม้ และมันก็ไม่สมควรเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา แม้ว่าเขาคนนั้นจะได้รับเชิญมาในฐานะแขกก็ตาม เขาคิดว่าหลานชายของเขาจะต้องอยู่ที่นี่และไม่ได้ออกไปเมื่อเขาได้ให้คำอธิบายแก่นายน้อยเสร็จสิ้นแล้ว

 

แต่ใครจะไปคาดคิด ว่าถังเหวินชงจ้องลงมามองที่เขาด้วยเช่นกัน “แกเองก็ไปให้พ้น! จากวันนี้เป็นต้นไป แกจะไม่ได้เป็นผู้จัดการของเบลเด็นอีกแล้ว”

 

หยันหยงรู้สึกโง่งม ก็ในเมื่อสถานการณ์มันออกมาในลักษณะนี้ เขามองตรงไปด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

เขาตอบสนองหลังจากนั้นค่อนข้างนาน เขารีบวิ่งไปพูด “ไม่! นายน้อยชง ได้โปรดฟังคำอธิบายของฉัน!”

 

“ไปให้พ้น!”

 

ถังเหวินชงไม่ให้โอกาสเขาอธิบาย หัวใจของหยันหยงจมลงไปในความสิ้นหวัง ทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาครอบครองอยู่ตอนนี้ ก็เนื่องมาจากการเป็นผู้จัดการของเบลเด็น ถ้าเขาสูญเสียงานนี้ไป ทั้งหมดที่มีนั้น ก็จะหายไป เขากล่าวออกมารุนแรง “นายน้อยชง ฉัน… ฉันเพียงแค่ทำตามหน้าที่ของฉันเท่านั้น ฉันตรวจสอบบัตรเชิญของคนๆนี้ แต่เขาก็ไม่มีบัตรเชิญ นี่จึงค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ฉันไม่ได้อะไรทำผิดพลาดเลยนะ นายน้อยชง!”

 

ถังเหวินชงกล่าว “ใช่ แกไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด แต่แกเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่แท้จริงของแกไป นั้นก็คือ แกไม่ทราบว่าที่แท้จริงแล้ว ใครกันแน่ที่แกทำให้เขาไม่พอใจ”

 

“ออกไปด้วยตัวเอง อย่าให้ฉันต้องโทรหาการ์ด”

 

บึ้ม ทุกคนในที่เกิดเหตุกลายเป็นวุ่นวายอีกครั้ง

 

จากคำพูดเหล่านั้น ดูเหมือนว่าลูกคนขายผลไม้นั้นเป็นคนสำคัญจริงๆ?

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

เรื่องนี้ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องประหลาดมากขึ้น แต่เดิมแล้ว พวกเขาเชื่อว่าเจียงซิ่วจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้มีใครคาดหวังว่า การตอบโต้อย่างดุร้ายป่าเถื่อนดังกล่าวจะถูกสวนกลับมา ไม่เพียงแต่เย่เหวินเฉินที่ถูกไล่ออกไปจากสโมสร แม้แต่ลุงสองของเขาที่ดูแลเบลเด็นอยู่ ก็ถูกเขาไล่ออกไปด้วย เรื่องนี้มันได้พุ่งเข้ามากระแทกหน้าพวกเขาอย่างจัง

 

การจ้องมองไปทางเจียงซิ่วของทุกคน กลายเป็นเปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

“เขาเป็นเพื่อของถังเหวินชงได้อย่างไร เขามีพื้นหลังเป็นยังไงบ้าง?”

 

ความรู้สึกตกใจปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าของแม่ลูกตระกูลเฉิง พวกเธอเข้าใจชัดเจนมากที่สุด เกี่ยวกับเรื่องภูมิหลังของเจียงซิ่ว พ่อแม่ของเขาเข็นผลไม้ขาย ดังนั้นแล้ว พวกเธอจึงสงสัยว่าเจียงซิ่วทำความคุ้นเคยกับถังเหวินชงได้อย่างไร

 

“นี้ เขากลายเป็นคุ้นเคยเป็นถังเหวินชง ไม่แปลกใจเลย ทำไมเขาถึงมีความหยิ่งได้อย่างทุกวันนี้” เฉิงหลิงซูรู้สึกเหมือนกับว่าเธอได้ค้นพบสาเหตุผลที่เจียงซิ่วทำตัวเปลี่ยนไป “นี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงมีความเชื่อมั่นมากมายนัก?”

 

แทบจะทันทีหลังจากนั้น เธอส่ายหัว นายไร้เดียงสาเกินไป ถังเหวินชงเป็นเพียงเพื่อนของนายก็จริง แต่เขาจะช่วยนายได้ซักแค่ไหนกัน? ความแกร่งของตัวเอง นั้นสิ ถึงจะเรียกว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริง

 

เจียงซิ่ว นายก็ยังคงเป็นเจียงซิ่วอหมือนเดิมอยู่วันยังค่ำ

 

ถังเหวินชงหันหัวไปเผชิญหน้ากับเจียงซิ่วโดยตรง “คุณเจียง คุณสามารถยังโทษให้กับเย่เหวินเฉินเพราะความประมาทของเขาได้หรือไม่?”

 

เจียงซิ่วกลับมามีความสงบเหมือนก่อนหน้านี้ เขาเพียงแค่ยิ้ม และปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

 

เสียงที่ดูเหมือนจะไม่ลงรอยแก่กันดังขึ้นมา “ทิศตะวันออกไม่สามารถกลายเป็นตะวันตกได้ ที่อื่นๆ เป็นเช่นนั้นเสมอ แต่เหมือนกลับว่าจะไม่ใช่ที่นี่”

 

เสียงนี้ดูค่อนข้างอ่อนกำลัง และดูเหมือนเขากำลังเยาะเย้ยอยู่

 

“เขาคือใคร?”

 

ถังเหวินชงย่นคิ้วของเขา ทุกคนเองก็รู้สึกทึ่งมาก ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนที่กล้าท้าทายนายน้อยถังเหวินชงอยู่เหมือนกัน ชายคนนึงที่สวมชุดสูทสีขาว กำลังยืนอยู่ในลักษณะเอนพิงกำแพงปรากฏตัวขึ้นมาในมุมมองสายตาของพวกเขา นั้นมันเขา นายนายไบ๋ ไบ๋เฟิง

 

เขาเดินเข้ามา ในขณะที่แกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ “ถังเหวินชง พวกเขาเป็นแขกที่ฉันเชิญมา และเบลเด็นนี้ไม่ได้เป็นของตระกลูนายคนเดียว ตระกูลไบ๋ของฉันก็ถือหุ้นอยู่ด้วยเช่นกัน”

 

“นายมีอำนาจอะไรที่จะขับไล่แขกของฉันออกไป?”

 

บึ้ม! สถานที่นี้กลายเป็นโกลาหลอีกครั้ง

 

“นะ นายน้อยไบ๋!”

 

เสียงเรียกของเย่เหวินเฉินดูเหมือนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้คาดหวังว่านายน้อยไบ๋จะแก้ปัญหาให้กับเขา มันอาจกล่าวได้ว่า ชีวิตก็เป็นเหมือนรถไฟเหาะ มีทั้งรวดเร็วและน่าตื่นเต้น

 

ไบ๋เฟิงพูดเป็นนัยๆกับเย่เหวินเฉินว่าทำตัวให้สงบลง และเมื่อเขามองไปที่เจียงซิ่ว เขาก็เผยความรังเกียจออกมา “แม้แต่คนขายผลไม้ก็เข้าเบลเด็นของเราได้? ดูเหมือนว่าฉันอาจจะต้องไปพูดกับพ่อของฉัน เพื่อปิดเบลเด็นให้เร็วที่สุด”

 

ถังเหวินชงขดคิ้วของตัวเองลง “ไบ๋เฟิง นายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่? นายต้องการสร้างความยุ่งยากให้ฉัน?”

 

เบ๋เฟิงหัวเราะอย่างเย็นชา กล่าวกับหยันหยง “นายทำได้ดีทีเดียว ขอทานอยากจะทำตัวเหมือนคนชั้นสูง สมควรที่จะถูกโยนออกไปนะดีแล้ว โล่งใจได้ ตราบใดที่นายน้อยคนนี้ยังอยู่ที่นี่ ไม่มีใครสามารถเอาคุณออกไปจากการเป็นผู้จัดการเบลเด็นได้”

 

“นาย…”

 

การแสดงออกของถังเหวินชงเปลี่ยนไป นี้มันเป็นการตบหน้าเขาอย่างชัดเจน เขาควบคุมเสียงของเขาในขณะที่พูด “ไบ๋เฟิง อย่าสร้างปัญหา อย่าลืมเหตุผลงานถูกจัดขึ้นในวันนี้”

 

ไบ๋เฟิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “มันเป็นเพราะฉันรู้เหตุผลไง! นายน้อยคนนี้ต้องการที่จะปกป้องคุณสมบัติที่จะเข้าในสโมสรเบลเด็น และฉันก็กำลังตอบสนองความต้องการของทุกคนอยู่ด้วย!”

 

สายตาของไบ๋เฟิงจ้องไปที่เจียงซิ่ว ซึ่งใบหน้าของเจียงซิ่วเอง ก็ยังคงไม่แยแสเหมือนก่อนหน้านี้ “ตัวสารเลว ทำตัวอ่อนน้อมและออกไปจากที่นี่ อย่าบังคับให้ฉันโทรไปหาการ์ด”

 

“เบลเด็นไม่ใช่สถานที่ที่แกจะสามารถเข้ามาได้”

 

“ไบ๋เฟิง!” ถังเหวินชงตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เขาเชิญเจียงซิ่วมาอย่างยากลำบาก และถ้าเขาออกจากสโมสรไปในตอนนี้ และเขาจะทำมันไปเพื่ออะไรกัน

 

“ฉันขอเตือนนาย คุณเจียงซิ่วเป็นแขกที่น่านับถืออย่างยิ่ง นายไม่สามารถทำร้ายเขาได้”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

ไบ๋เฟิงไม่ได้กลัวคำพูดของถังเหวินชง และกลับกันเขาหัวเราะออกมาดังลั่น ราวกับว่าเขากำลังได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก และเขาก็ยังส่ายหัวเล็กน้อยอีกด้วย เขาแสดงลักษะที่เหมือนจะบอกว่า ช่วยไม่ได้ออกมา “ถังเหวินชง นายไม่คิดก่อนที่จะพูดหน่อยเหรอ? แค่มองไปที่เขา นายยังกล้าที่จะมาบอกมาอีกนะว่าห้ามให้นายน้อยคนนี้ไปรุกรานเขา? การบดขยี้เขาให้ตาย มันก็เป็นเรื่องง่ายดาย เหมือนกับการบดขยี้มดนั้นแหละ”

 

โอหยางเชียนรู้สึกขนลุกไปทั่วรางกายของเธอ ใบหน้าของเธอแดงไปด้วยความตื่นเต้น “นายน้อยไบ๋น่าประทับใจมาก”

 

หลินชวูกล่าว “นายน้อยไบ๋เบื้องหลังตระกลูเขาค่อนข้างมีชื่อเสียง ตระกูลไบ๋เป็นหนึ่งในตระกูลชั้นนำของจังหวัดเจียงหนาน อนันทรัพย์ชิงเหว่ยผิงเอง ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องเขาด้วย และนี่มันก็คือความสัมพันธ์ของผู้คนในเมืองหลวงจักรพรรดิ”

 

“ไม่น่าแปลกใจเลย แม้แต่นายน้อยถังก็ยังถูกสะกดข่ม”

 

รอยยิ้มของเจียงซิ่วปรากฎขึ้นที่มุมปาก ความสนใจของเขาถูกแบ่งออกไปเล็กน้อย เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของไบ๋เฟิง “นายบอกว่า การที่จะทำให้เทพคนนี้ตกลงสู่ความตาย เป็นเรื่องง่ายดายเหมือนกับการบดขยี้มด?”

 

“อืมม เทพคนนี้อยากจะเห็นจริงๆ ว่านายจะทำมันยังไง?”

 

ทันใดนั้น เจียงซิ่วก็เอื้อมฝ่ามือออกไป ซึ่งก็ตามมาด้วยเสียงราวกับฟ้าร้อง มันได้พุ่งเข้าไปตบใบหน้าที่หล่อเหล่าของไบ๋เฟิง นั้นจึงส่งผลให้เขาบินกลับออกไป

 

บึ้ม! สถานที่ทั้งหมดตกลงอยู่ในความหวาดกลัว

 

พวกเขาทุกคนรู้สึกเหมือนกลับกลายเป็นคนโง่

 

ดวงตาของเฉิงหลิงซูและซันเสี่ยวหง แทบจะหลุดออกมาจากเบ้า

 

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 76 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel