0 Views

บทที่ 31

อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

“มนตร์ลี้ลึบ! มันเป็นมนตร์ลี้ลึบ!” ซางเที่ยชานยืนตกตะลึงเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่เขาจะตะโกนออกมาเสียงดัง  เขาตื่นตกใจจนแทบคลั่ง ที่ฝนตกหนักนี้ ก็เป็นเพราะพลังอำนาจของเขา

 

“ผู้เชี่ยวชาญซาง อะไรคือมนตร์ลี้ลับ?” หมอผีที่ยืนอยู่ด้างข้าง กล่าวถาม เขารู้สึกว่ามันต้องบางอย่างที่น่าทึ่งอย่างแน่นอน

 

“มนตร์ลี้ลับ เป็นมรดกที่ถูกสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พวกมันคือจุดสูงสุดในขอบเขตการใช้มนตร์คถาแล้ว” ซางเที่ยชานพูดเหมือนกับว่าตัวเขากำลังพูดสิ่งต้องห้ามอยู่ “มันสามารถบังคับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า เพื่อมาใช้เป็นการส่วนตัวได้”

 

“ตามที่ทุกคนรู้ พวกเราหมอผี จำเป็นต้องถวายเครื่องสังเวยแด่ดวงวิญญาณเทพเจ้า เพื่อที่จะได้ใช้พลังอำนาจออกมาได้ บ้างก็ยืมอำนาจมาจากวิญญาณที่หวาดกลัว  บ้างก็ยืมมาจากภูตีผี และลูกศิษในนิกายเอง ก็ยืมพลังมาจากบุพาจารย์ของพวกเขา สรุปย่อๆ ทุกวิธีการเหล่านั้นต้องใช้วิธีสวดมนต์คาถาเพื่อขอยืมพลังอำนาจจากเทพเจ้า”

 

“แต่มนตร์ลี้ลับนั้น มันสามารถใช้เทพเจ้าเป็นข้ารับใช้ได้…”

 

คนอื่นๆ จมลงไปเมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้แม้แต่นิดเดียว สำหรับเรื่องที่มนุษย์นำเทพเจ้ามาเป็นผู้รับใช้

 

“เขาไม่ได้พูดหรอกหรือว่าเขาเผาบ้านเทพารักษ์กษัตริย์มังกรไปแล้ว?!”

 

ซางเที่ยชานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ถูกแล้ว นี่คือความมหัศจรรย์ของมนตร์ลี้ลับ เขาสะกัดกั้นพิธีการเชื่อมต่อระหว่างตุ๊กตาเทพารักษ์กษัตริย์มังกร กับเทพารักษ์กษัตริย์มังกรตัวจริง จากนั้นเขาโยนไฟลงไปที่มัน นี้ก็เทียบเท่ากับการเผาบ้านของเทพารักษ์กษัตริย์มังกรแล้ว เพราะเหตุนั้นดูเหมือนเทพารักษ์กษัตริย์มังกรจึงจำใจต้องทำให้ฝนตก เพื่อที่จะดับไฟนั้นลงได้”

 

ฝนตกหนักครั้งนี้เกิดมาจากเทพารักษ์กษัตริย์มังกร ที่เพียงแค่จะหยุดเปลวไฟบนตุ๊กตาพิธีกรรม!!

 

ชิงเหว่ยผิงถาม “ฉันสงสัยว่าผู้เชี่ยวชาญซาง ก็ทำได้เช่นเดียวกัน?” เขาได้ดูถูกเจียงซิ่วไป และทำให้เขาต้องโกรธเคืองในท้ายสุด นอกจากนี้ ตัวเขาก็ไม่ได้คิดว่าเจียงซิ่วจะมีพลังอำนาจมากขนาดนั้น ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา

 

“นั้น….”

 

ซางเที่ยชานมีความอึดอัดอยู่บนใบหน้า เมื่อมองดูแล้ว มันคล้ายเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน

 

เขาจะต้องถูกหัวเราะเยาะ ถ้าเขากล้าที่จะโอ้อวดอีกครั้ง

 

แต่ในอีกแง่นึง อาจกล่าวได้ว่าเจียงซิ่วได้สอนบทเรียนให้แก่เขา เปิดโลกทัศน์ของเขาให้กว้างไกลมากขึ้น เขาทำผ่านมันด้วยวิธีการเผาตุ๊กตาตัวแทนของเทพารักษ์กษัตริย์มังกร และบังคับให้กษัตริย์มังกรประทานฝนตกลงมา สิ่งนี้ เหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับมัน ความจริงที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ การข้องเกี่ยวระหว่างตุ๊กตาพิธีกรรมเทพารักษ์กษัตริย์มังกรและตัวกษัตริย์มังกรเอง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ได้ว่ามนตร์ลี้ลับนั้นเป็นของจริง

 

การตัดการเชื่อมต่อระหว่างตุ๊กตาพิธีกรรมและเทพารักษ์กษัตริย์มังกรตัวจริงนั้น เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก แต่อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วเขากลับทำมันด้วยการตัดสัมพันธ์ครั้งเดียวเกิดผล

 

“ฉัน… ฉัน…”

 

“ละอายใจแล้ว!”

 

ซางเที่ยชานยังคงอยู่ในช่วงที่รู้สึกตื้นตันใจ เขาสั่นศีรษะของเขาไปมาด้วยความละอายใจ เขาโม้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในยุคนี้ แต่เขาก็เพิ่งตระหนักรู้เอาวันนี้ ว่ามีคนอยู่เหนือกว่าเขามาโดยตลอด

 

“แต่…”

 

แม้ว่าเจียงซิ่วจะค่อนข้างทรงพลังมากเลยทีเดียว แต่ซางเที่ยชานก็ยังไม่เชื่อว่าการตัดสินของเขาผิดพลาด เมื่อเขาหันกลับไปดูที่ ‘สามง่ามอัญเชิญอสูร’ เขาก็ตกลงไปในความมึนงงทันที พลังงานอันชั่วร้ายลี้ลับที่ถูกสะสมไว้ทรงสามแยกนั้น จางหายไปแล้ว หลุมมันกลายเป็นชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ฝนตกหนักลงมา

 

“ปะ เป็นไปได้ยังไง?”

 

ซางเที่ยชานผิวหน้ากลายเป็นซีดเผือก ฉันผิดเอง มันไม่ใช่ ‘สามง่ามอัญเชิญอสูร’ มันเป็นเพียงแค่แหล่งพื้นที่สะสมพลังหยินธรรมดาๆ พลังงานชั่วร้ายที่สะสมก่อนหน้านี้ ได้ถูกชำละล้างไปหมดแล้ว โดยฝนที่ตกหนัก ฝนตกไม่บ่อยในเมืองเจียง นั่นก็หมายความว่า มันมีโอกาสที่เป็นไปได้ ที่พื้นที่แห่งนี้จะรวบรวมพลังชั่วร้ายขึ้นมาด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดในไซต์ก่อสร้างเหมือนจะไม่ได้มาจากสาเหตุนี้

 

“เป็นยังไงบ้าง?” ชิงเหว่ยผิงกล่าวถาม เขาอยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

 

ซางเที่ยชานกล่าว “พลังงานชั่วร้ายตรงทางสามแยกได้กระจายตัวออกไปแล้ว”

 

“มันยังอยู่ตรงนั้นเมื่อไม่นานมานี้!”

 

ชิงเหว่ยผิงถาม “มันหมายความว่ายังไง?”

 

ใบหน้าของซางเที่นชานสั่นสะท้านไปด้วยความอับอาย “เขาคนนั้นน่ายกย่องสรรเสริญอย่างแท้จริง ชายชราคนนี้ไร้ความสามารถ และเข้าใจผิดไป”

 

“อาาห์”

 

ชิงเหว่ยผิงกล่าวถาม “ผู้เชี่ยวชาญซาง มีวิธีไหนที่จะจัดการมันอีกไหม?”

 

ซางเที่ยชานส่ายหัวของเขา

 

“หมอผีหนุ่มคนนั้นมีทรงพลังอำนาจมาก ดังนั้นแล้ว เขาอาจสามารถทำอะไรได้บ้าง ใช่มั้ย?” ชิงเหว่ยผิงรู้สึกราวกับว่าตัวเขาเพิ่งตื่นขึ้นมาจากความฝัน “เขาไม่ได้อยู่ที่นี่? เขาไปไหนแล้ว?”

 

ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ด้านขวาข้างๆเขา อดไม่ได้ที่จะตำหนิเขาออกมา เป็นเพราะพวกเขาเป็นเหตุ ทำให้หมอผีหนุ่มคนนั้นต้องจากไป ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ที่จะเชิญเขามาอีกครั้ง

 

ฉันว่าถึงวาระที่โครงการนี้ต้องสิ้นสุดลงจริงๆ แล้ว

 

“มัวแต่ไปยืนโง่เง่าอยู่ตรงนั้นทำไม? พาคนไปนำตัวเขากลับมาเร็ว!”

 

“โอ้!”

 

พวกผู้บริหารของอนันทรัพย์ ได้รับความรู้สึกของตัวเองกลับคืนมา

 

แต่เจียงซิ่วก็เดินออกจากไซต์ก่อสร้างไปนานแล้ว แบบนั้นแล้ว พวกเขาก็ต้องไปตามหาเขาจากที่ๆมีคนมากมายไร้สิ้นสุดที่อย่างข้างนอกนั้น?

 

หนานก๋งฉินเริ่มเปิดปากของเธอ “โควเอ๋อ ชวนผู้เชี่ยวชาญกลับมาอีกครั้ง”

 

หนานก๋งโควเอ๋อเชิญผู้เชี่ยวชาญมา ก็เพราะเธอมีเจตนาที่อยากจะช่วยเหลือพวกป้าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่เธอก็ไม่ได้รับคำขอบคุณแม้แต่คำเดียว ในทางกลับกัน เธอกลับถูกตำหนิ เธอรู้สึกบึ้งตึงก็เพราะเหตุนี้

 

แต่โชคดียังดี ที่วิธีการที่เจียงซิ่วใช้ มันผิดธรรมดา และน่าทึ่งมากๆ ถ้าไม่เป็นงั้น เขาก็คงจะได้ชื่อเล่นว่า ตัวก่อเหตุ มนุษย์ไม่รู้จักแยกแยะคำว่า ความปรารถนาดี เลยจริงๆ

 

นายน้อยหญิงหนานก๋ง ไม่ได้วางแผนที่จะทำแบบที่ป้าบอก

 

“สายไปแล้ว!”

 

“คนๆนั้นมาช่วยป้าแล้วครั้งหนึ่ง และป้าก็ตอบโต้เขาด้วยความหยาบคาย ตั้งแต่ที่เขาไม่พอใจในตัวป้าแล้ว ป้าก็ลองกลับไปคิดเอาเอง”

 

“เอาหล่ะ เด็กอย่างหนูควรจะกลับไปที่เมืองหลวง เพื่อที่จะได้ให้พ่อและแม่ของหนูรู้สึกโล่งใจ”

 

พูดได้แบบนี้ เธอก็เดินออกจากไซต์ก่อสร้างด้วยการก้าวท้าวที่รวดเร็วมาก

 

“ลองดู…” ชิงเหว่ยผิงชี้ไปยังหนานก๋งโควเอ๋อด้วยความโกรธ “ลองดูสิว่าเธอจะกลับไปหาพ่อแม่เธอได้ยังไง”

 

“เธอคิดว่า ฉันจะต้องพึ่งพาแต่เธอรึไง?”

 

หนานก๋งฉินกล่าวขึ้น “รอแปปนึง ฉันจะโทรศัพท์ไปหาแม่ของเธอ เธอไร้เหตุผลเกินไปแล้ว”

 

เธอไม่ได้ตระหนักเลยว่า หนานก๋งโควเอ๋อ ก็มีความภาคภูมิใจเป็นของตัวเอง ไม่มีใครสามารถสบประมาทหรือสั่งสอนเธอได้โดยไม่มีเหตุผล และถ้ามีคนทำอย่างนั้น เธอจะโต้กลับด้วยการโจมตีที่มากเป็นเท่าตัว นี่มันพื้นฐานสุดๆแล้ว สำหรับบุคคลที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีเช่นเธอ และมันก็จะเป็นเหมือนกัน เมื่อเธอจะเผชิญหน้ากับพ่อแม่ หรือกับสมาชิกในครอบครัว

 

ได้ยินเสียงเร่งรถดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจียงซิ่วหันกลับไปมอง เฟอร์รารี่สีแดงขับมาจอดข้างๆเขา หนานก๋งโควเอ๋อมองมาจากกระจก ผมของเธอเปียก และมันก็กำลังเกาะติดอยู่กับหน้าผากที่คล้ายหิมะของเธอ มันทำให้เธอดูมีเสน่ห์ในแบบหญิงสาววัยรุ่น “เฮ้ ผู้เชี่ยวชาญโหลวเซี่ย นายกำลังจะกลับไปที่โรงเรียน?”

 

เจียงซิ่วถามกลับ “เธอมาขอโอกาสสำหรับพวกเขา?”

 

หนานก๋งโควเอ๋อยิ้มอย่างอ่อนหวาน “นายกำลังคิดมากเกินไป รีบขึ้นมาเร็ว พวกเขาพูดกับนายในลักษณะแบบนั้น ในทางกลับกัน ฉันเองนี่แหละที่จะเหยียดหยามนายแทน ถ้านายยังต้องการช่วยเหลือพวกเขาอยู่”

 

ความประหลาดใจกระพริบผ่านสายตาของเจียงซิ่ว บุคลิกนิสัยของหญิงสาวคนนี้ คล้ายคลึงกับตัวฉัน

 

หนานก๋งโควเอ๋อรู้สึกเหมือนกำลังจะได้รู้จักเขาอีกครั้ง มนตร์คาถาก่อนหน้านี้ได้เปิดโลกให้เธอ “เวทมนตร์ของนายค่อนข้างดุร้ายมาก นายเรียนรู้มันมาจากใคร?”

 

“จากอาจารย์ของฉัน!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “นายมีพลังอำนาจมากกว่า พวกที่ทำไปเพื่อชื่อเสียงพวกนั้นซะอีก ฉันขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อ หนานก๋งโควเอ๋อ มาจากเมืองหลวงจักรพรรดิ ฉันมาที่เมืองเจียงเพื่อ… นั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ชื่อของนายคือเจียงโหลวเซี่ย?”

 

“อืมม!”

 

“มันเป็นชื่อที่แปลกประหลาดมาก” หนานก๋งโควเอ๋อไม่เคยแม้แต่จะสงสัย ว่าคนที่อยู่ข้างๆเธอนั้นคือเจียงซิ่ว ซึ่งเป็นคู่หมั้นที่เธอยังไม่เคยพบเจอนั้นเอง “ฉันจะส่งนายกลับ และฉันก็จะกลับไปที่เมืองหลวง ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันจะได้มาที่เมืองเจียงอีกครั้ง พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของนายลงไป…” เธอยื่นโทรศัพท์ของเธอไปให้เจียงซิ่วด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติ “ถ้านายมาที่เมืองหลวงจักรพรรดิ โทรมาหาฉัน!”

 

“ฉันจะเลี้ยงเป็ดปักกิ่งที่ดังที่สุดในเมืองหลวงจักรพรรดิให้นาย!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อส่งเจียงซิ่วกลับบ้าน และทั้งสองก็แยกย้ายกันไปตามทางเดินของตนเอง

 

“ลาก่อนเมืองเจียง อย่าเจอกันอีกเลย ไอ้อ้วนมหาปะลัยเจียงซิ่ว”

 

หลังจากวันนี้ ชิงเหว่ยผิงพยายามเสาะหาหมอผีที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้งจากสถานที่ๆห่างไกลและใกล้เคียง แต่ผลก็ออกมาเหมือนกันหมด เหตุการณ์แปลกประหลาดไม่เคยหยุดลง และยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

 

แรกเริ่ม เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่มีคนเข้ามาในไซต์ก่อสร้าง เพื่อที่จะทำงาน ไม่นานหลังจากนั้น มันก็ได้แพร่กระจายออกไปยังที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง ผู้คนจำนวนมากพบว่าตัวเอง เดินออกไปกลางถนนอย่างลึกลับ นี้มันน่ากลัวเกินแล้ว

 

ในวันที่สาม นอกเหนือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง รถทุกคันที่ผ่านถนนด้านหน้าของไซต์ก่อสร้าง ในช่วงเวลากลางคืน มักเกิดอุบัติเหตุทุกรายไป มันก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

 

“อะไรนะ? หยุดโครงการอนันย์ทรัพย์?

 

ชิงเหว่ยผิงได้รับโทรศัพท์จากศาลากลาง เขายืนขึ้นจาดโต๊ะทำงานของตัวเอง

 

“คุณรู้หรือเปล่าว่าจำนวนเงินมหาศาลขนาดไหนที่ลงทุนไปกับโครงการนี้? มันเป็น1.3พันล้าน 1.3พันล้านถ้วน! เงินกู้จากธนาคารก็เรียกเก็บเงิน 3 ล้านบาทต่อวัน และคุณบอกให้ฉันหยุดโครงการนี้ลงไป? คุณเป็นหนึ่งในคนที่ขอร้องให้ฉันมาลงทุนในเมืองเจียงเองนะ ให้ผลประโยชน์ไปทุกอย่าง แต่คุณก็ต้องการมาหยุดฉันในตอนนี้?”

 

ดวงตาของชิงเหว่ยผิงกลายเป็นสีแดง อารมณ์เขาตอนนี้ คล้ายกับกำลังจะกลายร่างเป็นฆ่าตกร

 

“เพื่อนก่าเหว่ยผิง ฉันรู้ว่าคุณได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับอนันทรัพย์ ตะ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ มันวุ่นวายมากเกินไปแล้ว เนื่องจากการพุดคุยกัน ธุรกิจของคุณเองก็เป็นอัมพาตอยู่ในขณะนี้ และมันมีคำร้องเรียนจากชาวเมืองมากเกินไป ไม่เพียงแต่ไปที่รัฐบาลเมือง แม้แต่บ้างคนก็ไปถึงรัฐบาลจังหวัด พวกเราเองก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว”

 

หัวใจของชิงเหว่ยผิงเริ่มจมดิ่งลึกลงไป

 

“เราไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้โครงการนี้จบลงแน่นอน แต่ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว”

 

ชิงเหว่ยผิงกล่าว “ให้เวลาฉันอีกสักสองสามวัน ฉันจะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้”

 

“สามวัน เพื่อนเก่า ฉันสามารถให้เวลาได้แค่สามวัน หากคุณไม่สามารถสะสางเรื่องราวได้ตามเวลา รัฐบาลจะส่งหนังสือแจ้งให้หยุดโครงการอนันทรัพย์ทันที และก็สร้างวัดที่ถูกทำลายขึ้นมาอีกครั้ง”

 

หลังจากสิ้นสุดการโทร ชิงเหว่ยผิงรู้สึกเหมือนสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของตัวเองไป เขาจะกลายเป็นคนล้มละลาย ถ้าโครงการนี้ถูกยุบลงไป และเขาจะต้องตะเกี่ยตะก่ายเริ่มต้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

“เชิญพวกเขา เชิญหมอผีทั้งหมด เชิญมาไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ตาม!”

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 49แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel