0 Views

บทที่ 3

คำสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

ฉันเคยได้ยินมาว่าชายหนุ่มที่อวดดีและถูกจับได้คาหนังคาเขา ว่ามีรักระหว่างในวัยเรียน พวกเขาเหล่านั้นจะขอการอภัย หรือไม่ก็ทำตัวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่ต่อต้านคำขอที่บอกว่าให้เลิกกัน และมันก็ไปจบด้วยคำมั่น คำสาบาน ว่าจะตายไปด้วยกัน(เหมือนสัญญาว่าจะให้รับผิดชอบ) ทว่านี้มันต้องเป็นครั้งแรกจากทั้งหมดแน่ๆ ที่มีคนใช้ข้ออ้างว่าถูกเคลื่อนย้ายร่างมาอีกโลกนึง คุณแม่เย่คิดขณะที่เธอจ้องมองเขาด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกๆ บนใบหน้าของเธอ

 

สำหรับหลิวเซียวหยิ่น เธอทำดีที่สุดเพื่อปิดปากของเธอให้มิดชิด และเธอก็เกือบจะไม่สามารถต่อต้านอาการหัวเราะของตัวเองได้ แต่นั้นเอง เมื่อเธอเห็นรูปลักษณ์บนใบหน้าเพื่อนสนิทเธอ ที่กำลังมองไปยังเจียงซิ่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ หลิวเซียวหยิ่นรู้สึกว่าไม่สมควรที่จะหัวเราะในสถานการณ์เช่นนี้

 

เจียงซิ่วกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างเย็นชา ขณะที่เขาหัวเราะเยาะอยู่ในใจ ช่างเป็นคนธรรมดาสามัญนัก ถ้าเป็นเหล่าผู้เชี่ยวชาญในโลกที่บ่มเพาะเพื่อความอมตะ พวกเขาเหล่านั้นจะไม่สงสัยความแข็งแกร่งของเทพคนนี้ เขาเหล่านั้นจะต้องหัวเราะกับเหตุการณ์นี้แน่ๆ และเมื่อไม่นานมานี้ เทพคนนี้ได้ต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญระดับก้าวข้ามสวรรค์ถึง9คนด้วยตัวคนเดียว แม้จะเป็นแค่การพูดคุย…. อืมม… ด้วยหนึ่งคำของเทพคนนี้ สามารถส่งคลื่นไปแช่แข็งแม่น้ำได้ใกล้กว่า100เมตร และมันก็คงจะไม่นับเป็นอะไรกับถ้วยน้ำที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญนี้…. ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่

 

เขานำมือไขว้หลังตัวเองและยืดอกขึ้นอย่างโอ้อวด ขณะที่เขาเดินไปยังโต๊ะ ในแต่ละขั้นตอนที่เขาแสดงออกมามันผสานกลมเกลียวและเรียบลื่น เหมือนการผสานกันระหว่างกฏของโลก ในขณะที่เขากำลังแสดงสิ่งที่ลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆ กลิ่นอายอันน่าเกรงขามและสง่างามที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้ก็ปรากกฏขึ้น กลิ่นอายเช่นนี้แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆก็ไม่อาจเทียบเคียง

 

โดยทันที ผมของเขาดูเหมือนจะสะบัดไปมาแม้จะไม่มีลมก็ตาม ในวินาทีถัดไป เขาวางแผนที่จะไม่เพียงแต่แช่แข็งน้ำทั้งหมดในถ้วย แต่เขาจะทำให้มันระเบิดออกมาด้วย เขาจะทำให้พวกนั้นเข้าใจความมหัศจรรย์ของมหาเทพเจียง ว่าเป็นอย่างไร

 

“ฮ่าห์!”

 

โดยไม่แม้แต่จะมองไปที่มัน เจียงซิ่วดันฝ่ามือไปที่ถ้วยชา สำหรับเขาถ้วยชาเล็กๆ ใบนี้ เป็นเพียงแค่สิ่งที่เล็กน้อย ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกภาคภูมิใจ

 

ฝ่ามือของเขาหดกลับเร็วเท่าสายฟ้าฟาด มือได้กลับไปไพร่หลังเช่นเดิม และโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาเขาเผยให้เห็นถึงอวดดี นี้มันเป็นความสันโดษของผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงเท่านั้นถึงจะเข้าใจได้

 

ควาดสันโดษของยอดคน!

 

ผู้ที่จะสามารถกลายเป็นศัตรูของเขาได้นั้นน้อยเกินไป!

 

“เธอทำเสร็จรึยัง?”

 

คุณแม่เย่ถามอย่างใจเย็น เจียงซิ่วพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยความสามารถที่น่าตกใจของเขาต่อหน้าคนธรรมดา ในบ้านและชาติภูมิที่เขาเกิด มันเพื่อกันไม่ให้พวกเขากลัวมากเกินไป สิ่งนี้มันไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ และเมื่อเผยมัน หลังจากนั้นมันจะทำลายมุมมองสามหลักของมนุษย์ธรรมดาไปอย่างสิ้นเชิง โลกทัศน์(มุมมองที่มีต่อโลก) คุณค่าของราคา และปรัชญาชีวิต เขาหันไปชำเลืองมอง และก็เห็นได้ลางๆ ถึงเส้นเลือดดำที่หน้าผากของคุณแม่เย่

 

“ห๊ะ? คุณกลัวมากเกินไป จนกระทั้งเส้นเลือดดำออกมา?” เขาส่ายหัว คนธรรมดาที่ไม่เคยเห็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง ก็คงกำลังกลัวกับการแสดงที่ฉันแสดงออกไปตอนนี้? “คุณควรที่จะเชื่อเทพคนนี้แล้ว ใช่มั้ย? เทพคนนี้ได้ผ่านการเคลื่อนย้ายร่างมา และก็มาปรากฏภายในห้องลูกสาวของคุณ นั้นก็คือเพื่อนร่วมชั้นของฉันเย่ปิง เข้าใจรึยัง?”

 

“เอาล่ะ นักเรียนเจียง เธอควรจะหยุดเรื่องตลกไร้สาระตอนนี้ได้แล้ว!” คุณแม่เย่เก็บความโกรธไว้ภายในใจ ทั้งหมดเป็นเพราะเขา ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวเธอ แต่จากวัตถุประสงค์ระยะยาว โกรธไปก็ไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการสร้างเรื่องให้มันใหญ่โตไปมากกว่านี้

 

หืมม? เรื่องตลก? หญิงสาวที่ขาดเขลานางนี้ กล้าพูดว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องตลก? เธอหน้าหนามากเกินไป คุณนาย! สายตาของเจียงซิ่วกวาดไปทางเธออีกครั้งแต่ก็ต้องหยุดลงในวินาทีถัดไป เพราะเขาไม่เพียงแต่เห็นน้ำในถ้วยไม่แช่เข็ง แต่แม้แต่ถ้วยที่เขาต้องการให้มันระเบิด มันก็ไม่ระเบิดออกมา

 

นะ นี่… อะไร? ปะ เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?

 

เจียงซิ่วพึมพำกับตัวเองในขณะที่เขาย่นหน้าผากของเขาลง ในฉับพลันเขารู้สึกหมดหนทางในจิตใจของเขา เทพคนนี้ลืมไปได้อย่างไรกันนะ ว่าตัวเองเพิ่งถูกเคลื่อนย้ายร่าง และสูญเสียพลังในร่างเขาไป? แต่มันก็คงไม่เสียหายอะไร มันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นหลังจากเกิดเรื่องขึ้นทั้งหมด ด้วยพรสวรรค์ที่อยู่ในระดับสูงสุดของเทพคนนี้ มันอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา ที่อัจฉริยะเช่นฉันจะหวนคืนสู่ระดับการบ่มเพาะดั้งเดิม

 

“อย่าพยายามที่จะต่อต้าน…” คุณแม่เย่เริ่มพูด “เชื่อฟังและเขียนคำมั่นสัญญา ให้คำมั่นว่าเธอจะไม่มาพัวพันกับลูกสาวของฉันอีกต่อไป”

 

“เทพคนนี้จะไปมองดูลูกสาวของครอบครัวคุณได้อย่างไร? ไม่จำเป็นต้องเขียนคำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร”

 

เธอต้องการให้เทพเขียนคำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ช่างล้อเล่นอยู่บนชีวิตตัวเองเสียจริง

 

หัวของเย่ปิงที่กำลังมองลงพื้น ได้ถูกยกขึ้นมา ตาสวยๆ ของเธอเบิกกว้าง เขาบอกว่าไม่ได้มองมาที่หญิงสาวคนนี้เลย? เขายังมีคุณสมบัติที่จะกล่าวมัน? เขาดูเหมือนคนธรรมดาทั่วๆไป ทักษะการเล่นกีฬาของเขาเองก็ไม่ดี ครอบครัวของเขาก็ยากจน และที่สำคัญที่สุด คะแนนในโรงเรียนของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะต้องการหาข้อแก้ตัว อย่างน้อยที่สุดก็หาเหตุผลที่มันดูแข็งแกร่งกว่านี้ได้ไหม?

 

“พอแล้ว!” คุณแม่เย่ตะโกน วางกระดาษและปากกาไว้บนโต๊ะ เธอแม้แต่กระทั้งลืมตัวไปว่า เล็บของเธอได้หักลงในระหว่างที่นำมันมา ความโกรธถายในใจของเธอปรากฏให้เห็นผ่านสายตา “หยุดเรื่องไร้สาระทั้งหมดนี้ได้แล้ว และเขียนคำมั่นสัญญา ไม่งั้น ฉันจะโทรหาตำรวจ และบอกเขาว่าเธอได้ลอบย่องเข้าไปในห้องลูกสาวของฉัน ด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ดี เธอจะต้องติดคุกอย่างน้อย 8-10 ปีแน่นอน”

 

ท่าทางของเจียงซิ่วเปลี่ยนเป็นน่ากลัว หลอดเลือดดำที่หน้าผากของเขากระตุก ตอนนี้ฉันได้สูญเสียพลังของตัวเองไปแล้ว และถ้าเธอเรียกตำรวจ มันจะค่อนข้างไม่สะดวก นอกจากนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับตระกลูเย่ที่ร่ำรวยและทรงอำนาจ “มันไม่มีอันใดเลย เฮอะ! ไม่สำคัญหรอก มีผู้หญิงหลายคนที่มีความสามารถและสง่าหาใดเปรียบ ต่อสู้เพื่อเพียงที่จะมาเป็นแม่บ้านของเทพคนนี้ และตั้งแต่ที่คุณได้ปล่อยให้โอกาสที่ดีเช่นนี้หลุดลอยไป เทพคนนี้สามารถทำได้แต่รู้สึกเสียใจแทนคุณ”

 

“นำปากกาและหมึกมา”

 

หลิวเซียวหยิ่นเกือบจะหัวเราะออกมา เจียงซิ่วทำมันออกมาได้เกินไปจริงๆ ทำไมฉันไม่พบเรื่องนี้ก่อนหน้านี้นะ? การชะงักการหัวเราะ ทำให้ท้องของเธอเจ็บ แต่เมื่อมองไปที่การแสดงออกถึงความโกรธ บนใบหน้าคุณแม่เย่ ด้วยความเถรตรง เธอไม่กล้าหัวเราะ

 

“หนูด้วย ปิงปิง” คุณแม่เย่ชี้ไปที่โต๊ะ “เธอทั้งสองไปตรงนั้นและเขียนคำมั่นสัญญา  ฉันต้องการให้เธอยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอย่างจริงใจ และใช้คำสาบานที่ดีที่สุดในการปฏิญาณ”

 

เย่ปิงเพียงตอบโต้ด้วยคำว่า ‘โอ้’ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นหายนะที่ไม่น่าเชื่อสำหรับเธอ เธอหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมา จ้องไปที่เจียงซิ่ว ก่อนที่เธอจะวิ่งหนีไปเขียนคำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร

 

ความอัปยศอดสูทั้งหมดนี้ที่เทพได้รับ และความเดือนร้อนทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ.. และเธอตอนนี้ก็ยังมีกำลังใจที่จะเขียนคำมั่นสัญญาอย่างกระตือรือร้น? เจียงซิ่วคิด

 

ทั้งสองนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อเขียนคำมั่นสัญญา

 

เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่เจียงซิ่วไม่ได้ใช้ปากกาลูกลื่น ที่โลกอื่น ทั้งหมดที่เขาเคยใช้คือการเขียนแปรง นอกจากนี้การเขียนคำมั่นสัญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรนี้ เขียนอย่างไร? แม้ว่าเขาจะไม่ได้โดดเด่นในโรงเรียน และคะแนนของเขาก็แย่มาก แต่เขายังคงเป็นเด็กที่มีความประพฤติดี และไม่เคยละเมิดกฎใดๆ เนื่องจากเขาไม่เคยเขียนคำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร เขาจึงไม่ได้ตระหนักถึงรูปแบบในการเขียนของมัน

 

สำหรับเย่ปิง… เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับคำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร งานอดิเรกของคุณแม่เย่คือการตำหนิทุกอย่าง ตั้งแต่วัยเด็กเมื่อเย่ปิงทำผิด แม่ก็จะเธอให้เธอเขียนคำมั่นสัญญา ถ้ารวมคำมั่นสัญญาทั้งหมดของเธอที่เขียนมาตั้งแต่วัยเด็ก มันจะถูกกองซ้อนกันมากกว่าความสูงของคนๆ หนึ่ง มันอาจจะสูงกว่าความสูงของเธอ เพื่อที่สรุปการเขียนมันได้ เธอเองสามารถเขียนมันได้แม้แต่กระทั่งตัวเธอเองปิดตาอยู่ก็ตาม

 

คลืด คลืด คลืด คลืด คลืด! (น่าจะเป็นเสียงเขียน)

 

“อะแฮ่ม…” เจียงซิ่วไอแบบแปลกๆ พยามส่งซิกให้เธอ

 

เย่ปิงเงยหน้าขึ้นมองเขา และรู้สึกไม่พอใจมาก “อะไร?”

 

เจียงซิ่วกล่าวอย่างไร้ความรู้สึก “เทพคนนี้ไม่เคยเขียนคำมั่นสัญญา ให้เทพคนนี้ก็อปปี้จากของเธอ”

 

เย่ปิงหัวเราะและตอบอย่างไร้ความรู้สึกเช่นกัน “ฝันไปเถอะ!” พูดได้ดังนั้น เธอก็ขยับห่างออกไปด้านข้าง และจงใจก้มร่างของเธอลงบนโต๊ะ เพื่อขัดขวางสายตาของเจียงซิ่ว ขณะที่เธอคิดว่าจะรีบวิ่งออกไปเมื่อเขียนเสร็จ

 

“เธอกล้าที่จะแสดงนิสัยดังกล่าวต่อหน้าเทพคนนี้?”

 

หัวใจของเจียงซิ่วเต็มไปด้วยความโกรธ ในโลกอื่น ใครบ้างที่จะกล้าไม่ให้ของขวัญกับเขา? เป็นแค่คนทั่วไปกลับกล้าที่จะละเลยคำขอร้องช่วยเหลือจากฉัน? เธอไม่ควรที่จะเลือกที่ไม่ประจบฉัน และเธอควรที่จะเลือกที่จะเป็นคนริเริ่มให้ฉันก็อปปี้มันถูกไหม? ถ้าเธอมีไหวพริบซักหน่อย เธอก็ควรจะเขียนให้ฉันด้วย

 

“เธอคิดว่าเพียงแค่เธอไม่แสดงให้เทพคนนี้เห็น แล้วเทพคนนี้จะไม่สามารถมองไปที่มันได้งั้นหรือ?”

 

เจียงซิ่วยืดคอของเขาขึ้น หวังที่จะมองไปที่มัน แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ตั้งใจเกินไป นอกจากนี้ผมของเธอยังคงยุ่ง ซึ่งทำให้ผมสีดำเงาที่สวยงามของเธอปิดกั้นสายตาของเขา เขามีโอกาสได้กลิ่นหอมออกมาจากผมหญิงสาวอย่างเธอเป็นครั้งแรก แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะโอกาสที่จะได้เห็นตัวหนังสือของเธอซักตัว

 

“ฮึ! ถ้าเทพคนนี้ไม่เสียพลังของตัวเองไป ด้วยทักษะเพียงเล็กน้อยอย่าง ไฟอาถรรพ์ และเสริมจินตภาพ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับตัวฉัน ที่จะมองไปยังคำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรของเธอได้”

 

ขณะที่เย่ปิงกำลังเขียนอยู่นั้น ‘พ่อและแม่ที่เคารพ หนู ปิงปิง ได้ประพฤติผิดร่วมกัน กับเพื่อนร่วมชั้นชายในวันนี้… ละเว้นให้หนูนะ ด้วย1000คำจากด้านที่เขียนไป’

 

“มาม๊า หนูเขียนเสร็จแล้ว”

 

“เอามาให้แม่!” คุณแม่เย่กล่าวและมองไปที่เจียงซิ่ว “เธอก็เอาของเธอมาให้ฉัน”

 

เจียงซิ่วกังวลและกลัวว่าเธอจะโทรหาตำรวจ ดังนั้นเขาจึงรีบเขียนคำสัญญาอย่างรวดเร็ว ‘คำมั่นสัญญาลายลักษณ์อักษร : ฉันเจียงซิ่ว ตกลงที่จะเลิกกับเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองเย่ปิง และปฏิญญาว่าจะไม่ไปยุ่งพัวพันกับเธออีกต่อไป’

 

สตรีที่สวยงามเย่ปิง เธอยื่นคำสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรไปด้วยความซื่อสัตย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจอย่างแท้จริง แต่ของเจียงซิ่วมีเพียงตัวอักษรขนาดใหญ่เพียงไม่กี่คำ มันมีหนึ่งรอยพับที่เกิดขึ้นตระหว่างคิ้วคุณแม่เย่ แต่เธอไม่ต้องการสอนคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในการเขียนคำมั่นสัญญาลายลักษณ์อักษร

 

“เอาหมึกและตราประทับสีแดงมา และก็ปั้มลายนิ้วมือตรงนี้!”

 

“คุณต้องการรอยนิ้วมือ?”

 

หลังจากที่เจียงซิ่วได้ปั้มรอยนิ้วมือ คุณแม่เย่ก็พูดกับเขา “เจียงซิ่วใช่ไหม? จำคำพูดที่เธอพูดไว้ในวันนี้ให้ดี และสิ่งที่เธอเขียนไว้ในคำมั่นสัญญาด้วย คำปฏิญาณนี้ จะเป็นข้อพิสูจน์ถึงความบาปที่ได้กะทำของเธอ… ”

 

“เอาล่ะ! เธอสามารไปได้!”

 

เจียงซิ่วเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี้ต่อ และเขาก็ออกไปจากบ้านตระกูลเย่ เขาได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากภายนอก  ด้านข้างเต็มไปด้วยวิวล่าและการจราจรที่ยุ่งเหยิงไม่มีที่สิ้นสุด เขาเดินไปที่ป้ายรถเมย์ด้วยความกระปี้กระเป่า

 

“แม่ หนูไม่เป็นไรแล้ว งั้นหนูขอไปเรียกพิเศษกับเซียวหยิ่นได้ไหมค่ะ?”

 

คุณแม่เย่รู้สึกว่าหัวใจของลูกสาวเธอนั้นไม่มีความเห็นแก่ตัวเลยจริงๆ เรื่องใหญ่ดังกล่าวได้เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกถึงความเปลี่ยนแปลงในความคิดของเธอเลย เธอโบกมือให้ลูกสาว ว่าระมัดระวังในการเดินทาง

 

หลังจากที่ลูกสาวเธอและเซียวหยิ่นออกจากบ้าน ขณะนั้นเองคุณแม่เย่ก็ตรึกตรองถึงเรื่องนี้ เธอรู้สึกว่าแค่คำมั่นสัญญาที่เขียนไปนั้นมันไม่เพียงพอ “ถึงมันจะไม่ทำจริงๆ แต่ฉันก็ไม่สามารถปล่อยให้มันเรียนโรงเรียนเดียวกับปิงปิงได้”

 

“ฮัลโหล นี่ใช่อาจารย์ใหญ่ถังไหม?”

 

“ฮัลโหลครับ คุณนายเย่” อาจารย์ใหญ่รีบกระโดดขึ้นมาจากที่นั่งทันที บุคคลนี้ เป็นกระสุนลูกใหญ่ที่แท้จริง

 

“ฉันต้องการให้คุณขับไล่ใครบางคน คนๆ นี้ได้ล่วงเกินลูกสาวของฉัน”

 

“เอาล่ะ คุณนายเย่ คุณสามารถบอกชื่อเขาให้กับฉันได้ไหม?”

 

ในขณะที่เธอกำลังพูดโทรศัพท์ เธอได้ยินเสียง ‘ปิซ ปิซ’ อยู่ด้านหลังของเธอ ในคราแรกเธอนึกสงสัยว่ามันมาจากโทรศัพท์ แต่ก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่า เธอคิดผิด เธอหันหลังกลับไปมอง และค้นพบว่าเสียงมันดังมาจากถ้วยน้ำชาบนโต๊ะ น้ำภายในถ้วยชานั้น น้ำมันแข็งตัวที่ความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และจากนั้นมันก็ระเบิด โป๊ะ! น้ำแข็งที่อยู่ในถ้วยน้ำชาได้ระเบิดออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

 

คุณแม่เย่เบิกตาออกกว้าง และมันเหมือนแทบจะหลุดออกไป

 

“ฮัลโหล คุณนายเย่? ชื่อนักเรียนคนนั้นคืออะไร?”

 

คุณแม่เย่หยิบน้ำแข็งที่แตกออกมาด้วยความงุนงง มันรู้สึกได้อย่างชัดเจน ถึงอาการเย็นจากมัน

 

“จะ เจียงซิ่ว”