0 Views

บทที่ 35

เขาเข้ามาได้อย่างไร?

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

โอหยางเชียนเป็นคนแรกที่จำเจียงซิ่วได้ ตามมาด้วยเย่เหวินเฉินและคนที่เหลือ ทุกคนเผชิญหน้ากับความประหลาดใจ “เดี๋ยวก่อนนะ เขาเข้ามาได้อย่างไร?”

 

แม้แต่ซันเสี่ยวหง ก็ยังได้บัตรเชิญมาจากเพื่อนของเพื่อน เขาเป็นเพียงลูกคนขายผลไม้ แล้วเขาจะสามารถเข้ามาสถานที่ชั้นสูงได้อย่างไร? นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!

 

คนที่อยู่ในที่แห่งนี้ เป็นข้าราชการมาจากศาลากลางจังหวัด หรือแม้แต่นักธุรกิจใหญ่ แต่ละคนมีสถานะที่สูงส่งทั้งนั้น แม้แต่พนักงานเสิร์ฟที่กำลังเสิร์ฟอยู่ เขาก็ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และทุกๆ คนก็ต่างสวมเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดีกว่าเขาทั้งนั้น

 

เจียงซิ่วที่ได้เข้ามาอยู่ในสโมสรตอนนี้ เหมืทอนเห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นขอทานที่กำลังเข้ามาในร้านอาหาร

 

“เจียงซิ่ว ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

 

ทั้งสองสาว โอหยางเชียนและหลี่ดั่น เดินไปหาเขา

 

เจียงซิ่วกำลังนำขนมเค้กเข้าไปในปาก การบ่มเพาะสายเลือดพระเจ้า ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายมาก ที่เขาจะหิวอยู่บ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอยู่ในขั้นแรกของการบ่มเพาะสายเลือดแห่งพระเจ้า ดังนั้นแล้ว เขาก็เหมือนพระเจ้าในวัยทารกนั้นเอง เขาจึงต้องกินอาหารเป็นจำนวนมาก แก้มของเขาพองขึ้น เนื่องจากการกินเค้ก ซึ่งมันดูน่ารังเกียจมาก จากมุมมองของพวกเธอแล้ว

 

“มาหาเงิน!”

 

“เธอหล่ะ?”

 

เจียงซิ่วเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเขาจะได้เห็นพวกเธอที่นี่ ในตอนเย็น มีการทบทวนชั้นเรียน และพวกเธอก็เป็นนักเรียนที่กระตือรือมาก ดังนั้นแล้วเขาจึงค่อนข้างสงสัย ว่าทำไมพวกเธอถึงโดดเรียนเพื่อมาเข้าร่วมงานเลี้ยง

 

“มันมีความเป็นไปได้ที่พวกเราจะสร้างความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหลายในงานนี้ นั้นมันมีประโยชน์ต่ออนาคตของพวกเร-…”

 

โอหยางเชียนยังไม่ได้พูดเสร็จ แต่แล้วเย่เหวินเฉินก็เดินเข้ามาอย่างสง่างาม เขาเดินเขาด้วยมือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เข้ามาแทรกบทสนทนา “เชียนเชียน ทำไมเธอถึงอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง? เขาคงจะไม่เข้าใจเรื่องนี้หรอก”

 

โอหยางเชียนหัวเราะคิกคัก “โอ้! นั้นก็ถูกของนาย!”

 

เท่าที่พวกเขาเข้าใจ เด็กคนหนึ่งจากตระกูลยากจนเช่นเขา จะไม่มีทางเข้าใจความสำคัญของการเข้าสังคม เพื่อเข้าสู่วงบนของคนชั้นสูงได้

 

เย่เหวินเฉินถาม “เจียงซิ่ว นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” เข้าใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างไม่เป็นมิตร คล้ายกับเป็นการสอบปากคำ

 

“จำเป็นรึเปล่า ที่เทพคนนี้จะต้องอธิบายให้นายฟัง?”

 

“แก…”

 

เย่เหวินเฉินไม่ได้คาดหวังว่าลูกนอกคอกคนนี้ จะไม่ไว้หน้าเขาในที่สาธารณะแบบนี้เลย นี้มันทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าอึดอัดใจ ส่งผลทำให้ใบหน้าของเขาเริ่มหม่นหมองลงมากขึ้น “ที่นี่คือสโมสรระดับสูง ไม่ใช่สถานที่ที่ครอบครัวเข็นผลไม้ขายอย่างนาย จะเข้ามาได้”

 

บึ๊ม คนที่อยู่รอบข้างเกิดความสับสนวุ่นวาย เมื่อได้ยินว่าบ้านของเจียงซิ่วเข็นผลไม้ขาย

 

ทุกคนแสดงความดูถูกผ่านสายตาพวกเขา

 

โอหยางเชียนกล่าว “”ฉันเดาว่านายถูกได้บัตรเชิญมาก็เพราะแฟนของนาย?”

 

“แฟน? แม้แต่คนอย่างเขาก็มีแฟนด้วย?”

 

“ใครคือแฟนเขากัน?”

 

เพื่อที่จะสามารถนำคนอย่างเจียงซิ่วเข้ามาในงานเลี้ยงได้ พวกเขาเดาว่ามันต้องเป็นลูกสาวของตระกลูที่ร่ำรวยอย่างแน่นอน พวกเขาคร่ำควรญไตร่ตรองอยู่นานว่าเป็นใคร มันจะเป็นใครกัน ที่ตาบอด และยอมเลี้ยงดูลูกคนขายผลไม้ที่ยากจนเช่นเขาคนนี้ได้

 

“เย่ปิง! ลูกสาวเครือบริษัทเย่!”

 

บึ้ม สภาพแวดล้อมกลายเป็นวุ่นวายอีกครั้ง

 

“นั่นจริงหรอ?”

 

ทุกคนตกใจมาก เครือบริษัทเย่ มีบริษัทอยู่ในเมืองเจียงมากมาย และพวกเขาก็ยังเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดเจียงหนานอีกด้วยเช่นกัน ลูกชายคนสำคัญของพวกเขาหลายคนกำลังที่จะเอาชนะใจของหญิงสาวตระกูลเย่ เธอจะไปเลือกลูกชายคนขายผลไม้ได้อย่างไร? เธอเอาแต่ใจตนเองมากเกินไปรึเปล่า?

 

“ดูเหมือนว่าผู้อำนวยการเย่ก็อยู่ที่นี้ในวันนี้”

 

ในจังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคน กำลังถือไวน์ และเดินเข้ามาในพื้นที่นี้อย่างพอดิบพอดี เขามาพร้อมกับเพื่อนของเขา ดวงตาของเขามีความเข้มงวดอยู่ภายใน และเขาก็เป็นพ่อของเย่ปิง และยังเป็นบอสใหญ่ของเครือบริษัทเย่  เย่ลี่เหลี่ยง

 

“ฉันรู้เกี่ยวกับลูกสาวของตระกูลเย่ เธอค่อนข้างสวยมาก เธอทำไปได้ยังไง…”

 

หลายคนส่ายศีรษะขณะถอนหายใจออกมา

 

“บางทีเธออาจจะแค่คบเล่นๆ”

 

ได้ยินทั้งหมดนี้ แม้แต่เจียงซิ่วก็ยังรู้สึกงงวงย ทำไมโอหยางเชียนถึงคิดว่าเย่ปิงเป็นแฟนของฉัน? หลิวเซี่ยวหยิ่นเปิดเผยมันแล้ว? แม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจ แต่เจียงซิ่วก็ไม่ได้มีเจตนาจะให้คำอธิบายใดๆ ไม่จำเป็นที่เทพซิ่วจะต้องให้อธิบายคำแก่ผู้อื่น เขาเพียงแต่ส่ายหัว “ไม่!”

 

“นายมีบัตรเชิญรึเปล่า?”

 

“ไม่!”

 

ทุกๆคนสับสนมากในตอนนี้ “แล้ว นายเข้ามาได้ยังไง?”

 

ข้อกำหนดสำหรับการที่จะได้รับบัตรเชิญมางานนี้ค่อนจำกัดไว้สูงส่ง เนื่องจากนี่มันไม่ใช่งานประเภทธุรกิจ แม้แต่คนร่ำรวยบางคน ก็ไม่สามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เพราะมันอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

 

“นายไม่ได้แอบเข้ามา ใช่ไหม?”

 

เย่เหวินเฉินหรี่ดวงตาของเขาลง ใส่ความลอยไปให้โดยที่เขาไม่มีมูลจริงใดๆเลย

 

แต่ความคิดของทุกคนก็เชื่อมเข้ากับการคาดเดานี้พอดิบพอดี

 

“เจียงซิ่ว ออกไปจากที่นี่ซะ!”

 

เห็นว่าทุกคนยอมรับการการคาดเดาของเขา เย่เหวินเองเชื่ออย่างสนิทใจ ว่าเจียงซิ่วหลุดเข้ามาข้างในได้ ผ่านการหลีกเลี่ยงยามรักษาความปลอดภัย

 

เขาคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าภาพการงานจัดแสดงนี้รึไง

 

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเทพคนนี้ไม่ออกไป?”

 

“อย่าบังคับให้ฉันต้องเล่นไม้แข็ง นี่ไม่ใช่สถานที่ที่นายจะทำตัวได้ตามต้องการ หายไปจากที่นี่ซะ”

 

ประกายแสงเย็นยะเยือกพาดผ่านดวงตาของเจียงซิ่ว

 

เมื่อเขากำลังจะเปิดปาก ชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากฝูงชน เขาโผล่เข้ามาในวงล้อม “เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ใครกล้าที่จะก่อปัญหาให้กับเบลเด็น?”

 

“มันเป็นเบลเด็น หยังหยง!”

 

“ดีจริงๆ แม้แต่เจ้าของที่นี่ก็มาถึงแล้ว ดูเหมือนกับว่าเขามาก็เพื่อเด็กหนุ่มคนนี้ เขาคิดว่าเบลเด็นคืออะไร? มันไม่ใช่สถานที่คนแบบเขาจะสามารถมากินและดื่มได้ตามที่ต้องการ!”

 

วูสส สถานการณ์กลายเป็นวุ่นวายอีกครั้ง

 

สายตาที่มองไปทางเย่เหวินเฉิยเปลี่ยนไปในทันที ในความเป็นจริง เจ้าของของเบลเด็นก็เป็นลุงของเย่เหวินเฉิน เขาเป็นคนที่มีภูมิหลังที่ดีเสียจริง เย่เหวินเฉินเพลิดเพลินจากการชื่นชม มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ

 

และนี่ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมเย่เหวินเฉินถึงได้รับบัตรเชิญมาอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่มันหายากถึงขนาดนั้น

 

หยันหยงมองไปทางเจียงซิ่ว “นี่คุณ คุณมีบัตรเชิญรึเปล่า?”

 

“โปรดเอาออกมาให้ฉันดู”

 

“ทำไมคุณถึงต้องการตรวจสอบบัตรเชิญเทพคนนี้ มันเพียงเพราะแค่เขาถาม?”

 

หยันหยงกล่าว “เพราะคุณดูไม่คุ้นเคย ฉันไม่กล้าบอกว่าฉันรู้จักทุกคนในวงวารคนชั้นสูงของเมืองเจียง แต่ถึงอย่างไร ฉันก็คุ้นเคยกับคนโดยส่วนมาก แต่ฉันก็ฉันไม่เห็นจำได้มีคุณอยู่หนึ่งในนั้นด้วย”

 

“นี่คือเหตุผลที่เพียงพอรึเปล่า?”

 

เย่เหวินเฉินกล่าว “ลุงสอง ครอบครัวของเขาเข็นผลไม้ขาย”

 

ปึส!

 

คนรอบข้างหัวเราะ นายน้อยเย่ คุณไม่ได้พูดตรงเกินไปหรอ? อย่าเปิดเผยมันสิ ดูเหมือนว่าเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจอยู่นะ

 

แต่อย่างไรก็ตามรอยยิ้มบนใบหน้าของหยันหยงยังคงไม่หายไป “ฉันกำลังเดือดร้อน ถ้าคุณไม่นำบัตรออกมา”

 

หัวใจของเขาสั่น ถ้ามีคนแอบเข้ามาในสโมสรจริงๆ นั่นก็หมายความว่าเขาได้ทำเสียงานไปแล้ว ด้วยลักษณะที่โหดร้ายของพ่อแก่ เขาจะต้องถามหาความรับผิดชอบอย่างแน่นอน โชคลาภมักส่องสว่างท่ามกลางโชคร้าย โชคดีที่ ที่สิ่งนี้ถูกค้นพบในห้องโถงด้านนอก ถ้ามันเกิดขึ้นในห้องโถงด้านใน และถ้าเขาล่วงเกินผู้อาวุโสไป ฉันจะต้องสูญเสียงานของฉันไปอย่างแน่นอน

 

“เจียงซิ่วกำลังโชคไม่ดีในเวลานี้”

 

โอหยางเชียนและหลี่ดั่นหรือคนอื่นๆ เผยรูปลักษณ์ในลักษณะที่ยินดี ในขณะที่พวกเธอได้ลืมเรื่องราวของเจียงซิ่ว ที่เขาเป็นคนช่วยพวกเธอเอาไว้ในเมืองสถานบันเทิง พวกเธอลืมมันไปหมดแล้ว และก็นึกออกแต่เพียงว่า เขาเป็นใครบางคนที่คุ้นๆ สำหรับพวกเขาเท่านั้นเอง

 

หลิวชวูกล่าว “นายไม่มีหน้าให้เหลืออยู่แล้ว บ้านของนายเข็นผลไม้ขาย นายคิดว่านายสามารถแกล้งทำเป็นรวย และแทรกตัวเข้ามาในงานระดับสูงแบบไหนก็ได้ใช่รึเปล่า?”

 

เฉิงหลิงซูส่ายหัวของเธอ คิ้วที่สวยงามของเธอขมวดเข้าหากัน ขณะที่เธอก้มลง “แม่ ทำไมแม่ไม่ไปช่วยเขาหล่ะ เพื่อที่จะให้เบลเด็นไม่จะได้ไม้ต้องรำคาญเขามากเกินไป”

 

ไม่ว่าจะอย่างไร เจียงซิ่วก็ยังเคยเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กของเธอ

 

ซันเสี่ยวหงกล่าว “หนูบ้ารึเปล่า หนูเป็นลูกสาวของฉันจริงๆ? ถ้าแม่เดินเข้าไป จะไม่เป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตระกูลของเราหรือ?”

 

“นั้นมันจะทำให้เราเสียหน้ามากเกินไป”

 

“นั้น…”

 

เจียงซิ่วกล่าว “เทพคนนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับบัตรเชิญ เบลเด็นจะต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้เทพคนนี้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะแขกคนหนึ่ง เขานำเทพนี้เข้ามา”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

เย่เหวินเฉินหัวเราะจนกลามแทบขาด “เจียงซิ่ว โอ้ เจียงซิ่ว นายยังมีหน้าเหลืออยู่อีก? ทำไมนายถึงไม่ไปดูตัวเองในกระจกก่อนที่มันจะร้อนมากไปกว่านี้?”

 

ทุกคนส่ายหัวของตัวเอง และรู้สึกไร้คำที่จะพูด การจ้องมองของพวกเขาเต็มไปความดูถูก รังเกียจ เหยียดหยาม

 

เรื่องดังกล่าวพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาบอกว่าผู้จัดงานได้ใช้เงินเชิญเขามา และแม้แต่กรทั้งไม่รู้ราคาของบัตร อย่างน้อยก็รู้จักโกหกให้ดีกว่านี้หน่อยได้ไหม?

 

นี่มันมากเกินไปแล้ว

 

“โยนบุคคลนี้ออกไป และแจ้งตำรวจว่าเขาล่วงละเมิดสถานที่” ในถานะที่เป็นเจ้าของเบลเด็น มันชัดเจนอยู่แล้ว ว่าพวกเขาไม่เคยใช้เงิน เพื่อเชิญใคร เขามั่นใจ100%ว่าเจียงซิ่วจะต้องแอบลักลอบเข้ามา

 

เย่เหวินเฉินหัวเราะเยาะ “เจียงซิ่ว จุดยืนของนายและฉัน แตกต่างกันอยู่นิดหน่อย นายจะหายไป ถ้าฉันต้องการให้นายหายไป”

 

“ไปให้พ้น!”

 

ผู้คนรอบข้าง ทุกคนลุกขึ้น เจียงซิ่วเป็นเหมือนแมลงวันสำหรับพวกเขา และคนกลุ่มชนชั้นสูงอย่างพวกเขา ก็เป็นพวกที่เกลียดสิ่งแปลกปลอมอย่างมาก พวกเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าหลังจากที่ได้รับสิทธิพิเศษมา มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่มาที่สโมสรชั้นสูงเช่นนี้

 

“ไปให้พ้น!”

 

ท่าทางของเย่เหวินเฉิน มันเหมือนเป็นท่าทางของผู้ชนะ ร่างกายของเขายืดตรง และการจ้องมองเต็มไปด้วยความรังเกียจ ราวกับว่าเขากำลังสอนบทเรียนให้กับคนธรรมดาสามัญอยู่ ใช่ เขาเพียงต้องการจัดการกับเจียงซิ่ว ก็เพื่อรอรับความเคารพอย่างสูง

 

ทันใดนั้น เสียงที่ทำให้ทุกคนต้องสั่นสะท้านก็ดังขึ้นมา “ใครกล้าที่จะไล่แขกของฉันออกไป?”

 

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 74 แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel